พอขึ้นรถได้นับดาวก็งอแง มินตราเองก็ดูเหมือนจะรู้ว่าลูกเป็อะไร เธอรีบเปิดเป้ใบใหญ่ที่เขาเคยสงสัยว่ามันมีอะไรอยู่ในนั้นมันถึงได้ใหญ่นัก สักครู่เธอก็ดึงผ้าห่มสีชมพูผืนไม่ใหญ่มากนักกับตุ๊กตาหมีออกมาให้นับดาว ส่วนนับดาวเองก็ดึงมันไปกอดไปหอมก่อนจะเริ่มสะลึมสะลือแล้วหลับไป เขามองภาพเ่าั้ก็ได้แต่ยิ้มตาม คนเป็แม่นี่ต้องเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์สินะ เพราะดูแล้วในเป้นั้นมันมีทุกอย่างสำหรับนับดาวจริงๆ
" มินเก่งมากเลยนะที่เลี้ยงลูกคนเดียวได้ " เขาอดที่จะชมเธอไม่ได้
" ขอบคุณค่ะ " เธอตอบเขาสั้นๆ แต่น้ำเสียงออกจะติดสั่น จนเขาไปต่อไม่เป็เพราะกลัวจะพูดอะไรที่ไปกระทบจิตใจเธอ
" นี่ก็เย็นมากแล้ว หากพี่ไม่มีธุระ อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันนะคะ มินซื้อของมาทำอาหารเยอะเลย " เธออยากจะขอบคุณเขาที่เขาอุตส่าห์สละเวลามาพานับดาวเที่ยว
" ได้สิครับ " เขาอดจะยิ้มดีใจไม่ได้ที่เธอพูดกับเขามากกว่าสามคำ
" ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ และขอบคุณสำหรับตุ๊กตา "
" ไม่เป็ไรครับพี่ยินดี " เขามองเธอผ่านกระจกมองหลังจึงเห็นว่าเธอส่งยิ้มน้อยๆ ให้เขา
" มินใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไรครับ " เขาที่ยังคาใจเื่กลิ่นกายของเธอเลยอดที่จะถามไม่ได้
" ทำไมเหรอคะ " เธออดแปลกใจไม่ได้ที่เขาถามแบบนี้
" ไม่มีอะไรหรอกครับ พี่แค่อยากรู้ พี่คิดว่าน้ำหอมของมินหอมดีเลยอยากได้ให้แม่ " เขาโกหกเธอคำโต
" มินไม่เคยใช้น้ำหอมหรอกค่ะ มินไม่ชอบ " เธอตอบเขาไปตามความจริง
" อ้อ..เหรอครับ " ถ้างั้นก็คงจะเป็กลิ่นเฉพาะตัวเธอสินะ เขาเลยไม่เคยได้กลิ่นนี้จากผู้หญิงคนไหน.. แล้วเขาไปจำกลิ่นกายเธอติดจมูกเหมือนหมาจำกลิ่นอึได้เป็ปีๆ ได้ยังไงวะ ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนและ้าจะรู้ แล้วยิ่งเื่ของนับดาวอีกที่ใครๆ เห็นก็คิดว่าเป็ลูกเขา มันยิ่งทำให้เขาสับสน หากเขาเคยได้เสียกับเธอก็จะไม่ข้องใจเลย แต่นี่อะไรได้ก็ไม่เคยได้แตะก็ไม่เคยแตะทำไมลูกเธอถึงได้เหมือนเขานัก
ตลอดทางกลับบ้านตะวันก็ชวนเธอคุยโน่นนี่นั่นเพื่อให้เธอคุ้นชินกับเขา และก็ดูเหมือนว่ามันจะได้ผลเมื่อเธอเริ่มตอบเขาเป็ประโยคที่ยาวขึ้น แต่ก็จะมีบางทีที่เธอก็ดูเหมือนจะพยายามเว้นช่องว่างระหว่างเขาอยู่ตลอดเวลา แต่เขาก็เข้าใจและคงต้องให้เวลาเธอสักพัก แค่เธอยอมพูดด้วยยาวๆ แบบนี้ก็ดีใจแล้ว
" อื้ม อาหารของมินอร่อยทุกอย่างจริงๆ ..มินรับจ็อบทำอาหารงานวันเกิดให้พี่ไหม พี่ว่าจะจัดงานวันเกิดให้แม่ที่ไร่น่ะ " เขาติดใจฝีมือเธอจริงๆ จนอยากได้เธอไปทำอาหารในงานวันเกิดที่เขาจะจัดขึ้นในเดือนข้างหน้า
" หากพี่ชอบมินทำให้พี่ทานได้ทุกวันค่ะ ไหนๆ ก็จ้างมินอยู่แล้ว..ส่วนเื่งานวันเกิด พี่ไม่ต้องจ้างมินหรอกค่ะ มินเต็มใจไปทำให้แต่มินคงต้องดูก่อนว่าพี่ไผ่มีเวลาดูนับดาวให้ได้ไหม "
" เดือนหน้าพี่ไม่ว่าง อาทิตย์หน้าพี่ต้องไปต่างประเทศและกว่าจะกลับคงนานเพราะต้องไปหลายประเทศ คงอยู่ช่วยมินเลี้ยงหลานไม่ได้ " ไผ่ที่นั่งเงียบแอบมองหน้าหลานกับหน้าตะวันสลับกันอยู่เป็นานเอ่ยขึ้น ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือน เหมือนทั้งขี้ทั้งขนขนาดนี้เปอร์เซ็นต์ที่จะไม่ใช่ลูกมันแทบจะหาไม่เจอ แต่คำยืนยันหนักแน่นจากปากมันล่ะ เพราะเขารู้จักตะวันดี มันเป็ลูกผู้ชายพอ หากมันทำมันยอมรับไปนานแล้ว ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งปวดหัว!
" เอานับดาวไปด้วยก็ได้เดี๋ยวพี่ดูแลให้เอง... ใช่ไหมครับนับดาว ไปเที่ยวไร่กับลุงนะ " เขาหันไปชวนนับดาว
" ไปค่ะไป หนูอยากไปเที่ยวไร่ " นับดาวปรบมือฉีกยิ้มกว้างให้เขาอย่างดีใจจนมินตราปฏิเสธไม่ออก.. ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้เธอก็ต้องหนักแน่นและต้องไม่เผยพิรุธให้เขารู้
" ถ้างั้นก็ได้ค่ะ แต่พี่จะจัดวันไหนคะ มินจะได้เตรียมตัวถูก"
" วันที่ 10 เดือนหน้า เดี๋ยวใกล้ๆ วันพี่จะบอกอีกที แต่มินไม่ได้ทำคนเดียวหรอกนะ เดี๋ยวพี่จะให้แม่บ้านมาช่วยด้วย "
" ขอบคุณค่ะ " มินตรายิ้มน้อยๆ ให้เขา แต่ใจคนมองกลับเต้นตึกตัก นานแค่ไหนแล้วนะที่ใจเขาไม่ได้เต้นแรงแบบนี้
วันรุ่งขึ้นมินตราก็ไปทำงานให้เขาตามปกติ แต่แปลกที่วันนี้กลับเจอเขานอนซบอยู่บนโซฟา เธอยืนเก้ๆ กังๆ ไม่รู้ว่าจะเข้าไปถามเขาดีไหม แต่เขาก็ดูเหมือนจะหลับลึกเธอจึงเลือกที่จะเดินเลี่ยงเขาเข้าไปทำความสะอาดในห้องนอนเขาก่อน
" มินช่วยไปซื้อยาแก้ปวดหัวให้พี่หน่อยสิ " เขาที่ดูเหมือนจะหลับกลับชะโงกหน้าขึ้นมาพูดกับเธอ
" เอ่อ ค่ะ..พี่จะเอาอะไรอีกไหมคะ " หน้าซีดๆ ของเขาทำให้เธออดที่จะห่วงเขาไม่ได้
" พี่ขอแค่ยาก็พอ " เขาฟุบหน้าลงบนโซฟาอีกครั้งเธอจึงรีบออกไปซื้อยา ดูแล้วเขาคงจะยังไม่ได้กินอะไรเธอจึงซื้อของมาทำอาหารง่ายๆ ให้เขาทานก่อนกินยา
" พี่ตะวันลุกมาทานข้าวต้มร้อนๆ ก่อนทานยานะคะ " กลิ่นหอมๆ ของอาหารกับเสียงหวานๆ ของเธอปลุกเขาให้ลืมตาตื่นอีกครั้ง
" แต่พี่ยังไม่หิว ขอแค่ยาแก้ปวดก็พอ " ั้แ่ตื่นขึ้นมาแล้วที่เขาปวดหัวจนแทบจะะเิ
" ทานข้าวก่อนค่ะ เดี๋ยวมินเอายาให้ " มินตราถือถ้วยข้าวต้มมาวางไว้ตรงหน้าเขา ตะวันมองถ้วยข้าวต้มกับหน้าของมินตราแล้วก็ปฏิเสธไม่ออก ถึงจะไม่หิวแต่ก็เกรงใจคนทำ เขาตักข้าวต้มเข้าปากสองสามคำพอเป็พิธี
" พี่อิ่มแล้วล่ะครับ "
" ทานเพิ่มอีกหน่อยนะคะ จะได้หายเร็วๆ " เห็นเขาไม่สบายแบบนี้เธอก็อดที่จะห่วงเขาไม่ได้ แล้วยิ่งหากเขาไม่ยอมกินอะไรเลย แล้วจะหายได้ยังไง และหากเขายังไม่หายเธอก็คงไม่สบายใจที่ต้องทิ้งเขาไว้ตามลำพังแบบนี้
