บทที่ 4 ชายคนนี้เป็ปีศาจหรือเปล่า?
ลู่เฉิงเฟิงได้สติกลับคืนมา ก็เดินตรงดิ่งไปที่รถและเริ่มค้นรอบ ๆ
เมื่อเขาเปิดกล่องที่มีลายสตรอเบอร์รี่ที่เบาะหลังของรถ ก็พบลูกอมรสสตรอเบอร์รี่เกือบสิบแท่งอยู่ข้างใน
“เจอแล้ว”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสุข
เขาลงจากรถ โดยถือกล่องนั้นไว้ในมือ
ดวงตาของฮาเดสและคนอื่น ๆ เป็ประกาย
แต่เมื่อลู่เฉิงเฟิงเปิดกล่อง ทั้งสี่คนก็ตกตะลึง สิ่งที่อยู่ในกล่องไม่ใช่ของที่พวกเขา้าแม้แต่น้อย มีเพียงอมยิ้มสิบกว่าอันเท่านั้น
“เธอเริ่มกินอมยิ้มแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่?”
ลู่เฉิงเฟิงเมินพวกเขา เอาแต่จ้องเขม็งซูอี้จวินด้วยสายตาลุกโชนไปด้วยความหวัง
ซูอี้จวินรู้สึกแปลก แต่ไม่กล้าขัดขืน คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ั้แ่ตอนที่ฉันยังเด็กมาก”
อมยิ้มรสสตอเบอรี่ยี้ห้อเก่าแบบนี้ เดี๋ยวนี้หาซื้อยากมาก เธอยังต้องฝากคนอื่นซื้อ ที่กินเหลืออยู่ก็มีแค่นี้
“เจอแล้ว เจอแล้ว...”
ลู่เฉิงเฟิงมองไปที่ซูอี้จวิน พึมพำประโยคนี้ ด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม
ฮาเดสและคนอื่น ๆ มองหน้ากันด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
“แกกำลังทำบ้าอะไร? พวกเรา้า...”
เงามรณะพูดอย่างไม่พอใจ แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ ก็ต้องหยุดชะงัก พลันยกมือขึ้นปิดคอ พลางเซถอยหลัง ดวงตาตื่นตระหนก มีมีดบินคมกริบปักอยู่ลำคอ
สีหน้าของเคียวปลิดิญญาเปลี่ยนไปในทันที เขามีความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดกับเงามรณะ เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาก็เบิกกว้าง กำลังจะอ้าปาก แต่กลับต้องตกตะลึง กลับส่งเสียงออกไปไม่ได้ เพราะมีดบินอีกเล่มพุ่งมาเสียบคอตัวเองโดยไม่รู้ตัว!
ฮาเดสและปลายข้าวสาลีตกตะลึง ทั้งสองเคลื่อนไหวพร้อมกัน และยกปืนในมือขึ้น
ทว่าความเร็วของลู่เฉิงเฟิงเหนือกว่า!
แสงเย็นะเืสี่ดวงฉีกผ่านความมืด
ฮาเดสและปลายข้าวสาลีกรีดร้องโหยหวนพร้อมกัน มือของทั้งคู่มีมีดบินปักเข้าฝั่งที่ถือปืน ทันใดนั้นปืนหลุดมือร่วงลงพื้นอย่างอ่อนแรง
ปลายข้าวสาลีอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ดวงตากลับแข็งค้าง ก่อนจะล้มลงหลังกระแทกพื้น มีดบินก็ปักอยู่ที่คอของเขาเรียบร้อย!
ฮาเดสถอยกลับด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัว ที่คอของเขามีาแ และมีเืไหลทะลักออกมา...
โชคดีที่ชายหนุ่มเบี่ยงคอหลบทัน ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงมีมีดเสียบที่คอเหมือนกับคนอื่น ๆ ไปแล้ว
“ัะเืเวหา! แก แก แก แกจะทรยศต่อองค์กรหรือ?”
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มอย่างเ็า “ใช่”
“เพื่อนังนี่?”
ฮาเดสไม่ได้โง่ ลู่เฉิงเฟิงถามคำถามสองสามข้อกับผู้หญิงคนนี้ ก่อนจะเริ่มฆ่าพวกเขา
“ใช่”
“แกมีความสัมพันธ์ยังไงกับหล่อนกันแน่?”
“ผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิต”
ฮาเดสจ้องลู่เฉิงเฟิงด้วยความระแวดขีดสุด “ัะเืเวหา! แกคิดให้ดี ๆ นะ ถ้าฆ่าพวกเรา องค์กรจะไม่ปล่อยแกไว้แน่!”
“นั่นมันเื่ของฉัน คนที่กำลังจะตายอย่างแกไม่จำเป็ต้องมากังวลแทน”
ลู่เฉิงเฟิงพูดจบ ก็เก็บมีดบินในมือ “ไม่ใช่ว่าแกเคยพูดกับฉันอยู่บ่อย ๆ เหรอว่า ฉันคงไม่มีค่าถ้าไม่มีมีดบิน?”
ขณะที่พูด ลู่เฉิงเฟิงก็พุ่งตัวเข้าใส่ฮาเดส
ดวงตาของฮาเดสเป็ประกาย ัะเืเวหา้าฆ่าเขาด้วยกังฟู? เป็ความจริงอย่างที่ลู่เฉิงเฟิงพูด ฮาเดสคิดอยู่เสมอว่าัะเืเวหาที่ไร้มีดบินนั้น ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
“ถ้าไม่มีมีดบินในมือ แกก็ไม่มีทางเทียบฉันได้!”
ฮาเดสที่ล่าถอยเปลี่ยนเป็พุ่งเข้าหาลู่เฉิงเฟิงอย่างฉับพลัน ร่างกายที่สูงใหญ่ให้ความรู้สึกกดขี่อย่างรุนแรง และกำปั้นที่ใหญ่เท่ากับชาม ก็เล็งที่ศีรษะของลู่เฉิงเฟิงพร้อมกับเสียงทะลุผ่านอากาศ
หมัดของเขา สามารถฆ่าวัวได้ทั้งตัว
ลู่เฉิงเฟิงไม่ได้หลบหรือตั้งรับอะไรเลย แต่กลับชกสวนออกไป พร้อมพลังอันมหาศาล
ปัง!!!
เสียงหมัดทั้งสองปะทะกัน ทำให้เกิดคลื่นกระแทกอย่างรุนแรง
เสี้ยววินาทีขณะที่ปะทะกันฮาเดสส่งเสียงกรีดร้องราวกับหมูถูกเชือด ิับริเวณหมัดฉีกขาดออกเป็ริ้ว เผยให้เห็นกระดูกขาโพลน นิ้วทั้งห้าแตกหักเละเทะ
เมื่อครู่ ่เสี้ยววินาทีที่ปะทะกัน ฮาเดสรู้ซึ้งถึงพลังมหาศาลที่เหนือกว่าหลั่งไหลออกมาจากหมัดของัะเืเวหา!
ชายหนุ่มไม่ทันได้ตอบโต้ ลู่เฉิงเฟิงก็เข้ามาประชิดตัว และต่อยหมัดเข้าที่หน้าอก!
ปัง!!!
กร๊อบ!!!
เสียงกระดูกหักดังสนั่น กระดูกหน้าอกของเฮเดสยุบลงไปอย่างน่าสยอง ร่างสูงใหญ่กระเด็นไปไกลหลายเมตร กลิ้งตลบไปกับพื้นสองสามตลบ ก่อนจะแน่นิ่งไม่ไหวติง
หากทำการชันสูตรพลิกศพ ก็จะพบว่าหัวใจของฮาเดสแหลกเป็จุล
มุมปากของลู่เฉิงเฟิงเผยรอยยิ้มเ็าอย่างดูถูกเหยียดหยาม “ลืมบอกแกไป จริง ๆ แล้วฉันเป็นักฆ่าระดับ SSSS แต่ก็เอาเถอะ ยังไงซะแกก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะรู้เื่นี้... เมื่อยู่ต่อหน้าฉัน พวกแกทุกคนก็ไม่ต่างจากเด็กอมมือ!”
ใบหน้างามของซูอี้จวินซีดลง หญิงสาวมองภาพตรงหน้าอย่างหวาดกลัว ขณะที่ลู่เฉิงเฟิงดึงมีดบินออกมาจากศพ เช็ดเืบนมีดบินด้วยเสื้อของคนพวกนั้น
ตอนนี้เธอทั้งหวาดกลัวและสับสน เพราะผู้ชายคนนี้เพิ่งบอกว่าเธอเป็ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขาไว้?
