“ดาบกรีดนภา! ”
“บึ้มมมมมมมมมม! ”
ยูริปลดปล่อยรังสีดาบอันรุนแรงออกมา ฟาดฟันใส่กองทัพสเกเลตันมากกว่าร้อยตัวเบื้องหน้า และทำลายล้างพวกมันได้ภายในทักษะที่ชื่อว่า “ดาบกรีดนภา” เพียงดาบเดียว
“สุดยอด! ”
เซนที่ขุดแร่อยู่อดไม่ได้ที่จะต้องเงยหน้าขึ้นมาชื่นชมภาพของพลังทำลายล้างเบื้องหน้า ซึ่งสามารถเรียกได้ว่ารุนแรงอย่างแท้จริง ในขณะเดียวกันโครงกระดูกที่อยู่ๆ โผล่มาจากพื้นดินจำนวนสิบตนพวกมันล้วนแล้วแต่ใส่ชุดเกราะที่ขึ้นสนิมและมีร่องรอยของการกัดกร่อน
“ระ…”
เซนต้องกล่าวให้เธอระมัดระวังแต่เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าเขาก็ต้องกลืนคำพูดของตนเองลงคอไป ยูริที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมของพวกสเกลตันที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีหนทางที่จะสามารถป้องกันการโจมตีของพวกมันได้หมดทุกตัวแน่ๆ ได้ถูกห่อหุ้มด้วยโล่แสงสีทองอันศักดิ์สิทธิ์
“โล่ิญญาศักดิ์สิทธิ์! ”
เป็อีกครั้งที่เซนได้เห็นเวทมนตร์บนโลกใบนี้ ซึ่งผู้ที่ใช้มันนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็มาเรียที่มีท่าทางกล้าๆ กลัวๆ อยู่เมื่อครู่ และตอนนี้เธอราวกับเปลี่ยนกลายเป็คนละคนเลยก็ว่าได้ จากสาวน้อยที่ขี้กลัวกลายเป็หญิงสาวที่กล้าหาญในสนามรบ
โล่แสงที่เป็ธาตุศักดิ์สิทธิ์ได้ป้องกันดาบอันผุพังของพวกสเกเลตันไว้ทั้งหมดพร้อมกับสะท้อนพลังความเสียหายออกไปเป็เวทมนตร์ส่งผลให้พวกโครงกระดูกทั้งหมดต่างถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงสีทองอร่ามและพากันล้มตายทีละตัว
เซนที่ยืนมองอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะอิจฉาทั้งสองคน เพราะทั้งสองต่างก็มีทักษะโจมตีที่ดูเว่อวังอลังการ ราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ที่มีทุนสร้างหลายร้อยล้านอย่างไงอย่างงั้น
ด้วยการที่มาเรียนั้นเป็นักบวชและมีพลังเวทย์ที่ศักดิ์สิทธิ์ทำให้พวกสเกลตันที่ล้วนแล้วแต่แพ้ทางเวทมนตร์จำพวกนี้ไม่มีหนทางใดเลยที่จะต่อต้านได้ เซนที่ราวกับได้รับการคุ้มครองเป็การส่วนตัวก็รู้สึกสบายขึ้นเยอะเนื่องจากชายหนุ่มนั้นไม่จำเป็ต้องกำจัดพวกสเกลตันด้วยตัวเอง เขาจึงสามารถใช้เวลาและสมาธิส่วนใหญ่ในการขุดแร่ของเขาต่อไปได้ และในตอนนั้นเขาก็ได้รับแร่ชนิดใหม่ซึ่งไม่เคยได้รับมันมาก่อน
【ยินดีด้วยท่านได้รับแร่ชนิดใหม่ “หินะเิเพลิง” เกรดเงิน ด้วยสายตาของนักขุดเหมืองทำให้สามารถมองเห็นคุณสมบัติต่างๆ ที่ซ้อนอยู่ของแร่ได้】
【ท่านได้โบนัสค่าประสบการณ์เนื่องจากค้นพบแร่ชนิดใหม่ ซึ่งไม่เคยถูกค้นพบมาก่อนบนโลกใบนี้…】
“สุดยอด!”
