เหลือเราสี่คนที่นั่งคุยกันอยู่ตรงนี้ฉัน สายธาร ยาย และแม่เฒ่าหมอผีของหมู่บ้าน ลมพัดผ่านของยามสายเย็นสบายแต่ดูเหมือนเมฆเริ่มก่อตัวดำมืดตรงูเาด้านหน้า ฝนกำลังตั้งเค้าหลังจากหยุดตกไปสองวัน
แม่เฒ่าเอ่ยปากเล่าออกมาก่อนว่าที่นี่คือหมู่บ้านลับแลหรือหมู่บ้านบังบด คนข้างนอกไม่มีใครสามารถเข้ามาได้นอกเสียจากว่าคนคนนั้นจะมีโชตชะตาที่เกี่ยวข้องกับคนในหมู่บ้านจริงๆเท่านั้น
“อย่างเช่นเ้า”แม่เฒ่าสบถออกมาพร้อมกับหันหน้ามามองฉัน
“และพวกเรารู้ว่ามีผู้คนอย่างเ้าอาศัยอยู่ด้านนอกไกลออกไป”ยายเอ่ยออกมา
“หมู่บ้านบังบดที่นี่มีด้วยกันสามหมู่บ้านหนึ่งในนั้นคือที่นี่ หมู่บ้านเราชื่อว่าหมู่บ้านวิมานทิพย์ และหมู่บ้านที่อยู่ทางด้านเหนือไปไม่ไกลจากหมู่บ้านเรานักคือหมู่บ้านวังวนและอยู่ทางตะวันตกคือหมู่บ้านสาบเสือ” แม่เฒ่ายังเล่าต่อไปเรื่อย ๆ
“แต่ละหมู่บ้านมีหลักความเชื่อแตกต่างกันออกไปหมู่บ้านเราเชื่อถือยึดหลักขนบธรรมเนียมที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัดที่สืบทอดต่อกันมาช้านาน”
“ถ้าเกิดมีคนใดไม่ทำตามละจ๊ะ”ฉันถามออกมาด้วยความสงสัย
“เพศภัยจะเกิดขึ้นกับคนในหมู่บ้านล้มตายปริศนา เกิดการเจ็บป่วยขึ้นอย่างที่ไม่น่าจะเป็ แห้งแล้ง ต้นไม้ดอกไม้ล้มตายเหี่ยวเฉา และตัวคนที่ทำผิดจะเหมือนตายทั้งเป็หรือหมดลมหายใจไปเลย”
“ซึ่งยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนะข้าแค่เล่าให้เ้าฟัง” สิ่งที่แม่เฒ่าพูดออกมานั้น เหมือนจะเตือนฉันทางอ้อมว่าอย่าได้ลองดีเป็อันขาดเมื่อต้องอยู่ที่นี่
“เมืองบังบดฉันเคยได้ยินมาบ้างแต่ก็ไม่คิดว่าจะมีอยู่จริงๆ”
“แล้วจากนี้คนพวกนั้นก็จะไม่สามารถตามฉันมาที่นี่ได้แล้วใช่ไหม”ฉันถามเพื่อความแน่ใจว่าที่นี่ปลอดภัย และคนที่นี่จะไม่ได้รับความเดือดร้อน
“ใช่การที่พวกนั้นผ่านเข้าได้คงเพราะตามเ้ามาติดๆ เ้าซึ่งอย่างที่ข้าบอกอาจมีโชคชะตาเกี่ยวพันกับที่นี่ทำให้มาประสบพบเจอแต่ดันพาพวกนั้นติดมาด้วยเหตุบังเอิญ” แม่เฒ่าอธิบายต่อไปเรื่อยๆ
“ฉันอยู่ที่นี่ได้จริงๆใช่ไหม”ฉันหันไปถามยาย พร้อมหันไปมองเขาที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
“แน่นอนเพราะยังมีอีกเื่ที่เกี่ยวพันกับตัวเ้า”แม่เฒ่าบอกกับฉันพลางจิบน้ำที่สายธารได้เตรียมไว้ให้ก่อนหน้า