ลู่เฉิงเฟิงเก็บมีดบินทั้งหมด หันขวับไปมองซูอี้จวิน
ซูอี้จวินใมากจนเซไปสองสามก้าว และหยุดลงเมื่อแผ่นหลังชนเข้าที่ตัวรถ
เมื่อเห็นลู่เฉิงเฟิงเดินมา ซูอี้จวินก็ใมากจนแทบเสียสติ “อย่า… อย่าเข้ามานะ ฉันให้เงินคุณได้นะ! ให้เงินคุณเยอะมากด้วย!”
ชายคนนี้ถึงกับฆ่าคนพวกเดียวกันอย่างโเี้ หล่อนจะไม่กลัวเขาได้อย่างไร?
ลู่เฉิงเฟิงจ้องเขม็งด้วยความสนใจ “คุณให้ผมได้เท่าไหร่?”
“คุณ คุณ คุณ้าเท่าไหร่?”
ซูอี้จวินราวกับเห็นแสงสว่าง ผู้ชายคนนี้เต็มใจรับเงิน แสดงว่ายังมีโอกาสเจรจาได้
ลู่เฉิงเฟิงมองั้แ่หัวจรดเท้า “ดูแล้วเธอน่าจะรวยมาก แต่ทำไมฉันต้องอยากได้เงินด้วยล่ะ? ถ้าฉันแต่งงานกับเธอ เงินทั้งหมดของเธอก็จะเป็ของฉัน ได้ทั้งคนได้ทั้งเงินไปพร้อมกันไม่ดีกว่าเหรอ?”
ซูอี้จวินตกตะลึง หล่อนสงสัยว่าตัวเองฟังผิดไปหรือเปล่า ผู้ชายคนนี้อยากแต่งงานกับเธอ?
ถ้าไม่ใช่สถานการณ์แบบนี้ เธอคงจะแนะนำให้เขาไปตรวจสมองแน่นอน
“ถ้าตอนนี้ฉันปล่อยเธอไป เธอจะทรยศฉันไหม?”
ทันใดนั้นดวงตาของซูอี้จวินก็สว่างวาบขึ้น จากนั้นก็ส่ายหัวเป็พัลวัน “ไม่ ไม่เด็ดขาด ฉันสาบาน...”
“เลิกสาบานได้แล้ว คำพูดของผู้หญิงเชื่อถือไม่ได้ ฉันเพิ่งถูกผู้หญิงที่ดูเหมือนกระต่ายขาวตัวน้อยหลอก ผู้หญิงคนนั้นหลอกฉันฟรี ๆ ไปตั้งสองเดือน”
ลู่เฉิงเฟิงลูบคาง “เธอเห็นหน้าฉันแล้ว ถ้าเธอรายงาน ฉันก็คงอยู่แดนัต่อไม่ได้ แต่ฉันยังออกจากแดนัไม่ได้ เพราะมีเื่สำคัญมากที่ต้องทำ”
“ฉันจะถ่ายรูปเปลือยของเธอเอาไว้ ถ้ากล้ารายงาน ฉันจะปล่อยรูปพวกนั้นออกไป”
ซูอี้จวินใมากจนสมองขาวโพลน ผู้ชายคนนี้เป็ปีศาจหรือไง? ใช่ เขาเป็ปีศาจแน่ ๆ! วิธีที่เขาฆ่าคนเมื่อกี้น่ากลัวเกิบไปแล้ว!
“เอ่อ พอจะมีวิธีอื่นไหม?”
ถ้าผู้ชายคนนี้ปล่อยรูปออกไป ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของเธอที่จะพังพินาศ แต่กลุ่มบริษัทซูก็คงจบเห่เช่นกัน
“วิธีอื่นเหรอ? ขอฉันคิดดูก่อน” ลู่เฉิงเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นดวงตาก็เป็ประกาย “เอาแบบนี้ เธอก็ประกาศออกไปว่าฉันเป็แฟนเธอ แล้วฉันติดตามเธอในฐานะบอดี้การ์ด แบบนี้ก็คอยจับตาดูได้ ถ้าเธอคิดจะรายงานเมื่อไหร่ ฉันจะฆ่าเธอ แล้วก็ฆ่าล้างครอบครัวเธอให้เหี้ยน!”
ซูอี้จวินเบิกตากว้าง สมองผู้ชายคนนี้ต้องมีปัญหาแน่ นี่มันความคิดของคนปกติที่ไหนกัน?
