บทที่4หลายสิ่งที่เหนือคาด
ซางเทียนมือไพล่หลังเดินออกมาอย่างไม่ช้าไม่เร็วก่อนหยุดยืนเบื้องหน้าอวิ๋นจางลี่แล้วคนก็ผายมือออก “เชิญแม่นางลงมือเถิด ข้าจะต่อให้ท่านห้า ไม่สิ ข้าจะต่อให้ท่านสิบกระบวนท่า”
อวิ๋นจางลี่ประสานมือขึ้นอย่างแช่มช้อย
“เป็พระคุณมากแล้ว เช่นนั้นข้าพเ้าก็มิเกรงใจล่ะนะ”
ซางเทียนยกยิ้มที่มุมปากคนเอามือไพล่หลังพร้อมเชิดหน้าขึ้นมองธาตุอากาศคล้ายมิได้กังวลใจต่อการโจมตีเข้ามาของอวิ๋นจางลี่ แต่ทว่ามันต้องตื่นตะลึงนิ่งค้างเนื่องด้วยเพียงขาข้างซ้ายของอวิ๋นจางลี่ก้าวออก ร่างของนางก็เลือนรางราวหมอกมายา และชั่วพริบตาเสียงฝ่ามือหมัด และฝ่าเท้าก็ดังระรัวติดๆ กันถึงสิบครั้ง ทั้งร่างของซางเทียนยังปลิวกระเด็นล้มกลิ้งไปไกลหลายสิบตลบค่อยหยุดลงสร้างความอับอายให้แก่มันยิ่ง แต่นั่นก็ยังไม่เท่าความตื่นตระหนกของทุกผู้คนในที่แห่งนี้พวกมันต่างไม่อยากเชื่อสายตาว่าสตรีที่บอบบางนางนี้กลับมีท่าร่างที่รวดเร็วและกระบวนยุทธ์ที่รุนแรงยิ่ง
ซางเทียนดีดร่างลุกขึ้นยืน พร้อมทำทีหัวเราะลั่น
“ฮ่าฮ่าฮ่า ท่านทำให้ข้าตื่นตะลึงมิน้อยเช่นนี้จึงเหมาะที่จะเป็ภรรยาของข้า…. ข้าต้องขออภัย ที่ต้องลงมือกับแม่นางแล้ว”
กล่าวจบ ซางเทียนก็พุ่งร่างใช้ออกด้วยกระบวนยุทธ์คว้าจับลงยังร่างของอวิ๋นจางลี่ทันทีแต่ทุกกระบวนท่าของมัน อวิ๋นจางลี่กลับหลบหลีกปัดป้องได้อย่างหมดจด สร้างความลุ่มร้อนใจแก่มันยิ่งเช่นนั้นชายหนุ่มจึงไม่คิดออมรั้งฝีมืออีกต่อไป แต่ถึงแม้มันจะปลดปล่อยกระบวนยุทธ์เต็มความสามารถสุดท้ายก็มิอาจััถูกตัวนางแม้แต่เส้นผม ทั้งนี้ยังเป็มันเองที่ถูกทั้งฝ่ามือและหมัดกระหน่ำฟาดเข้าใส่จนใบหน้าฟกช้ำโลหิตไหลซึมออกมาให้เห็น
ซางเทียนบังเกิดความอับอายและมีโทสะถึงขั้นที่ควบคุมมิอยู่เพลิงปราณสีเหลืองบริสุทธิ์จึงถูกเรียกออกมาที่ฝ่ามือเพื่อคิดหวังข่มขู่สตรีที่แสนพยศนางนี้ซักครา
อวิ๋นซื่อคังและคนของตระกูลอวิ๋นทุกผู้เห็นเช่นนั้นต้องหน้าถอดสีเพราะเป็ห่วงความปลอดภัยของอวิ๋นจางลี่ด้านอวิ๋นเซ่อแทบจะะโเอาตัวขวางเพลิงปราณที่ลอยเข้าหานาง แต่แล้วสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของพวกมันก็ถึงกับทำให้คนต้องปากอ้าตาค้างอย่างไม่เชื่อสายตาไปตามๆกัน เมื่อในมือขวาของอวิ๋นจางลี่ได้ปรากฏเพลิงปราณสีแดงบริสุทธิ์รูปกระบี่ขึ้น ก่อนกระบี่เพลิงปราณดังกล่าวจะตัดฝ่าเพลิงปราณสีเหลืองจนดับสูญพร้อมแทงทะลุไหล่ซ้ายของซางเทียนจนคนร้องเสียงดังลั่นออกมาด้วยความเ็ป!
