บทที่ 21
ก่อเกิดมิตรภาพใหม่
ขาซ้ายปรากฏออร่าสีขาวห่อหุ้มหนากว่าส่วนอื่นของร่างกายยุวาจารย์ทะยานเตะก้านคอครุยุทธ์อาคมที่กึ่งนั่งกึ่งนอนในระยะคอที่ตรงกับการเงื้อง่ารับกับหน้าแข้งของเด็กน้อยอย่างพอเหมาะ!!
ออร่าขาวปะทะร่างใหญ่จนเกิดการะเิเล็กๆ...ร่างใหญ่ไถลไปกับพื้น แหกปากร้องด้วยความเ็ปลั่นระงม...
“บ้าไปแล้ว...นี่มัน...มันพลังเกินเด็กชัดๆ เขาอายุพอๆ กับข้าทำไมถึงมีแรงสู้กับขั้นครุยุทธ์ได้ถึงขนาดนี้นะ?”
เธียรธวัชถึงกับอุทานมองหน้าลูกน้องทั้งสามคนแม้เขาจะเป็นักฌานยุทธ์รุ่นเยาว์ที่มีพลังมากที่สุดของเมืองนี้ ก็ยังไม่เคยเห็นการต่อสู้ข้ามขั้นขนาดนี้มาก่อน
‘ข้าฝึกพลังฌานยุทธ์ในเมืองโอกาสที่ขั้นลหุยุทธ์จะเอาชนะครุยุทธ์แทบจะมองไม่เห็น แต่เด็กคนนี้ ...เขายังไม่น่าจะถึงขั้นลหุยุทธ์ด้วยซ้ำ!แต่ทำไมถึงสามารถปล่อยพลังออกมาได้ถึงขนาดนี้ พลังฌานของเขาแก่กล้ายิ่งนัก’
ปราณค่อยๆสืบเท้าเข้าไปหาร่างั์ที่นอนหอบหายใจ บริเวณคอปรากฏรอยเืคั่งสีแดงชัดขนาดเท่าหน้าแข้งเต็มลำคอ
“ข้าไม่รู้ว่าเ้าเป็ใคร แต่การที่เ้าทำแบบนี้วงการนักฌานยุทธ์ย่อมแปดเปื้อนอย่างแน่นอน มีใครสามารถจะจับและเอาผิดเ้าได้บ้าง?ตอนนี้เขาคงแสดงความถ่อยเถื่อนกับใครไม่ได้ไปอีกนาน”
เสียงดังๆของเด็กน้อยที่เปล่งออกมาทำให้ผู้คนรอบข้างพากันขนลุกโดยไม่ทราบสาเหตุเด็กน้อยะโถามแล้วหันมองรอบๆ ตัว
“ข้าขอยืนยันกับทุกท่านในที่นี้ว่า...นักฌานยุทธ์ก็คือคนธรรมดาทั่วไปมีทั้งดีและชั่ว พวกท่านจะเหมาว่านักฌานยุทธ์ทุกคนเป็คนชั่วทั้งหมดไม่ได้”
ในขณะที่ปราณพูดออร่าก็ยังคงเปล่งประกายวูบวาบตลอดเวลา ผู้คนที่ได้ยิน เมื่อดูท่าแล้วก็ค่อยๆโผล่ออกมาจากที่กำบัง ส่วนครุยุทธ์อาคม นอนหอบหายใจไม่มีแรงลุกขึ้นมาอวดเก่งปากดีอีกต่อไป
“เ้า...เ้าทำได้ยังไง?”
แสงขยับร่างที่าเ็เล็กน้อยเข้ามาโอบบ่าเด็กน้อยผู้ที่เขาปกป้องแต่กลับเป็ว่าเด็กน้อยผู้นี้ กลับปกป้องคู่แฝดเสียเอง
“นั่นสิปราณ...!!! เ้าทำได้อย่างไรกัน? พลังของเ้าวันที่ประมือกับข้าสองคนผ่านมาแค่เพียงสามสัปดาห์รุดหน้าถึงเพียงนี้ เ้า...อัจฉริยะจริงๆ”
ขรรค์ประคองร่างของตัวเองเดินเข้ามาหาปราณ ด้วยใบหน้าชื่นชม
“เออ...ข้า ข้าก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้า ตอนนั้นข้านึกเพียงอย่างเดียวทุกคนต้องรอดตาย จากนั้นทุกอย่างก็เป็อัตโนมัติ โดยที่ข้าก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน!”
