บทที่68 ไปกันเถอะ
เทวากับคาเรนกลับมาที่เมืองB5หลังจากที่พวกเขาทั้งสองท่องเที่ยวอยู่สองสามวัน การฝึกนั้นไม่จำเป็นสำหรับเทวาแล้วเพราะว่าเขาได้รับพลังมหาศาลจากการเดินทางในครั้งนี้เขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าจนแทบจะหลายเป็นคนละคนนอกจากเรื่องพลังแล้วเขายังสูงขึ้นจนเหมือกนับเป็นคนอื่นไปเลยทีเดียว
เมื่อเทวากลับมาเขาก็ได้รู้ข่าวเรื่องของยาปลดล็อคยีนและเรื่องพลังลมปราณเทวาแปลกใจอย่างมากที่เขาจากไปเพียงแค่สิบกว่าวันแต่ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไปมากเมื่อเดินอยู่ในเมืองเขาจะเห็นผู้คนที่สุขภาพดีขึ้นเพราะได้รับยาปลดล็อคยีนแม้ว่าส่วนใหญ่จะใช้พลังลมปราณเพราะทลวงจุดชีพจรต้นกำเนิดไม่ได้แต่ยาปลดล็อคยีนก็ยังมีส่วนทำให้ร่างกายแข็งแรง
มันถือว่าเป็นยาอายุวัฒนะอย่างหนึ่งได้เลย
รัฐบาลกลางถือว่าใจดีอย่างมากที่ฉีดยาปลดล็อคยีนให้กับทุกคนถึงส่วนใหญ่รัฐบาลกลางจะค่อนข้างเอาเปรียบประชาชนก็ตามแต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่ารัฐบาลกลางจะทำเพื่อมนุษยชาติอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่สามารถทะลวงจุดชีพจรได้จากการได้รับยาปลดล็อคยีนแค่หลอดเดียวนั้นจะถือว่าพวกเขาเปลี่ยนจากปลากลายเป็นมังกรได้เลยฐานะของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมากและรัฐบาลกลางยังสนับสนุนเพื่อให้ผู้ที่ทลวงจุดชีพจรต้นกำเนิดดีรับสวัสดิการที่ดีและยังมีทรัพยากรสำหรับการพัฒนาในอนาคตอีกด้วย
ยิ่งหากเขาเป็นมนุษย์กลายพันธุ์และยังทลวงจุดชีพจรต้นกำเนิดเพื่อรองรับพลังลมปราณได้แล้วล่ะก็พวกเขาจะถือว่าเป็นประชาชนชั้นหนึ่งได้เลย
เทวารู้สึกทึ่งและรู้สึกตื่นเต้นอย่างช่วยไม่ได้เขาที่เผชิญหน้ากับพวกโปรตอสมาแล้วรู้ดีถึงความแข็งแกร่งของพวกมันดี รวมถึงพวกระดับรองลงมาก็ยังแข็งแกร่งอย่างมากเขาไม่เคยพบเจอระดับพลเอกหรือระดับอสูรหรือแม้แต่ระดับกึ่งเทพแต่เขาก็คิดได้ว่ามนุษย์นั้นเสียเปรียบอย่างมากไม่อย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่เขตแดนมนุษย์จะครอบคลุมโลกใบนี้เพียงแค่5-10%
การเข้ามาของพลังลมปราณจะเปลี่ยนทุกอย่างแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าลมปราณนั้นสามารถยกระดับพลังของมนุษย์ได้มากแค่ไหนก็ตาม
อันที่จริงเทวาก็ไม่ได้สนใจความผาสุขของมวลมนุษย์มากมายหรอกแต่ที่เขารู้สึกดีจริงๆก็คือต่อจากนี้เขาอาจจะได้พบเจอกับนักสู้ที่แข็งแกร่งมากขึ้นก็เท่านั้น
บางทีอาจจะมีมนุษย์ธรรมดาบางคนที่เข้ากันได้กับพลังลมปราณอย่างลงตัวและเปลี่ยนจากงูดินกลายเป็นมังกรเลยก็ได้เทวาคิดถึงเรื่องนี้ก็อดไม่ได้ให้สั่นไหว
