.
.
.
..ปัจจุบัน
ไอ้คิวสลบไปเรียบร้อยเพราะฤทธิ์ยา ส่วนผมก็ต้องเตรียมแผนการอะไรอีกมากมาย เวลายังพอมีก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการทั้งหมดในคืนนี้ ..และก่อนที่ไอ้คิวจะฟื้นมาทําลายแผน
“..ผมเอง”
[ไมไม่ทำเองล่ะครับ คุณก็ทำได้นิครับ]
“ไอ้ทำน่ะทำได้ แต่ผมอยากมีคนระวังหลังให้”
[วันนี้ออกโรงเอง? แล้วคู่หูของคุณล่ะ]
“ขอไม่ตอบนะครับ”
[โอเคครับคุณเอลฟ์]
“เข้าใจแผนแล้วนะครับคุณอิชะ”
[ครับ]
ผมจบบทสนทนากับหนึ่งในสมาชิกของกองกำลังพิเศษ เราต่างฝ่ายต่างไม่รู้หรอกว่าตัวจริงของเราคือใคร
ผมกับ ‘อิชะ’ เคยบังเอิญทำภารกิจร่วมกันครั้งนึง ..มันเป็ภารกิจที่ไม่มีใครสั่ง เราทั้งคู่ทำเพราะความอยากรู้อยากเห็น เพราะอยากลองของ ..เราปะทะฝีมือกัน ฝีมือในการแฮกเน็ทเวิร์กของผมกับอิชะสูสีสมน้ำสมเนื้อ ..ทั้งผมทั้งมันต่างสืบเื่ของกันและกันได้ไม่ยากทั้งที่หน่วยงานเรามีระบบป้องกันข้อมูลที่แ่ายิ่งกว่าระบบของธนาคาร แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้เพียงว่าเราทั้งคู่ต่างอยู่ในกองกำลังพิเศษเท่านั้น อิชะไม่อาจรู้ได้ว่าผมคือใคร และไม่รู้ว่าผมอยู่หน่วยลับ ซึ่งมีอํานาจมากกว่า แต่ก็เสี่ยงตายมากกว่า ส่วนผู้ที่รู้ว่าใครเป็หน่วยลับบ้างก็จะมีเพียงผู้บัญชาการสูงสุดเท่านั้น ..เป็ความลับที่จัดเก็บโดยมนุษย์ ..ระบบแมนนวลที่เสถียรที่สุด ถ้ามนุษย์คนนั้นไม่ปากมาก
..บ้านโทนี่ ฉิน
“สวัสดีครับ ผมมาจากบริษัทกล้องวงจรปิด ที่โทรเข้ามาแจ้งว่าเราจะมีบริการตรวจเช็คระบบฟรีตลอดเดือนนี้ครับ”
“ได้แจ้งไว้ไหม” การ์ดหน้าประตูบ้านโทนี่ ฉินพูดเสียงดุดัน ..ท่าทีก็เช่นกัน
“ผมเข้าใจว่าบริษัทแจ้งเข้ามาทางเมล์เรียบร้อยแล้วนะครับ พี่ลองเช็คให้หน่อยได้ไหม บริษัทจะได้ไม่ด่าผม” พยายามพูดเสียงซอล์ฟๆ นุ่มนวล พลางกระชับหมวกมีปีกที่ใส่อยู่ ไม่ได้กลัวสักนิดว่าจะมีใครจดจําหน้าได้เพราะผมอําพรางหน้าตัวเองด้วยหน้ากากเนื้อเรซินเสมือนจริงที่ผลิตจากเครื่องพิมพ์แบบสามมิติ