ออร่าค่อยๆจางหาย ปราณหลับตาหายใจเข้า รวบรวมพลังฌานยุทธ์ให้คืนกลับเข้าสู่ร่างกายแล้วหายใจออกลืมตาขึ้น
“ยอดเยี่ยมมากเลยน้องชาย...ข้าชื่อลักษณ์ ส่วนคนนี้นายน้อยของพวกเราคุณหนูเธียรธวัช มัจฉาชาติ ทายาทเ้าของกิจการปลาและเ้าของตลาดแห่งนี้”
ลักษณ์เดินกะโผลกะเผลกเข้ามาหาปราณพร้อมกับเบี่ยงตัวผายมือให้รู้จักกับคุณหนูแห่งสกุลมัจฉาชาติ
“ขอบคุณเ้ามากๆ ที่ช่วยข้าและทุกๆ คน ข้าไม่รู้จะตอบแทนเ้ายังไงดี!เออ...เ้าชื่ออะไร?”
“ข้าชื่อปราณ โอฬารปฐี มาจากเมืองเชียงคลองส่วนคู่แฝดคือท่านพี่แสงและท่านพี่ขรรค์ โสมศัตรา ครุยุทธ์คู่มีดวงเดือนสหายสนิทของข้า”
เธียรธวัชยิ้มโค้งศีรษะเล็กน้อยให้กับพี่ใหญ่ทั้งสอง คู่แฝดก็คำนับตอบเช่นกัน
“พี่ลักษณ์ ตอนนี้มันคงจะต่อสู้กับใครไม่ไหวแล้ว...ท่านกับพี่ทั้งสองนำตัวไปให้ท่านเ้าเมืองตัดสินโทษดีกว่า”
ลักษณ์และสมุนทั้งสองรับคำนายน้อยแล้วรีบแบกร่างของครุยุทธ์อาคมไปทันที
“เห็นพวกเ้าเพิ่งออกมาจากร้าน ถ้าอย่างนั้น ถือเป็การขอบคุณให้ข้าเลี้ยงอาหารพวกเ้าเป็การตอบแทนแล้วกัน”
เธียรธวัชเดินนำเข้าร้านราชครูปลาหม้อไฟ ที่ด้านหน้าร้านมีข้าวของล้มระเนระนาดพนักงานกำลังเก็บกวาด เมื่อเห็นปราณและทั้งหมดเดินเข้ามาที่ร้านก็กล่าวชมเชยและปรบมือกันสนั่นจนลามไปทั้งตลาด
“ขอบคุณ...ขอบคุณท่านมากๆ นะ ในฐานะที่ท่านได้ช่วยเหลือตลาดของพวกเราไว้ถือซะว่ามื้อนี้เป็การเลี้ยงตอบแทนพวกท่านข้าไม่คิดเงิน...ขอให้ท่านทานกันให้อิ่มก็แล้วกัน...ข้าจะดีใจมาก”
ชายสวมผ้ากันเปื้อนขาวยิ้มอย่างดีใจพร้อมกับสั่งเสียงดังเข้าไปในครัวให้ปรุงอาหารที่ขึ้นชื่อของร้านออกมาอย่างสุดฝีมือ เพื่อเป็การขอบคุณ
“เต็มที่เลยนะทุกท่าน มื้อนี้ไม่ต้องเกรงใจ อ้อ!คุณหนูก็ด้วยนะครับ ถือว่าเป็การเลี้ยงฉลองที่คุณหนูได้ไปเรียนที่โรงเรียนฌานยุทธ์ด้วยเลย”
“เ้าก็ได้เรียนที่มหรรณพาลัยหรือ?”
“ใช่แล้ว...ข้าพลังฌานยุทธ์ระดับ 9 เลยได้ไปเรียน...แล้วเ้าล่ะปราณ?”
