บทที่ 27 ส่งโทรเลขกลับบ้าน
เอาจริง ๆ ถ้าเธอเป็แม่ของเ้าของร่างคนก่อน คงจะะโโลดเต้นด้วยความกังวลแน่ ๆ ส่งลูกสาวมาตามหาพ่อที่เมืองหลวง ไม่กี่วันแต่งงานจดทะเบียนซะแล้ว
แถมยังไม่รู้อีกว่าฝ่ายชายเป็คนแบบไหน
พอคิดถึงเื่นี้ จางจิงจิงก็รู้สึกปวดหัว คิดในใจว่าเ้าของร่างคนก่อนช่างไร้เดียงสาสิ้นดี นี่มันอกตัญญูชัด ๆ ไม่แปลกใจเลยที่หัวโขกพื้นตาย คงเป็เวรกรรมตามสนอง
ระหว่างทางกลับบ้าน จางจิงจิงยังคงกังวลเื่พ่อแม่ที่อยู่ชนบท จากความทรงจำของเ้าของร่างคนก่อน ดูเหมือนว่าพ่อบุญธรรมจะมีปัญหาสุขภาพ เขาไม่ยอมไปหาหมอ แถมยังทำงานหาเงินไม่ได้
แม่ของเ้าของร่างคนก่อนจึงจำใจพาเธอมายังเมืองหลวงเพื่อตามหาพ่อแท้ ๆ
พูดตามตรง พ่อแม่ที่ชนบทก็ดีกับเ้าของร่างคนก่อนมาก แม่เองก็สงสารที่ลูกสาวต้องถูกคนอื่นดูถูกเหยียดหยาม จึงพยายามมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้
แม้ว่าพ่อบุญธรรมจะไม่ใช่พ่อแท้ ๆ แต่ท่านก็ดูแลเธออย่างดี ถึงขั้นยอมให้ลูกชายทั้งสองคนไม่ได้เรียนหนังสือ เพื่อส่งเสียให้เธอได้เรียน
สุดท้ายกลับเลี้ยงดูจนกลายเป็ลูกทรพีแบบนี้
จริง ๆ แล้วเธออยากจะช่วยเหลือครอบครัวที่อยู่ชนบท แต่ตอนนี้ตัวเองก็ไม่มีปัญญา แม้ว่าสามีจะให้ดูแลเื่เงิน แต่หญิงสาวก็ไม่กล้าใช้เงินของเขา เพราะยังไงมันก็ไม่ใช่เงินที่เธอหามาเอง
"ดูท่าแล้ว ฉันต้องรีบหาเงินให้ได้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องส่งเงินกลับไปให้พ่อเลี้ยงไปหาหมอ อย่าให้ชักช้าไปกว่านี้เลย"
ความจริงแล้ว เธอคิดไม่ผิดเลยสักนิด
วันรุ่งขึ้น หวังกุ้ยเอ๋อได้รับโทรเลข โดยมีหัวหน้าหมู่บ้านเป็คนนำมาให้ ั้แ่ที่จางจิงจิงเข้าเมืองหลวงไปก็ไม่ได้ติดต่อกลับไปเลย ผ่านไปนานขนาดนี้ พวกเขาก็อดเป็ห่วงไม่ได้ จึงให้พี่ชายคนโตเขียนจดหมายไปหา
แต่แล้วจดหมายที่ส่งไปก็เงียบหายราวกับหินตกน้ำ
ทุกคนในครอบครัวเป็กังวลใจ กลัวว่าจางจิงจิงจะถูกใครรังแกในเมืองหลวง หวังกุ้ยเอ๋อยิ่งคิดก็ยิ่งกังวล สองวันนี้คิดจะไปขอจดหมายแนะนำจากหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อที่จะได้เดินทางเข้าเมืองหลวงไปหาลูกสาว
แต่ในที่สุดจางจิงจิงก็ส่งโทรเลขกลับมา หวังกุ้ยเอ๋ออ่านหนังสือไม่ออก จึงรีบเรียกพี่น้องทั้งสอง
"จางฝูเฉียง จางจื้อจวิน พวกเธอมานี่เร็ว ช่วยแม่ดูหน่อยว่าน้องสาวส่งมาว่าอะไร?"