“รออยู่นี่ก่อน”
“ครับพี่” แล้วไอ้หัวกลมร่างั์ก็เดินปลีกไปคุยสื่อสารกับใครก็ตามผ่านหูฟัง ..ก็คิดไว้แหละนะว่ามึงคงไม่ทิ้งหน้าประตูไปไหน ผมเลยทําได้แค่ยืนปั้นหน้ายิ้มร่าเริงมองซ้ายมองขวามองบน ..กล้องสองตัวจากหน้าประตู ..การ์ดทั้งหมดที่เห็นด้วยสายตา ..หน้าประตูสาม ลึกเข้าไประหว่างทางตรงสวน..สี่ ไม่รวมกองพลบนตัวตึกที่ถือวัตถุบางอย่างที่เล่นแสงสะท้อนวิบๆ ไปมา..คงเป็ด้ามปืนอีกราวห้า นี่มันบ้านหรือฐานทัพ ขนาดพื้นที่ในกรมทหารยังไม่วางกำลังพลขนาดนี้ ..แปลก สะดุดตา หยั่งกับเตรียมต้อนรับใคร
“ไอ้น้อง”
“ครับพี่”
“เข้ามาได้”
“ครับพี่”
..ง่ายเกินไป
ผมเดินตามหลังการ์ดอีกคนที่มารับไม้ต่อ มันมีด้ามปืนดุนอยู่ใต้เสื้อ ถ้าใครประกาศตัวเป็ศัตรูในอาณาเขตของพวกมัน ร่างคงพรุนั้แ่วินาทีแรกที่แสดงตัวเพราะเมื่อก้าวผ่านเส้นรั้วเข้ามาก็มีสไนเปอร์ส่องหัวแล้ว บรรยากาศตลอดทางอย่างกับกำลังเดินเข้าพื้นที่สีแดงระหว่างรัฐ ผมพยายามปั้นยิ้มเท่าที่หน้ากากเรซินจะขยับตามพลางมองไปมาเพื่อสำรวจเส้นทาง จำนวนคน ตำแหน่งกล้องวงจรปิด เพื่อเก็บข้อมูลเท่าที่ได้ส่งไปที่อิชะ ..ผู้ช่วยในภารกิจนี้ อิชะจะนำภาพที่ได้จากกล้องขนาดสองมิล คุณภาพระดับไฮเดฟ ที่ถูกอำพรางเป็เม็ดไฝอวบนูนใกล้หัวคิ้วด้านซ้ายของผม ไปประกอบสร้างเป็ภาพ เพื่อเอาไว้อําพรางหลอกตอนที่แฮกระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านหลังนี้ได้สำเร็จ ส่วนการที่อิชะจะแฮกได้ยังไงก็ขึ้นอยู่กับผมในคืนนี้ ว่าจะขโมยเลขไอพีกล้องจากมือถือของโทนี่ ฉินมาได้รึเปล่า
ถึงจะถูกบดบังด้วยต้นไม้ใหญ่หลายต้น แต่ตัวบ้านดีไซน์โมเดิร์นที่มีกระจกรายล้อมอยู่ตลอดทั้งอาคารก็ยังโดดเด่น ไร้มุมทึบ ทำให้ดูโปร่งโล่ง ง่ายต่อการสังเกตผู้บุกรุก แต่ก็ลำบากต่อประมุขของบ้านในการหลบซ่อนตัว
“ห้องเซิร์ฟเวอร์อยู่ไหนเหรอครับพี่”
“ไหนว่ามาจากบริษัทที่มาติดตั้ง มึงจําตําแหน่งไม่ได้รึไง”
“ผมเพิ่งมาใหม่ ทํางานได้แค่สองเดือนเองพี่”
“...”