บุรุษวัยกลางคนจากวังบูรพาถึงคราวหน้าถอดสีมันรีบพุ่งร่างมายืนขวางเบื้องหน้าของนายน้อยตนไว้ ก่อนประสานมือให้กับอวิ๋นจางลี่ด้วยความนอบน้อม
“ผู้น้อยมีตาหามีแววไม่ มิคิดว่าท่านหญิงจะเป็คนของ……”
อวิ๋นจางลี่ยังยกยิ้มละมุน แล้วกล่าวตัดบท
“ท่านมากมารยาทเกินไป ข้าเพียงทำตามบันทึกข้อตกลงเท่านั้นในเมื่อนายน้อยของพวกท่านเอาชนะข้ามิได้ ข้าก็หวังว่าพวกท่านจะทำตามสัญญา”
บุรุษวัยกลางคนกล่าววาจาตะกุกตะกัก
“นั่นย่อมแน่นอน ผู้แพ้ก็ต้องทำตามสัญญา….อีกทั้งเื่ก่อนหน้าต้องขออภัยแทนนายน้อยและข้าที่เบาปัญญามิรู้ความเป็อย่างสูง”
อวิ๋นจางลี่กล่าว“ข้ามิเคยถือโทษโกรธพวกท่านแต่อย่างใด” หยุดเล็กน้อยก่อนที่ประกายตาของนางจะพลันเย็นเยียบลง
“แต่หวังว่าเื่ในวันนี้จะจบลงแค่ภายในตระกูลอวิ๋นเท่านั้นคงไม่แพร่งพรายถึงภายนอก”
บุรุษวัยกลางคนและซางเทียนต่างหลั่งเหงื่อเย็นเยียบเต็มแผ่นหลังคนรู้ความหมายในวาจาของนาง เป็บุรุษวัยกลางคนที่รีบกล่าวออกมา
“นายน้อยของข้าแพ้เพราะประมาทเท่านั้นไม่มีสิ่งใดอื่นอีก…. ท่านหญิง พวกข้าขอตัวลาแล้ว”
..................
“ลูกพ่อ เ้าทำได้อย่างไร เ้าเป็ผู้ฝึกเพลิงปราณั้แ่ตอนไหนหรือเป็ตอนที่เ้าขอไปอาศัยอยู่กับญาติฝ่ายมารดาเ้าตอนนั้น… โอ้์ ท่านเมตตาข้าแล้ว”
“ท่านพี่ ข้ามิคิดว่าท่านจะยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้เหตุใดท่านจึงไม่ถ่ายทอดให้ข้าบ้าง”
ทั้งอวิ๋นซื่อคังและอวิ๋นจางหย่ง บิดาแลน้องชายของนางต่างมีสีหน้าที่เหลือเชื่อคละเคล้ากับความตื่นเต้นยินดีพวกมันมิคิดว่าบุตรีหรือพี่สาวของตนจะเป็ผู้ฝึกเพลิงปราณ ทั้งยังเป็เพลิงปราณสีแดงบริสุทธิ์อีกด้วย
อวิ๋นจางลี่มิได้ใส่ใจคำพูดของบิดาและน้องชายนางกลับหันไปกล่าววาจาขึ้นเสียงดังให้คนทั้งตระกูลอวิ๋นได้รับทราบ
“เื่วันนี้หวังว่าจะจบเพียงเท่านี้อย่าให้ข้าได้ยินจากปากใคร เข้าใจหรือไม่”
ทุกผู้คนในตระกูลอวิ๋นต่างมิกล้าที่จะขัดคำสั่งของนางพวกมันจึงพากันตอบว่าเข้าใจแล้วกันอย่างถ้วนทั่ว อวิ๋นจางลี่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจแล้วหันไปกล่าวกับบิดาและน้องชายของนาง
“รวมถึงท่าน และเ้าด้วย”
