บทที่ 23 หญ้าบนกำแพง
เฟิ่งซีค้อมกายคำนับอย่างนอบน้อมต่อเ้าสำนักทั้งสาม จากนั้นก็เอ่ยด้วยสีหน้าจริงใจว่า "เ้าสำนักไป๋หลี่ ข้าไม่คิดเลยว่าท่านจะยอมส่งคนมาช่วยข้า ดูเหมือนก่อนหน้านี้ข้าจะเข้าใจท่านผิดไป สมกับเป็เ้าสำนักฮุ่นหยวนจริง ๆ มีน้ำใจกว้างขวางและมองการณ์ไกล
"ที่พูดถึงตำแหน่งเข้าดินแดนลับนั่น ฟังดูแล้วเหมือนกำลังพูดเล่นอยู่ สำนักทั้งสี่ของพวกเราล้วนเป็พี่น้องร่วมสายเืเดียวกัน สมควรที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน"
"โดยเฉพาะศิษย์ที่รับถ่ายทอดวิชาโดยตรง ล้วนเป็ไข่มุกล้ำค่าของสำนัก หากผู้ใดตกอยู่ในอันตราย สำนักอื่นย่อมไม่อาจนิ่งดูดายได้"
"มิเช่นนั้นหากทำอะไรก็ต้องมีเงื่อนไข เมื่อถึงคราวต้องต่อสู้กับพวกมาร ใครเล่าจะกล้าส่งศิษย์ที่รับถ่ายทอดวิชาโดยตรงออกไปรบ!"
"หากว่าศิษย์สายตรงของสำนักบัญชาสัตว์อสูรประสบภัย พวกเราอีกสามสำนักจะต้องมานั่งคิดบัญชีผลประโยชน์ก่อนถึงจะยอมช่วยคนเช่นนั้นหรือ?"
"เ้าสำนักหู ท่านว่าอย่างไร?"
หูว่านขุย "...เอ่อ อืม ก็เป็เช่นนั้น"
เมื่อครู่นี้เขาคิดแต่เื่ผลประโยชน์ที่จะได้รับ จนไม่ได้คิดให้รอบคอบ
หากสำนักฮุ่นหยวนฉวยโอกาสในครั้งนี้สำเร็จ ต่อไปถ้าศิษย์สายตรงของสำนักบัญชาสัตว์อสูรตกอยู่ในอันตราย จะทำเช่นไร?
อีกสามสำนักคงจะอ้าปากกว้างราวกับราชสีห์หิวโซเช่นกัน!
เฟิ่งซีหันไปมองทางลู่เจิ้นควานแล้วกล่าวว่า "เ้าสำนักลู่ ท่านคิดเห็นเช่นไร?"
ลู่เจิ้นควานมีความคิดเห็นเช่นเดียวกับหูว่านขุย จึงพยักหน้าแล้วกล่าว "เ้าพูดมีเหตุผล สำนักทั้งสี่ควรช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ"
ไป๋หลี่มู่เฉิน "......"
ก่อนหน้านี้ไม่ได้พูดเช่นนี้นี่! ช่างเป็พวกที่คอยเอาใจคนมีอำนาจเสียจริง!
