บทที่ 22 เปลวเพลิงลุกไหม้
สีหน้าของชายคนนั้นดูโเี้ เส้นเืที่หน้าผากปูดโปน ปากมีสีคำเขียวคล้ำ ราวกับเป็ปีศาจร้ายที่มาจากขุมนรก
ฉินเหยียนจินตาเป็ประกาย คว้ามือคู่ต่อสู้มาหักแขนจนชายคนนั้นส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนน่าสะพรึงกลัว
เสียงที่ดังขึ้นมาต่างจากเสียงกรีดร้องของมนุษย์ เสียงของเขาคำรามรุนแรง และขบกรามขู่อย่างไม่พอใจ ราวกับเสียงของโลหะที่กำลังตัดกระจก
ฟังดูก็รู้ว่าไม่ใช่เสียงของมนุษย์
แต่ฉินเหยียนจินสามารถเห็นที่มาของท่าทางเช่นนี้ได้
เขาเป็มนุษย์ทั่วไปคนหนึ่ง แต่ถูกพลังของความอาฆาตแปลกประหลาดเข้าครอบงำ แผ่รังสีน่าสะพรึงกลัวออกมา
พลังอาฆาตชั่วร้ายแบบนี้เป็อันตรายตุ่์อย่างมาก
ในกรณีที่ไม่รุนแรงอาจส่งผลให้คนที่ถูกครอบงำจิตใจไม่มั่นคงกระสับกระส่าย
แต่ในกรณีร้ายแรง มนุษย์คนนั้นจะเต็มไปด้วยความอาฆาตคลุ้มคลั่ง และกลายเป็ปีศาจกระหายเืไปในทันตา
ชายคนนี้ถูกพลังงานอาฆาตครอบงำจนสิ้นสติ ถ้าหากไม่ได้รับการช่วยเหลือจะต้องสร้างความเดือดร้อนร้ายแรงแน่
ที่เธอไม่ได้บอกจางซางซางก็เพราะว่าชายคนนี้ก็ถูกจัดว่าเป็เหยื่อเช่นกัน
ฉินเหยียนจินรวบรวมพลังิญญาในร่างกายของตนเองไว้ที่ฝ่ามือ ตบเข้าที่หลังของคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเองก็มีปราณอันแรงกล้าพุ่งเข้าสู่ร่างของเขา
มวลรังสีดำสนิทในร่างกายของเขาดูเหมือนจะรู้ว่าถูกคุกคามจึงพุ่งหนีออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ออกมาจากทุกทางทั้งจมูก ปาก หู ตา
ทุกส่วนของร่างกายที่เปิดออกได้ล้วนมีรังสีมืดมิดไหลทะลักออกมา
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป แต่พักหนึ่งก็ค่อย ๆ สงบลง ดวงตาที่ขุ่นมัวและแดงก่ำเปลี่ยนเป็สดใสขึ้น ความรู้สึกเศร้าหมองที่กัดกินจิตใจก็ค่อย ๆ จางหายไป
เขากะพริบตาปริบ ๆ ด้วยใบหน้าหมองคล้ำ ใช้เวลานานกว่าจะได้สติสัมปชัญญะคืนมาและเริ่มกุมหัวตัวเอง
“ที่นี่ที่ไหน? แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง?”
เสียงแหบทุ้มของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย
“คุณถูกพลังแห่งความอาฆาตครอบงำจนเกือบจะก่อหายนะร้ายแรงแล้วค่ะ”
เสียงของฉินเหยียนจินดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เขาสะดุ้งใ รีบถอยหนีโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไปมอง
“คุณเป็ใครครับ?”
“ฉันช่วยคุณเอาไว้ค่ะ”
ฉินเหยียนจินถามขึ้น “พอจะจำได้ไหมคะ ว่าคุณอยู่ที่ไหนก่อนที่จะหมดสติไป?”