“...” ผมยิ้มตอบ ส่งสายตาแสดงความจริงใจ ..วัดกันไปเลย อย่างมากก็แค่เปิดฉากดวลอาวุธที่เตรียมมา ผมกระชับกล่องอุปกรณ์ที่อยู่ในมือแน่น
“..ทางนี้”
“...” ผมยิ้มรับ และเดินตามหลังมันไป อดเบาใจไม่ได้ที่มันยอมเชื่อง่ายๆ เพราะผมไม่ได้อยากเปิดฉากบู๊เดี่ยวในรังโจร ถึงอาวุธจะเป็ต่อ แต่ปริมาณคนที่มากเกือบเท่าฝูงซอมบี้.. ผมคงเอาชีวิตรอดไม่ได้ง่ายๆ
..มันยืนเฝ้าขณะผมคลิกเปิดหน้าต่างหลังบ้านของโปรแกรมกล้องอย่างไม่คลาดสายตา ซํ้ายังมีคนที่คอยควบคุมห้องนี้อยู่อีกตั้งสองคน.. ทําอะไรที่ต้องทําไม่ได้สักนิด
“พี่อยากให้ผมปรับมุมกล้องตัวไหนไหม อย่างตัวนี้ที่ชั้นสอง ผมว่ามุมมองมันแคบไปหน่อยนะ ช่างคนก่อนคงติดตั้งไว้ไม่ดี”
“ไม่ต้อง พวกกูปรับเองได้”
“เดี๋ยวก่อน กูว่าก็ดีนะ ไหนๆ มันก็มาแล้วให้มันไปปรับเอียงไปทางซ้ายอีกนิด มันจะเชื่อมมุมกับตัวขวาพอดี”
“จริงพี่ ตอนนี้มันเหมือนขาด่ มุมไม่ค่อยได้ แถมเป็บานหน้าต่างอีก ถ้ามีคนปีนเข้ามามันจะมองไม่เห็นเอา” ไอ้สองคนที่เฝ้าห้องพูดขึ้น
“แล้วพวกมึงปรับกันเองไม่ได้รึไง”
“โธ่พี่ ไหนๆ มันก็มาแล้ว พวกเราจะได้อยู่ดูมุมกล้องด้วยไง” ไอ้หัวเกรียนที่พาผมมาฟังเสร็จก็ส่ายหัวรําคาญ และเดินหายไปคุยกับใครสักคนในหู
“เออๆ นายอนุญาต พวกมึงนี่นะ เอ้า ส่วนมึง ตามกูมา”
“ครับพี่”
ผมปีนบันไดอะลูมิเนียมตัวสูงบนพื้นที่ของชั้นสอง กล้องวงจรปิดตัวขาวลอยอยู่ใกล้ระดับสายตา ไอ้ร่างั์ยังคงเฝ้าอยู่ที่ปลายหางตา ผมหยิบไขควงและเครื่องสอดแนมสัญญาณขนาดเท่าน็อตจากกระเป๋าอุปกรณ์ที่เหน็บอยู่ข้างเอว ก่อนจะทําเป็ขันไขควงเข้าที่ตัวกล้องไปพร้อมๆ กันกับเนียนติดอุปกรณ์ของผมเข้ากับสายส่งสัญญาณภาพของกล้อง
“มึงทําอะไร”
“ขากล้องมันหลวมๆ น่ะพี่ พี่ถามพี่ข้างล่างให้หน่อย ขยับเท่านี้โอเครึยังพี่” ผมรีบยิงคําถามดึงความสนใจเฉไฉสิ่งที่ตาของมันสังเกตเห็น
“ไงพวกมึง ..เออ”
“...” ผมยิ้มทั้งที่ยังยืนคํ้าหัวมันอยู่บนที่สูง
“เออ เรียบร้อย มึงลงมา แล้วก็กลับไปได้”
“ไม่ให้ผมตรวจระบบอีกหน่อยเหรอพี่ ผมยังไม่ได้เช็คการเชื่อมต่อสัญญาณเลย ่นี้มีคนโทรมาแจ้งเื่ภาพที่ส่งไปที่มือถือว่ามันไม่ค่อยเสถียรน่ะพี่ แถมดีเลย์ๆ ด้วย” ถ้ามันยอม.. เื่ก็จะยิ่งง่าย
“ไม่ต้อง นายไม่ได้สั่ง กลับไปได้แล้ว”
“โอเคครับพี่ ขอบคุณมากครับ”
ผมเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดขึ้นรถกระบะมีหลังคา ที่ข้างรถระบุว่าเป็รถของบริษัทกล้องวงจรปิดยี่ห้อดังด้วยโลโก้และกราฟฟิกที่ใกล้เคียงของจริง ..หนึ่งในคอลเลคชั่นปลอมตัวที่จัดทําโดยทีมซัพพอต