ปราณอ้ำอึ้งมองหน้าแฝดครุยุทธ์เหมือนไม่อยากบอกความจริง
“เอาเถอะน่าปราณ...ไหนๆก็ต้องไปเรียนที่เดียวกันอยู่แล้ว ยังไงทุกคนก็ต้องรู้อยู่แล้ว” แสงออกความเห็นขรรค์ก็พยักหน้าหน้าตาม
“เออ...ข้ามีพลังฌานสัมบูรณ์!!...เห็นท่านครุยุทธ์ที่มาเปิดผนึกบอกข้าแบบนั้น”
“หา!!!...เ้าว่าเ้ามีพลังฌานสัมบูรณ์อย่างนั้นหรือ? จะ...จะ...เ้าทำได้ยังไง?รู้ไหมว่านานกว่า 100 ปีแล้วไม่มีใครเคยเห็นคนที่มีพลังฌานสัมบูรณ์มาก่อนเลย...นี่จะ...จะ...เ้าว่าเ้ามีพลังฌานสัมบูรณ์จริงๆ หรือ?”
เธียรธวัช มองหน้าปราณด้วยความใ ‘มิน่าล่ะ?เขาถึงได้มีพลังเยอะมากกว่าเด็กทั่วไปก็เพราะมีพลังฌานสัมบูรณ์นี่เอง...แต่ข้าว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่ๆเพราะสามารถล้มขั้นครุยุทธ์ได้’
เธียรธวัชอึ้งอยู่พักใหญ่คู่แฝดชำเลืองมองแล้วอมยิ้ม
“ข้าแทบไม่ต้องแปลกใจแล้วเ้ามีพลังฌานสัมบูรณ์นี่เอง แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจว่าเ้าสามารถปล่อยพลังแสงออกจากฝ่ามือได้ยังไง? เพราะเท่าที่ข้ารู้มาคนที่สามารถจะปล่อยพลังออกจากฝ่ามือได้ พลังฌานและจิตต้องแข็งแกร่งมากๆข้าว่า...ความสามารถของเ้าต้องมีมากกว่าที่บอกข้าแน่ๆ”
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามันจะมีพลังขนาดไหนตอนนั้น ข้าคิดแค่จะเอาชีวิตรอดเท่านั้น จากนั้นพลังต่างๆ มันก็ออกมาอัตโนมัติ”
เธียรธวัชพยักหน้า แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรอีกแค่นี้เขาก็พอรู้แล้วว่าเพื่อนร่วมโรงเรียนคนนี้ มีความสามารถอยู่ไม่น้อยเลยพลันสายตาของคุณหนูแห่งสกุลมัจฉาชาติก็เหลือบไปเห็นเข็มกลัดทองประดับด้วยพลอยสีแดง
“เออ...เข็มกลัดนี้สวยดี มันคืออะไรหรือ?”
“อ๋อ!!!...เข็มตำแหน่งยุวาจารย์น่ะ”
“หา!!!...ยุวาจารย์ตำแหน่งในตำนานที่ว่างมานานเนี่ยนะ?”
เธียรธวัชเบิกตาใยิ่งกว่าเมื่อครู่
‘อะไรกันนี่!!! ปราณ...เ้าเป็เด็กแบบไหนกัน???แม้อายุเราจะพอๆ กัน แต่ความสามารถของเ้าไกลกว่าข้าลิบลับเลย มีแต่บรรดานักฌานยุทธ์พูดถึงพลังฌานสัมบูรณ์ว่าในรอบร้อยปีอาจจะมีสักคนหรือไม่มีก็ได้ยิ่งเด็กที่ได้ตำแหน่งยุวาจารย์ สามารถสอนเด็กๆ ในวัยเดียวกันได้แสดงว่าความคิดความอ่านและความสามารถของปราณ ต้องสูงส่งแน่ๆเด็กอะไรช่างน่ากลัวยิ่งนัก’
“เ้าทำเอาข้าใเป็สองเท่าไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่บรรดานักฌานยุทธ์พูดถึงว่าเป็ตำนานจะมีอยู่จริงแล้วก็อยู่กับคนเพียงคนเดียวเสียด้วย...ข้าช่างโชคดีแท้ๆที่ได้รู้จักกับเ้า”
เธียรธวัช โน้มศีรษะให้ปราณด้วยความเลื่อมใสทำเอาเ้าตัวต้องรีบจับบ่า
“ไม่ต้องมากพิธี เ้าก็เป็ถึงระดับทายาทคหบดีไม่ต้องทำแบบนี้กับข้าหรอก อีกอย่างผู้คนในตลาดต่างรักและศรัทธาเ้าไม่จำเป็ต้องทำแบบนี้ ... ที่สำคัญเลย คือ ข้าอาย!”
