เวลา 13.00 น.เวลาบ่ายของอีกวันมาเยือน แต่คนที่อยู่ข้างในก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะออกจากห้องมาแต่อย่างใด บรรยากาศที่แผ่ออกมาเล็กน้อยทำให้รู้ว่าเธอยังคงทำการสางด้ายวิญญาณตามที่บอกไว้อยู่คทาสั่งห้ามใครเข้าออกห้องพักผู้ป่วยโดยเด็ดขาด แม้แต่หมอและพยาบาลที่จะเข้ามาตรวจอาการก็ด้วย ชายหนุ่มไม่ได้บอกว่าเพราะอะไรแค่ไม่ต้องการให้ใครเข้ามา มีเพียงพงศ์เท่านั้นที่เข้าออกเพื่อออกไปซื้อหาอาหารให้เจ้านายและซื้อมาเผื่อหญิงสาวอีกคนแต่เธอก็ไม่ได้ออกมาทานมันนอกจากนั้นก็มีออกไปจัดการเรื่องเอกสารที่บริษัทบ้างเท่านั้น
เวลา 23.00 น.“พักผ่อนเถอะครับ” เลขาเอ่ยบอกให้เจ้านายของตัวเองพักผ่อนบ้าง เจ้านายของเขายังไม่ได้นอนหลับเลยตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งพอๆ กับหญิงสาวอีกคนที่อยู่อีกห้อง พงศ์ที่อยู่ช่วยงานและอยู่เป็นเพื่อนเจ้านายยังรู้สึกเหนื่อยล้า เจ้านายที่ไม่อยู่เฉยๆ แต่ทำงานไปด้วยย่อมต้องเหนื่อยมากกว่าเขาเป็นเท่าตัวคทามองประตูบานนั้น ตัดสินใจนอนพักเอาแรงในที่สุด เขายืดเหยียดร่างกาย บอกให้เลขาของตัวเองกลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้ว จากนั้นก็ทอดตัวนอนยังโซฟาตัวยาวชายหนุ่มคิดถึงสิ่งที่ผู้เป็นแม่เคยพูดกับเขาเอาไว้เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า คทาคิดในใจว่าเห็นทีคงต้องทบทวนเรื่องนั้นดูอีกครั้ง
เวลา 17.45 น.ปัง!เสียงเปิดประตูที่ถูกเปิดออกอย่างไม่เบามือนักดังนั้น“เบาๆ” คทาบอกรวีที่เดินเข้ามาหย่อนตัวนั่งลงพร้อมกับแฟนสาว สภาพของทั้งคู่มองดูแวบเดียวไม่ได้นอน พวกเขาคงรีบร้อนมาโดยไม่หยุดพักอย่างที่บอกเอาไว้ในสายเป็นแน่คทาอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ “กินอะไรกันมาหรือยัง? นอนพักก่อนไหม?”“อะไรของแก เป็นแกเองไม่ใช่เหรอที่เร่งให้พวกฉันกลับมา ทำไมแกถึงทำใจเย็นอยู่ได้?” รวีถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ เร่งเขาจะเป็นจะตาย แต่พอเขามาถึงกลับเห็นอีกฝ่ายทำใจเย็นเหมือนไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องของน้องสาว “แล้วนี่หนิงอยู่ไหน? ห้องนั้นเหรอ...”“อย่าเพิ่งเข้าไป!” คทารีบขวางคนที่ทำท่าจะเข้าห้องไป “ตอนนี้ยังเข้าไปไม่ได้”“อะไรของแก...”คทาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทั้งคู่ฟัง ทั้งรวีและรินที่เป็นแฟนสาวเป็นเพื่อนของเขาทั้งคู่ เลยไม่แปลกใจนักที่พวกนั้นจะมองมาด้วยสายตาแปลกๆ เมื่อคทาเล่าเรื่องน่าเหลือเชื่อที่ได้ไปเจอมาให้ฟังทั้งหมดจะไม่โทษทั้งคู่เลยถ้าจะหาว่าเขาบ้า เพราะตอนแรกตัวเขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน“คนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้แบบแกเนี่ยนะ...ฉันไม่คิดว่าได้ยินอะไรแบบนี้จากปากของแกเลยนะ เหลือเชื่อสุดๆ!” รวีทำหน้าเหลือเชื่อใส่“ถ้าลองคทาพูดเองแบบนี้ก็แสดงว่าไปเจออะไรแบบนั้นมาจริงๆ ทำไมเราไม่ลองเชื่อคทาดูบ้างล่ะวี” รินพูดขึ้นรินเป็นคนเดียวในกลุ่มเพื่อนของคทาที่เชื่อเรื่องพวกนี้อย่างจริงจัง ไม่รู้ว่าเพราะเป็นผู้หญิงก็เลยชอบเรื่องพวกนี้ หรือว่าเพราะเคยเจอมากับตัวแล้วกันแน่ คทาก็ชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าเป็นอย่างไหนถึงแม้รวีจะไม่ค่อยเชื่อนัก แต่ก็ทำตามที่แฟนสาวบอก อยู่เงียบๆ และเชื่อที่คทาเล่า ทั้งคู่ทานข้าวและนอนพัก