ผมขับรถออกจากบ้านโทนี่ ฉินทันที ..ขั้นตอนที่หนึ่งสำเร็จไปได้ด้วยดี ไม่มีอะไรยาก ถึงจะไม่เป็ไปตามแผนเท่าที่ควร ผมกลับไปที่คอนโดอีกครั้งหลังจากแวะเปลี่ยนรถที่จุดจอด ..ไอ้คิวยังนอนหลับเป็ตาย ..ดี ตื่นมาก็วุ่นวาย แต่ถ้าจะให้มั่นใจว่ามันจะไม่มาป่วนแผนก่อนที่ผมจะเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยราบรื่น ..ผมลากไอ้คิวออกจากห้องลับ และผูกแขนของมันฝากไว้กับขาข้างนึงของลู่วิ่งไฟฟ้าที่มีน้ำหนักกว่าห้าสิบโลด้วยสายรัดพลาสติกที่ต้องใช้มีดหรือกรรไกรตัดเท่านั้น ถึงมันตื่นก่อนก็คงจะหลุดจากพันธนาการนี้ไม่ได้แน่
ผมเช็คความพร้อมของตัวเองอีกครั้ง พกอะไรที่จําเป็น้อยชิ้น โดยมีสิ่งสําคัญที่สุดคืออุปกรณ์สื่อสารไว้ติดต่อกับอิชะที่จะคอยเป็ตาให้ผมในคืนนี้ ..รู้สึกไม่อุ่นใจสักนิด ผมชำนาญแต่การใช้สมองกับอาวุธ ส่วนการต่อสู้ประชิดตัวด้วยมือเปล่าถือว่าแย่ในหมู่กองกำลังพิเศษ รู้ตัวดีว่าติดเข้ามาในหน่วยลับนี้ได้ก็เพราะทักษะสมอง และความเป็แพทย์ ..หรือจะเป็เพราะทุกครั้ง ..ผมมีไอ้คิว ผมมองหน้าไอ้คนหลับไม่รู้เื่ที่นอนอยู่บนลู่วิ่ง ..ถ้าคืนนี้ทุกอย่างจบลงด้วยดี อาจจะขอรางวัลตอบแทนความเหนื่อยยากจากมัน
.
.
.
..เวลา 20.00 น.
..ผับ xxx
ผมนั่งจิบเครื่องดื่มหมดเป็แก้วที่สาม ถึงไม่ใช่คนคอแข็ง แต่แค่นี้มันทําอะไรผมไม่ได้ ..เมื่อไหร่จะมาวะ! ..คอของผมชักเริ่มเอียง
“ดีใจนะครับที่ได้เจอคุณอีก”
ผมเงยหน้าเอียงๆ ขึ้นมองคนร่างสูง เผลอยกมุมปากยิ้ม ..มาสักที
“ออ คุณนั่นเอง”
“เดสทินี่จริงๆ”
“นั่นสิครับ”
“มาคนเดียวเหรอครับคืนนี้”
“ครับ อยากนั่งเงียบๆ คนเดียว”
“เหมือนไล่กันเลยนะครับ”
“ก็ถ้าคุณนั่งเงียบๆ ได้”
“ผมก็ชอบความเงียบนะ แต่ในหลายสถานการณ์ ..ผมก็ชอบฟังเสียง”
“หึ” ผมทำเสียงในลำคอเบาๆ “สถานการณ์แบบไหนบ้างเหรอครับ”
“ก็.. เสียงร้องที่จะได้ยินกันแค่ระหว่างคนสองคน” โทนี่ ฉินกระซิบตอบที่ข้างหูของผม ก่อนจะถอยหน้าห่างเพียงคืบ ส่งสายตาเชิญชวน และส่งมือข้างหนึ่งมาััต้นขาของผมอย่างเป็งาน ไม่บอกก็รู้ว่าตอนนี้มันคิดอะไร ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะน้อยกว่าโทนี่ ฉินไปสักนิด ผมขยับหน้าเข้าใกล้ที่ข้างหูโทนี่ ฉินบ้าง มั่นใจในระยะว่าลมหายใจอุ่นของตัวเองจะปลุกเร้าเป้าหมายได้ไม่ต่างกัน ..ขณะที่มือข้างหนึ่งััเข้าที่กระเป๋าหลังของมัน มือถือของมันอยู่ตรงนั้น ตําแหน่งที่ผมสังเกตเห็นั้แ่มันมายืน ผมติดตัวส่งสัญญาณที่จะเชื่อมต่อไปยังโกสต์แอดเดรสของอิชะ โดยที่มันจะเข้าไปแทรกแซงในสัญญาณที่ปล่อยออกจากตัวเครื่อง เพราะลักษณะที่เป็แผ่นฟิล์มบางใสแค่ติดเนียนกลืนไปกับส่วนที่คลําเจอ ไม่ว่าใครที่เห็นก็คงคิดว่ามันเป็เพียงเศษสก็อตเทปใสทั่วไป หารู้ไม่ว่าในความบางยืดหยุ่นนั้นมีนวัตกรรมเส้นใยโครงข่ายที่ถูกถักทอด้วยวัสดุเบาบางที่สุดและถูกคิดค้นในห้องแล็ประดับโลก ผมคลําเจอเลนส์กล้องของโทรศัพท์ ..เหมาะเจาะ
“ผมก็ชอบส่งเสียงร้องนะ”
“...”
