กลับมาอีกครั้ง
หญิงสาวคนหนึ่งวิ่งอยู่ท่ามกลางถนนอันแสนยาวไกลด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่ตอนนี้ ได้นำหญิงสาวเข้ามาใกล้กับรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ตรงทางเข้ารีสอร์ท รถคันที่ดำของคนที่คุ้นเคย คนที่เมื่อครู่ได้ช่วยเธอไว้จากบางสิ่ง……..
หญิงสาวอีกสองคนในรถตอนนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยใครบางคนอยู่ในรถอย่างร้อนรน มือทั้งสองข้างกุมเข้าหากันอย่างแน่น หัวใทบจเต้นรัวๆแไม่เป็จังหวะ แต่แล้วก็ได้เห็นใครบางคนกำลังวิ่งมาทางรถที่พวกเธอนั่งอยู่ ใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นที่วิ่งมาอาบไปด้วยน้ำตาทั้งสองแก้ม ดวงตาของเธอออกสีแดงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เสียใจอย่างที่ไม่อาจจะอธิบายได้ เพื่อนทั้งสองคนที่รออยู่บนรถเมื่อได้เห็นหญิงสาวที่วิ่งมาก็รู้สึกดีใจมากแต่ความดีใจดังกล่าวก็ได้พลันหายไปเนื่องจากข้างๆของหญิงสาวที่วิ่งมานั้นไม่มีใครอื่นเลยนอกจากตัวของเธอเอง
นายในที่สุดก็วิ่งมาถึงรถที่จอดอยู่นายเข้าไปภายในรถและไม่ได้ถามอะไรใคร ไม่เลยที่จะพูดออกมาแม้เพียงคำเดียว ส่วนเจนและมิกกี๊ที่รออยู่บนรถก็ไม่ได้ที่จะถามนายว่าเป็อะไรบ้างเกิดอะไรขึ้น เพราะดูจากสภาพของนายแล้วทำให้ใจของคนทั้งคู่สั่นไหว เมื่อนายเข้ามาในรถเป็เวลาล่วงเลยไป 5 นาทีแล้ว มิกกี๊ก็ไม่รออะไรอีก รีบขับรถออกไปที่บ้านของนนท์ทันที ตามคำสั่งของนนท์ที่เขียนใว้ในแชท
นายที่นั่งอยู่บนรถที่กำลังเคลื่นที่ออกห่างจากรีสอร์ทไปเรื่อยๆ ผ่านต้นไม้ไปทีละตั้นทีละต้นอย่างเงียบงันเหมือนคนสติหลุดออกจากร่าง ไม่มีวี้แววของอาการใดๆบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย
“นนท์….นนท์..โนนนน”
อยู่ๆเสียงของนายก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังรถทำให้เจนกับมิกกี๊ที่นั่งอยู่ด้านหน้าถึงกับใ มิกกี๊ที่ขับรถอยู่ถึงกับเอาเท้าแตะเบรกอย่างไม่รู้ตัวด้วยความใ เจนและมิกกี๊ทั้งสองต่างหันหน้าไปมองทางนายที่อยู่หลังรถโดยพร้อมกันอย่างรวดเร็ว นายตอนนี้นั่งร้องให้อีกครั้งที่เบาะหลังรถโดยสองมือได้กอดเข่าตัวเองไว้อย่างแน่น หยดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่นั้นไหลอาบทั้งสอบแก้มและไหลลงบนเข้าอย่างเงียบงัน ทำให้เพื่อนทั้งสองไม่รู้จะทำอะไรต่อเมื่อเห็นอาการของนาย แต่มิกกี๊ในที่สุดก็ตัดสินใจทำตามที่นนท์เคยบอกไว้ ไม่ว่าผลจะเป็ยังไงอย่างน้อยนั้นคอสิ่งสุดท้ายที่นนท์ขอร้อง
……………………………………………………………………………………………………………………………
ณ กรุงเทพมหาณคร(บ้านของนนท์)
ตอนนี้สามสาวได้มาถึงบ้านของนนท์เป็ที่เรียบร้อยแล้ว และได้ทราบเื่ราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์ของนนท์รวมถึงรูปภายที่นนท์ได้วางไว้บนโต๊ะอย่างเป็ระเบียบสำหรับเจนและมิกกี๊ที่พอจะทราบอะไรมาแล้วบ้างก็ยังถึงกับตกตลึกและมีความกลัวแสดงออกมาทางสายตาอย่างเห็นได้ชัด