ปราณทำตัวงอ เสียงหัวเราะดังลั่นโต๊ะ
“เออ...ว่าแต่...พวกเ้าจะเดินทางต่อกันยังไง?ถ้าไม่รังเกียจเดินทางไปกับข้าก็ได้ ข้าไปคนเดียวไม่มีเพื่อนร่วมเดินทาง ได้มีเ้าร่วมเดินทางไปด้วยก็ดีน่ะสิ...ต่อจากนี้เ้าเรียกข้าว่าเธียร เฉยๆ ก็พอและถือว่าเราเป็เพื่อนกันแล้ว”
“ก็ได้เธียร”
อาหารลงเสิร์ฟหลากหลายเมนู ร้อนๆ หอมๆ ควันกรุ่นๆทยอยวางลงบนโต๊ะ แต่ละจานจัดไว้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะปลาหม้อไฟอาหารขึ้นชื่อของเมืองน้ำโพสองแคว แต่ละเมนูปราณไม่เคยได้ทานมาก่อนในชีวิต
**********
แสงแดดเริ่มลับขอบแม่น้ำทั้งสี่เดินออกมาจากร้านตามมาด้วยเสียงขอบคุณจากภายใน แสง-ขรรค์ เอามือลูบพุงที่ตอนนี้ป่องออกมาเล็กน้อย
“มื้อนี้อร่อยที่สุดในชีวิตข้าเลยมั๊งเนี่ยอิ่มสุดๆ แต่ละอย่างทานแล้วหยุดไม่ได้สมแล้วที่เป็ร้านชื่อดังของเมืองน้ำโพสองแคว”
“ข้าเห็นด้วยกับเ้าจริงๆแสง...อิ่มแบบที่ไม่เคยอิ่มแบบนี้มาก่อน ตลาดปลาชื่อดัง ต้องมาที่นี่จริงๆ มีโอกาสคงต้องมาอีก”
“ถ้าอยากจะมา ก็มาได้ทุกเมื่อข้าจะบอกกับทางร้านไว้ให้ ท่านพี่ทั้งสองไม่ต้องเกรงใจ ถือเป็น้ำใจตอบก็แล้วกัน”
ทั้งคู่หันมองหน้ากัน โค้งคำนับแล้วพูดพร้อมๆ กันทำเอาเธียรและปราณขำไม่หยุด กับท่าทางตลกสุดพิลึกของคู่แฝด
“จริงหรือ? ดีๆๆๆ ขอบคุณคุณหนูเธียรมากๆ”
เธียรเดินนำทั้งหมดตรงไปสู่เรือขนาดกลางของสกุลมัจฉาชาติกัปตันเรือและลูกเรือจำนวน 5 คนโค้งคำนับคุณหนูจนหัวแทบจะติดเข่า จากนั้นเธียรก็แนะนำเพื่อนใหม่ทั้งสามก่อนที่จะเดินเข้าไปภายใน
ภายในเรือประกอบขึ้นด้วยไม้และวัสดุชั้นเลิศการตกแต่งหรูหราอลังการสมฐานะคหบดีมีห้องโถงใหญ่จัดโต๊ะและเก้าอี้ตรงกลางอย่างสวยงาม มีห้องจำนวน 5 ห้อง อยู่รอบๆ เธียรธวัชให้เลือกนอนกันได้ตามสะดวก เรือเปิดหวูดสัญญาสักพักก็เคลื่อนออกจากท่าเรือ...
“แล้วพวกท่านมารู้จักกับปราณได้ยังไง? ถึงขนาดยอมปกป้องเขาด้วยชีวิต?”