เมื่อกลับมาแล้วและหลังจากที่เทวารู้เรื่องของลมปราณเขาก็สอบถามกับระบบหลายๆอย่างและเขาก็ได้รู้ว่าพลังภายในของเขานั้นมีศักยภาพที่มากกว่าพลังลมปราณอย่างน้อยสองเท่านี่ทำให้เทวาดีใจอย่างมากและเขาก็ถามคำถามสำคัญอย่างเรื่องที่ว่าเขาสามารถถ่ายทอดพลังนี้ได้หรือไม่
และคำตอบนั้นทำให้เทวารู้สึกดีเพราะระบบตอบว่าได้
แต่เขาจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีโคจรลมปราณที่มีประสิทธิภาพเสียก่อนโดยเทคนิคการโคจรลมปราณที่รัฐบาลกลางเผยแพร่นั้นเป็นเทคนิคที่ไร้ประสิทธิภาพอย่างมากมันเป็นเทคนิคที่พื้นฐานสุดๆทำให้การพัฒนาลมปราณเป็นไปอย่างเชื่องช้า(โดยที่เทวานั้นไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วรัฐบาลกลางมีเทคนิคลมปราณดีกว่านี้หรือไม่)
โชคดีที่เทวานั้นมีพลังภายในและร้านค้าระบบก็ยังมีขายเทคนิคการโคจรลมปราณเสียด้วย
เทคนิคโคจรลมปราณพื้นฐาน(ดีกว่าของรัฐบาลกลาง)ราคา10,000
เทคนิคโคจรลมปราณระดับกลางราคา50,000
เทคนิคโคจรลมปราณระดับสูงราคา100,000
เทคนิคโคจรลมปราณภูติอุดรราคา1,000,000
เทคนิคลมปราณหกบรรจบราคา1,000,000
เทคนิคลมปราณไร้ลักษณ์น้อยราคา1,000,000
..........................
...............
และยังมีเทคนิคมากมายให้เทวาได้เลือกซื้อจนเขาตาลายเงินระบบของเขาตอนนี้มีไม่มาก(เพราะเล่นกาชาจนหัวร้อนไปเมื่อไม่นานมานี้)เขาจำเป็นต้องเก็บเงินระบบหากจะซื้อเทคนิคโคจรลมปราณเหล่านี้
โดยการจะถ่ายมอดพลังภายในของเขาให้กับคนอื่นๆได้เทวาจะต้องเรียนรู้เทคนิคเหล่านี้เสียก่อน(อันไหนก็ได้)เมือ่เขาสามารถเรียนรู้จนเข้าใจเขาก็จะถ่ายทอดพลังภายในให้กับคนอื่นได้นั่นเอง
เทวาจ้องมองไปยังรายการต่างๆของเทคนิคการฝึกลมปราณก็อดไม่ได้ให้น้ำลายไหลเพราะอยากได้
แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีเงิน
ทว่าเทวากลับเหลือบไปเห็นบางอย่างในระหว่างนั้นมันคือจุดมุมหนึ่งของหน้าต่างร้านค้ามันมีจุดแดงๆเล็กๆที่เขาหากเขาไม่สังเกตก็จะมองไม่เห็น ด้วยความสงสัยเทวาจึงกดดู
[ดริ้ง]
[โฮสต์ได้รับกล่องสุ่มเทคนิคโคจรลมปราณ1กล่อง]
เสียงของระบบดังขึ้นทำให้เทวาแปลกใจ
‘ระบบมันมีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ ทำไมแกไม่บอกฉัน?’เทวาถามระบบ
[โฮสต์ต้องรู้จักกับคำว่าช่างสังเกตจะให้ฉันคอยบอกทุกเรื่องเลยหรือไงหากโฮสต์ปวดท้องฉันยังต้องเตือนว่าโฮสต์ต้องไปเข้าห้องน้ำหรือเปล่า?ช่างโง่เง่าดีแท้]
เทวาอุตส่าห์ถามดีๆแต่ระบบก็ยังมากวนตีนใส่เขามันทำให้เส้นเลือดของเทวาปูดที่ขมับ
‘ไอ้เจ้าระบบศีรษะอวัยวะเพชชายเฮงซวยอย่ามาเล่นลิ้นบอกฉันมาว่าทำไมแกไม่บอกฉัน’
[เพราะมันไม่จำเป็นและฉันอยากให้โฮสต์รู้จังศึกษาและสำรวจระบบของตนเองให้ดีมันก็เหมือนกับหลายๆครั้งที่ผ่านมาที่ฉันไม่ได้บอกโฮสต์ทุกสิ่งทุกอย่างที่ระบบอัพเดต]