เวลา 23.45 น.คทาเริ่มนั่งไม่ติดตั้งแต่หนึ่งทุ่มกว่าแล้ว เขาเริ่มใจคอไม่ดี เหลือบมองนาฬิกาอยู่บ่อยครั้ง เวลาเหลือน้อยเข้าไปทุกที อีกแค่สิบห้านาทีก็จะเข้าวันใหม่ ในใจมีแต่ความกังวล จึงเอาแต่เดินวนไปวนมาไม่หยุดคทาเริ่มจะทนไม่ไหวเมื่อเข็มนาฬิกาเดินไปเรื่อยๆ ทั้งสี่คนรวมทั้งพงศ์ที่เป็นเลขาคนสนิทที่เป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่งเดินไปเดินมาสวนกันไม่หยุด“คทา” รินเอ่ยเรียกเพื่อน เมื่อตอนนี้เหลือเวลาเพียงห้านาทีเท่านั้นคทาพยักหน้าให้ทุกคน แล้วตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้องภายในห้องอุณหภูมิลดต่ำจนรู้สึกเย็นยะเยือก ร่างของหนิงเกร็งอย่างหนัก คทาและรวีรีบเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง...ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้?คทาสับสนขณะเลื่อนสายตาไปมองอีกคนที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าโซฟา โดยไม่ได้ให้ความสนใจรอบข้าง ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทั้งสี่คนเข้ามาในห้องแล้ว ยิ่งคทาเห็นเธอทำท่าหวี ร่างของหนิงก็ยิ่งเกร็งรุนแรงขึ้น...หรือจะเป็นเพราะเธอ?ความคิดแล่นเข้ามาในหัวแวบหนึ่ง ชายหนุ่มผละออกจากเตียง เดินไปทางผู้หญิงอีกคน คิดเพียงว่าจะต้องหยุดเธอ ต้องหยุดเธอให้ได้...“อย่านะคทา!” รินที่เห็นก็รีบเจ้ามาห้าม เธอดึงแขนของเขาเอาไว้ “เธอบอกว่าอย่าแตะตัวเธอไม่ใช่เหรอ?!”คทาที่กำลังขาดสติออกแรงสะบัดมือที่รั้งแขนของตนออกอย่างแรง แล้วรีบวิ่งไปคว้าจับต้นแขนของเธอทันทีที่ชายหนุ่มแตะโดนตัวของนางฟ้า ก็ถูกบางอย่างดีดออกมาอย่างแรง คทาตัวปลิวไปกระแทกกับผนังห้องอีกด้าน ชายหนุ่มพยายามยันตัวเงยหน้าขึ้นมองอีกคน ทั้งๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บจุกอีกคนที่ถูกดีดเหมือนกันยันตัวขึ้นมองหน้าเขา“...!” ชายหนุ่มตกใจเมื่อเห็นเลือดไหลออกมาจากจมูกทั้งสองข้าง ก่อนที่เธอจะไอเอาก้อนเลือดออกมาเป็น...เพราะผม?!‘อย่าลืมนะคะ อย่าให้ใครเข้ามากวนฉันและห้ามใครแตะตัวของฉันเด็ดขาด!’คำพูดที่ย้ำแล้วย้ำอีกของเธอลอยเข้ามาในหัว...ทั้งๆ ที่เธอย้ำขนาดนั้น“...ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ามาแตะตัวฉัน...ดีที่สางเสร็จพอดี” เธอพึมพำ “กลับเข้าร่างได้แล้วหนิง” เธอพูดเสียงเบาอีกครั้งก่อนจะล้มตัวลงไปทุกคนหันไปที่เตียงเฮือก!