โต้งจ้องศรีสมรไม่วางตา ทำให้สาวใหญ่วัยสะคราญแอบประหม่าอยู่หน่อยๆ แต่ด้วยความที่นายคนนี้เป็ผัวของเพื่อนสนิท เธอจึงไม่อยากเปิดปากด่า และพยายามทำเป็เฉย
“ ไอ้หมอนี่มองเราทำไมกันนะ นี่ถ้ามันไม่ใช่ผัวของยัยซิ้ม ชั้นคงด่าเปิดเปิงไปแล้ว”
และในระหว่างที่ศรีสมรแสร้งมองไปรอบๆ เธอก็พบกับภาพสีน้ำมันขนาดใหญ่ที่ในนั้นเป็รูป…..ชายหญิงกอดกัน กายที่ทรงสัดส่วนสมบูรณ์ของทั้งคู่อยู่ในสภาพเปล่าเปลือย ส่วนพื้นหลังเป็ใบหน้าของอสรพิษ ปากของมันอ้ากว้างจนโชว์เขี้ยวแหลมคมประดุจมีดดาบ ดวงตาแดงก่ำ ราวกับปีศาจ
“ เอ๊ะ! นั่นมัน ช่างสวยงามเหลือเกิน ขอชั้นเข้าไปดูใกล้ๆได้มั้ย” ภาพนั้นดึงดูดความสนใจของศรีสมรอย่างรุนแรง สาวใหญ่วัยสะคราญจึงหันไปขออนุญาต ก่อนจะเดินเข้าไปดูใกล้ๆ โดยไม่สนว่าเ้าของบ้านจะอนุมัติหรือไม่
“ อืม…..ดูดีจริงๆ ฝีมือวาดขนาดนี้ ราคาเท่าไหร่กันล่ะเนี่ย” ยิ่งพิจารณา ศรีสมรก็เริ่มหลงใหล และอยากซื้อต่อ แต่ไม่ทันได้เอ่ยปาก ก็มีเสียงผู้ชายแหบแห้งดังกังวานที่ข้างหู
“ คุณหมอนชอบมันเหรอ….”
“ ว้าย! ” ศรีสมรรีบโดดหนี ด้วยเ้าของถ้อยคำที่พ่นลมใส่ใบหูก็คือ……โต้ง แฟนหนุ่มของเพื่อนซี้ แน่นอนว่าสาวใหญ่วัยสะคราญย่อมขวัญเสีย เพราะไม่คิดว่าชายร่างผอมจะเข้าหาเธอในลักษณะนี้
“ รูปนี้นับเป็ศิลปะชิ้นโปรดของผม โดยผู้ที่นำมันเข้ามาก็คือ…ซิ้ม เพื่อนของคุณ ” แม้โต้งจะเห็นท่าทีหวาดกลัวของสาวใหญ่ แต่เขาไม่ยี่หระ แถมยังสาธยายความเป็ไปของภาพสีน้ำมันอย่างละเอียด ดวงตาที่จ้องมองงานศิลป์แฝงแววปลาบปลื้ม อันดูไม่ต่างจากสาวรุ่นที่คอยชื่นชมเหล่านักร้อง K POP
“ อ่า…ค่ะ…..”ศรีสมรรับคำสั้นๆ แต่ยังหวาดวิตกกับการเข้าหาที่แสนประหลาดของชายหนุ่ม ในใจนึกตำหนิ
“ ไอ้บ้าเอย เป็อะไรของมันวะ จู่ๆก็เข้ามากระซิบที่ข้างหูจากทางด้านหลัง หมอนี่ไม่รู้จักคำว่า….มารยาทรึไง นี่ถ้าไม่ใช่แฟนของยัยซิ้ม ชั้นตบตาเล็ดไปแล้ว”
ทว่าคนถูกด่า(ในใจ)กลับดูไม่ร้อนรนเลย มิหนำซ้ำยังยื่นมือขึ้นมาลูบไล้ภาพสีน้ำมันผืนโปรด อันทำให้ศรีสมรนึกหลอนหนักกว่าเก่า
“ อึ้ย…ดูดิ ทำท่าอย่างกับคนไม่สมประกอบ ยัยซิ้มอยู่กับคนแบบนี้ได้ยังไงนะ หยะแหยงเป็บ้าเลย ”
แต่ไม่ทันที่ศรีสมรจะนึกต่อ โต้งก็หันขวับมามองสาวใหญ่ ดวงตาแลถมึงทึง ปากก็ตวาดใส่
“ นี่คุณหมอนด่าผมเหรอ ”
“ อุ้ย!......” ศรีสมรสะดุ้งโหยง เพราะถูกล้วงลึกถึงความในใจ ก่อนจะนิ่งอึ้งไประยะนึง แล้วรีบแก้ไขสถานการณ์ด้วยการส่งยิ้มแห้งๆ พร้อมกับคำแก้ตัว
