บรรยากาศอึมครึมซึมเศร้าเคล้ารับฤดูหนาว เหล่าชาวเืสีแดงครามพร้อมหน้ากันหลายพันชีวิต ไหลหลั่งพรั่งพรูเข้ามายังท่าเทียบเรือไชน์นิ่งบลูเบลเพื่อส่งคำร่ำลาพาญาติมิตรไปยังเกาะมีอัน เกาะต้นกำเนิดของมนุษย์เืสีครามเพื่อความปลอดภัยตามคำบัญชา แม้เวลานี้จะมีชาวเมืองเนืองแน่น แต่ก็หามิมีผู้ใดยิ้มออกมาได้ด้วยความปีติ ทุกครอบครัวต้องพรากจากกันโดยที่ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าใดถึงจะพบหน้าคนที่พวกเขารักได้อีก ภาพที่ชวนหดหู่ทั้งผืนแผ่นดินนั้นราชินีอิสเบลเองก็ลำบากใจหาต่างกันไม่ เธอไม่พึงปรารถนาเลยที่เห็นชาวเมืองเศร้าโศกเช่นนี้ โดยเฉพาะความรู้สึกเ่าั้มันได้เกิดขึ้นเพราะคำตรัสของเธอเอง
เด็ก ๆ ตัวเล็กตัวน้อยเกาะแขนบิดามารดาเดินผ่านมายังหน้าราชินี พวกเขาต่างล้วนส่งสายตาอ้อนวอนไม่อยากจากอ้อมอกผู้ปกครองไปไกลห่าง แม้ราชินีจะเห็นใจอย่างสุดซึ้งก็ตามแต่ นางก็สามารถทำได้เพียงแค่จำใจยิ้มสู้โบกมือลาอย่างเป็มิตรเท่านั้น หากแต่มีเด็กชายคนหนึ่ง ในขณะที่เดินผ่านหน้าบรรดาราชวงศ์ผู้สูงศักดิ์ เขาจ้องมองหน้าของเลียวาไม่กะพริบ เขาอาจมีพลังวิเศษสามารถรับรู้ได้ว่าเธอเองก็มีเืสีเดียวกัน เลียวามิกล้าสู้หน้า เธอก้มหลบทำมองพื้นกล่อมตัวเองมิให้สนใจเด็กคนนั้น และค่อย ๆ ก้าวขยับขาเข้าไปใกล้ชิดเอริกามารดาของเธอมากขึ้น เอริการับรู้ได้ว่าบุตรสาวกำลังหวาดหวั่น นางโอบกอดรับลูบไหล่ขึ้นลงหมายช่วยให้เธอผ่อนคลาย
“สตรีและบุรุษแห่งอาณาจักรอันเป็ที่รัก ข้าขอขอบน้ำใจอย่างสุดซึ้งต่อพวกเ้าที่อดทนยอมแยกจากคนรักไปชั่วครั้งชั่วคราว ทุกชีวิตในอาณาจักรรอสเพิลนั้นมีความสำคัญสูงสุดต่อข้านัก แม้ว่าคำสั่งดังกล่าวอาจดูทำร้ายจิตใจมากไป แต่นั่นคือสิ่งเดียวที่จำเป็ต่อความเป็อยู่ที่ดีของชาวเรา
ใน่เวลาท้าทายนี้ ข้าขอย้ำเตือนพวกเ้าอีกครั้งว่า โดเมกันธี ได้กลับคืนสู่จักรวรรดิอันยิ่งใหญ่แล้ว ข้าขอให้พวกเ้าเข้าใจและยอมรับความตั้งใจจริงของข้าอย่างนอบน้อม และมาร่วมกันในอุดมการณ์อันสูงส่งเพื่อปราบพลังแห่งความมืดให้สิ้นไป จากนั้นเราจะนำพาคนที่เรารักกลับคืนสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นเหมือนเช่นเคย”
ราชินีอิสเบลกล่าวสุนทรพจน์ครั้งสุดท้ายเพื่อปลุกขวัญกำลังใจชาวเมืองก่อนที่เรือลำแรกจะค่อย ๆ แล่นออกไปยังโพ้นทะเลไกล อาร์เทมิสใช้ไม้เจตจำนงร่ายมนตร์ปกป้องเรือมิให้ใครอื่นมองเห็น รวมถึงป้องกันมนตร์ดำจากกองทัพโดเมกันธี บรรดาชาวเมืองเืสีแดงสายตาจดจ่อเฝ้าดูเรือค่อย ๆ แล่นลอยไปลับตา ทุกชีวิตยืนนิ่งในลักษณะเดียวกัน พลันให้โทเรทันสังเกตเห็นชายผมสีส้มสดคนหนึ่งเดินหันหลังกลับจ้ำอ้าวสวนทางออกไปอย่างไว แม้ภาพที่เห็นจะชวนให้คิดสงสัยเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากมาย
จารึกหอสมุดผู้เปิดภิภพ
การอพยพชาวเืสีครามออกจากอาณาจักร มิใช่เพียงการสูญเสียประชากรทั่วไป ทว่าคือการสูญเสีย รากฐานทางเวทมนตร์ ที่ค้ำจุนสังคม ชาวเืสีครามระดับสูงมักดำรงตำแหน่งสำคัญ ทั้งแพทย์เวทมนตร์ สถาปนิก หรือผู้พิทักษ์ การถอนรากถอนโคนพวกเขาออกไปอย่างกะทันหันตามคำสั่งดินแดนหลวง จึงเป็การทิ้งรอยโหว่ขนาดใหญ่ที่ทำให้อาณาจักรอ่อนแอลงอย่างประเมินค่ามิได้ (ดั่งเช่นการขาดแคลนผู้รักษาในยามวิกฤต)