เด็กสาวที่นอนนิ่งอยู่ลืมตาโพลงขึ้น เธอสะท้านลมหายใจดังเฮือก จากนั้นก็เริ่มร้องไห้ออกมาอย่างหนัก รวีเข้ามาดูก่อนที่พงศ์จะรีบตามหมอและพยาบาล“คทา!” รินที่เข้าไปดูหญิงสาวตะโกนเรียกสติอีกฝ่ายเสียงดังคทารีบยันตัวลุกขึ้น รีบสาวเท้าเข้าไปดูอาการของผู้หญิงที่ต้องเจ็บตัวจากการกระทำของตัวเอง“คุณฟ้า...” คทาเรียกเธอเบาๆ เห็นเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดก็เริ่มวิตกกังวลหมอและพยาบาลหลายคนกรูเข้ามาในห้อง ความวุ่นวายบังเกิดขึ้น หมอที่เข้ามาคนแรกชะงัก เขารีบเข้ามาดูคนตรงหน้าชายหนุ่มทันที แทนที่จะเป็นคนที่นอนอยู่บนเตียง“ไปตามหมอวารีมาโดยด่วนเลยครับ!” คุณหมอหันไปสั่งกับพยาบาลอย่างรวดเร็วหลังจากเข้ามาดูอาการ แล้วอุ้มร่างปวกเปียกขึ้นนอนบนโซฟาพร้อมกับพยายามห้ามเลือดคทาไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เขาทำตัวไม่ถูก รู้สึกสับสนอย่างหนัก“เกิดอะไรขึ้น...!” หมอผู้หญิงที่น่าจะชื่อวารีเข้ามาก่อนจะทำตาโต เธอเอ่ยไล่ทุกคนออกไป “เชิญพวกคุณออกไปข้างนอกค่ะ...พาคนไข้บนเตียงออกไปด้วย”พยาบาลช่วยกันเข็นเตียงออกมาด้านนอกทันที แล้วปิดประตูหลังจากไล่พวกเขาออกมาหมดแล้ว“พี่คะ...” เด็กสาวบนเตียงเอ่ยเรียกพี่ชายขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่บานประตู “พี่ฟ้าจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ?”“หนิงจำเธอได้?”เด็กสาวพยักหน้า“มันเกิดอะไรขึ้นวะคทา เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้คือ...” รวีที่ยังสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้นหุบปากที่กำลังจะถามกับเพื่อนของตนลง เรื่องพวกนี้มันน่าเหลือเชื่อมากเกินไป อีกอย่างเพื่อนของเขาก็อยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยปกติรินจับมือของรวี กำชับแน่นขึ้นเล็กน้อย ชายหนุ่มหันไปมองหน้าแฟนสาวของตน พบว่าเธอไม่มีทีท่าตกใจอะไรเลยแอ๊ด...ประตูถูกเปิดออก หมอหญิงคนที่ไล่ทุกคนออกมาบอกอาการตามหน้าที่ “ไม่เป็นอะไรมากแล้ว นอนพักสักหน่อยก็คงจะดีขึ้น”ทุกคนต่างโล่งใจ“แต่หมอของถามอะไรสักอย่าง...” หมอหญิงกวาดตามองไปยังทุกคน ก่อนจะหยุดลงที่ชายหนุ่มที่ใบหน้าซีดเซียวเล็กน้อย “คุณรู้เรื่องอยู่แล้วหรือเปล่า? เธอได้ออกอะไรคุณไหม?”“รู้...”เพียงแค่เปิดปากตอบ คทาก็หน้าชาไปทั้งแถบ หมอคนนั้นตบหน้าเขาอย่างเร็วและแรง“คทา! /ไอ้คทา!” รินกับรวีอุทานขึ้นพร้อมกัน“พี่คะ...” ในขณะที่น้องสาวของคนถูกตบปิดปากตกใจ“รู้แล้วยังจะทำ คุณจะฆ่าเธอหรือไง!”“...ผมไม่ได้ตั้งใจ”“เอาเถอะ ที่ฉันตบคุณต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันเห็นกำไลในกล่องก็เลยเอามาใช้ หวังว่าคุณจะไม่ว่ากัน” คุณหมอสาวกล่าวขอโทษที่ไม่จริงใจเท่าไหร่นักออกมาก่อนที่เธอจะจากไป คทาก็เอ่ยถามเธอว่า “คุณรู้จักเธอด้วยเหรอครับ?”คุณหมอเอี่ยวตัวกลับมามอง เธอตอบว่า “ฉันไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอกนะ แต่คุณรู้ไหมว่าที่ไหนที่มีคน ‘พิเศษ’ รวมตัวกันอยู่มากที่สุด?”เธอเว้นจังหวะให้คิดเล็กน้อย ก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา “วัด โรงเรียน โรงพัก แล้วก็...โรงพยาบาลไงล่ะ”