เหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น

    ตอนที่ 3 ทำลายตลาดหุ้น!


    “ทำลายตลาดหุ้น?” ผมตกใจพูดเสียงสั่น “ใช่ ทำลายตลาดหุ้น” คุณวรเดชบอก“มัน…ผิดกฎหมายไหมครับ?” ผมรีบถาม คนมันกลัวคุกนี่หว่า“เธอก็อย่าทำให้มันผิดสิ” คุณวรเดชบอก“ทุกครั้งที่มีวิกฤติการเงิน เช่นต้มยำกุ้งปี 40 วิกฤติซับไพร์มของอเมริกาปี 50 พนักงานโดนปลด บริษัทต่างๆ ทยอยเจ๊งเธอรู้ไหมตอนนั้นเป็นยังไง?”
    ปี 2540 วิกฤติต้มยำกุ้ง ดัชนีหุ้นไทยลงจาก 1789 เหลือเพียง 204 จุด ซึ่งใช้เวลาลงประมาณ 4 ปี ไม่ใช่หุ้นลงทุกวันปี 2551 วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในอเมริกา ดัชนีหุ้นไทยลงจาก 800 กว่าจุด เหลือเพียง 380 จุด ใช้เวลาลงเกือบหนึ่งปี
    แต่หลังจากผ่านวิกฤติไปได้ หุ้นไทยก็ขึ้นไปเป็นหลักพันจุดเหมือนเดิม และเคยไปทำจุดสูงสุดที่ 3000 กว่าจุดเมื่อต้นปีนี้“เธอเห็นไหมเมื่อเกิดวิกฤติ หุ้นจะลงมาราคาถูก แต่เมื่อผ่านพ้นไปได้หุ้นก็จะกลับขึ้นไป มันเป็นวัฎจักร” คุณวรเดชบอก“แล้วเกี่ยวอะไรกับทำลายตลาดหุ้นครับ?” ผมงงคุณวรเดชอธิบายต่อ “ฉันจะคุยกับผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งในประเทศนี้ให้ปล่อยข่าวลือทุบตลาดหุ้นลงมาให้มากที่สุด ถึงตอนนั้นเราจะมีหุ้นถูกๆ ให้ซื้อกันไม่หวาดไม่ไหว ส่วนเธอมีหน้าที่รอฟังคำสั่งฉัน ปล่อยข่าวที่ฉันจะให้ แน่นอนฉันไม่ให้เธอทำเปล่า ฉันมีค่าตอบแทนให้มากกว่าเงินเดือน แค่นี้ทำได้ไหม?”ผมรีบพยักหน้าเลย แต่ผมก็อดถามคำถามหนึ่งไม่ได้“ทำไมคุณวรเดชถึงให้ผมทำหน้าที่สำคัญแบบนี้ล่ะครับ?”“เพราะความกล้า..เธอกล้าของานฉันต่อหน้าคนนับร้อย ซึ่งถือเป็นการกดดันให้ฉันตอบรับเธอไปในตัว คนไทยมักขี้อายไม่กล้าทำกัน ฉันชอบคนแบบนี้” คุณวรเดชยิ้ม ส่วนผมก้มหน้านิดหนึ่ง แหม ถูกจับแผนได้ซะละจากนั้นคุณวรเดชกดปุ่มที่โทรศัพท์ตั้งโต๊ะ“หลิน เธอมานี่”ไม่นานได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น ผู้หญิงผมยาวสวมชุดกระโปรงแดงหน้าขาวหมวยสวยเอ็กซ์ก็เดินมา เธอยิ้มทีตาแทบหาย แต่ก็ให้ความน่ารักอย่างบอกไม่ถูก“หลินจะเป็นคนดูแลเธอเรื่องปล่อยข่าวต่างๆ” ผมยกมือหวัดดีพี่หลิน ส่วนพี่หลินก็ยกมือรับไหว้ผม “พี่ชื่อหลินนะคะ น้องพล็อตใช่ไหมคะ?” “ครับ”พี่หลินพาผมไปที่โต๊ะทำงานซึ่งมีคอมพิวเตอร์อยู่สองจอ จอหนึ่งไว้ดูภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทอง อะไรก็แล้วแต่ ส่วนอีกเครื่องมีโปรแกรมสำหรับพิมพ์ข่าวไว้เพื่อปล่อย พิ่หลินเธอน่ารักมากเลย เธอสอนผมอย่างนิ่มนวลพูดจาคะขาทุกวัน ทรวดทรงเธอก็ใหญ่ไม่เหมือนอาหมวยทั่วไปเหมือนฝรั่งมากกว่า มันน่ามองยิ่งกว่าตลาดหุ้นอีกสติมา สตังเกิด ผมท่อง นี่เวลาทำงานหาเงินนะ
    ผมคุยกับพี่หลินสักพักก็เลยรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงอายุราวยี่สิบห้าเท่านั้นเอง แต่พ่อเธอทำงานอยู่ที่ตลาดหุ้นฮ่องกง ไม่แน่คุณวรเดชอาจรับพี่หลินเข้ามาทำงานเพราะเรื่องเส้นสายในตลาดหุ้นก็ได้“ไปกินข้าวกัน” พี่หลินบอกเมื่อเวลาพักเที่ยงมาถึงพี่หลินพาผมไปกินอาหาร มื้อเที่ยง เธอสั่งบะหมี่เกี้ยวอาหารคนจีนขนานแท้มาทาน ส่วนผมก็สั่งข้าวกะเพาหมูกรอบไข่ดาวอาหารคนไทยทั่วไปเช่นกัน“น้องพล็อตเก่งนะ เรียนงานได้เร็วมากเลย” พี่หลินชม“ขอบคุณครับ” ผมยิ้มตอบ“หล่อแบบนี้มีแฟนหรือยังคะเนี่ย?” พี่หลินถาม“..เอ่อ..ยังเลยครับ” ผมรีบตอบ“ไม่น่าเชื่อเนอะ สงสัยคงเลือกน่าดู” พี่หลินหัวเราะผมรีบบอก “ไม่นะพี่ ไม่เห็นมีเลย ผู้หญิงชอบคนมีเงิน บ้านผมไม่ได้มีอะไรขนาดนั้น”“ใช่ค่ะ ผู้หญิงอาจชอบมีเงินเพราะทำให้รู้สึกเธอพึ่งพาได้ แต่จริงๆ ผู้หญิงชอบผู้ชายที่ใส่ใจเธอมากกว่า ทำให้เธออยู่ด้วยรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย” พี่หลินส่งยิ้มหวานส่งมาให้ มันทำให้ผมรู้สึกใจเต้นตึกตัก นี่เธอกำลังจะเปิดทางยั่วผมเปล่าวะเนี่ย?
    พอเวลาบ่ายมาถึงผมก็เข้าไปทำงานเหมือนเดิม ผมเริ่มใช้ไอดีปลอมในเฟสบุ๊คและในอีกหลายๆ โปรแกรมในโซเชียลมีเดียปล่อยข่าวเกี่ยวกับธนาคารรักเมืองไทยมีหนี้เสียซ่อนอยู่ถึง 30 เปอเซนต์ มูลค่าหนี้มีมากถึงสามแสนล้านซึ่งมันคือมหาหายนะของธนาคาร พี่หลินช่วยดูแลการปล่อยข่าวของผมไม่ว่าจะเป็นการใช้คำให้รัดกุมถูกต้อง การใช้สำนวนภาษาให้น่าเชื่อถือราคาหุ้นธนาคารรักเมืองไทย ปัจจุบัน 130 บาท ต่อหุ้นหลังปล่อยข่าวห้านาที ราคาหุ้นลดลงเหลือ 125 บาท !หลังปล่อยข่าวสิบห้านาที ราคาหุ้นลดลงเหลือ 120 บาท !!