“นี้พวกเราไม่อยู่ที่นั้นเป็อาทิตย์ ทำอะไรกับ…… แล้วเราทานอะไรหละในระหว่างอยู่ที่นั้น ทั้งงานเลี้ยง งานปาตี๋ ที่ฉันสนุก ทั้งหมดคือเป็ฉันที่เต้นอยู่กับ……..” มิกกี๊พูดออกมาเสียงดังด้วยใบหน้าที่กลัวสุดขีด และไม่อย่ากจะเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อเพราะภาพที่นนท์ได้ถ่ายไว้ทั้งหมดนั้นเป็หลักฐานอย่างดี
สำหรับนายตอนนี้สภาพไม่ได้แตกต่างไปจากตอนที่อยู่บนรถมากนัก เพียงแค่ตอนนี้ไม่ได้ร้องให้ก็เท่านั้นส่วนใบหน้าก็ยังคงแสดงความเสียใจอยากที่จะบอกต่อใคร นายนั่งอยู่ตรงโต๊ะที่นนท์เคยนั่งประจำตอนเพื่อนๆมาเที่ยวที่บ้านบนโต๊ะนั้นตอนนี้มีของสิ่งหนึ่งวางอยู่ นอกจากของสิ่งนั้นบนโต๊ะก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีกเลย
ของบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะ เป็ของเล็กๆ สองวง ถูกวางอยู่บนกล่องผ้าสีเทา ที่เปิดฝาออก ของที่วางอยู่นั้นมีสองชิ้นที่ดูคล้ายกันอย่างมากเพียงแต่อีกอันที่มีขนาดใหญ่กว่ากันเล็กน้องเานั้น และแน่นอนมันคือแหวน แหวนแต่งงานที่นนท์ได้ซื้อไว้นานแล้วแต่ไม่มีโอกาสมอบให้นายหรือแม้กระทั่งบอกความในใจต่อนายเลย ด้านในของแหวนถูกสลักด้วยตัวอักษรสามตัว ++ N&N++
แน่นอนตัวนายเองก็รู้ว่าคำย่อนี้คืออะไร แม่กระทั้งมิกกี็และเจนถ้าได้เห็นก็ต้องรู้แน่นอนว่าหมายถึงอะไร สำหรับนายแล้วเมื่อได้เห็นของสิ่งนั้นก็รีบกับขึ้นมาสวมไว้ที่นิ้วนางทันที พร้อมกับแววตาที่ว่างเปล่า ถึงแม่อยากจะร้องให้เพราะความคิดถึงและเสียใจแต่น้ำตาก็ไม่ไหลออกมาอีกแล้ว
ตอนนี้มิกกี๊และเจนยังคงอ่านข้อมูลและเองสารต่างๆที่นนท์ได้ทิ้งไว้ให้จนที่สุดเหลือกระดาษอีกหนึ่งแผ่น และแผ่นนี้เป็แผ่นสุดท้ายแล้ว เนื่อหาในนั้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับคนอื่นที่เคยไปที่นั้นรวมถึงเคยมีคนรอดกลับมาด้วยเหมือนกับพวกเธอ
“หากที่ที่มีวิญญารอยู่วนเวียนนั้นถูกทิ้งร้างมานานไม่มีใครไปยุ่งเกี่ยว ทว่าเมื่อเกิดมีคนไปยุ่งเกี่ยวแล้วอย่างน้อยจะต้องมีหนึ่งคนที่ต้องตายลง ทว่ายังคงมีวิธีแก้ แต่ต้องทำภายใน 5 วันหลังจากคนคนนั้นถูกกักตัวไว้ วิธีก็ไม่มีอะไรมากเพียง ทำการสวดส่งดวงิญญาพวกเขาเ่าั้ แต่การสวดส่งดวงิญญานั้งอย่างน้องต้องมีหนึ่งคนที่มีความสัมพันธ์กับหนึ่งในดวงิญญาเ่าั้ด้วย” มิกกี๊อ่านประโยคดังกล่าวออกมาแบบทุกครั้งที่อ่านข้อมูลก่อนหน้าแต่ทว่าครั้งนี้ ทุกคนกลับตั้งใจฟังมันโดยไม่รู้ตัว
“มีวิธีช่วยนนท์…...อย่างน้อยก็มีวิธี” นายพูดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ด้วยความดีอกดีใจ
แต่ความดีใจนั้นกลับต้องหายลับไปทันทีที่เจนได้พูดอีกประโยคขึ้น
“แล้วเราจะหาคนที่มีความสัมพันธ์กับหนึ่งในิญญาพวกนั้นจากไหนหละ”
ทั้งนายและมิกกี๊เมื่อได้ฟังก็นั่งเงียบ อาการเหมือนกับคนกำลังนั่งขบคิดอะไรบางอย่างแต่ทว่ากลับไม่ใช่แบบนั้น เมื่อมองดูดีๆ จะเห็นถึงอาหารสิ้นหวัง และเศร้าสร้อยออกมาให้เห็น