“..แต่มันก็ต้องดูว่าสถานที่มันส่วนตัวมากแค่ไหน” และยิ้มมุมปากใส่โทนี่ ฉิน รู้อยู่แก่ใจว่าองศาหน้าของตัวเองตอนนี้ชวนมองแค่ไหน ก็ภาพในกระจกมันฟ้องอยู่ทุกวัน
โทนี่ ฉินยกคิ้วหนึ่งข้างขึ้นพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์แทนคําตอบ ก่อนจะผายมือแทนคําเชื้อเชิญ
[เยี่ยมมากเอลฟ์ จะรีบเคลียร์ด่านให้] อิชะพูดเป็ครั้งแรกในหู
ผมเดินนําออกจากร้าน โดยที่มีโทนี่ ฉินเดินตามประกบหลังไม่ห่าง สายตาหลายสิบคู่พากันมองมาตลอดทางที่พวกเราเดินผ่าน ..ไม่น่าใช่ลูกค้าของร้าน คงเป็พวกของมัน
ผมขึ้นรถสปอร์ตสองที่นั่งสุดหรูสีดํามันวาวไร้รอยด่างใดใดที่มาเทียบท่าทันทีที่โทนี่ ฉินปรากฎตัว พอรถคันที่ผมนั่งออกตัวออกจากหน้าร้าน รถอีกหลายคันก็ออกตัวตามทันที ..นี่ขนาดแค่ออกมาเที่ยว ลูกน้องของมันยังตามติดไม่ตํ่ากว่าสิบ ..ถํ้าเสือที่มีเ้าถิ่นอาศัยอยู่ด้วยในคืนนี้ คงมีบรรยากาศต่างจากเมื่อตอนกลางวันลิบลับ
“คืนนี้เราคงได้ทําความรู้จักกันจริงๆ สักทีนะครับ ไม่ว่าจะชื่อ ..ตัวตน หรือรสนิยม..”
“ผมขอตัดสินใจก่อนนะครับ ว่าผมอยากให้คุณรู้จักผมแค่ไหน”
โทนี่ ฉินส่งเสียงในลําคออย่างพอใจ “ผมไม่เคยต้องเป็ตัวเลือกของใคร”
“งั้นลองดูสักครั้งนะครับ”
“ครับ”
“...”
“..เพราะมันน่าลอง” โทนี่ ฉินละสายตาจากถนนมองผม พลางใช้ลิ้นแลบเลียริมฝีปากเล็กน้อยเหมือนไม่ได้เจตนา ทั้งสายตาที่มองมาก็แสดงออกอย่างไม่คิดปกปิดว่า้า ..คงควบคุมอารมณ์ของตัวเองไว้แทบไม่ไหว เหมือนที่สายรายงานมาว่าโทนี่ ฉินเป็พวกบ้าเซ็กส์ และซาดิส ส่วนผมในตอนนี้.. อะดรีนาลีนในร่างกายกําลังหลั่งหลาก ..มีแต่ความตื่นตัว
ภาพสลัวของเส้นทางสองฟากฝั่งของถนนสี่เลนภายในหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่ไฟหน้ารถกําลังสาดส่องทําใจผมว้าวุ่น พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ทบทวนแผนในหัว ความมั่นใจที่เคยมีกําลังถูกสั่นคลอน ..ภารกิจฉายเดี่ยวที่ไม่มีคิว..
