“ค่ะ ส่วนตอนเย็นเด็ก ๆ ก็กลับมาช่วย ได้อาศัยกัน ทำให้ประหยัดเงินไม่ต้องเรียกลูกจ้าง” แม่ของกระปุกยิ้มเหนื่อยๆ “พอเด็กโตขึ้นก็เริ่มมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เปิดเทอมทีก็ต้องมีค่าเล่าเรียน ค่าสมุดหนังสือ ตอนนี้เริ่มต้องเก็บเงินซื้อคอมพิวเตอร์...”
“คือวันนี้ผมมาเยี่ยมเพื่อจะคุยเื่กระปุกได้ถูกเสนอชื่อเป็นักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียน เพื่อเป็ตัวแทนไปแข่งขันกีฬาว่ายน้ำระดับมัธยมของกทม.ครับ” อาจารย์วิชชากล่าว “คือเนื่องจากโรงเรียนของเราไม่มีสระว่ายน้ำ ทางโรงเรียนจึงขอความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลฯ ให้นักเรียนของเราไปใช้สระว่ายน้ำใน่เวลาเย็นน่ะครับ”
“แล้วทางบ้านต้องซื้อหาอะไรบ้างคะ?” แม่กระปุกถามถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องเกิดขึ้นด้วยความกังวล
“อ้อ คงต้องมีชุดกีฬา ซึ่งจริง ๆ นักกีฬาว่ายน้ำก็มีเพียงชุดว่ายน้ำ หมวกว่ายน้ำ และแว่นตาว่ายน้ำที่เหมาะสมครับ”
“อ้อ คงมีค่าใช้จ่ายอีกมากนะคะ? แล้วกระปุกต้องไปว่ายน้ำ่เย็นใช่ไหมคะ? กลับบ้านได้กี่โมงคะ?”
“หลักเลิกเรียนบ่ายสามครึ่ง ผมทำเื่จัดรถรับส่งให้ เวลาที่ฝึกว่ายก็คือบ่ายสี่โมงเย็นจนถึงทุ่มหนึ่งครับ กลับมาถึงบ้านไม่น่าเกินทุ่มครึ่งครับคุณแม่”
แม่ของกระปุกครุ่นคิด ถ้ากระปุกเรียนหนังสือเก่ง แล้วได้เป็ตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันด้านวิชาการ กลับอยากจะสนับสนุนมากกว่า อีกทั้งยังต้องมีค่าใช้จ่าย และยังต้องใช้เวลาที่มาช่วยขายก๋วยเตี๋ยวตอนเย็นไปฝึกว่ายน้ำอีก ทำให้งานช่วยที่ร้านก๋วยเตี๋ยวของกระปุกตกอยู่กับน้องสาว
“อาจารย์คะ การเป็นักกีฬาโรงเรียนมันช่วยทำให้อนาคตการเรียนของเด็กดีขึ้นไหมคะอาจารย์?” แม่ของกระปุกใช้วิธีถามแทนที่จะปฏิเสธไม่ให้กระปุกไปเป็นักกีฬาว่ายน้ำทันที
“การเป็นักกีฬาว่ายน้ำกับการเรียนหนังสือ อาจจะดูไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรงนะครับคุณแม่ แต่ผมมองว่าทั้งสองอย่างมีผลต่อความสำเร็จในอนาคตของเด็ก การเรียนเป็สิ่งสำคัญแต่ไม่ใช่เป็สิ่งเดียวที่จะส่งให้เด็กไปสู่ฝัน ความมั่นคงทางจิตใจมากกว่าที่จะทำให้เด็กทำการใด ๆ ได้สำเร็จ” อาจารย์วิชชากล่าว
แม่ของกระปุกนั่งนิ่ง ดูเหมือนกำลังคิดตามคำพูดของเขา อาจารย์วิชชาจึงกล่าวต่อว่า
“การที่กระปุกได้เป็ตัวแทนโรงเรียน นั่นหมายถึงเขามีความสามารถที่โดดเด่นจนทุกคนยอมรับ ซึ่งเป็สิ่งที่ทำให้กระปุกภาคภูมิใจ และทำให้เขามีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น สิ่งนี้จะเป็หลักยึดให้กระปุกทำการงานอื่นใดต่อไปได้อย่างมั่นคง”
“การว่ายน้ำนี้น่ะหรือคะทำให้เด็กเก่งขึ้น และมีความมั่นคงในการทำงาน?” แม่ของกระปุกถามขึ้น
อาจารย์วิชชาตอบว่า “ครับคุณแม่ กีฬาว่ายน้ำแม้จะเป็กีฬาที่แสดงความสามารถส่วนบุคคล แต่บางรายการก็ต้องแข่งกันเป็ทีม ซึ่งเด็กจะมีโอกาสฝึกการทำงานร่วมกัน เป็การปลูกฝังความคิดและพฤติกรรมที่ดีต่อการพัฒนาตนเองของกระปุกนะครับ”