สำหรับนายแล้วตอนนี้ถึงจะคิดอะไรไม่ออกเลยก็ตามแต่อย่างน้อย ตัวนายตอนนี้ก็รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมมากเพราะอย่างน้อยที่สุดก็ยังไม่หมดหนทางที่จะช่วยนนท์ นายตอนนี้ไม่ได้ยอมแพ้กลับกันนายตอนนี้กำลังรวบรวมสมาธิ และนึกถึงทุกเื่ราวที่เกิดขึ้นถึงแม่ว่าจะไม่อยากนึกถึงมันเลยก็ตาม ทุกคำพูด ทุกการกระทำ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างช้าๆ จากตอนเย็นไปจนดึก จากดึกไปเที่ยงคืน จนในที่สุดวันใหม่ก็มาถึง เจนและมิกกี๊ตอนนี้ได้นอนหลับอยู่บนเตียงของนนท์ที่ใช้นอนอยู่ประจำ
ในเช้าวันนี้เป็เช้าของวันปกติทั่วๆไป หญิงสาวสองคนนอนหลับอยู่บนเตียโดยที่ผู้ญิงอีกคนกำลังนั่งคิดอะไรอยู่ตรงที่เดิมตรงโต๊ะเมื่อวานที่เธอเคยนั่งอยู่ ถภึงแม่เวลาจะล่วงผ่านไปยาวยนาน ผ่านค่ำคืนไปแล้วหญิงสาวก็ยังคงมีสติอยู่ไม่ได้นอนหลับไปแต่อย่างใดเธอพยายามทบทวนทุกเื่ราว ทุกคำพูดที่เธอได้ฟังเพราะหวังว่าอย่างน้อยจะมีสักคนหนึ่งที่สามารถช่วยเธออได้
แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาภายในห้องนอนของนนท์ยามเช้า แสงอาทิตย์อันสดใส บรรยากาศอันอบอุ่นได้เข้ามาแทนที่อากาศอันหนาวเน็บแล้ว เมื่อแสงอาทิตย์ลอดผ่านเข้ามาในห้องนั้นเอง นายที่นั่งอยู่ก็นึกถึงเื่บางอย่างที่ครั้งก่อน เวียร์เคยเล่าให้ฟังเมื่อตอนที่ทั้งคู่ได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน
“เวียร์ทำไมคุณถึงชอบมาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่นี้ทุกวันหละ หรือเพราะที่นี้เป็ที่ที่นารินทร์เคย….”
นี้คือประโยคที่นายเคยถามเวียร์ครั้งก่อนตอนที่ทั้งคู่ได้มาดูพระอาทิตย์ด้วยกันที่จุดชมวิวร์
ตอนนี้นายนึกถึงประโยคนั้นที่เวียร์ได้พูดขึ้นมาอย่างชัดเจน และเพราะประโยคนี้ทำให้ใลหน้าของนายมีความหวังขึ้นทันที่จากการคิดเื่ราวต่างๆมาทั้งคืน
“ผมมารอคนคนหนึ่งหนะเธอเป็คนที่ผมเคยรักมากที่สุดเมื่อครั้งก่อน แน่นอนว่าไม่ใช่นารินทร์แต่เธอคนนี้ ผมพึ่งเจอเธอได้ไม่นานเราทั้งสองคนรักกันมากทว่า ครั้งนั้น ตอนผมไปต่างประเทศเราได้ให้สัญญากันไว้ว่าผมจะกลับมาเจอเธออีกครั้งในเดือนธันวานี้แต่ทวาน่าเศร้าเธอได้จากผมไปเสียแล้ว”
นายตอนนั้นดูแล้วเหมือนจะเศร้ากับคำพูดนั้นของเวียร์และได้ถามต่อไปว่าใครกันคือคนที่เวียร์รอและให้สัญญาครั้งนั้น
“แล้วเวียร์รอและสัญญากับใครไว้หละ”
เวียร์ตอบกลับนายทันทีโดยไม่ได้ปิดบังอะไรแม้แต่น้อง “ผู้หญิงที่เพีรียบพร้อมทุกอย่าง เธอชื่อ พลอย วรวงค์”
ตอนนั้นนายรู้สึกงง งง เพราะชื่อที่เวียร์ได้พูดมานั้นเป็ชื่อพี่สาวของนายและ พี่สาวของนายตอนนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่ หรือแค่คนชื่อนามสกุลคล้ายกันเฉยๆ และนั้นตอนนั้นนายก็ไม่ได้คิดอะไรและปล่อยผ่านไป