จางฝูเฉียงและจางจื้อจวินเป็ลูกชายของจางต้าเหอที่เกิดกับภรรยาคนเก่า หลังจากที่ภรรยาคนก่อนของจางต้าเหอเสียชีวิต เขาก็แต่งงานใหม่กับหวังกุ้ยเอ๋อ
ถึงแม้ว่าพี่ชายทั้งสองจะไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเืกับจางจิงจิง แต่พวกเขาก็รักและเอ็นดูเธอมาก เหมือนกับเป็น้องสาวแท้ๆ
พอได้ยินข่าวของจางจิงจิง พวกเขาก็รีบวางงานในมือแล้วรีบมาหาแม่เลี้ยงทันที
แม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้รับการศึกษาสูงแต่พวกเขาก็มีความรู้เช่นกัน
หลังจากที่เห็นโทรเลขที่จางจิงจิงส่งกลับมา ทั้งคู่ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
“น้องสาวบอกว่าแต่งงานแล้ว ตอนนี้มีชีวิตที่ดี ไม่ต้องห่วง”
“อะไรนะ? น้องสาวแกแต่งงานแล้วเหรอ? กับใครกัน? ไปเมืองหลวงได้ไม่กี่วันก็แต่งงานแล้วเนี่ยนะ? ไร้สาระสิ้นดี!”
หวังกุ้ยเอ๋อร้อนใจมาก ถึงจางจิงจิงจะบอกว่าสบายดี แต่คนในครอบครัวจะไม่ห่วงได้ยังไง แต่งงานทั้งคนไม่บอกกล่าวทางบ้านแบบนี้ได้ยังไง?
จางต้าเหอได้ยินแบบนั้นก็กังวลใจไม่แพ้กัน
“แล้วเราจะทำยังไงดี? น้องแกโดนหลอกหรือเปล่า? หรือว่าไอ้พ่อใจั์นั่นจะเอาลูกสาวเราไปขาย?”
จางต้าเหอร้อนใจจนลุกเดินไปมา พลางสูบบุหรี่แก้เครียด
“ไม่งั้นเราไปเมืองหลวงกันเถอะ ไปถามให้รู้เื่ไปเลย แต่งงานอะไรจะเร็วปานนั้น น้องยังเด็ก ไม่รู้เื่รู้ราว อาจจะโดนคนหลอกเอาก็ได้”
หวังกุ้ยเอ๋อก็รู้สึกเสียใจพลางคิดว่าไม่น่าส่งลูกสาวไปเลย ตอนนั้นคิดแค่ว่าพ่อมีฐานะ ร่ำรวย เป็คนเมืองหลวง คงให้ชีวิตที่ดีกับลูกสาวได้
เสือยังไม่กินลูกตัวเอง จางจิงจิงเป็ลูกสาวของเขา เขาจะเพิกเฉยต่อเธอได้ยังไง?
แต่หวังกุ้ยเอ๋อลืมไป หากจางอ้ายกั๋วเป็คนมีจิตสำนึกจริง เขาจะทิ้งพวกเธอสองแม่ลูกกลับไปที่เมืองได้ยังไง?
เขาเป็แค่เฉินซื่อเหม่ย[1] ใจดำอำมหิต!
ยิ่งหวังกุ้ยเอ๋อคิด เธอก็ยิ่งกังวลและหวาดกลัว เธอทนรอถึงวันพรุ่งนี้ไม่ไหว รีบขอให้จางฝูเฉียงไปที่ตัวเมืองและตอบกลับโทรเลขของจางจิงจิง ถามว่าหญิงสาวพักอยู่ที่ไหน พบปัญหาอะไรหรือไม่
ในใจจางฝูเฉียงก็อดกังวลใจไม่ได้เช่นกัน จริงๆ แล้วเขาก็รู้ว่าน้องสาวคนเล็กของตนมักจะดูถูกที่บ้านยากจน และไม่ชอบพี่ชายทั้งสอง ดังนั้นตอนที่เธอแต่งงาน จึงไม่ได้บอกพวกเขา
บอกว่าไม่รู้สึกเสียใจก็คงไม่จริง ในใจรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่ในเวลานี้ใครจะไปสนใจเื่พวกนี้อีกกันล่ะ? พวกเขาแค่้ายืนยันความเป็ไปของน้องสาวเท่านั้น
ในทีมผลิตมีรถแทรกเตอร์ แต่ชาวบ้านอยากใช้ก็ทำได้แค่โบกรถไปด้วย วันนี้รถแทรกเตอร์ไม่ได้เข้าเมือง เขาทำได้เพียงเดินเท้าไปเท่านั้น
ระหว่างทางอากาศร้อนมาก แต่เขาก็ไม่กล้าหยุดพัก อยากจะติดต่อน้องสาวให้เร็วที่สุด
เมื่อไปถึงตัวเมือง จางฝูเฉียงก็เหงื่อไหลโชกไปหมด วิ่งไปยังที่ทำการไปรษณีย์ รีบส่งโทรเลขถึงจางจิงจิงตามที่อยู่ในโทรเลข