ราคาหุ้นธนาคารรักเมืองไทยลดลงไม่หยุด ช่องทีวีในออฟฟิตผมรายงานแต่ข่าวนี้ ไม่นานประชาชนก็แห่กันไปถอนเงินเพราะความกลัวความกลัวทำให้คนเทขายหุ้นอย่างไร้สติ ทำให้คนแห่ถอนเงินซึ่งยิ่งเป็นการทำร้ายธนาคารให้เจ๊งเร็วขึ้นไปอีกนี่สินะการใช้ประโยชน์จากความกลัวผมไม่รู้ว่าคุณวรเดชได้กำไรจากการเล่นตกของหุ้นธนาคารรักเมืองไทยเท่าไร แต่ตอนนี้หุ้นธนาคารรักเมืองไทยลงไปเหลือ 104 บาทแล้ว ตกไป 26 บาท คิดเป็น 20 เปอเซนต์ตามกฎตลาดหุ้นไทยถ้าราคาลดลงไป 30 เปอเซนต์ หุ้นในวันนั้นจะตกไม่ได้อีก ถ้าจะตกก็ต้องไปตกวันต่อไป
    ไม่นานข่าวทางทีวีก็ออก ผู้บริหารธนาคารรักเมืองไทยรีบออกมาประกาศว่าที่ธนาคารมีหนี้เสียสามแสนล้านนั้นไม่เป็นเรื่องจริง และจะหาต้นตอคนปล่อยข่าวลือมาดำเนินคดีให้ได้ ขอให้ประชาชนอย่าแห่ถอนเงินผมใจหายวาบเลย ที่ผมทำมันผิดกฎหมาย!! ผมสีหน้าเคร่งเครียด แต่พี่หลินลุกออกจากโต๊ะทำงานของแกมาบอกว่า“คนที่ให้ข่าวเรื่องหนี้เสียในธนาคารก็คนในทั้งนั้นแหละค่ะ อย่ากังวลนะ พวกเขาไม่มีทางสืบรู้ต้นตอแน่ เพราะคอมพิวเตอร์บริษัทเราใช้ IP จากต่างประเทศในการทำงาน ชาตินี้ไม่มีวันสืบถึงตัวเราแน่”พี่หลินจับไหล่ผมให้ความอบอุ่น แต่ผมก็ยังกลัวอยู่ดี
    เวลาเลิกงานมาถึง ผมไม่รู้คุณวรเดชได้กำไรเท่าไรจากราคาหุ้นตกวันนี้ ผมรู้แต่ว่าเงินผมยังไม่ได้สักบาท แต่ก็จะเสี่ยงติดคุกติดตารางซะแล้วผมเดินออกจากออฟฟิตไปอย่างเซ็งๆ “พล็อต พล็อต” เสียงผู้หญิงเรียก“ครับพี่หลิน” ผมรับคำ“พี่ขับรถไปส่ง กลับกับพี่ไหม?” พี่หลินบอกผมรีบรับคำเดินตามพี่หลินไปที่ลานจอดรถของตึกเอ็มพาวเวอร์ ผมเห็นรถพี่หลินก็ตกใจเลย มันคือลัมโบกินี่สีแดงสด โห แม่งอย่างสวยเลย ราคาน่าจะ 20 ล้านได้แต่ไม่ว่ารถจะสวยหรือเร็วแค่ไหน รถในกรุงเทพก็ยังติดฉิบหายวายวอดเหมือนเดิม ผมกับพี่หลินอยู่ในรถด้วยกัน พี่หลินเปิดเพลงเบาๆ ให้ฟังสบายๆ ให้คลายเครียดจากงาน“อยากมีรถแบบนี้ไหม?” พี่หลินถาม“อยากสิพี่”“ตั้งใจทำงานนะ ไม่เกินปีเราก็จะมีรถขับแล้วล่ะ อีกสักสองสามปีเราก็ออกลัมโบกินี่ได้สบาย หรือพล็อตชอบรถแบบไหนล่ะ?” พี่หลินยิ้มให้“ผมชอบ BMW สองประตู ผมดูในเนตหกล้านกว่าบาท” “ไม่ยากนะ งานอาจเครียดหน่อย แต่ผลตอบแทนคุ้มค่าแน่นอน เธอจะได้ยิ่งกว่าเงินหรือรถอีก” พี่หลินยิ้มผมมองตาพี่หลินเหมือนเธอจะสื่ออะไร กลิ่นน้ำหอมราวดอกกุหลาบที่ฉีดลงตัวเธอส่งกลิ่นมา ทำให้ผมใจเต้นและหน้าแดง…


    จบตอนที่ 3พล็อตเราโดนฮอโมนเพศหญิงดึงดูดซะแล้ว เหตุการณ์จะเป็นไงต่อ โปรดติดตาม !!