เธอจะเก็บปีศาจร้ายแบบนี้ให้อยู่เคียงข้างเธอได้อย่างไร?
“นี่เป็ทางเลือกที่ดีมาก”
ลู่เฉิงเฟิงก้าวเข้าไปประชิดหญิงสาว หยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วเปิดกล้องถ่ายใบหน้าของพวกเขา “มาสิ ถือว่าฉันยอมอ่อนข้อให้แล้ว”
ซูอี้จวินมองเขาอย่างว่างเปล่า ไม่รู้ว่าว่าเขาทำอะไร
“จูบฉันสิ ต่อไปนี้เราก็เป็แฟนกันแล้ว จะไม่มีรูปคู่หวาน ๆ ได้ยังไง? รูปบนเตียงค่อยหาโอกาสถ่ายทีหลัง ตอนนี้มาถ่ายรูปแบบใกล้ชิดกันก่อน”
เมื่อเห็นว่าซูอี้จวินยืนแข็งค้างเหมือนท่อนไม้ ลู่เฉิงเฟิงก็จัดท่าทางทุกอย่างด้วยตัวเอง เลือกมุมดี ๆ เลี่ยงศพที่อยู่บนพื้น ถ่ายรูปคู่หวานเชื่อมอีกหลายภาพ ทั้งภาพจูบแก้ม ภาพแนบแก้ม และภาพจูบหน้าผาก
“โทรศัพท์เธออยู่ไหน? เพิ่มข้อมูลติดต่อของฉันหน่อย ฉันจะส่งรูปไปให้ อย่าลืมบันทึกไว้ด้วย ตั้งเป็รูปพื้นหลังด้วยเลยยิ่งดี”
ซูอี้จวินราวกับคนโง่เขลา สมองว่างเปล่าบนพื้นมีศพนอนเกลื่อนกลาด ด้านข้างก็มีปีศาจสังหาร นับว่าหล่อนแข็งแกร่งมากที่ไม่ได้เป็ลมหมดสติไป
ลู่เฉิงเฟิงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากหาโทรศัพท์ซูอี้จวินเอง และจัดการด้วยตัวเองอีกครั้ง
“ว่าแต่ เธอชื่ออะไร?”
ซูอี้จวินเงยหน้าขึ้น มองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า “ซูอี้จวิน”
“ส่วนสูง สัดส่วน… ช่างมันก่อน อาชีพอะไร? ครอบครัวมีกี่คน?”
“ฉันสูง 168 เิเ”
“เธอสูง 168 เิเ? โกงส่วนสูงหรือเปล่า?”
ซูอี้จวินรู้สึกโกรธเล็กน้อย แต่ไม่กล้าแสดงออกมา พลางพูดอย่างเสียใจ “ฉัน… ฉันสูง 168 เิเจริง ๆ เป็ผู้จัดการทั่วไปของกลุ่มบริษัทซู”
“เดี๋ยวนะ? เธอเป็ผู้จัดการทั่วไปของกลุ่มบริษัทซู? ธุรกิจครอบครัวสินะ?”
ซูอี้จวินรู้สึกเหมือนตัวเองโดนดูถูก แต่ก็ไม่กล้าต่อต้าน “ใช่ เป็ธุรกิจของครอบครัว”
“เล่าต่อสิ”
หลังจากซูอี้จวินพูดจบ ลู่เฉิงเฟิงก็จดจำทุกอย่างไว้ จากนั้นก็พูดว่า “ตอนนี้คุณควรจะรู้จักตัวตนของแฟนคุณแล้ว ฉันชื่อลู่เฉิงเฟิง เป็เด็กกำพร้า ตอนนี้เป็พนักงานตัวเล็กของเทียนซือ ไม่สิไม่ได้ ถ้าให้แค่เป็พนักงานตัวเล็ก ๆ มันจะดูไม่คู่ควรกับเธอ งั้นฉันก็เป็ผู้จัดการทั่วไปกันด้วยแล้วกัน”
ซูอี้จวินเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างขลาดเขิน แบบนี้ก็ได้เหรอ?
“ไม่ต้องสงสัย ตำแหน่งในบริษัทของเรา ฉันเลือกได้ตามใจชอบ”
นี่ไม่ใช่การคุยโม้ เทียนซือกรุ๊ปเป็บริษัทสาขาของบริษัทข้ามชาติ แต่ที่จริงแล้วเป็เพียงฉากบังหน้า แม้เขาจะบอกว่าตัวเองเป็ประธานบริษัท ก็จะไม่มีใครกล้าพูดแย้ง?