“ บ้าน่า…ดิชั้นจะไปต่อว่าคุณโต้งเื่อะไร อันที่จริง ดิชั้นควรขอบคุณด้วยซ้ำที่ช่วยอธิบายความเป็มาของภาพสีน้ำมันผืนนั้น”
“ คุณหมอนอย่าโกหก ผมได้ยินเต็มสองรูหูว่าคุณขยะแขยง ” โต้งไม่ยอมเลิกรา สองมือกำหมัดแน่น ท่าทางดูโกรธเกรี้ยว
ศรีสมรยอมรับว่าใจนทำอะไรไม่ถูก และไม่รู้ว่านายโต้งรู้ความคิดของเธอได้ยังไง แต่เพื่อให้บรรยากาศเป็ไปด้วยดี สาวใหญ่วัยสะคราญจึงจำเป็ต้องฝืนยิ้ม พร้อมทำใจดีสู้เสือ
“ เป็ไปไม่ได้ที่ดิชั้นจะพูดแบบนั้น เพราะคุณคือเเฟนของยัยซิ้ม ผู้เป็เพื่อนรัก ”
“ แต่….ผมได้ยินอย่างนั้นจริงๆ อื้ย…..คุณจะโกหกผมทำไม อ้า…….” โต้งเถียงใจขาด วินาทีต่อมาก็ยกสองมือขยี้ศีรษะของตนเองอย่างบ้าคลั่ง ทำให้เส้นผมบนหัวดูยุ่งเหยิง ทั่วกายผอมบางแลสั่นเทา
ท่าทางที่คล้ายคนวิกลจริตดังกล่าว ยิ่งทำให้ศรีสมรใจสั่นจนทำอะไรไม่ถูก และด้วยการที่เธอได้แต่นิ่งอึ้งอยู่นั้นเอง จึงเปิดช่องให้โต้งเงยหน้าขึ้นมามอง พร้อมแสยะยิ้มชั่วร้าย ดวงตาแลหื่นกระหาย
“ และในเมื่อคุณโกหกผมแบบนี้ มันก็ต้องตอบแทนด้วยการยอมให้ผมกินตับ ”
ศรีสมรรู้สึกหัวหมุน ภายในพยายามตีความคำพูดของโต้งอยู่สองสามเที่ยว จึงเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังขอซั่มแบบซึ่งหน้า เลยคิดจะปฏิเสธ แต่ไม่ทันบอกกล่าว หนุ่มร่างผอมก็โผนเข้ามาประกบจูบอย่างดุเดือด
“ อื้อ…….” ด้วยความที่ศรีสมรไม่ทันตั้งตัว จึงถูกอีกฝ่ายรี่เข้ามากอดแบบเต็มๆ แถมยังโดนจุมพิตที่แสนป่าเถื่อน เลยดิ้นรนสุดกำลังจนหลุดพ้นจากความบ้าคลั่งของนายโต้ง
“ ว้าย…..แกทำอะไรเนี่ย ถอยออกไปนะ ไอ้บ้ากาม ”
แต่เสียงกรีดร้องดังกล่าวดูจะไร้ผล เพราะนายโต้งยังเดินตรงเข้ามาหา สีหน้าท่าทางบอกให้รู้ชัดว่าอยากขยี้กามให้สาสมใจ สาวใหญ่วัยสะคราญจึงเกิดความหวาดกลัว แล้ววิ่งหนีไป ปากก็ร้องขอความช่วยเหลือ
“ ช่วยด้วย ยัยซิ้มช่วยด้วย ผัวของแกมันบ้าไปแล้ว ”
โต้งมองแผ่นหลังของศรีสมรที่กำลังห่างไกลออกไป ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ประมาณจะยิ้มเยาะที่อีกฝ่ายทำอะไรที่ไร้ประโยชน์
“ หึ หึ หึ หนีไปก็เท่านั้นแหละ คิดว่าจะรอดจากมือผมเหรอ ยังไงซะก็ต้องจัดหนักกับคุณให้ได้”
และแล้วเกมแมวไล่จับหนูก็เริ่มต้นขึ้น โดยที่ผู้ล่าดูจะไม่เร่งร้อนนัก เพราะเขาได้แต่เดินตามทางที่เหยื่อสาววิ่งหนีไปอย่างใจเย็น
………………………….