เมื่อเจอประกายตาที่คมกล้าของอวิ๋นจางลี่อวิ๋นซื่อคังและอวิ๋นจางหย่งถึงกับกลืนน้ำลายอึก พร้อมตอบขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง
“เข้าใจแล้ว”
งานเลี้ยงต้อนรับอาคันตุกะจากวังบูรพาในยามเฮ่ยอานนี้ได้ยุติลงอย่างกระทันหันคนของพรรคอันดับหนึ่งแห่งเขตเหนือบูรพากลับวิ่งแจ้นจากไปด้วยอาการตื่นกลัว เื่นี้ล้วนถูกกล่าวถึงกันอย่างแพร่หลายทั่วเขตเหนือบูรพาแต่กลับไม่มีผู้ใดทราบถึงเื่ลับลมคมนัยของเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เพราะเป็เช่นนี้เหล่าค่ายพรรคหรือสำนักผู้ฝึกเพลิงปราณอื่นจึงพลอยเกิดความหวาดหวั่นไปด้วย และนับั้แ่นั้นเป็ต้นมาตระกูลอวิ๋นสายหลักก็มิเคยถูกผู้ฝึกเพลิงปราณมาเยี่ยมเยียนอีกเลยซักครั้ง
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าไม่อยากจะคุยโม้โอ้อวดแต่พวกเ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดวังบูรพาจึงมิกล้ามาตอแยตระกูลอวิ๋นของข้าอีก”เสียงของอวิ๋นจางหย่งดังขึ้นด้วยความภาคภูมิใจทั้งแฝงไว้ด้วยความอวดโอ่ถือดีตอนนี้ร่างอ้วนท้วมของมันกำลังนั่งอยู่กลางเหลาสุราขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ไม่ห่างจากตระกูลอวิ๋นนักเมื่อมันกล่าวขึ้นทุกผู้ที่นั่งอยู่ภายในเหลาสุราต่างหูผึ่ง บ้างเอียงคอเพื่อรอรับฟังบ้างก็ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เพื่อหวังจะทราบเื่ราวในยามเฮ่ยอานคืนนั้น แต่ทว่าอวิ๋นเซ่อที่ถูกอวิ๋นจางหย่งลากมาด้วยเพื่อใช้แบกสัมภาระแลขนของมันพลันกล่าวตัดบทขึ้น
“นายน้อย เื่นี้คุณหนูใหญ่เคยบอกไว้มิใช่หรือ”
เมื่อถูกบุคคลที่ไม่ชอบขี้หน้ามากที่สุดขัดคออวิ๋นจางหย่งก็บังเกิดโทสะ คนขว้างถ้วยสุราเข้าใส่ใบหน้าของอวิ๋นเซ่อทันใด เคร้ง!ถ้วยสุราฟาดเข้าใส่หัวคิ้วด้านซ้ายของอวิ๋นเซ่อจนถ้วยดังกล่าวแตกละเอียดโลหิตบนใบหน้าของอวิ๋นเซ่อไหลอาบลงมา แต่ชายหนุ่มกลับมิร้องโอดโอยแม้เพียงคำเดียว มันยังยืนนิ่งจ้องมองอวิ๋นจางหย่งั์ตาเขม็งอวิ๋นจางหย่งเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งมีโทสะเพิ่มพูนอย่างใหญ่หลวง
“เ้าคนสวะ นอกจากกล้ากล่าวสั่งสอนข้ายังกล้ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น สมควรตาย!”
