ข้ามเวลามาเป็นสามีภรรยาชาวนาผู้ร่ำรวย (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 40 ลังเลกับข้อเสนอ

            “เพิ่งรับหนูเข้ามาเป็นสะใภ้ของบ้านเราวันแรกหนูก็จะเดินทางแล้ว หนูอยู่กับแม่ต่ออีกสักวันไม่ได้หรือจ๊ะ” แม่ซ่งจับมือลูกสะใภ้คนใหม่ไว้อย่างอาวรณ์

            “นั่นสิคะพี่สะใภ้ พี่อยู่กับพวกเราก่อนสิคะ รอให้ฉันกับอาเหมาปิดเทอมก่อนไม่ได้หรือ พอถึงตอนนั้นฉันกับอาเหมาจะได้กลับไปพร้อมพวกพี่เลย ฉันอยากเห็นบ้านเกิดของอาเหมาน่ะค่ะ” ซ่งซูมี่ก็เดินเข้าไปจับมือพี่สะใภ้คนใหม่ของเธออีกคน

            ซิ่วหงได้แต่ก้มหน้าเขินอาย และในใจลึกๆ ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เพราะเธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเธอจะได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นจากครอบครัวของคนรักเช่นนี้

            ความจริงแล้วเมื่อคืนไม่ใช่แค่การเลี้ยงฉลองธรรมดาๆ สำหรับคนในครอบครัวซ่ง แต่เป็นงานเลี้ยงต้อนรับลูกสะใภ้สามของครอบครัวซ่งต่างหาก เป็นเพราะซ่งหมิงอยากแต่งงานกับคนรักของเขาอย่างเร็วและเรียบง่าย ซึ่งซิ่วหงก็มีความคิดแบบเดียวกัน เธอไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีก เพราะฉะนั้นเธอจึงไม่อยากให้ครอบครัวซ่งต้องมาสิ้นเปลืองกับการจัดงานแต่งงานให้เธออย่างใหญ่โต ส่วนซ่งหมิงนั้นเขาก็เป็นคนไม่ชอบพิธีรีตองวุ่นวาย แค่ให้คนในครอบครัวรับรู้เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

            พ่อซ่งกับแม่ซ่งก็ไม่อยากขัดใจลูกชายกับลูกสะใภ้ อีกอย่างทั้งสองคนก็ไปอยู่ไกลหูไกลตา จัดพิธีแต่งงานเล็กๆ ให้คนในครอบครัวรู้เอาไว้ก็ดีเหมือนกัน เพราะคนหนุ่มสาวที่กำลังมีความรักสุกงอม บางทีความยับยั้งชั่งใจอาจจะมีน้อย เพื่อเป็นการปกป้องชื่อเสียงของลูกสะใภ้ พวกเขาจึงได้จัดงานแต่งให้ทั้งคู่อย่างรวดเร็วตามความประสงค์ของหนุ่มสาว พอกลับไปทั้งคู่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผยและไม่ถูกผู้คนนินทา

            “พอเลยเจ้าตัวยุ่ง กว่าพี่สามจะกล่อมให้พี่สะใภ้ของเรารับปากแต่งงานได้มันยากเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ ตอนนี้พี่สามแทบอยากกลับไปใช้ชีวิตกับพี่สะใภ้กันสองต่อสองจนใจจะขาดแล้ว แต่เธอก็เอาแต่รั้งพี่สะใภ้ไว้ เธออยากทรมานพี่สามหรือยังไงกัน” ซ่งหมิงพูดขึ้นอย่างหน้าไม่อาย 

            “เป่าจิน ที่บ้านไร่ของนายยังมีห้องว่างเหลืออยู่ใช่ไหม กลับไปฉันขอไปอยู่บ้านหลังนั้นก็แล้วกัน ดูๆ ไปแล้วพี่สามคงไม่อยากให้ฉันกลับไปอยู่เป็นก้างขวางคอเขากับพี่สะใภ้นักหรอก” ซ่งเต๋อพูดขึ้นพร้อมกับมองไปทางที่ชายคนที่สามของเขาอย่างรู้ทัน

            “รู้ตัวก็ดี” ซ่งหมิงก็ตอบกลับอย่างไม่เกรงใจ

            “เอาล่ะๆ นี่ก็ใกล้จะได้เวลาแล้ว คุณปล่อยให้พวกเขาไปขึ้นรถไฟเถอะ” พ่อซ่งพูดเตือนภรรยา “ลูกของเราโตแล้วนะ คุณจะรั้งให้เขาอยู่กับเราตลอดไม่ได้หรอก”