เ้าหน้าที่ทำการไปรษณีย์บอกว่าจางจิงจิงคงตอบกลับมาในทันทีไม่ได้ ให้เขากลับไปรอก่อน
จางฝูเฉียงทำอะไรไม่ได้ นอกจากเดินกลับไป
พอกลับถึงบ้านก็เห็นจางต้าเหอไอค่อกแค่กอยู่เหมือนเดิม ปอดของเขามีปัญหา ป่วยกระเสาะกระแสะมานานแล้ว แต่เพราะที่บ้านไม่ค่อยมีเงิน จึงได้แต่ปล่อยให้ทนทุกข์ทรมานต่อไป
พี่ชายคนโตอย่างจางฝูเฉียงแต่งงานแล้ว ตอนนี้มีลูกชายสองคน ด้วยเพราะฐานะทางบ้านยากจน ทำให้ในบ้านมีเื่ทะเลาะเบาะแว้งกันไม่เว้นแต่ละวัน
ส่วนน้องชายอีกคนอย่างจางจื้อจวินก็น่าสงสาร อายุปาเข้าไปยี่สิบกว่าแล้วแท้ๆ แต่กลับยังไม่มีภรรยาเลย
ใครจะอยากเอาลูกสาวสุดที่รักมาลำบากด้วยเล่า
พอเห็นสามีกลับเข้าบ้าน หวังฮุ่ยก็ทำสีหน้าไม่พอใจและเริ่มบ่น "ฐานะที่บ้านก็แร้นแค้นอยู่แล้ว ยังจะมาเสียเงินค่าส่งโทรเลขไปหานังจางจิงจิงอีก เสียเงินเปล่าๆ"
ในความคิดของเธอ อยากจะทำเป็ลืมๆ ยัยจางจิงจิงไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่ส่งโทรเลขไปบอกเล่าอะไรนั่น ปล่อยให้เป็หมาหัวเน่าไปเสียเถอะ!
คนในครอบครัวต่างก็มองจางจิงจิงในแง่ดี แต่เธอไม่ใช่! เธอเกลียดจางจิงจิงที่สุด ยิ่งหลังจากที่เธอแต่งเข้ามาในบ้านนี้ ทั้งสองคนก็ไม่วายมีปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้ง
แต่ทุกครั้งคนในบ้านนี้ก็เข้าข้างจางจิงจิงทุกที ทำเอาเธอโมโหแทบคลั่ง
ตอนนี้จางจิงจิงไปอยู่เมืองหลวงแล้ว เธอรู้สึกดีใจที่สุด
"เธอส่งโทรเลขไปหาจางจิงจิงแล้วเหรอ? มีข่าวอะไรบ้างรึยัง?” หวังกุ้ยเอ๋อถามด้วยสีหน้ากังวล
"ส่งแล้วครับ พรุ่งนี้น่าจะได้ข่าวจากจิงจิง แม่ไม่ต้องกังวลไปหรอก ในเมื่อเธอยังส่งข่าวมาได้ ก็แสดงว่าตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว"
หวังกุ้ยเอ๋อพยักหน้า แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
ร่างกายของสามีทรุดลงทุกวัน แต่ครอบครัวยังคงยากจน แค่จะกินยังลำบาก เื่อาการป่วยของเขาก็ได้แต่ต้องปล่อยทิ้งไว้แบบนั้น
เมื่อนึกถึงความดีที่จางต้าเหอมีต่อเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา หวังกุ้ยเอ๋อก็อดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เธอเกลียดตัวเองที่ไร้ประโยชน์ ไม่สามารถดูแลเขาได้
พูดไปแล้วก็เป็เพราะเมื่อหลายปีก่อน จางต้าเหอไปทำงานเป็กรรมกรในเหมืองถ่านหินเพื่อหาเงิน ทำให้ปอดของเขาพัง
จางต้าเหอเห็นภรรยาขมวดคิ้วด้วยความกังวล จึงรีบปลอบใจ
"กุ้ยเอ๋อ คุณอย่ากังวลไปเลย มันเป็โรคเก่าของผม ไม่เป็ไรหรอก เดี๋ยวสองสามวันนี้ผมก็หายแล้ว"
หวังกุ้ยเอ๋อมองเขา น้ำตาเริ่มไหลริน
"ต้าเหอ หลายปีมานี้ ฉันขอโทษนะ จิงจิงเด็กคนนี้มันอกตัญญู ไม่รู้จักสงสารคุณ หลายปีมานี้ของดีๆ ในบ้านล้วนให้เธอไปหมด ทำให้ฝูเฉียงกับคนอื่นๆ ต้องลำบาก"
*เฉินซื่อเหม่ย[1] เป็ตัวละครในงิ้วจากเื่เปาบุ้นจิ้น ซึ่งมีนิสัยชั่วร้าย อกตัญญู และทะเยอทะยาน หลงในตำแหน่ง ละทิ้งลูกเมีย บิดามารดา