‘โอเคฉันไม่เถียงกับแกแล้วฮึ!’เทวาแค่นเสียงก่อนจะมาสนใจกล่องสีทองขนาดเท่าฝ่ามือ
เขาตัดสินใจจะเปิดมันทันทีแต่เขาก็ชะงักไป
จากสถิติที่ผ่านๆมาทำให้เขารู้ว่าโชคของตนเองดีแบบบัดซบมากการเสี่ยงโชคส่วนใหญ่มักจะเข้าเนื้อของตนเองเสมอจนเขาต้องรู้สึกหงุดงหิดกับการทำนาเกลือจำนวนมากแต่จะอย่างไรก็ตามเทวานั้นเป็นผีพนันอย่างแท้จริงเขากังวลแต่แปบเดียวเท่านั้นและเปิดกล่องทันทีอย่างตื่นเต้น
แสงสว่างสีทองสว่างวาบในคลองสายตา(จากสายตาคนอื่นๆนั้นจะมองไม่เห็นระบบนะครับ)
[ดริ้ง]
[โอสต์ได้รับการ์ดเทคนิคโคจรลมปราณภูติอุดรจากกล่องสุ่ม]
[ต้องบอกว่าโฮสต์โชคดีอย่างมากทีได้รับพลังลมปราณในตำนานที่เข้ากับโฮสต์อย่างมากฉันคงได้แต่บอกโฮสต์ว่าคุณได้ใช้โชคดีของตนเองหมดลงไปแล้วในชาตินี้]
‘หุบปากไปเลยไปแล้วการไปเลียนแบบคำพูดในเน็ตแบบนั้นมันคืออะไรกัน?’เทวากล่าวกับระบบและหันมาสนใจการ์ดที่อยู่ในมือ
เทคนิคโคจรพลังลมปราณภูติอุดร(B+(ระดับสูงสุดSSR))
มันคือทักษะระดับB+โดยที่ระดับสูงสุดของมันคือระดับSSR เทวาเริ่มเชื่อคำพูดของระบบแล้วว่าเขาใช้โชคของชาตินี้ไปหมดแล้วถึงตอนนี้มันจะอยู่แค่ระดับB+แต่มันก็ไม่สำคัญอะไรนักเพราะว่ามันเป็นเรื่องปกติของเทคนิคลมปราณอยู่แล้วที่จะมีระดับต่ำแบบนี้
อย่างเทคนิคการโจมจรลมปราณพื้นฐานนั้นระยะแรกก็ยังเป็นแค่ทักษะระดับD+และระดับสูงสุดคือBเท่านั้น
ทักษะของลมปราณนั้นจะแตกต่างตามการฝึกฝนนั่นเอง
เทวารีบเรียนรู้แล้วฝึกจนสามารถใช้งานได้ในเวลาอันรวดเร็วพลังของลมปราณภูติอุดรนั้นทรงพลังอย่างมากเพียงแค่ครึ่งวันเทวาก็เพิ่งศักยภาพของพลังภายในของเขาขึ้นไปอีก30%
เทวาดีใจอย่างมาก
‘ฮ่าๆๆๆๆๆลมปราณภูติอุดรอย่างนั้นหรือ?มันช่างเหมาะกับเราที่เป็นสุดยอดบุรุษผู้เป็นเอกในแผ่นดินอย่างแท้จริงจอมยุทธ์ต้อนอี้...อะแฮ่ม! จอมยุทธ์เทวากำลังจะผงาดแล้วบิดาจะเหมือนกับมังกรที่เห็นหัวไม่เห็นหางกินกลางตลอดตัว...เอ่อไม่ใช่สรุปคือตรูข้าเหนือสรรพสิ่ง! ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆๆ’เทวาที่ฝึกเสร็จก็ยืดตัวขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจและหัวเราะราวกับคนบ้า
คาเรนที่อยู่ไม่ไกลจากเขาเห็ฯท่าทางนี้ของเทวาก็อดแทรกไม่ได้ว่า
“เป็นอะไรไปโดนเหยียบหางเหรอ?”พูดไปก็กินขนมเค้กที่เทวาทำให้ไปพลางอย่างเอร็ดอร่อย
“อะแฮ่มไม่ใช่ๆมานี่มาคาเรนจัง เทวามีอะไรจะบอกตัวเองแหละคืออย่างงี้นะงุงิงุงิคิขุคิขุ”เทวาขยับเข้าไปใกล้กับคาเรนและเอ่ยไม่เป็นคำ
“พูดอะไรประหลาดจังมีอะไรก็พูดดีๆสิ”คาเรนรำคาญกับคำพูดแบบนี้ของเทวามากจนอยากจะอวยพรเทวาให้รวย!