            “ก็ฉันยังไม่ได้ใช้เวลากับลูกสะใภ้นานเท่าไหร่เลยนี่คะ” แม่ซ่งตอบสามี

            “ถ้ามีเวลา หนูกับอาหมิงจะกลับมาเยี่ยมคุณพ่อกับคุณแม่บ่อยๆ นะคะ หรือไม่อย่างนั้นรอให้พวกเราสร้างบ้านหลังใหม่เสร็จ คุณพ่อกับคุณแม่ก็ถือโอกาสไปเยี่ยมพวกเรา และก็ไปพักผ่อนที่บ้านไร่ของพวกเราด้วยดีไหมคะ” ซิ่วหงพูดขึ้น

            “ใช่ครับคุณแม่ หรือถ้าคุณแม่อยากจะย้ายไปอยู่กับพวกเราเลยก็ได้นะครับ อีกไม่กี่ปีคุณพ่อกับคุณแม่ก็จะเกษียณแล้วไม่ใช่หรือ ถึงตอนนั้นจะได้ไปช่วยผมกับอาหงเลี้ยงเจ้าตัวเล็ก ผมตั้งใจว่าจะมีลูกสักหลายๆ คน อาหงจะได้ไม่เหงา” ซ่งหมิงพูดเสริม

            “คิดไปไกลจังเลยนะครับพี่สาม ทำให้ได้ก่อนแล้วค่อยพูดเถอะ” ซ่งเต๋อพูดขัด

            “นายวอนอยากโดนฉันเตะใช่ไหม มานี่เลยไอ้น้องชายตัวดี” ซ่งหมิงหันไปพูดกับน้องชาย

            “พี่ก็เตะผมเป็นประจำอยู่แล้วนี่” ซ่งเต๋อพูดเสียงเบา แต่เขาก็เขยิบไปยืนอยู่ข้างหลังบิดากับมารดาบุญธรรมแล้ว

            “พวกเราต้องขึ้นรถไฟแล้ว พ่อบุญธรรมกับแม่บุญธรรมอย่าลืมหาเวลาว่างไปเที่ยวที่บ้านสวนของพวกเราให้ได้นะคะ” หลี่ปิงปิงพูดเอ่ยลา

            “ถ้าหนูมีเวลาก็มาเยี่ยมพ่อกับแม่ด้วยนะ หนูกับเป่าจินก็เหมือนลูกแท้ๆ ของแม่เหมือนกัน” แม่ซ่งหันไปพูดกับซ่งหมิง “อยู่ที่โน่นแกต้องดูแลน้องให้ดีนะอาหมิง ถ้าแม่รู้ว่าแกทำให้ลูกสะใภ้ของแม่หรือแม้แต่ปิงปิงกับเป่าจินถูกคนอื่นรังแก แม่จะตามไปเอาเรื่องแกให้ถึงที่เลย แล้วแม่ก็จะพาอาหงกลับมาอยู่ที่เมืองหลวง ปล่อยให้แกนอนแห้งเหี่ยวอยู่ที่โน่นไปคนเดียว”

            “ผมรับรองด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเลยครับ” ซ่งเต๋อรีบรับปาก “พวกเราไปก่อนนะครับ คุณพ่อคุณแม่ดูแลตัวเองนะครับ”

     

            จางเป่าจินกับหลี่ปิงปิงกลับมาถึงบ้านก็ยุ่งกับงานของตัวเอง หลี่ปิงปิงเริ่มออกแบบเสื้อผ้าใหม่สำหรับสวมใส่ในฤดูหนาว ส่วนจางเป่าจินก็เริ่มผลิตผลไม้แปรรูปของตัวเองขึ้นมาแล้ว ถึงแม้ทั้งสองคนจะยุ่งมากแค่ไหน แต่พวกเขาก็ยังกลับมากินข้าวด้วยกันทุกมื้อ หากจางเป่าจินยังยุ่งอยู่ในโรงงาน หลี่ปิงปิงก็จะเป็นคนทำอาหารมาส่ง ความรักของพวกเขาเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนหนุ่มสาวในหมู่บ้านอยู่ไม่น้อยทีเดียว

            จะมีก็แต่ว่านอิ๋งที่มองจางเป่าจินและหลี่ปิงปิงอย่างอิจฉา  หลังจากเหตุการณ์ที่เธอกับเสี่ยวจื่อมีความสัมพันธ์กันและชาวบ้านเข้ามาเห็น ตั้งแต่วันนั้นชื่อเสียงของว่านอิ๋งก็เรียกได้ว่าเน่าเสียยิ่งกว่าน้ำเน่าจากน้ำล้างคอกหมูเสียอีก