“ต้องหาฤกษ์วันเวลาที่ดีเพื่อทำพิธีรับเ้าเข้ามาเป็คนของหมู่บ้านเราแม่เฒ่าจะเป็คนจัดทำพิธีให้” ยายพูดพลางเหมือนคิดคำนวนอะไรในใจ
“ฉันถามนอกเื่หน่อยได้ไหมจ๊ะ”แม่เฒ่าพยักหน้า
“ฉันสงสัยว่าเื่ชุดที่ฉันใส่สีมันแตกต่างกันเหมือนเห็นพวกยายใส่แต่สีดำ และฉันชุดที่ยายให้ฉันมีแต่สีแดงเข้มไปจนเข้มเืหมูแต่ต่างกับพวกผู้ชายที่ใส่สีไหนก็ได้”
มันจริงนี่เพราะฉันเห็นชาวบ้านที่มาแอบดูฉันก็ใส่เหมือนกับที่ฉันบอก เหมือนแยกตามอายุหรือเปล่าฉันเดาในใจ
“ออเด็กบริสุทธิ์ใส่สีขาวที่แต่งลายด้วยสีแดง หญิงที่โตเป็สาวคือที่มีระดูใส่สีแดงเข้มถึงเข้มมากลวดลายสีอะไรใส่ลงไปก็ได้ส่วนพวกผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจนแก่แบบพวกข้าใส่สีดำแต่งด้วยลายสีอะไรก็ได้เหมือนกัน”แม่เฒ่าอธิบายเป็อย่างๆไปซึ่งเข้าใจได้ทันที และคำว่าระดูคงหมายถึงประจำเดือนสินะ
ฉันพนักหน้าตอบรับตำตอบที่ได้
“แล้วข้าวของใช้ละจ๊ะฉันเห็นว่าบางอย่างไม่น่าจะทำขึ้นได้จากที่นี่แน่นอน”
“อืม จะมี่เวลาที่คนขายของมาขายที่นี่แม่เฒ่าต้องเป็คนปดม่านที่บดบังพวกผู้คนข้างนอกที่ไม่สามารถมองเห็นหมู่บ้านของเราแล้วเราก็เอาพวกผัก สัตว์ของต่างๆที่สามารถแลกได้ไปแลกกับพวกเขา”
“คนที่นำมาแลกเขาก็จะรู้ว่า่ไหนที่จะขึ้นเขานำของมาแลก คือช่างใกล้เข้าหน้าหนาว และพวกเขาก็ไม่รู้ว่าเราคือคนในเมืองบังบด เพราะคนพวกนั้นคิดว่าเราอยู่บนูเาในป่าลึก”ยายอธิบายออกมาพร้อมหันไปมองกาน้ำเก่าที่วางไว้
“งั้นฉันก็ออกไปจากที่นี่ได้สิในเมื่อม่านได้ถูกเปิด”
เื่มันช่างหน้าเหลือเชื่อเหลือเกินแต่ยังหาข้อโต้แย้งได้ว่าน่าจะเป็เื่จริง เพราะจากการแต่งกาย การพูดจาและข้าวของเครื่องใช้ที่ส่วนใหญ่มันล้าหลังไปแล้ว
“ไม่ได้ข้อห้ามคือต้องเป็คนที่เข้าร่วมพิธีเพื่อขอไปแลกเปลี่ยนข้าวของเท่านั้นหากมีคนใดคนหนึ่งไม่กลับมา เ้าจำสิ่งที่ข้าเล่าตอนแรกได้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น”แม่เฒ่าพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวเตือนฉันว่าห้ามทำโดยเด็ดขาด
“เข้าใจแล้วจ๊ะ”ฉันตอบกลับออกไปเพื่อสร้างความมั่นใจให้หญิงชราทั้งสองคนเชื่อมั่นว่าฉันไม่มีทางทำอย่างนั้นแน่นอน
“และเ้าจะออกไปได้ทางเดียวคือทางที่เ้ามาเท่านั้น”