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก…..” ศรีสมรวิ่งไปตามทางได้ซักระยะ ก็เริ่มหอบถี่ เพราะ่เวลาที่ผ่านมา เ้าหล่อนไม่ค่อยได้ออกกำลัง เลยมีเรี่ยวแรงที่จำกัด พอเป็เช่นนี้ เธอจึงหยุดพักเหนื่อยครู่หนึ่ง สองตาเหลือบมองไปรอบๆ ทำให้พบว่าจุดที่อยู่น่าจะเป็ห้องครัว เพราะเห็นเคาน์เตอร์ทำอาหารสถิตอยู่ริมกำแพงด้านหนึ่ง และมีโต๊ะไม้ยาวตั้งอยู่ตรงกลาง
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก เราวิ่งต่อไม่ไหวแล้ว แล้วนี่ชั้นสองอยู่ที่ไหน จะได้ไปหายัยซิ้มที่กำลังอาบน้ำ ”
ขณะที่ศรีสมรนิ่งตรึกตรอง เสียงแหบพร่าของนายโต้งก็ดังกังวาน คาดเดาจากทิศทาง น่าจะอยู่ห้องข้างๆ
“ คุณหมอนอยู่ที่ไหน ออกมาให้ผมซั่มซะดีๆ…..”
ความตื่นตระหนกของศรีสมรพุ่งทะยานถึงขีดสุด เพราะครั้นจะหนี เธอก็ไปต่อไม่ไหว แต่ถ้าจะให้ต่อสู้ เ้าหล่อนก็ไร้เรี่ยวแรงต้านทาน
“ ว้าย ว้าย ว้าย….จะทำไงดี คิดสิ คิดสิ นังหมอน ”
แต่แล้วก็เหมือน์บันดาลทางออก เพราะสาวใหญ่ดันเหลือบไปเห็นพื้นที่ว่างใต้โต๊ะยาว จึงรีบแหวกผ้าปูโต๊ะขึ้นมา แล้วมุดเข้าไปซ่อนข้างในอย่างรวดเร็ว
“ ตึก ตึก ตึก……” ใจของสาวใหญ่เต้นไม่เป็ส่ำ เพราะตอนนี้กำลังซ่อนตัวจากชายบ้ากามที่พยายามยัดเยียดความเป็ผัวให้เธอ และสถานที่ที่ใช้ลี้ภัยก็เป็พื้นที่ใต้โต๊ะกินข้าวที่ยาวเพียงเมตรครึ่ง
“ แอ๊ด…….” และในที่สุด เวลาที่ศรีสมรรอคอยก็มาถึง เธอได้ยินเสียงประตูห้องเปิดช้าๆ เดาจากโสตประสาท มันน่าจะดังมาจากด้านหน้า แต่สาวใหญ่วัยสะคราญก็มองไม่เห็น เพราะมีชายผ้าปูโต๊ะคอยบดบังทัศนวิสัยอยู่
“ เอ….ไอ้โต้งรึเปล่านะ หรือจะเป็ยัยซิ้ม บ้าจริง แม้ผ้าปูนี่จะเป็ที่ซ่อนชั้นดี แต่มันก็ทำให้เราไม่เห็นอะไรเลยเหมือนกัน”
“ ตึ้ก ตึ้ก ตึ้ก…” ไม่ทันไร เสียงฝีเท้านั้นได้ใกล้เข้ามา ทำให้ศรีสมรหวาดกลัวจนค่อยๆคลานถอยหลัง แต่ไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็สุดเขตโต๊ะ ด้วยเธอััได้ว่าบั้นท้ายกลมกลึงของตัวเองกำลังชนผ้าปู
“ อึ้ย…..ทำยังไงดีนะ มันจะเจอเรารึเปล่าเนี่ย….”