ลู่เฉิงเฟิงพูดต่อ “ฉันสูง 184 เิเ”
ซูอี้จวินเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง แล้วก็ก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว
ลู่เฉิงเฟิงรู้สึกเคอะเขิน ผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างอาฆาตพยาบาท เมื่อกี้เขาสงสัยว่าเธอโกงส่วนสูง ผู้หญิงคนนี้ก็หันมาสงสัยเขาบ้าง “อะแฮ่ม… จริง ๆ แล้วฉันสูง 184 เิเ… ถ้าสวมรองเท้า”
“เอาล่ะ ไม่ต้องไปสนใจรายละเอียดพวกนั้นหรอก สิ่งที่ฉันพูดไป เธอก็จำไว้ก็พอ…”
ลู่เฉิงเฟิงเล่าเกี่ยวกับตัวตนของเขาให้ฟัง ก่อนจะถามว่า “จำได้หรือยัง?”
ซูอี้จวินพยักหน้าเบา ๆ
ลู่เฉิงเฟิงกลอกตา “ไม่จำเป็ต้องทำหน้าตาเสียใจขนาดนั้นก็ได้? ฉันต่างหากที่ควรเสียใจ รู้ไหมว่าตอนนี้สถานการณ์ของเธออันตรายมาก การที่พวกเขามันพลาดเป้า แปลว่าครั้งหน้าพวกเขาจะส่งคนอื่นมาจัดการอีกแน่ แต่อย่าเพิ่งกังวลไป ถึงนี่จะเป็ครั้งแรกที่ฉันบอดี้การ์ดให้คนอื่น แต่ฉันรับประกันได้ว่าเธอจะปลอดภัย”
จากนั้นลู่เฉิงเฟิงเริ่มจัดการเก็บกวาดสถานที่เกิดเหตุ
เมื่อมองดูลู่เฉิงเฟิงที่กำลังวุ่นวาย ซูอี้จวินก็ชำเลืองมองเขาเป็ครั้งคราว ลังเลที่จะพูดอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “ทำไมคุณไม่ฆ่าฉัน?”
ลู่เฉิงเฟิงกำลังจัดการกับร่องรอยที่เขาอาจทิ้งไว้บนรถตู้ เมื่อได้ยินประโยคนี้ ก็พูดโดยไม่หันไปมอง “คงเป็เพราะฉันหลงเสน่ห์เธออยู่?”
“คุณไม่ใช่คนแบบนั้น”
“หืม?”
ลู่เฉิงเฟิงหันกลับมามองหญิงสาวอย่างประหลาดใจ
“ถ้าคุณเป็คนเ้าชู้ เมื่อกี้คุณคงไม่หยุดพวกนั้นไม่ให้ข่มขืนฉันหรอก แถมตอนนี้ฉันก็ขัดขืนไม่ได้ คุณจะทำตามใจชอบก็ได้ แต่คุณก็ไม่ทำ”
มุมปากงลู่เฉิงเฟิงยกขึ้น “ฉันไม่ได้บอกเหรอ? ว่าฉันอยากได้ทั้งคนทั้งเงิน”
ซูอี้จวินส่ายหัวก่อนจะเปลี่ยนเื่พูด “ก่อนหน้านี้คุณบอกว่า ฉันเป็ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตคุณ เราเคยเจอกันมาก่อนเหรอ?”
ลู่เฉิงเฟิงชะงักไปเล็กน้อย “เคยเจอ แต่ตอนนั้นเรายังเด็กมาก เธอก็น่าจะแค่แปดเก้าขวบ คงจำอะไรไม่ได้แล้ว”
แค่แปดเก้าขวบ?
จริงด้วย! ก่อนหน้านี้เขาถามว่าเริ่มกินอมยิ้มแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่ แสดงว่าตอนที่เจอเขา เธอกำลังกินอมยิ้มอยู่ ขณะเดียวกันตัวเองก็ช่วยเขาไว้ด้วย
ความทรงจำแสนยาวนานถูกปลุกขึ้น ทันใดนั้นดวงตาของซูอี้จวินก็ประกายวาบ “ฉันนึกออกแล้ว! คุณคือพี่ชายคนนั้นที่มีาแเต็มตัว เืเต็มหน้า สลบอยู่หน้าร้านค้าใช่ไหม?”