“และไม่ใช่ว่าเ้าจะออกไปได้พรุ่งต้องรอเวลาวนมาจบแบบเดิมถึงจะออกไปได้แต่ข้าก็บอกไม่ได้ว่าวันไหนและเมื่อไหร่ แต่มันจะมาเตือนให้ข้ารู้เอง อย่างที่เ้าจะมาท้องฟ้าปั่นป่วนสีแดงฉาน ฝนตกพายุลมพัดแรงมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งนานมาแล้วเคยเกิดขึ้นมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น”
ซึ่งมันเคยเกิดขึ้นเคยมีคนผ่านมาเหมือนฉันใช่ไหม ค่อยถามยายอีกทีแล้วกันยังมีเวลา
แม่เฒ่ายังคงอธิบายต่อไปเรื่อยๆถึงข้อห้ามเล็กๆต่างๆที่ต้องปฏิบัติเมื่ออยู่ที่นี่เช่น การพูดจาของฉันซึ่งต่างจากที่นี่ก็ต้องระวัง การแต่งตัวห้ามใส่สีที่สลับกับที่บอกไว้เด็ดขาดและการต้องใกล้หรือััชายใดที่ไม่ใช่สามีของตนเองเื่นี้อีกเื่
เพราะการที่จะััชายใดนั้นต้องเป็สามีที่ได้ทำพิธีแต่งงานกันแล้วเท่านั้นแต่จะมีพิธีเลือกคู่กันไว้ก่อนมันคงเหมือนการหมั้นหมายน่าจะใช่หมั้นหมายกันไว้ก่อนเป็แน่
และการััที่ว่าไม่ใช่จับต้องอะไรกันไม่ได้เลยไม่ถึงขนาดนั้นเพียงแต่ที่ห้ามเลยคือการััปากหรือการแก้ผ้าแนบชิดกันประมาณนั้น
“แล้วฉันอยู่ที่นี่สายธารเขาจะไม่โดนว่าอะไรหรือจ๊ะ”
ฉันถามเื่นี้เพราะเขาดูเหมือนอึดอัดที่ฉันต้องมาอยู่เรือนร่วมกับเขา
“แค่เ้าปฏิบัติข้อห้ามที่ข้าได้บอกไปไม่น่ามีอะไร ส่วนสายธารมันรู้อยู่แล้ว”
แม่เฒ่าตอบบออกมาพร้อมหันหน้าไปมองเขา
ฉันพยักหน้ารับคำตอบอีกครั้งพร้อมหันไปมองเขาเช่นกันเขาก็ดูไม่ค่อยเดือดร้อนใจอะไรที่ฉันต้องอยู่ร่วมกันกับเขาเพราะสิ่งที่เขาปฏิบัติกับฉันที่ผ่านมาเหมือนกับว่าฉันเป็เพียงธาตุอากาศเท่านั้น
“สายธารเ้าจะถามอะไรอีกไหม”ยายถามออกมาเมื่อเห็นเขาแสร้งทำเป็ผู้ฟังที่ดี
“ข้าไม่มีทางเลือกใดไม่ใช่รึ”เขาตอบออกมา
พวกแม่เฒ่ากับยายตอบพร้อมกันว่า“ใช่”
สายธารไปส่งแม่เฒ่ากลับบ้านเพราะความมืดครึมของเมฆฝนที่อยู่ตรงกลางหัวของเราแล้ว
ยายไปอุ่นกับข้าวเพื่อรอเขาที่ไปส่งแม่เฒ่ากลับมาแล้วจะได้ทานข้าวเที่ยงพร้อมกัน
สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายั้แ่หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วฉันที่กำลังนั่งดูยายทอผ้าอยู่ด้านล่างของตัวบ้านและเขานั้นจัดการกับเครื่องมือที่เอาไว้ใช้ทำสวนของเขาอยู่
“ยายไปเอาเส้นด้ายพวกนี้มาจากไหนกัน”
ยายพลางยกมือชี้ขึ้นไปบนขื่อบ้านที่มีเครื่องปั่นด้ายแบบโบราณแขวนอยู่ ซึ่งฉันเคยเห็นมาก่อนแล้วตอนเรียนประวัติศาสตร์