ร่างท้วมพุ่งมาจากโต๊ะที่นั่ง พร้อมเหวี่ยงไหสุราในมือขวาฟาดเข้าใส่ใบหน้าของอวิ๋นเซ่ออย่างรวดเร็วแต่ปฏิกิริยาทางความคิดของอวิ๋นเซ่อรวดเร็วยิ่ง คนคิดเบี่ยงหลบตามสัณชาตญาณทันที ทว่าร่างกายนี้กลับอ่อนปลวกเปียกไร้ซึ่งพลังกายแลเรี่ยวแรงจนเกินไปทำให้คนมิอาจที่จะหลบได้ทัน
“นี่ร่างกายเราอ่อนแอถึงเพียงนี้”
อวิ๋นเซ่อพึ่งครุ่นคิด ไหสุราก็บรรลุถึงใบหน้าแล้วเคร้ง!ตัวไหและสุราที่เหลืออีกกึ่งหนึ่งพลันแตกกระจัดกระจายและกระเซ็นซ่านลงสู่พื้นพร้อมกับร่างของอวิ๋นเซ่อ
อวิ๋นเซ่อที่นอนคว่ำหน้าอยู่คนกัดฟันกรอดมือขวากำหมัดแน่น พลังธรรมชาติที่ทุกผู้ในโลกแห่งนี้มิเคยรู้จักกำลังไหลเวียนบนกำปั้นของชายหนุ่มโลกแห่งนี้มีพลังธรรมชาติที่แสนจะน้อยนิด ทั้งร่างกายของอวิ๋นเซ่อในตอนนี้ก็แสนจะไร้ซึ่งพร์ในการตอบรับพลังธรรมชาติเหล่านี้แต่เนื่องด้วยมันมีความทรงจำและภูมิปฏิภาณอันเป็เลิศจากอีกโลก เช่นนั้นมันจึงยังพอรีดเร้นเอาพลังธรรมชาติที่แสนจะน้อยนิดมาใช้กับร่างกายที่อ่อนแอได้อยู่บ้าง
“เ้าสวะจงติดตามครอบครัวสวะของเ้าไปยังปรโลกซะเถอะ!”
อวิ๋นจางหย่งคว้าเศษไหที่แหลมคมชิ้นหนึ่งแทงเข้าใส่อวิ๋นเซ่ออย่างรวดเร็วและเป็จังหวะเดียวกับที่อวิ๋นเซ่อกำลังปล่อยหมัดขวาสวนออกมา!
“หยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงอันทรงพลังของสตรีนางหนึ่งดังขึ้น ส่งให้เศษไหในมือของอวิ๋นจางหย่งแตกละเอียดในทันทีพร้อมกันนั้นร่างของอวิ๋นจางหย่งยังปลิวกระเด็นล้มกลิ้งไปหลายตลบ คนต้องร้องโอดโอยด้วยความเ็ปก่อนจ้องมองสตรีเ้าของเสียงดังกล่าว
“ท่านพี่”
สตรีนางนั้นก็คืออวิ๋นจางลี่นั่นเอง นางก้าวเดินเข้าหาอวิ๋นจางหย่งแล้วกล่าวเสียงหนัก
“เ้าไม่เชื่อฟังพี่สาวแล้วหรือไร”
ได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นจางหย่งถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นเยียบคนกล่าววาจาตะกุกตะกัก
“ผู้น้องผิดไปแล้ว…. มิกล้ากล่าวมากความอีกแล้ว…. ข้าสัญญา…. อย่าตีข้าเลย”
“เช่นนั้นก็ไปเถิด” คล้ายได้ยินเสียงจาก์ อวิ๋นจางหย่งพลันตะกุยร่างอันอ้วนท้วมวิ่งหนีไปทันทีอวิ๋นจางลี่สายตามองตามร่างของอวิ๋นจางหย่ง แต่ปากกลับกล่าววาจาขึ้นกับผู้อื่น
“เื่นี้เป็เื่ของคนในครอบครัวมิลำบากท่านต้องสอดมือเข้ามายุ่ง”
วาจานี้มุ่งเป้าไปยังบุรุษชุดคลุมดำที่นั่งอยู่โต๊ะมุมสุดที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นบุรุษผู้นี้หน้าตาหล่อเหลาคมคาย ทั้งแฝงไว้ด้วยแววซื่อตรง นิ้วชี้ของมันที่กำลังจะเคาะโต๊ะในจังหวะที่อวิ๋นจางหย่งแทงเศษไหใส่อวิ๋นเซ่อได้ถูกวางลงบนโต๊ะอย่างแ่เบาคนคว้าชามสุราขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ ก่อนวางเงินแล้วเดินจากไปโดยมิกล่าววาจา แต่ขณะที่บุรุษชุดคลุมดำกำลังเดินผ่านอวิ๋นเซ่อมันได้ชำเลืองมองกำปั้นขวาของอวิ๋นเซ่อด้วยหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นแวบหนึ่ง แล้วคนก็จากไปโดยไม่หันกลับมาอีก