เมื่อคนทั้งสองคอยขัดขวาง ไป๋หลี่มู่เฉินไม่อาจแสดงละครต่อไปได้ จึงได้แต่ยิ้มพลางเอ่ยว่า "เ้าสำนักเซียว ดูท่านสิ ยังสู้เด็กน้อยคนนี้ไม่ได้เลย นางยังรู้เสียอีกว่าข้ากำลังล้อเล่น แต่ท่านกลับคิดจริงจังเสียนี่"
เซียวไป่เต้ารู้ดีว่าเื่ราวเป็อย่างไร แต่เขาไม่อยากทำให้บรรยากาศเสีย จึงพูดหยอกล้อตอบกลับไปสองสามคำ
อีกด้านหนึ่ง เสินจื่อหลานเดินไปหยุดตรงหน้าจวินเหวิน ริมฝีปากแดงระเรื่อของนางขยับเล็กน้อย
"ท่านคือศิษย์พี่จวินเหวินใช่หรือไม่? ข้าคือเสินจื่อหลานจากสำนักฮุ่นหยวน ได้ยินมาว่าท่านเป็อัจฉริยะด้านวิถีกระบี่ ข้าอยากหาโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้เื่วิถีกระบี่กับท่าน ไม่ทราบว่าพวกเราจะแลกเปลี่ยนส่งข่าวกันได้หรือไม่ เพื่อความสะดวกในการติดต่อภายภาคหน้า"
นางคิดว่าจวินเหวินจะต้องตอบตกลงอย่างยินดีแน่นอน ทว่าสิ่งที่นางคาดไม่ถึงเลยก็คือ จวินเหวินกลับเอามือปิดปากแล้ววิ่งหนีไป
ลู่ซิวหานจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของเสินจื่อหลานอย่างไม่วางตา เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนั้นจึงวิ่งเข้ามาพลางหัวเราะเยาะ
"ศิษย์น้อง เ้าจะไปสนใจเขาทำไมกัน?!
อันที่จริงคำว่าอัจฉริยะด้านกระบี่นั่นก็แค่คำชวนเชื่อเท่านั้น วรยุทธ์ของเขาแค่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสาม ข้าใช้มือเดียวก็สามารถเอาชนะเขาได้"
เสินจื่อหลานดวงตาวาบขึ้นด้วยความรำคาญ แต่ยังคงยิ้มพลางอธิบาย "ศิษย์พี่รอง เขาย่อมสู้ท่านไม่ได้อยู่แล้ว แต่ข้าเพียงแค่อยากรู้วิชากระบี่ของสำนักเสวียนเทียนเท่านั้น"
ลู่ซิวหานแสดงสีหน้ายินดีทันที "ศิษย์น้อง เื่นี้ไม่ยาก รอเข้าไปในดินแดนลับแล้ว พวกเราค่อยเลือกลงมือกับศิษย์สำนักเสวียนเทียน เ้าก็จะได้เห็นวิชาของพวกเขาเอง"
เสินจื่อหลานพยักหน้า สายตามองไปยังเฟิ่งซีที่อยู่ไม่ไกล
ขณะนี้เฟิ่งซีกำลังเข้าไปประจบเอาใจเหล่าเ้าสำนักทั้งสี่ ตราบใดที่ไม่มีใครไล่นาง นางก็จะทำหน้าหนาอยู่ตรงนั้นต่อไป
ลู่ซิวหานสังเกตเห็นสายตาของเสินจื่อหลาน จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มเ็า "ปล่อยให้นางลอยหน้าลอยตาไปอีกสักพัก สักวันข้าต้องสังหารนางให้ได้! น่าเสียดายที่นางไม่ได้เข้าไปในดินแดนลับ มิเช่นนั้นคราวนี้ข้าคงได้จัดการนางไปแล้ว"
เสินจื่อหลานดูเหมือนจะใจลอย ไม่ได้ตอบรับอะไร
อีกด้านหนึ่ง เฟิ่งซีก็หน้าทนหนาตามติดอยู่ข้างกายเ้าสำนักทั้งสี่ นางทำเช่นนี้เพื่อให้ผู้อื่นได้เห็นเท่านั้น ผู้คนที่เห็นนางติดตามเหล่าเ้าสำนักทั้งสี่อยู่ตลอด ย่อมคิดว่านางมีหน้ามีตาไม่น้อย
เื่นี้ย่อมเป็ผลดีต่อการสร้างภาพลักษณ์ของนาง นอกจากนี้ ยังมีเื่สำคัญที่ยังไม่ได้จัดการอีกเื่!