แม่ของกระปุกฟังอาจารย์วิชชาแล้วนิ่งสักครู่ ขณะเดียวกัน ก็นึกแปลกใจในความสามารถที่แฝงอยู่ของลูกสาว
“ดิฉันเองก็ไม่เคยรู้ว่ากระปุกว่ายน้ำเก่ง เคยพาไปฝึกว่ายน้ำตอนเขาเล็ก ๆ ไม่กี่ครั้ง แล้วหลังๆ นี่ก็ไม่เคยพาไปว่ายน้ำที่ไหน”
“พวกอาจารย์เองก็ยังทึ่งในความสามารถเฉพาะตัวของกระปุกเหมือนกันครับ พอดีปีที่แล้วจัดทัศนศึกษาที่เมืองกาญจน์ กระปุกะโลงว่ายน้ำในแม่น้ำกับพวกนักกีฬาว่ายน้ำในโรงเรียน ตอนแรกพวกอาจารย์ยังคิดว่ากระปุกตกน้ำ รีบวิ่งกันไปช่วย ที่ไหนได้ ประปุกว่ายน้ำอย่างกับปลา พวกนักกีฬาโรงเรียนแท้ ๆ ยังว่ายแพ้เลย มันเป็พร์ของเด็กเอง ทางโรงเรียนเองก็อยากสนับสนุน”
แม่ของกระปุกดูลังเล ใจหนึ่งก็ดีใจที่ลูกมีความสามารถเป็ที่ยอมรับ แม่กระปุกเองก็อยากส่งเสริมลูกทันที แม้ว่าจะไม่ใช่ด้านการศึกษาที่แม่ของกระปุกคาดหวังไว้ แต่อีกใจหนึ่งก็ยังเป็ห่วงเื่ค่าใช้จ่าย ความเครียดจากเื่เงินตึงทำให้แม่ของกระปุกกล่าวปฏิเสธกลายๆ ต่อความหวังดีของอาจารย์วิชชา
“ดิฉันเองก็อยากสนับสนุน แต่ไม่แน่ใจว่ากระปุกจะชอบหรือเปล่า? อีกอย่างกระปุกก็ต้องกลับมาช่วยงานขายก๋วยเตี๋ยวที่ร้านทุกเย็น...”
อาจารย์วิชชาเห็นแม่ของกระปุกมีทีท่าไม่สนับสนุนการแข่งว่ายน้ำของลูก ซึ่งเขาก็อ่านออกถึงความกังวลใจของแม่กระปุกในเื่เศรษฐกิจทางครอบครัว
“ผมเข้าใจครับ และคิดหาทางช่วยเหลือทางคุณแม่อยู่เหมือนกัน กระปุกชอบว่ายน้ำมากครับ พอรู้ว่าจะได้เป็ตัวแทนโรงเรียนเป็นักกีฬาไปแข่งขัน ก็ตื่นเต้นดีใจมาก ถ้าต้องทิ้งโอกาสนี้ไปคงน่าเสียดายมากทีเดียว”
อาจารย์กล่าวต่อว่า “ผมกำลังคิดจะเสนอโรงเรียนให้ทุนการศึกษาแก่กระปุก โดยยกเว้นค่าเล่าเรียนให้ในเทอมนี้ อีกทั้งจะเสนอทุนค่าใช้จ่ายในการแข่งขัน ซึ่งการเข้าแข่งขันของกระปุกจะไม่ทำให้คุณแม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย”
แม่ของกระปุกอึกอัก ไม่รู้จะตอบปฏิเสธหรือตอบรับ ได้แต่นั่งนิ่งฟังอาจารย์วิชชาพูดต่อ
“ถ้าทางโรงเรียนอนุมัติ คุณแม่สามารถให้กระปุกไปใช้เวลา่เย็นฝึกว่ายน้ำได้ไหมครับ? การแข่งขันจะมีขึ้นอีกสามเดือน พอแข่งขันเสร็จ กระปุกก็จะกลับมาช่วยคุณแม่ขายของในตอนเย็นได้เหมือนเดิมครับ”
อาจารย์วิชชาหยุดสักครู่ แล้วกล่าวอย่างมีความหมาย
“อีกอย่างที่สำคัญสำหรับกระปุก การเข้าแข่งขันในเกมส์กีฬา ทำให้กระปุกรู้จักชนะและรู้จักแพ้ รู้จักให้อภัย และรู้จักการแบ่งปันน้ำใจ”
แม่ของกระปุกกลืนน้ำลายเพราะเข้าใจความหมายของอาจารย์ กระปุกเป็เด็กที่ค่อนข้างมีปัญหา เป็พี่ที่อิจฉาน้อง ไม่ยอมแบ่งปัน มองโลกในแง่ร้าย คิดเองเออเองแล้วเข้าใจคนอื่นผิด นิสัยเหล่านี้คงเอาไปใช้กับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน จึงรู้สึกละอายใจที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกให้มีนิสัยน่ารักอย่างใครเขา