ทันทีที่รถจอดด้านหน้าของตัวบ้าน ผมกับโทนี่ ฉินลงมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูไม้บานใหญ่
“ไงครับ บ้านของผมเอง คงส่วนตัวพอใช่ไหมครับ”
“ก็ไม่นะครับ” ผมส่งสายตามองไปทางซ้ายขวา โทนี่ ฉินเข้าใจความหมายของผม มันพยักหน้าเรียกหนึ่งในลูกน้องที่ยืนเรียงรายไม่ไกลนักให้เข้ามาหา
“คืนนี้พวกมึงไม่ต้องอยู่บนตึก”
“ครับนาย” ลูกน้องรับคําและเดินจากไปพร้อมกับส่งคําสั่งไปยังคนอื่นๆ ผ่านหูฟัง
“เรียบร้อยครับ.. ผมไม่อยากจินตนาการเลยว่า.. เราจะใช้พื้นที่คุ้มขนาดไหน” โทนี่ ฉินพูดพลางเดินเข้าใกล้
“..ผมจะใช้ให้คุ้มเลยครับ”
..ชั้นสองคือส่วนที่ผมได้ขึ้นมาเมื่อตอนกลางวัน แต่ก็เพียงส่วนที่ต่อจากบันไดเท่านั้น พอได้ขึ้นมาเดินตอนนี้ ผมจึงมองสังเกตไปทั่ว นอกจากราวระเบียงจะโปร่งใสเพราะใช้วัสดุเป็กระจกที่มองเห็นพื้นที่ชั้นล่างได้สะดวกแล้ว ห้องพักเท่าที่เห็นจากสายตาก็ไม่ได้มีความลับหรือแตกต่างอะไรจากห้องทั่วไป ออกจะมองเห็นได้โดยทั่วในทีเดียวว่ามีกี่ห้อง
“ทางนี้เลยครับ” โทนี่ ฉินเดินนำผมบ้าง หลังจากเห็นผมหยุดมองไปมาเมื่อเดินขึ้นมาบนชั้นสอง
“คุณอยู่คนเดียวเหรอครับ ..ห้ามตอบว่าอยู่กับลูกน้อง”
“ครับ พอดีผมบินไปๆมาๆหลายประเทศ ไม่ค่อยอยู่ที่ไหนนานๆ บ้านที่มีก็เลยไม่ต่างจากโรงแรม”
“ครอบครัวล่ะครับ?”
โทนี่ ฉินทำหน้าคิด “..ผม ตัวคนเดียวน่ะครับ เป็เด็กกำพร้าที่ต้องดิ้นรน สู้ด้วยตัวเอง..จนมีวันนี้”
“เก่งจังครับ”
“ที่คุณสอบประวัติผมเนี่ย..?” โทนี่ ฉินเอียงคอทําหน้าสงสัย
“ก็แค่.. เก็บไว้ประกอบการพิจารณา”
“แสดงว่าผมกำลังถูกพิจารณา?”
“...” ผมไม่ได้ตอบ เพียงแค่อมยิ้มน้อยๆ โทนี่ ฉินหันกลับมามองใช้แขนคว้าเข้าที่เอวของผม รั้งร่างของผมที่ไม่ได้ทันตั้งตัวให้เซถลาทิ้งนํ้าหนักจนแนบเข้ากับลําตัวแกร่ง
“เรามาเริ่มกันเลยไหม ผมไม่ชอบรออะไรนานๆ” โทนี่ ฉินพูดพลางมองผมด้วยดวงตารีเรียวที่รุกลํ้า
“ตรงนี้?”
“จะตรงไหนก็ไพรเวท ตอนนี้ทั้งบ้านมีแค่คุณกับผม”
“...”
[ขอเวลาอีกนิดนะเอลฟ์] อิชะบอกผมด้วยนํ้าเสียงเย็น ..ไม่รีบร้อน
“...”