            ตั้งแต่ที่เสี่ยวจื่อพาว่านอิ๋งกลับเข้าไปอยู่ในเมือง เขาก็ไม่ได้สนใจที่จะแตะต้องเธอ วันๆ เขาออกไปทำงานนอกบ้านตั้งแต่เช้า และจะกลับมาเมื่อพระอาทิตย์ตกดินแล้ว เพียงแต่บ้านเช่าที่เสี่ยวจื่ออาศัยอยู่นั้นเป็นแหล่งรวมของคนหนุ่มที่มีทั้งคนโสดและไม่โสด ว่านอิ๋งเคยมีประสบการณ์เรื่องนั้นมาแล้ว แม้จะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของเธอก็ตาม แต่เธอก็ยังโหยหามันอยู่ตลอด ในเมื่อเสี่ยวจื่อไม่สนใจและปล่อยให้เธอนอนเหงาอยู่บ้านคนเดียว ว่านอิ๋งจึงเริ่มพูดคุยและตีสนิทกับเพื่อนบ้านชายทั้งหลาย ผู้ชายเหล่านั้นล้วนมีประสบการณ์เรื่องอย่างว่ามาอย่างโชกโชน มีหรือจะไม่เข้าใจความต้องการของหญิงสาว ชายฉกรรจ์ละแวกนั้นจึงได้เลื่อนสถานะจากเพื่อนบ้านมาเป็นเพื่อนแก้เหงาให้ว่านอิ๋งอยู่ทุกวันไม่ซ้ำหน้า แล้วเรื่องนี้จะปิดบังเสี่ยวจื่อได้ยังไง 

            แม้เสี่ยวจื่อจะไม่ได้เห็นกับตาในสิ่งที่ว่านอิ๋งทำลับหลัง แต่เขาก็เลือกที่จะไล่ว่านอิ๋งกลับบ้านพ่อแม่ของเธอและประกาศตัดสัมพันธ์กับเธอทันที ชาวบ้านแถวนั้นไม่มีใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของสามีภรรยา จะมีก็แต่หนุ่มๆ ที่เคยได้ลิ้มลองรสชาติของว่านอิ๋งที่รู้สึกเสียดายเธออยู่ไม่น้อย หลังจากแยกทางกัน ว่านอิ๋งก็กลับมาอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ของเธอเหมือนเดิม โดยที่ว่านอิ๋งไม่รู้เลยว่าเรื่องราวทั้งหมดของเธอเป็นเสี่ยวจื่อที่ชักนำอยู่เบื้องหลัง

            เป็นเพราะเสี่ยวจื่อไม่ได้ตั้งใจที่จะสานสัมพันธ์กับว่านอิ๋งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เหตุการณ์วันนั้นเป็นเพียงแผนการที่เขาตกลงไว้กับซ่งหมิง เพียงแต่เมื่อเขาพาว่านอิ๋งออกมาจากหมู่บ้าน เขาก็ต้องหาที่พักให้เธอ และบ้านเช่าหลังนั้นเขาก็ตั้งใจเช่าไว้สำหรับการนี้โดยเฉพาะ 

    คนคุมบ่อนที่มีอำนาจและลูกน้องมากมายอย่างเสี่ยวจื่อ มีเงินมีทองใช้ไม่ขัดสน แต่ที่เขาเลือกที่จะเช่าบ้านพักในย่านทรุดโทรมแห่งนี้ก็เพราะเขาคิดว่าเขาได้ล่วงเกินหญิงสาวคนหนึ่งจนเธอต้องเสียความบริสุทธิ์ ซึ่งมันเป็นวิธีที่โหดร้ายกับเธอมาก แต่เพราะว่านอิ๋งมีนิสัยดื้อรั้นเอาแต่ใจ ทำอะไรไม่ยั้งคิด รวมถึงพ่อกับแม่ของเธอก็เป็นคนโลภและเห็นแก่เงิน เสี่ยวจื่อจึงคิดที่จะดัดนิสัยว่านอิ๋งให้เธอกลายเป็นคนใหม่ หากเธอทำได้ เขาก็อาจจะหันมาสนใจและมองข้ามครอบครัวที่เห็นแก่ตัวของเธอไปได้ แต่ว่านอิ๋งกลับไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ เวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน เธอก็สามารถไปนอนกับผู้ชายคนอื่นได้อย่างหน้าไม่อายเพียงเพราะแค่ทนเหงาไม่ไหว แล้วผู้หญิงแบบนี้เสี่ยวจื่อจะให้โอกาสเธอได้ยังไง ส่งเธอกลับบ้านจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