เสียงฝีเท้านั้นหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของศรีสมร ซึ่งอยู่ห่างจากเธอไม่กี่คืบ ขอเพียงคนผู้นั้นเลิกผ้าปูโต๊ะขึ้นมา จะต้องพบสาวใหญ่วัยสะคราญอย่างแน่นอน
“ เ้าประคูณเอย ขออย่าให้ไอ้บ้ากามเจอดิชั้นเลย ถ้าสำเร็จ ดิชั้นยอมถวายทุกอย่าง แม้แต่ร่างกายก็ยินดีพลี”
ท่าทางเ้าประคูณที่สาวใหญ่นึกถึง จะยอมรับคำขอ นายโต้งจึงสบถดัง ก่อนที่เสียงฝีเท้านั้นจะถอยห่างออกไป พร้อมเกิดเสียงเปิดปิดประตูในเวลาต่อมา
“ หาไม่เจอ คุณหมอนหนีไปไหนกันนะ”
“ แอ๊ด…ปัง….”
ใจของศรีสมรเริ่มชื้นขึ้น เพราะดูจากสถานการณ์น่าจะพ้นวิกฤติไปชั่วขณะ แต่ในขณะที่เ้าหล่อนเตรียมออกจากใต้โต๊ะ เธอก็พลันฉุกคิด
“ เอ๊ะ! จริงสิ เรายังไม่ควรออกจากที่ซ่อน เพราะไอ้โต้งอาจแกล้งออกอุบายหาเราไม่เจอ แล้วแสร้งทำเป็เปิดปิดประตู เพื่อหลอกเรา แท้จริงมันอาจซุ่มดูอยู่ที่มุมห้อง ”
เมื่อได้ข้อสรุป ศรีสมรเลยยังไม่ขยับ บั้นท้ายโด่งงอนยังคงแปะติดอยู่กับชายผ้าปู พอเวลาผ่านไปไม่ถึงอึดใจ เธอก็ได้ยินเสียงเปิดประตูอีกครั้ง คราวนี้ดังมาจากด้านหลัง
“ แอ๊ด…..”
“ เอ๊ะ! เสียงประตูอีกบานเปิด ใครเข้ามาอีกล่ะเนี่ย เพื่อความชัวร์ เรานิ่งดูก่อนดีกว่า ” ศรีสมรก็สมกับเป็สาวใหญ่ เพราะดูใจเย็นและรอบคอบกว่าสตรีวัยเยาว์ ไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา
“ ตึ้ก ตึ้ก ตึ้ก…..”
ศรีสมรบอกได้ทันทีว่ามันมาหยุดอยู่ที่ด้านหลัง ซึ่งแทบจะแนบชิดกับบั้นท้ายของเ้าหล่อน และนั่นยิ่งทำให้เธอไม่กล้าขยับ เพราะถ้าเคลื่อนตัวเพียงนิดเดียว เ้าของเสียงฝีเท้าจะรู้ทันทีว่ามีคนซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ
“ ไม่ได้การ ต้องนิ่งให้นานที่สุด มันไม่มีทางรู้หรอกว่าเราซ่อนอยู่ตรงนี้ ”
ความเงียบเข้าปกคลุมสภาวการณ์ ประดุจดังโลกนี้จะไร้ซึ่งสรรพสิ่งใดๆ แต่ไม่ทันที่สาวใหญ่จะหายใจเข้าออกครบสิบ เธอก็ต้องสะดุ้งใอย่างรุนแรง เมื่อมีฝ่ามืออุ่นร้อนยื่นมาัับั้นท้ายงาม
“ ว้าย…….อุ้บ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