“..ตามที่คุณ้า” โทนี่ ฉินตอบเสียงสั่นพร่าระหว่างที่ซุกไซ้ซอกคอของผมด้วยความหื่นกระหาย!!! ..กับผมที่ร่างกําลังพิงกําแพงอยู่นอกห้อง จังหวะนั้นเองที่ผมล้วงเอาของบางอย่างจากในกระเป๋ากางเกงด้านหลังของตัวเอง ..ดุมกระแสไฟฟ้า ขนาดเท่าเม็ดกระดุมเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งเซนต์ ขนาดอาจจะเล็ก แต่กระแสไฟที่บรรจุไว้นั้นเพียงพอให้ช็อตคนๆ นึงให้สลบได้โดยที่ไม่เป็อันตรายต่อชีวิตทั้งของเหยื่อและผู้ใช้ เพียงแค่กดปุ่มนูน้า แต่มีข้อแม้ว่าตําแหน่งที่จะใช้ต้องเป็จุดรวมประสาทที่อ่อนไหวมากพอ
ขณะที่โทนี่ ฉินยังเพลิดเพลินกับการชิมผมที่ต้นคอและลามไป ผมจับดุมไฟฟ้ากระชับแน่นและแตะเข้าที่่หลังหูของโทนี่ ฉิน แต่จังหวะนั้นเองที่มันก้มตัวลงเพื่อลุกลํ้า่อกใต้สาปเสื้อเชิ้ตที่ถูกกระชากปลดของผม!!
พลาด!!!!!!!
..ยังดีที่ดุมยังอยู่ในมือ
“..เราไปต่อในห้องดีกว่าไหมครับ” ผมพยายามต่อรอง เพราะตอนนี้ยังอยู่ในจุดที่มีกล้องวงจรปิด ลูกน้องมันอาจนั่งดูอยู่ และแห่ขึ้นมาช่วยนายของพวกมันได้ทุกเมื่อถ้าผมต่อสู้
“...” โทนี่ยอมละความมัวเมาขึ้นมองหน้าผม สายตาของมันตอนนี้ทําผมหวาดหวั่น มันมีแต่ความหื่นอยาก อาการหอบของมันกําลังบอกชัดว่าไม่อยากรออะไรอีกแล้ว ขณะที่ผมกําลังประเมินโทนี่ ฉินในหัว มันก็ต่อยหมัดหนักเข้าที่ท้องของผม!!! ผมตัวงออ่อนลงทันทีพราะไม่คิดว่ามันจะลงมือ ..ดุมไฟฟ้าหลุดหล่นจากมือผมทันที!!
Chhhhhhhh!!!!
เสียงกระแสไฟฟ้าดังจี่ๆ ขึ้น ยังไม่ทันที่ผมจะเหลือบตาลงมองต้นตอของเสียง ร่างทั้งร่างก็สั่นสะท้าน!!!
ผมโดนไฟฟ้าช๊อต!!!!!
“วอร์มอัพสักนิดนะ ..มันถึงจะสนุก”
พอพูดจบมันก็ช้อนเอาร่างผมที่เหลือสติอยู่บางเบาและไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านขึ้นแบกบนบ่า ทั้งที่สัดส่วนไม่ต่างกันมากนัก แต่มันกลับรับนํ้าหนักผมได้แบบเบาสบายอย่างกับว่าร่างผมไม่มีนํ้าหนัก
“ผมเคยรับจ้างแบกกระสอบข้าวสาร” มันพูดขึ้นราวกับว่ามันอ่านความในใจผมออก ขณะที่ผมตอบโต้อะไรไม่ได้
“..ความอดทนที่ผมฝึกอย่างหนักั้แ่อายุสิบขวบ คุณล่ะมีความอดทนมากแค่ไหน ..คุณสายลับ”
“!!!!!”
โทนี่วางร่างของผมลงบนโซฟาหนังขนาดพอดีตัวในห้องๆ หนึ่ง ล็อกมือทั้งสองข้างของผมเข้ากับกุญแจมือที่ฝังอยู่เหนือกําแพง ทั้งยังมัดข้อเท้าของผมไว้ แสงน้อยๆ จากไฟสีส้มเพียงดวงเดียวและสติรางเลือนที่ค่อยๆ คืนกลับ ผมรับรู้ได้ถึงความอันตรายจากคนตรงหน้า มันกําลังแสยะยิ้ม..
“แปลกใจล่ะสิ ว่าทําไมผมถึงรู้ว่าคุณเป็สายลับ”
“...”
“คุณคงต้องหาคําตอบเอาเอง”
“...”
“..ถ้ารอดกลับไปได้ เอ แต่ก็ไม่แน่นะ ถ้าผมถูกใจคุณขึ้นมา ..คุณอาจจะได้อยู่หายใจบนโลกนี้ต่ออีกสักพัก”
.
.
.