ชายคนนั้นขมวดคิ้วแน่น
เขาไม่รู้ว่านักพรตหญิงสาวตรงหน้าเป็ใคร แต่คำถามนั้นก็ทำให้เขาพยายามจะนึกตาม
“ผมอยู่ที่ห้องพักในโรงแรม”
“ช่วยพาฉันไปที่นั่นทีค่ะ”
“หา ?”
ชายคนนั้นโบกมือไปมาด้วยความตื่นตระหนก “สาวน้อย คุณไม่มีที่พักคืนนี้เลยอยากให้ผมเปิดห้องในโรงแรมให้งั้นเหรอ”
“ในห้องนั้นมีของสกปรกอยู่ค่ะ”
“ของสกปรก?”
ชายคนนั้นไม่เข้าใจในตอนแรก แต่หลังจากนั้นเขาก็มองด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
“ของสกปรกที่คุณว่าคือ สิ่งชั่วร้ายอะไรแบบนั้นน่ะเหรอ?”
จริงสิ ผู้หญิงคนนี้เป็นักพรตเต๋า คงเชี่ยวชาญเื่การปราบปีศาจอะไรเทือกนั้น
เขามักจะคิดเสมอว่าบรรยากาศในห้องแสนจะหนาวเย็น และยังรู้สึกราวกับถูกจับตามองตลอดเวลาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เขาเข้าใจว่าตัวเองถูกแอบถ่ายด้วยกล้องสอดแนมหรืออะไรสักอย่าง
แต่ไม่ได้คาดหวังว่ามันกลายเป็เื่ไสยศาสตร์
คิดแบบนั้นก็ทำเอาตัวสั่น ขนอ่อนพากันลุกเกรียวไปทั้งร่าง
“อาจารย์ครับ แล้วผมต้องทำยังไงดี ถ้าของสกปรกนั่นมาหาผมอีกล่ะ ไม่ได้นะ ผมยังไม่อยากตาย!”
ชายคนนั้นส่ายหน้าไปมา น้ำเสียงของเขาสั่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความตระหนก และคิดว่าจะไม่กลับไปที่โรงแรมนั่นไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม
ฉินเหยียนจินเข้าใจความกลัวของเขา เธอจึงเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้ “คุณแค่บอกชื่อโรงแรมและเลขห้องที่ชัดเจนมาก็ได้ค่ะ”
“แค่ไม่ต้องกลับไปก็พอ ผมจะบอกคุณทุกอย่างเลย”
ฉินเหยียนจินมองแล้วก็รู้ว่าชายคนนี้ชื่อเจียงฝูเฉวียนมาจากหลินซื่อ ทำงานเป็พนักงานขายที่บริษัทแห่งหนึ่ง ครั้งนี้เขาเดินทางมาพักที่โรงแรมนี้เพื่อติดต่อธุรกิจ ใครจะไปคิดว่าจะมาเจอเื่นี้ในระหว่างการมาทำงาน
ทั้งสองมาถึงโรงแรมที่เขาพักอยู่ในไม่ช้า
เจียงฝูเฉวียนชี้ไปยังหน้าต่างห้องมืด ๆ กลางชั้นสองของโรงแรมที่มีตาข่ายกั้นอยู่
“ห้องนั้นคือห้องที่ผมเช่าอยู่ ที่มีตาข่ายที่หน้าต่าง”
ในสายตาของฉินเหยียนจิน ในห้องนั้นมีเงาตะคุ่มของใครบางคนที่ยืนอยู่ในนั้น และเงานั่นเหมือนกำลังมองลงมาทางนี้อีกด้วย
เธอหรี่ตาลงแล้วเดินเข้าไปในโรงแรม
“คุณรอที่นี่นะคะ ฉันจะเข้าไปข้างใน”
ในโรงแรมมีผู้หญิงร่างท้วมนั่งเฝ้าอยู่ ในเวลากลางดึกแบบนี้เธอจึงงีบหลับในท่ามือเท้าคางอยู่ที่เคาน์เตอร์