“หนอนไหมเราปลูกเองทำเองไว้เป็ส่วนรวมของหมู่บ้านทำร่วมกันแล้วแบ่งปันกันมา”
“เอ่อพรุ่งนี้เ้าช่วยข้าซักผ้าแล้วกัน”ยายพูดขณะที่ทอผ้าไปด้วย
“แล้วซักที่ไหนยายตรงลำธารบ้านเรารึ” ฉันถามพร้อมชี้ไปตรงแคร่ที่เราใช้อาบน้ำกัน
“ซักที่ลำธารตรงใกล้ๆกับบ้านของแม่เฒ่ามีลำธารกว้างอีกสายหนึ่งอยู่ทางโน้น” ยายตอบพร้อมชี้ไปทางที่ฉันเห็นบ้านอยู่หลังหนึ่งที่ริบรี่
“เราอยู่ท้ายหมู่บ้าน” ยายตอบอีกครั้ง
“ลำธารบ้านเราก็มีทำไมต้องไปไกลด้วย”ฉันถามด้วยความสงสัย
“ยายเขาอยากจะไปพูดคุยมากกว่าซักผ้าเสียอีก”เขาตอบแทน
ยายทำหน้าค้อนใส่เขาไปทีหนึ่งพลางหัวเราะออกมา
“ข้าทำไว้ตรงนั้นแต่แกไม่ใช้” พร้อมมองไปที่ลำธารต้องแคร่ที่ใช้อาบน้ำ
ฉันเข้าใจแล้วยายจะไปเม้ากับคนในหมู่บ้านที่เขาไปรวมกันซักที่นั่นนั้นเอง
.......................................................................
สายธารนั่งซ่อมเครื่องมือทำไร่ทำสวนของเขาเพราะฝนที่ตกไม่หยุดทำให้เขาี้เีลุยฝนไปไร่นั่นเอง
ชายหนุ่มแอบมองหญิงที่นั่งมองยายเขาทอผ้านางทำอะไรไม่เป็สักอย่างเลยหรือเนี้ย คิดพลางเขาส่ายหัวออกมาเบาๆ
หญิงที่อยู่ด้านหน้าเขาตอนนี้สวมชุดสีแดงที่หมายถึงนางเป็สาวแล้วแล้วนางยังบอกกับพวกแม่เฒ่าที่ถามนางเมื่อตอนเช้าด้วยว่านางมีคนรักหรือยังซึ่งนางตอบว่าไม่มี ใช่ว่าข้าอยากรู้ข้าไม่ได้อยากรู้สักหน่อย
ใบหน้านางตอนนี้แจ่มใสขึ้นไร้ความกังวลใจจากการพูดคุยเมื่อเช้า ใบหน้าอันอ่อนเยาว์ตาดำขลับ ปากสีชมพูเรือๆของนางเข้ากันกับผมดำยาวที่ปลิวตามแรงลมพัดอ่อนๆ
การจะละสายตาจากนางมันยากเหลือเกินทำไมเขาถึงชอบมองใบหน้าของนางและมองกิริยาที่แปลกของนางซึ่งแตกต่างกับหญิงสาวในหมู่บ้านที่เรียบร้อย ขี้อายนางซึ่งท่าทางแข็งกร้าวท่าทางกวนๆ แหมการพูดจาของนางยังทำน้ำเสียงห้วน ๆ อีกด้วยและนางยังทำหน้าทำปากใส่เขาอีกเมื่อไม่พอใจ
“มันน่าสนใจตรงไหน”สายธารถามตัวเองเบาๆพร้อมกับมาง่วนกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขาอีกครั้ง
ความคิดความสงสัยกับสิ่งที่เกิดกับตัวเองของเขาเขาเองตอนนี้ยังหาคำตอบมันไม่ได้ แต่ยังมีเวาลาอีกมากเขาจะหาตำตอบว่าสิ่งนี้มันคืออะไรกันแน่
.....................................................................