“คืออย่างนี้ฉันได้รับเทคนิคการฝึกลมปราณที่ไม่ใช่ของรัฐบาลกลางแต่มันมีประสิทธิ์ภาพอย่างมากจึงอยากจะให้เธอเรียนด้วย”เทวากล่าว
คาเรนได้รับสารปลดล็อคยีนแล้วนั้นแม้ว่าในร่างของเธอจะไม่มีพลังลมปราณแต่เธอก็ทะลวงจุดชีพจรต้นกำเนิดได้เรียบร้อยแล้วดังนั้นเธอจึงมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะฝึกลมปราณและศักยภาพร่างกายของเธอยังดีกว่ามนุษย์ทุกคนในการฝึกลมปราณเพราะเธอเข้าถึงแก่นแท้แห่งร่างกายแล้วนั่นเอง
“โอ้เหรอน่าสนใจนะ ฉันล่ะตื่นเต้นมากๆเลย”ปากคาเรนบอกว่าสนใจแต่เธอก็ยังไม่หยุดทานเค้ก
เทวารู้สึกอยากจะตบกะโหลกตัวเตี้ยนี่พอสมควรเพราะเขาอุตส่าห์เอาอะไรดีๆมาให้เธอแต่เธอกลับไม่เห็นค่า
“ฮึ่ม!ถ้าเธอไม่ฝึกลมปราณฉันจะไม่ทำขนมและอาหารอื่นให้เธอกินอีกต่อไป!”เทวากล่าวเสียงเข้ม
“กล้าเหรอ!”คาเรนส่งสายตาอาฆาตมาให้เทวา
‘บัดซบบิดาคือหัวหน้าครอบครัว บิดาจะไม่ยอมให้เธอเหนือกว่าอย่างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นก็เสียเชิงชายผู้ที่จะก่อตั้งฮาเร็มของตนเองน่ะสิไม่ได้ๆ เราจะต้องไม่ยอมอ่อนข้ออย่างเด็ดขาด ไม่มีวัน!’เทวาคิดในใจอย่างหมายมั่นปั้นมือว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับคาเรน
คาเรนจ้องมองเทวาด้วยแววตาราวกับงูจ้องมองกบ
บรรยากาศเริ่มเย็นลง
หลังจากที่คาเรนบรรลุระดับSRมาได้อย่างเต็มตัวนั้นพลังของเธอเพิ่มขึ้นอย่างมากมหาศาลและรวมถึงจิตสังหารด้วย
“ไหนพูดอีกทีสิว่าจะไม่ทำอาหารให้ฉันกินอีกต่อไปแต่นายควรจะระวังคำพูดเอาไว้ด้วยว่าเมื่อนายพูดคำนั้นออกมาแล้วนายมียารักษาและที่นอนที่ดีพอที่จะให้นายรอดชีวิตไปอีกวัน”คาเรนเสียงเข้มใบหน้าเย็นเฉียบ
เทวาร่างกายสั่น
‘อย่าสั่นสิตูข้าอะใช่แล้ว นี่มันคือสั่นสู้นี่เอง ดีล่ะ ฉันไม่ยอดเธอหรอกเฟ้ยเราจะต้องตอกเธอให้หน้าหงายเอาให้เธอไม่กล้าหือในอนาคต’เทวาสูดลมหายใจทำสีหน้าจริงจังก่อนจะตะคอกออกมาว่า
“คาเรน!”
“...”คาเรนหรี่สายตา
“ฉัน...ฉัน...ฉันจะไปทำแพนเค้กมาให้นะรับน้ำส้มคั้นด้วยมั้ย มันดูแลผิวพรรณและยังมีวิตามินซีช่วยให้ป้องกันไข้หวัดอีกด้วยคาเรนคนสวยจะได้อยู่กะเค้าไปนานๆ”กล่าวจบเทวาก็จ้ำอ้าวไปยังห้องครัวทันทีโดยมีสายตาขำๆจากคาเรนจ้องมองตามไป
“ตาบ้าเอ้ยคิกๆ”
....................................