ฉินเหยียนจินไม่ได้ปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมา แต่ใช้ศาสตร์ลับแห่ง์ในการค้นหาเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนชั้นสองจากความทรงจำของเธอ
ปรากฏว่าสิบปีที่แล้วมีนักศึกษาสาวถูกเผาทั้งเป็ในห้องนั้น ว่ากันว่าเธอเมาแล้วเผลอจุดบุหรี่เผาผ้าปูที่นอนจนไฟลุกไหม้คลอกตัวเองทั้งเป็
ตำรวจที่มาตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็คนสรุปออกมาอย่างนั้น
แต่ฉินเหยียนจินรู้สึกว่าเื่ราวมันไม่น่าจะง่ายดายแบบนั้น
เงาดำที่เธอเห็นเป็ิญญาที่มีพลังอาฆาตแข็งแกร่ง หากไม่เข้าไปตรวจดูก็น่ากลัวว่าห้องนั้นคงจะไม่ได้พบกับความสงบสุขไปตลอด
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเดินขึ้นไปบนชั้นสอง
เมื่อมาถึงประตูห้อง ฉินเหยียนจินก็วางมือลงบนที่จับประตูแล้วดันเปิดเข้าไปอย่างเบา ๆ ห้องพักห้องนั้นตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเตียงสองตัว โต๊ะหนึ่งตัว บนโต๊ะมีแล็ปท็อปเปิดอยู่ เป็งานที่ถูกเปิดทิ้งไว้ในเครื่องนั้น
นอกจากของเ่าั้ ในห้องก็ไม่มีอะไรอีก
ราวกับว่าสิ่งที่เธอเห็นจากด้านนอกเป็เพียงภาพลวงตา
ฉินเหยียนจินรู้ว่าสิ่งนั้นยังอยู่ที่ห้องนี้ แต่คงหลบซ่อนอยู่ในมุมมืดสักมุม
เธอเหลือบมองที่โคมระย้าบนเพดาน แล้วทำทีเป็นั่งลงที่หน้าแล็ปท็อปราวกับไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้น
นักพรตสาวเริ่มเคาะปลายนิ้วเบา ๆ ลงที่พื้นโต๊ะและฮัมเพลง ‘ลาลาลาลา~’ ในลำคอ แต่บรรยากาศกลับตึงเครียดอย่างบอกไม่ถูก
ริมฝีปากสีระเรื่อเริ่มเปิดออกมาเล็กน้อย
“ถงโจวโจว อยากออกมาคุยกันไหมคะ?”
“ฉันรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่ และรู้ว่าคุณไม่ได้รับความยุติธรรม แต่ทุกความผิดมีผู้ที่ต้องชดใช้ ในเมื่อคุณทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องกลายเป็เหยื่อแบบนี้ฉันจึงยอมไม่ได้ แต่แน่นอนว่าฉันจะไม่ละเลยเื่ราวของคุณด้วยเหมือนกัน ออกมาคุยกันดีกว่า ฉันจะได้ช่วยให้คุณได้แก้แค้นอย่างถูกต้อง ดีไหมคะ?”
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน และเงาดำก็ยังไม่ปรากฏออกมา
“คุณไม่อยากให้คนร้ายได้รับผลของการกระทำอันชั่วช้าของเขาเหรอคะ?”
“อยากกลับบ้านไปหาครอบครัวไหมคะ?”