อวิ๋นเซ่อมองตามบุรุษชุดดำ ก่อนคนจะค่อยๆลุกยืนขึ้นแล้วประสานมือให้แก่อวิ๋นจางลี่
“ขอบพระคุณคุณหนูใหญ่ที่ช่วยเหลือข้า….ท่านเป็บุคคลเดียวที่ดีต่อข้ามาโดยตลอด”
เป็อวิ๋นจางลี่ที่ต้องขมวดคิ้วน้อยๆ มองอวิ๋นเซ่ออวิ๋นเซ่อเบื้องหน้ากลับดูไม่เหมือนอวิ๋นเซ่อที่นางรู้จัก อวิ๋นเซ่อในตอนนี้กลับยืนอย่างทรนงอกผายไหล่ผึ่ง แววตาที่มันส่งมาก็คมกล้าอาจหาญ วาจาก็ชัดถ้อยชัดคำไม่เคอะเขินเหมือนเก่าก่อนและถึงแม้บนใบหน้าจะมีาแและโลหิตไหลอาบแต่มันกลับยังเยือกเย็นคล้ายไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นหรือต่อให้มีสิ่งนั้นก็มิอาจสั่นคลอนจิตใจที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวของมันไปได้ อวิ๋นจางลี่จ้องมองอวิ๋นเซ่อเนิ่นนานนางมีอายุห่างจากมันสามปี นางเคยเห็นมันมาั้แ่อายุได้แปดขวบ ซึ่งเป็ตอนที่มันถูกเกณฑ์ให้มาเป็คนรับใช้ตระกูลหลักนางเอ็นดูมันดั่งน้องชายเนื่องด้วยมันเป็คนที่อ่อนน้อมถ่อมตน และเป็คนดีจากใจจริงแต่ทว่านั่นก็มิได้ทำให้นางชื่นชมมันแต่อย่างใด ต่างจากวันนี้ที่นางรู้สึกว่ามันก็คือบุรุษที่งดงามไม่แพ้ผู้ใดคนหนึ่ง
“เ้าไม่รู้สึกเ็ปต่อาแบนใบหน้าเลยหรือ”
อวิ๋นเซ่อเ็ปจวนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าสาวงาม มันจึงไม่ยินยอมแสดงอาการออกมา ทว่าเมื่ออวิ๋นจางลี่เปิดปากถามเช่นนี้คนก็คล้ายได้คิด รีบร้องโอดโอยพร้อมยกมือขึ้นมากุมศีรษะทันที
“โอ้ย คุณหนูข้าเ็ปตรงนี้เหลือเกินจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”
ชายหนุ่มไม่เพียงกล่าววาจาเท่านั้น มันยังยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของอวิ๋นจางลี่จนครั้งนี้อวิ๋นจางลี่ต้องหรี่ตาจ้องมองมัน ไม่เพียงท่าทางภายนอกจะเปลี่ยนไป แต่ความกระล่อนเ้าสำราญในแบบฉบับของบุรุษเสเพลก็ปรากฏออกมาด้วย
“เ้าถูกรังแกจนเสียสติไปแล้วหรือไง”
“เช่นนั้นท่านก็ช่วยปกป้องข้าอย่าให้มั…..คุณชายเล็กรังแกข้าสิ”
“แต่เ้าจะถูกข้ารังแกแทน”
“ข้ายอมให้ท่านรังแกตลอดชีวิต”
“ย่อมได้” สิ้นเสียงของอวิ๋นจางลี่พลังปราณไร้ลักษณ์พลันถูกปลดปล่อยออกรอบกายนาง กระแทกเข้าใส่ร่างของอวิ๋นเซ่อจนกระเด็นล้มกลิ้งถอยหลังไปไกล
“โอ้ย! ท่านรังแกข้า”
“เป็เ้าที่ร้องขอ….. ยังมิรีบไปรักษาแผลอีก!”
อวิ๋นเซ่อรีบดีดกายลุกขึ้นพร้อมมองค้อนอวิ๋นจางลี่คราหนึ่งคนก็วิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว อวิ๋นจางลี่จ้องมองเงาร่างของบุรุษหนุ่ม นางส่ายหน้ายิ้มน้อยๆก่อนวางเงินชดใช้ค่าเสียหายให้แก่เหลาสุราแห่งนี้แล้วเดินจากไป