ประตูหน้าบ้านเปิดออก ผมเดินลากเท้าเข้ามา รู้สึกหมดแรงเหมือนเพิ่งออกไปรบ ทั้งที่ความจริงแค่ไปโรงเรียนวันแรกเท่านั้นเอง
“ที่โรงเรียนเป็ยังไงบ้างลูก สนุกมั้ย” เสียงแม่ดังมาจากห้องรับแขก
ผมหันไปมอง แม่กำลังง่วนอยู่กับการปัดฝุ่นบนชั้นวางของ ท่าทางคล่องแคล่วราวกับนักกายกรรม แป๊บเดียวก็ปีนขึ้นไปเช็ดโน่นนี่อีก
“ก็ดีฮะ” ผมตอบส่ง ๆ ขณะก้มลงถอดถุงเท้า แทบไม่มีแรงอธิบายอะไรยืดยาว
“ดีแบบไหนจ๊ะ” แม่ยังคงถามต่อ ไม่ปล่อยให้คำตอบลอยหายไปกับอากาศ
ดีที่ยังรอดชีวิตกลับมา ผมอยากตอบแบบนั้น
“ก็… ครูบางคนใจดี บางคนก็ดุ” ผมถอนหายใจ
“อ้อ วันนี้มีเด็กผู้ชายมาขอนั่งกินข้าวกับผมด้วย แล้วก็มีเด็กผู้หญิงอีกคนมาชวนคุย ถามชื่อผมด้วย แต่ผมไม่บอก”
“ทำไมล่ะ” แม่หยุดเช็ดโต๊ะ หันมามองด้วยความสงสัย
“ไม่รู้สิฮะ ผมไม่ได้อยากเป็เพื่อนกับเธอ” ผมยักไหล่
แม่หัวเราะเบา ๆ “เหรอ แล้วลูกมีเพื่อนใหม่บ้างหรือยัง”
“ยังเลยฮะ” ผมตอบตามตรง
“ไม่เป็ไรจ้ะ พรุ่งนี้ลูกต้องหาเพื่อนดี ๆ ได้สักคนแน่ แม่เชื่ออย่างนั้น”
“ฮะ” ผมรับคำ แต่ในใจกลับหนักอึ้ง จะบอกแม่ยังไงดีว่าผมไม่ได้อยากไปโรงเรียนเลยด้วยซ้ำ
“งั้นถอดชุดนักเรียนใส่ตะกร้าแล้วไปอาบน้ำนะลูก” แม่พูดพลางก้มลงเช็ดโต๊ะต่อไป
แม่คงจะเหนื่อยมาก ผมทนเห็นแม่ทำงานบ้านคนเดียวไม่ไหว ผมจึงหันหลังเดินเข้าห้องไปจะได้ไม่ต้องเห็น
วันแรกเพิ่งผ่านไป แต่กลับรู้สึกเหมือนใช้พลังงานหมดทั้งชีวิต แค่วันเดียวยังเหนื่อยขนาดนี้ แล้วพรุ่งนี้ล่ะจะเป็ยังไงต่อ ผมหาแรงบันดาลใจจากที่นั่นไม่เจอเลย มีแต่แรงบันดาลโทสะล้วน ๆ
***
กลิ่นหอมของหมูผัดเปรี้ยวหวานลอยมาแตะจมูก ข้าวสวยร้อน ๆ วางอยู่ตรงหน้า ข้าง ๆ มีต้มจืดเต้าหู้หมูสับหม้อใหญ่ที่แม่ตักแบ่งใส่ถ้วยเล็กให้พ่อกับผม พ่อมักชมเสมอว่าแม่ทำกับข้าวอร่อย ไม่มีใครเก่งเท่าแม่แล้วล่ะ
“แม่บอกว่าลูกยังไม่มีเพื่อนใหม่เลยเหรอ” พ่อถามพลางตักข้าวใส่จาน สีหน้าดูห่วงใย แต่ไม่ได้กดดันจนเกินไป
“เพิ่งวันแรกเอง ให้เวลาลูกหน่อยสิ” แม่ช่วยพูดแทนผม ขณะใช้ตะหลิวค่อย ๆ พลิกผัดเปรี้ยวหวานในกระทะก่อนตักใส่จาน
“แม่ยังบอกอีกว่ามีเพื่อนผู้หญิงอยากรู้จักชื่อลูก แต่ลูกไม่ตอบ ไหงเป็งั้นล่ะ” พ่อถามต่อ น้ำเสียงแฝงความสงสัย
ผมวางช้อนลง ถอนหายใจเบา ๆ ไม่น่าเล่าให้แม่ฟังเลย “ก็… ผมไม่ชอบเธอ”
“ทำไมล่ะ” พ่อเลิกคิ้วมองผมด้วยความสงสัย
“เธอนึกว่าผมเป็เด็กเรียน เพราะผมได้นั่งโต๊ะแถวหน้าในห้องเรียน” ผมพูดพลางเขี่ยหอมใหญ่ไปไว้ที่ขอบจาน
พ่อหัวเราะในลำคอ “แล้วลูกไม่ใช่เด็กเรียนเหรอ ปีที่แล้วลูกสอบได้ที่หนึ่งทั้งสองเทอมเลยนะ”
ขอบคุณที่ย้ำว่าสอบได้ที่หนึ่ง ผมยังโกรธเื่โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ไม่หาย
“ครูประจำชั้นจัดที่นั่งตามส่วนสูง ผมตัวเตี้ยที่สุดในห้องก็เลยได้นั่งแถวหน้าฮะ”
แม่ยิ้มขำก่อนตักหมูผัดเปรี้ยวหวานเพิ่มให้ผมอีก “งั้นลูกต้องกินเยอะ ๆ จะได้โตไว ๆ”
ผมมองหมูในจานแล้วเผลอเบะปากเมื่อเห็นว่ามีมะเขือเทศกับพริกหวานปะปนอยู่ด้วย “แม่ ผมไม่อยากกินผัก มันไม่อร่อย”
“ไม่ได้ กินหมูแล้วก็ต้องกินผักด้วย ไม่งั้นจะไม่โตนะ” แม่พูดเสียงดุขึ้นเล็กน้อย
“เอางี้ ถ้าลูกกินหมดแล้วเดี๋ยวพ่อให้เล่นมือถือ โอเคมั้ย” พ่อเลื่อนจานผมกลับมาตรงหน้า
ผมหรี่ตานิดหนึ่งอย่างชั่งใจ ก่อนพยักหน้ารับ “ก็ได้ฮะ”
ผมรีบตักข้าวคำใหญ่เข้าปาก ตั้งใจเคี้ยวให้จบ ๆ ไป แต่ไม่รู้ทำไมผมคิดถึงรูปปั้นเด็กกำพร้าสีเขียวหม่นใกล้ ๆ ลานหน้าเสาธง
“พ่อฮะ ช่วยเล่าประวัติโรงเรียนให้ผมฟังได้มั้ยฮะ”
พ่อหันมามองผมอย่างไม่เชื่อหู แม่ถึงกับวางช้อน
“ได้สิ ลูกอยากฟังเื่ไหนล่ะ”