     

            “แกจะมานั่งขี้เกียจไม่สนใจทำงานอย่างนี้ไม่ได้นะ หัดออกไปทำงานในไร่ช่วยพ่อกับแม่บ้าง” แม่ว่านเริ่มบ่นลูกสาว 

            ว่านอิ๋งที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี งานบ้านไม่เคยแตะ จะรู้ก็แต่วิธีเย็บผ้าและทำขนมเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เธอจะทนทำงานในไร่ที่มีงานให้ทำไม่มีวันจบสิ้นอย่างนั้นได้ยังไง เลี่ยงได้เธอก็เลี่ยง และข้ออ้างที่เธอยกขึ้นมาพูดบ่อยที่สุดคืออาการปวดท้อง

            หลังจากว่านอิ๋งกลับมาอยู่ที่บ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานหนักเธอจึงมักจะใช้อาการปวดท้องขึ้นมาเป็นข้ออ้างเสมอ เธอยังโกหกต่อไปว่าตอนที่เธออยู่ในเมือง เสี่ยวจื่อดูแลเธออย่างดีไม่ให้เธอทำงานหนัก แต่อาการปวดท้องของเธอกลับเป็นปัญหา เมื่อเธอไปหาหมอและได้รับคำตอบว่าอาการปวดท้องของเธอมีผลค่อนข้างร้ายแรงหากไม่ระวังดูแลตัวเองให้ดีก็ทำให้มีปัญหาในการมีบุตรในอนาคต และเพราะเหตุผลนี้เองเสี่ยวจื่อจึงขอเลิกกับเธอ เพราะเขากลัวว่าเธอจะท้องและมีลูกให้เขาไม่ได้

            พ่อว่านกับแม่ว่านได้ฟังก็ตกใจ แรกๆ พวกเขาก็ไม่ได้ให้ว่านอิ๋งทำงานหนักและให้เธอดูแลรักษาตัวเองให้ดี เพราะว่านอิ๋งอายุยังน้อย เธอสามารถแต่งงานใหม่ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องที่ว่านอิ๋งอาจจะกลายเป็นคนที่ไม่สามารถท้องได้ พ่อว่านกับแม่ว่านจึงปิดปากเงียบมาตลอด

            “ทำงานในไร่ก็มีแต่งานหนักๆ แม่ก็รู้ไม่ใช่หรือคะว่าถ้าหนูทำงานหนักแล้วเกิดปวดท้องขึ้นมา...” ว่านอิ๋งทำท่าลูบไปที่ท้องน้อยของตัวเอง “หนูอาจจะท้องไม่ได้เลยก็ได้นะคะ และถ้ามีคนรู้เข้า ยังจะมีใครกล้ามาแต่งงานกับหนูอีก”

            “โอ๊ย! ทำไมฉันถึงได้ซวยอย่างนี้ มีลูกสาวกับเขาสักคนก็กลายเป็นแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ ช่วยงานในบ้านก็ไม่ได้สักอย่าง ทำขนมออกไปขายก็ไม่มีใครกล้าซื้อ ไหนแกลองบอกมาซิว่าฉันกับพ่อของแกต้องทำยังไง ฉันไม่อยากเลี้ยงแกไปจนแก่หรอกนะ” แม่ว่านตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง

            “มีหนูคนเดียวที่ไหนล่ะคะที่ท้องไม่ได้ ไม่ใช่ว่านังคนแซ่หลี่นั่นก็ยังไม่ท้องเหมือนกันหรือ หล่อนแต่งกับพี่เป่าจินตั้งนานแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีข่าวดีสักที” ว่านอิ๋งไปเกาะแขนแม่ว่าน “ความจริงแล้วหนูเคยทำเรื่องนั้นกับพี่เสี่ยวจื่อแค่คนเดียว อาจเป็นเขาที่ไม่มีความสามารถทำให้หนูท้องเองก็ได้ใครจะไปรู้ แต่ถ้าหนูลองเข้าหาพี่เป่าจินแล้วหนูเกิดท้องขึ้นมาล่ะคะ แม่คิดว่ายังไง”

            แม่ว่านเริ่มลังเลกับข้อเสนอของลูกสาวทันที

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลามาเป็นสามีภรรยาชาวนาผู้ร่ำรวย (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311