นางส่งสัญญาณทางสายตาให้เซียวไป่เต้า เซียวไป่เต้าจึงนึกขึ้นได้ว่าต้อง… ขอรับบริจาค!
พูดตามตรงเขารู้สึกอึดอัดใจที่จะเอ่ยปาก แต่พอนึกถึงหินิญญาจำนวนมากมายที่จะได้ ชายชราก็ตัดสินใจทำใจดีสู้เสือ
"เ้าสำนักไป๋หลี่ ที่จริงข้าต้องขอบคุณท่าน หากไม่ใช่เพราะท่าน ข้าคงไม่มีวันได้พบศิษย์ที่ดีอย่างเสี่ยวซี"
"ท่านยังไม่รู้หรือว่าที่ข้าสามารถเลื่อนขั้นได้ ก็เพราะคำพูดของนาง เด็กผู้นี้แม้อายุยังน้อย แต่กลับเข้าใจการบำเพ็ญเพียรได้อย่างลึกซึ้ง"
"ยิ่งไปกว่านั้น นางยังกล้าหาญและเฉลียวฉลาด แม้แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเซวี่ยเทียนเจวี๋ย ก็ยังไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ถึงขั้นกล้าลอบโจมตีเขา ช่างเป็ดั่งลูกวัวที่เพิ่งเกิดไม่กลัวเสือจริง ๆ!"
"อ้อใช่ นางยังค้นพบเหมืองหินิญญาชั้นเลิศอีกด้วย เด็กคนนี้โชคดีจริงเชียว..."
ไป๋หลี่มู่เฉินอิจฉาจนน้ำลายจะฟูมปากแล้ว!
เขายิ้มแย้มอย่างไม่จริงใจพลางเอ่ยว่า "เฟิ่งซีไม่เลวทีเดียว แต่พวกเราผู้บำเพ็ญเซียนยังคงต้องพูดกันด้วยวรยุทธ์"
"เมื่อเทียบกับจื่อหลาน นางเพิ่งอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานได้เพียงเดือนเดียวก็ก้าวถึงขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสามแล้ว หากให้เวลา อนาคตย่อมไร้ขีดจำกัด"
เซียวไป่เต้าไม่ยอมแพ้ "วรยุทธ์ของเฟิ่งซีก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน เพียงแค่รอให้าแที่ตันเถียนหายดี นางจะต้องเหินเวหาพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างแน่นอน!
ข้าลืมบอกเ้าไป ก่อนหน้านี้นางถูกเซวี่ยเทียนเจวี๋ยโจมตีจนได้รับาเ็สาหัส ข้าได้ป้อนโอสถเก้าวิถีคืนิญญาให้นางไป าแที่ตันเถียนของนางก็เริ่มดีขึ้นแล้ว"
เมื่อเซียวไป่เต้าเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมา ทำให้ไป๋หลี่มู่เฉินและอีกสองคนต่างตกตะลึงพรึงเพริด!
เซียวไป่เต้ามีโอสถเก้าวิถีคืนิญญาด้วยหรือ?
ช่างซ่อนไว้ลึกเสียจริง!
โอสถเก้าวิถีคืนิญญานั้นหาได้ยากยิ่ง ไม่ใช่ว่ามีหินิญญาก็จะสามารถซื้อได้ แม้ผู้คนมากมายใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังไม่มีโอกาสได้พบเห็น
ไม่เพียงแต่มีเท่านั้น เขายังยอมมอบให้กับเฟิ่งซีอีกด้วย?
เด็กสาวน้อยผู้นั้นเพิ่งเข้ามาเป็ศิษย์ของเขา เขาถึงกับยอมมอบให้เช่นนี้เลยหรือ?
เซียวไป่เต้าดูเหมือนจะไม่สนใจสีหน้าตกตะลึงของพวกเขา กล่าวต่อไปว่า "เมื่อตันเถียนของศิษย์ข้าหายดีแล้ว นางจะต้องโดดเด่นเหนือใครและสร้างความตื่นตะลึงให้ผู้คนอย่างแน่นอน!"