คู่แฝดก้มหน้า ก่อนที่แสงจะเอ่ยพูดก่อน“มันเป็เื่น่าอัปยศนัก...ข้าสองคนถูกใช้ให้ไปสังหารปราณในคืนก่อนที่จะได้ไปสอนพวกลูกหลานอำมาตย์ในรุ่งเช้าแต่ทำไม่สำเร็จ”
จากนั้นทั้งแสงและขรรค์ก็เล่าเื่ราวที่ได้รู้จักปราณให้เธียรธวัชได้ฟังซ้ำยังพูดถึงเทพยุทธ์ในตำนานให้เธียรได้ฟัง เขาทั้งคู่ซึ้งใจกับปราณที่ไม่คิดโกรธหรือเอาผิดเขา ให้เลิกแล้วต่อกัน ซ้ำยังไม่คิดโกรธผู้บงการด้วย
ทำให้ท่านเ้าเมืองคล้อยตามและไว้ชีวิตทั้งยังให้ทำงานในจวนเพื่อชดใช้ความผิด
จากเหตุการณ์ในวันนั้นคู่แฝดก็สัญญากับตัวเองว่าจะกลับตัวกลับใจขอหันมาปกป้องปราณจนกว่าชีวิตจะหาไม่และยังเป็การขอร้องจากท่านเทพยุทธ์อีกด้วย
“มันเหมือนเป็หน้าที่ของเราไปเสียแล้วและทุกวันนี้ เราก็รู้สึกผูกพันกับปราณเป็เสมือนพี่น้องกันไปแล้ว ดังนั้นใครก็ตามที่จะมาทำลายน้องชายของข้าคนนี้”
“ต้องผ่านศพข้าสองคนไปก่อน!” ทั้งคู่พูดขึ้นพร้อมกัน
“ยังไงข้าก็ต้องขอบคุณท่านพี่ทั้งสองมากๆถ้าไม่ได้ท่านช่วย วันนี้ข้าก็คงตายด้วยเหมือนกัน”
จากนั้นปราณก็เป็ฝ่ายเล่าเหตุการณ์เมื่อ่บ่ายให้เธียรฟังทั้งหมด...
“ทำไมไอ้เ้าสมุหเสนาแก่นนครถึงได้โหดร้ายยิ่งนัก!”
เธียรธวัชฟังเื่ทั้งหมด ก็โกรธแค้นแทนปราณ
“น่าเสียดายที่เ้าเล่าให้ฟังช้าไปหน่อย...ถ้าอยู่ที่ฝั่งข้าจะได้ให้ท่านพ่อ ช่วยจัดการเื่นี้ให้เพราะท่านพ่อก็เกลียดคนแบบนี้ยิ่งนัก!!!...เราเดินทางมาแล้วเดี๋ยวให้ท่านป้าของข้า ที่อยู่เมืองอโยดาช่วยจัดการเื่นี้ให้น่าจะดีกว่าเพราะถ้าไม่รีบจัดการ ข้าเกรงว่าไอ้เ้าผู้ใหญ่โฉดชั่วคนนี้มันจะส่งใครมาลอบฆ่าอีกก็ไม่รู้”
ครุยุทธ์แฝดพยักหน้าเห็นด้วยส่วนปราณก็ซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อนใหม่ยิ่งนัก
“ข้าขอบคุณในความหวังดีที่มอบให้ข้าแม้เราจะเพิ่งรู้จักกัน เ้ายังแสดงความจริงใจกับข้าถึงเพียงนี้ข้าไม่รู้จะตอบแทนยังไงดี?”
“เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายากเ้าและท่านพี่แสง-ขรรค์ ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องผู้คนย่อมเป็เื่ที่ข้าเองก็ซึ้งใจมิใช่น้อย เมื่อเราเป็เพื่อน เป็มิตรที่ดีต่อกันใยจะต้องเกรงใจกันอยู่เล่า เื่แค่นี้ถือเป็เื่เล็กๆ น้อยๆเท่านั้น...แยกย้ายกันพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ก็ถึงเมืองอโยดาแล้ว”
ทั้งหมดจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน ปราณครุยุทธ์คู่ ต่างหลับตาได้อย่างสบายใจ ปราณก็ตื่นเต้น ที่พรุ่งนี้เขาจะได้เปิดหูเปิดตาสู่เมืองอโยดา เมืองหลวงของอาณาจักรไชยคราม