แต่ตอนนี้ต่างออกไปนายเริ่มแน่ใจแล้วว่าทำไมเวียร์ถึงชอบนาย อาจจะเหมือนที่นายเคยพูดไปครั้งนั้นตอนออกมาจากรีสอร์ทว่า นายและพี่สาวของนายหน้าตาคล้ายกันเวียร์รักพี่สาวของนายแต่ไม่ได้รักนายเพียงแค่หน้าตาคล้ายกันแค่นั้น นายตอนนี้ไม่รอช้ารีบจับโทรศัพท์โปรไปหาพี่สาวเธอทันทีและสอบถามเื่ราวเกี่ยวกับเวียร์และเล่าเื่ราวที่ตัวเองเจอมาให้พี่สาวฟังทั้งหมด พร้อมทั้งปรึกษากันว่าจะไปสวดส่งิญญาในวันพรุ่งนี้ทันที
นายตอนนี้รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกรีบปลุกสองสาวที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงให้ทราบถึงเื่ที่นายจะให้พี่สาวไปทำพิธีด้วยกับเพื่อนทั้งสองโดยทั้นที ทั้งๆที่เพื่อนของเธอทั้งสองตอนนี้ทำหน้างังเงียเพราะพึ่งจะถูกปลุกให้ตื่นอยู่นั่นเอง
………………………………………………………………………………………………………………………………
ณ รีสอร์ทเวียร์นารินทร์ของวันถัดไป
ตอนนี้สถานที่ที่ไม่เคยมีใครย่ามกลายเข้ามากลับมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งอยู่ที่นี่แน่นอนป็นกลุ่มของ นายเพื่อนสาวและคนสำคัญที่สุดคือพี่สาวของนายเอง ได้นมัสการพระสงค์มาสวดส่งวัญญาณให้แก่ดวงิญญาที่เคยอยู่ที่นี้ให้ไปสู่สุคติ เวลาในการทำพิธีได้ล่วงเลยไปเรื่อยๆจนในที่สุด ขั้นตอนทุกอย่างก็เสร็จสิ้น ทว่าตอนนี้กลับไม่เห็นนนท์อยู่ที่นี้เลย ทั่วทั้งบริเวณ นายและเพื่อนพยายามหาตัวนนท์อย่างหนัก วิ่งหากันจนทั่วไม่ว่าจะที่โรงแรมร้าง โรงอาหารที่ผุพัง หรือแม้กระทั่งบริเวณรอบชายหาด ก็ยังไม่พบแม่แต่ร่องรอยของนนท์เลยแม้แต่นิดเดียว
สำหรับคณะสงค์ก็ได้เดินทางกลับแล้วแต่นายพี่สาวและเพื่อนๆยังคงอยู่ที่เดิม ออกค้นหานนท์อย่างจริงจังจนเวลานี้พระอาทิตย์ใกล้จะตกแล้ว ก็ยังไม่เจอ สุดท้ายทุกคนก็พากันกลับโดยที่มีพี่สาวของนายพลอย รวมกับ เจนและมิกกี๊ได้ฉุดลากนายให้กลับเพราะถ้าอยู่ไปมันก็จะมืดแล้วอีกอย่างเราก็หามาทั้งวันแต่ก็ยังไม่เจอแม้แต่ร่องรอยใดๆ ทุกคนมีความคิดเป็ความคิดเดียวกันแล้วว่า นนท์ได้ตายไปแล้ว ณ ตอนนี้ ทว่าแต่นายกลับไม่ยอมเชื่อจนสุดท้ายต้องพยายามลากนายให้กลับกรุงเทพ โดยที่ใบหน้าของหญิงสาวไหลอาบด้วยน้ำตาอีกครั้ง
……………………………………………………………………………………………………………………………
1 เดือนผ่านไป
ที่นิ้วนางของนายตอนนี้มีแหวนวงหนึ่งสวมอยู่ ++N&N++ ตัวอักษรที่สลักอยู่ในแหวนนั้นยังคงไม่เคยเลือนหายไปไหน หญิงสาวแหวนวงนั้นที่สวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของตัวเองขึ้นมาดูพร้อมทั้งพูดเบาๆกับแหวน
“แม้เธอจะไม่อยู่แล้วแต่ฉันจะรักเธอเพียงคนเดียวจากนี้ตลอดไป”
นำเสียงแห่งความแน่วแน่มุ่งมั่นได้ออกมาจากตัวของหญิงสาวอย่างมั่นคง ต่างกับใบหน้าที่แสดงออกถึงความคิดคำนึงหาอย่างสุดที่จะเอิ่ยอธิบายได้
“ติ๊ง……..”
เสียงข้อความแชทในกลุ่มไลน์ดังขึ้นอีกครั้งตอนที่กลับไปบ้านแล้วทิ้งโทรศัพไว้ก่อนไปอาบน้ำ
นนท์ : ฉันจะรักเธอตลอดไป อีกไม่นานเราจะได้เจอกัน
จบแล้ว………………...