"เ้าสำนักไป๋หลี่ ข้าไม่ได้จะว่าท่าน แม้ท่านจะดีไปเสียทุกอย่าง ทว่ากลับใจร้อนเกินไป ท่านเพิ่งรับเสินจื่อหลานเป็ศิษย์ก็รีบจัดพิธีรับศิษย์เสียแล้ว เ้าน่าจะรอให้นางได้สร้างผลงานก่อนแล้วค่อยจัดพิธีสิ!"
"ส่วนข้านั้นต่างออกไป แม้เสี่ยวซีจะทำเื่ยิ่งใหญ่สั่นะเืหลายครั้งแล้ว แต่ข้าก็ยังรู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลา รอให้นางสร้างชื่อเสียงเพิ่มขึ้นอีกหน่อยค่อยจัดพิธีก็ไม่สาย..."
ไป๋หลี่มู่เฉินทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มเ็า "อย่าพูดให้ดูดีไปหน่อยเลย ข้าว่าเ้าแค่ไม่มีเงินจัดงานเฉลิมฉลองต่างหาก!"
เซียวไป่เต้าสีหน้าแข็งค้าง "ใครว่าข้าไม่มีเงิน? ข้าแค่อยากรออีกสักพัก..."
ไป๋หลี่มู่เฉินรู้สึกว่าตนเองพูดโดนจุดของเซียวไป่เต้าเข้าแล้ว จึงเพิ่มระดับเสียงขึ้น
"ถ้ามีเงินก็จัดสิ!"
"ถูกแล้ว พวกเ้าเพิ่งขุดพบแหล่งหินิญญาชั้นเลิศมิใช่หรือ? จะได้นำมาใช้ในงานเฉลิมฉลองพอดี"
"พูดถึงเื่นี้ พวกเราสำนักใหญ่ทั้งหลายยังไม่เคยได้รับส่วนแบ่งอะไรจากสำนักเสวียนเทียนของพวกเ้าเลยนะ..."
เส้นเืที่หน้าผากของเซียวไป่เต้าปูดโปนขึ้นมา สีหน้าของเขาดูไม่สู้ดีนัก
หูว่านขุยและลู่เจิ้นควานยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้าง ๆ หัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน ยิ่งบีบคั้นกันหนักเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!
ในตอนนั้นเฟิ่งซีที่เงียบมาตลอดก็พูดขึ้นอย่างกะทันหัน "อาจารย์ เมื่อเ้าสำนักไป๋หลี่พูดถึงเพียงนี้แล้ว หากพวกเราไม่จัดพิธีรับศิษย์สักงานคงจะไม่เหมาะสมนัก"
"ไม่สู้ถือฤกษ์ยามนี้ พวกเราจัดพิธีกันที่นี่เลยดีกว่า!"
"ทุกคนก็มาพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาเชิญทีละสำนักอีก"
เซียวไป่เต้าทำหน้าตกตะลึง "ศิษย์ อย่าได้พูดจาเหลวไหล พิธีรับศิษย์จะมาทำเล่น ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร?!"
เฟิ่งซียิ้ม "อาจารย์ การจัดพิธีที่นี่มีฟ้าดินเป็พยาน มีเหล่าผู้บำเพ็ญเซียนแห่งดินแดนตะวันออกร่วมอวยพร จะเรียกว่าทำเล่น ๆ ได้อย่างไรกันเ้าคะ?!"
"แม้จะไม่มีงานเลี้ยง ข้าเชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจ เพราะนี่เป็ข้อเสนอของเ้าสำนักไป๋หลี่"
ไป๋หลี่มู่เฉิน "......"
เหตุใดจึงกล่าวว่านี่เป็ข้อเสนอของข้า?
ข้าสั่งให้เ้าจัดงานเฉลิมฉลอง แต่มิได้บอกให้เ้าจัดเดี๋ยวนี้!