" พี่ปวดหัว " เขามองเธอหน้าตางอง้ำ หน้าตาแบบนี้ของเขาเหมือนนับดาวตอนที่ไม่อยากจะทานข้าวหรือเวลาไม่ได้ดั่งใจยังไงยังงั้น หากนับดาวเป็เด็ก เขาก็คงจะเป็เด็กโค่งดีๆ นี่เอง
" เฮ้อ... มาค่ะมินป้อน " มินตรานั่งลงเป่าข้าวต้มให้เขาเหมือนกับที่เคยทำให้นับดาว ลูกเป็ยังไงพ่อก็ต้องเป็ยังงั้นสินะ เอาใจยากเหมือนกันทั้งคู่!
ตะวันนั่งมองเธอเป่าข้าวให้เขาเหมือนเด็กก็อดที่จะแอบขำไม่ได้ ตอนนี้เธอคงลืมไปแล้วล่ะมั้งว่าเขาเป็ผู้ชายถึงได้กล้ามานั่งใกล้แบบนี้
" อ้าา " เธอยื่นช้อนมาจ่อปากเขาพร้อมกับบอกให้เขาอ้าปากเหมือนเด็กๆ แต่เขาก็อ้าปากตามอย่างว่าง่าย เวลาป่วยมีคนดูแลแบบนี้ก็ทำให้รู้สึกดีไม่น้อย
" เห็นไหมคะ แป๊บเดียวหมดถ้วยเลย.. เก่งมากเลยค่ะ " เธอยิ้มกว้างพร้อมกับชมเขาเหมือนเด็ก นี่เธอคงเอาวิธีที่ใช้กับนับดาวมาใช้กับเขาสินะ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันได้ผลจริงๆ ไหนๆ ก็ถูกมองว่าเป็เด็กเขาก็จะสนองตามที่เธอคิด
" ยาค่ะ " เธอยื่นยายื่นน้ำให้เขา
" พี่ไม่ชอบกินยา " ตะวันเบือนหน้าหนี
" เอ๊ะ พี่นี่ยังไง เมื่อกี้ยังถามหายาอยู่เลย " เธออดที่จะว่าเขาไม่ได้ที่ชอบทำตัวเหมือนเด็ก
" แต่พี่ไม่ชอบกินยา " อยากจะรู้จริงๆ ว่าเธอจะใช้วิธีไหนในการป้อนยาเขา
" กินยาก่อนนะคะ จะได้หายไวๆ เดี๋ยวมินทำขนมอร่อยๆ มาให้ทานช่วยล้างปากนะคะ " ตะวันกลั้นขำจนตัวงอ ไม่คิดว่าเธอจะเอาขนมมาล่อเขา
" อ๊ะ.. กินก็กิน "
" เก่งมากค่ะ " และก็เป็อีกครั้งที่เธอชมเขาเหมือนเด็กหลังจากที่เขากินยาเสร็จ
" นอนพักนะคะ จะได้หายไวๆ "
ตะวันนอนมองเธอเก็บถ้วยชามอยู่เงียบๆ เธอเป็แม่ที่ดีและคงจะเป็ภรรยาที่ดีด้วยเช่นกัน แต่เท่าที่ไผ่เล่าให้ฟัง เธอไม่เคยเปิดใจให้ใครเลย ไม่ว่าผู้ชายพวกนั้นพร้อมที่จะดูแลเธอกับลูกแค่ไหน เธอสวยเธอสมบูรณ์แบบในสายตาของเขา แต่ผู้ชายแบบไหนกันล่ะที่จะทำให้กำแพงน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจเธอละลายลงได้ ยอมรับว่าเธอเป็ผู้หญิงที่ใจแข็งจริงๆ ที่ก้าวผ่านทุกอย่างมาได้ตามลำพัง