“แม่ของคุณพยายามสืบเื่ของคุณมาตลอด เธอไม่ยอมปล่อยให้เื่นี้จบไปแบบนั้น และถูกรถชนจนขาหักระหว่างตามหาหลักฐาน”
ทันใดนั้นเองเสียงหัวเราะน่าสะพรึงกลัวก็ดังก้องไปทั่วห้อง เสียงนั้นระบายความเกลียดชังและอาฆาตพยาบาทออกมาอย่างท่วมท้น
สร้างความน่าสะพรึงกลัวไปถึงจิติญญา
หลังจากนั้นก็มีออร่าทรงกลมสีดำลอยออกมาจากโคมระย้าในห้อง หมุนวนและเปลี่ยนรูปร่างคล้ายมนุษย์ ร่างที่ถูกไฟคลอกลุกไหม้จนมองไม่ออกว่าเป็ใครปรากฏขึ้นต่อหน้าฉินเหยียนจิน
นี่คือฉากโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตของถงโจวโจว ร่างกายของเธอถูกเผาไหม้เกรียมจนเป็สีดำ ิัมีแผลพุพองปะทุออกมาเผยให้เห็นภายในที่เป็กระดูกสีขาว
เป็ภาพที่น่าสะพรึงกลัวอย่างมาก
ใบหน้านั่นไม่มีลูกตา ทว่าดูเหมือนจะสามารถมองเห็นได้อยู่แม้จะมีเพียงเบ้าตาสีเข้ม โดยสิ่งนั้นหันมาจ้องฉินเหยียนจินอย่างไม่ลดละ
ฉินเหยียนจินก็จ้องมองกลับไปเช่นกัน
ว่ากันตามตรงแล้วภาพตรงหน้าชวนขนลุกขนพองมาก
แต่เนื่องจากเธอลงจากเขาครั้งนี้ก็เพื่อมาเพิ่มประสบการณ์ในการฝึกฝนพลังให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น จึงจำเป็ต้องรักษาความสุขุมเข้าไว้
แม้อาจารย์จะไม่เคยสอนเธอจับผีก็ตาม
แต่เื่นั้นก็ไม่ได้ขัดขวางเธอจากการทำภารกิจครั้งนี้
“แกเห็นฉันใช่ไหม?”
เสียงของถงโจวโจวเต็มไปด้วยความโกรธแค้น อาจเป็เพราะเธอเป็ิญญาชั่วร้าย ดังนั้นจึงฟังดูเป็เสียงที่ประหลาดมาก
ฉินเหยียนจินจัดชุดคลุมนักพรตของตัวเองให้เข้าที่แล้วเอ่ยอย่างมั่นใจ “ฉันชื่อฉินเหยียนจิน เ้าสำนักรุ่นที่ 78 ของสำนักชิงเหลียน อย่างที่คุณเห็นอยู่ตอนนี้ ฉันไม่ได้แค่มองเห็นคุณ แต่ยัง้าช่วยล้างแค้นคนที่สังหารคุณด้วย คนร้ายจะต้องได้รับโทษตามความผิดที่กระทำเอาไว้”
มีเพียงแค่การช่วยเหลือให้ถงโจวโจวไปสู่สุคติเท่านั้นที่จะทำให้การฝึกครั้งนี้สำเร็จ
แน่นอนว่าการทำร้ายถงโจวโจวจนิญญาแหลกสลายก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่มันไม่ได้รับผลดีเท่ากับการช่วยให้เธอได้ไปสู่สุคติ
นอกจากนี้ วิธีการนี้ยังทำให้ฆาตกรถูกจับ และได้รับโทษตามกฎหมายอีกด้วย
“แกเชื่อว่าฉันถูกฆ่าใช่ไหม?”
“แน่นอนค่ะ ไม่อย่างนั้นคุณก็คงจะไม่มีทางโกรธขนาดนี้”
“ไม่ แกช่วยฉันไม่ได้หรอก ครอบครัวไอ้เลวนั่นมีทั้งเงินทั้งอำนาจ แกจะไปสู้อะไรได้ แกจะสู้มันได้ยังไง”
รังสีแห่งความอาฆาตแค้นแผ่ออกมาจากรอบตัวถงโจวโจวทันที ราวกับไฟที่ลุกโหมจากการถูกเติมเชื้อเพลิง ความเกลียดชังอันล้นหลามโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
นี่คือการแสดงความโกรธที่ปะทุออกมาจากิญญาร้ายประจำห้องนี้
ฉินเหยียนจินยิ้มอย่างมั่นใจ “ไม่ ฉันทำได้ค่ะ”