หินะเิเพลิงซึ่งมีทรงกลมสีส้มส่องแสงกระจายไปทั่วทั้งถ้ำอันมืดมิด ขณะที่นี้ได้อยู่บนฝ่ามือของเซน บนผิวของหินชนิดนี้นั้นยังมีชั้นแสงสีเงินจางๆ ซึ่งบ่งบอกว่ามันคือแร่เกรดสูงระดับเงิน และแน่นอนว่ามันต้องขายได้ราคาแพงมากแน่ๆ จากความคิดของเซน
และสิ่งที่น่าพอใจที่สุดก็คือระดับของชายหนุ่มตอนนี้ใกล้เลื่อนเข้าเป็ระดับสามแล้ว ซึ่งชายหนุ่มคิดว่าอาจจะใช้เวลาอีกไม่นานนัก ด้วยความตื่นเต้นชายหนุ่มจึงรีบตรวจสอบคุณสมบัติของแร่ใหม่ทันที
【หินะเิเพลิง : เกรดเงิน】
【แร่ที่กักเก็บพลังงานซึ่งเป็รูปแบบพลังงานความร้อนที่อัดแน่นอย่างมาก ไม่ใช่แร่ที่ทนทาน แต่ก็ไม่ใช่แร่ที่ไร้ประโยชน์ เนื่องจากสามารถใช้เป็อาวุธาได้ หากหินะเิเพลิงได้รับแรงกระแทกที่รุนแรงจะทำให้มันะเิพลังที่รุนแรงออกมา】
เซนโยนหินะเิเพลิงเล่นบนมืออย่างที่ไม่กลัวเลยสักนิดว่ามันจะะเิคามือของเขา แม้ว่าแร่ในมือจะส่องแสงมากขนาดไหนก็ตามแต่ในสถานการณ์เช่นนี้นั้นยูริกับมาเรียไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่น้อย อย่าว่าแต่สนใจเลยพวกเธออาจจะไม่เห็นมันด้วยซ้ำเนื่องจากสมาธิของพวกเธอทั้งหมดกำลังอยู่กับการกำจัดพวกสเกลตันที่โผล่มาราวกับไม่มีวันหยุด
ในเวลานั้นเองเซนก็ได้ััได้ถึงอันตราย แต่ไม่ใช่อันตรายที่เกิดขึ้นกับตัวเขา แต่เป็อันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับมาเรีย
“ปัง!”
เสียงบางอย่างได้ดังขึ้นเนื่องจากวัตถุขนาดใหญ่ได้พุ่งทะลุออกมาจากพื้นดินเบื้องหน้าของนักบวชสาว ซึ่งระยะห่างของมันนั้นไม่ได้ไกลจากเธอเลยสักนิด
สเกเลตันตัวใหญ่ซึ่งมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าพวกสเกลตันปกติกว่าสามเท่า ร่างกายของมันนั้นสามารถบดบังทางเดินภายในถ้ำจนมิดทาง ที่สำคัญก็คือสเกลตันตันนี้นั้นดูแข็งแกร่งอย่างมาก เพียงแต่เซนมองก็รู้ได้ว่ามันแข็งแกร่งกว่าทุกตัวที่ชายหนุ่มเคยรับมือมา
【สเกเลตันการ์ด ระดับ 11】
【องครักษ์ผู้ปกปักรักษาโลกใต้ดินชั้นที่หนึ่ง มีพลังโจมตีที่สูงแต่มีความเร็วที่ต่ำอย่างมาก ความสามารถทางด้านเวทย์มนต์เป็ศูนย์】
“ถอยมาเร็วเข้า!”
เซนได้ะโขึ้น ซึ่งเมื่อมาเรียได้ยินเธอก็ได้กลับมามีสติอีกครั้ง สถานการณ์ตอนนี้นั้นอันตรายยิ่งกว่าใครจะคาดคิดได้ ลำพังเธอนั้นไม่อาจรับมือกับโครงกระดูกั์เบื้องหน้าเธอได้แน่ และในเวลานี้ทักษะของเธอล้วนแล้วแต่ติดระยะหน่วงซึ่งไม่สามารถใช้ออกมาได้ในทันที ดังนั้นทางเลือกเดียวของเธอก็คือวิ่งไปตามเสียงของเซนไปโดยสัญชาตญาณ
ส่วนทางด้านของยูริที่ตอนนี้ถูกล้อมไม่อาจทำอะไรได้นอกจากรับมือกับศัตรูของตัวเอง และทำได้เพียงสวดภาวนาให้เพื่อนของเธอนั้นสามารถรอดพ้นจากสถานการณ์เช่นนี้ไปได้
“กร๊าซซซซซซซซซซ!”
โครงกระดูกที่ไม่น่าจะส่งเสียงได้กลับส่งเสียงร้องเสียงสูงออกมา ก่อนที่จะใช้แขนที่ยาวเหยียดของมันฟาดตบมาที่ร่างของมาเรียที่ขณะนี้กำลังหันหลังให้กับมันเพื่อที่จะวิ่งหนีอยู่
‘เราตายแน่…’
มาเรียนั้นสามารถรับรู้ได้ด้วยััอันแสนวิเศษของเธอ ว่าตอนนี้ตัวเธอนั้นไม่มีทางรอดจากการโจมตีของสเกเลตันการ์ดไปได้ เพราะเพียงแค่มันยืดแขนออกมาครึ่งทางก็มาถึงตัวของหญิงสาวได้แล้ว เมื่อคิดได้ดัฝนั้นเธอจึงหันกลับมาเผชิญหน้ากับมันเพื่อหวังว่าตนเองนั้นจะสามารถทำอะไรได้บ้าง
อย่างไรก็ตามด้วยสภาพของเธอซึ่งเป็จอมเวทที่ตอนนี้นั้นไม่เหลือทักษะอะไรในการใช้งานแล้ว ทำให้เธอได้แต่ยกไม้คทาเหนือศีรษะของเธอเพื่อป้องกันการโจมตีเท่านั้น
ด้วยขนาดและความทนทานของไม้คทานั้นทำให้มันไม่ต่างอะไรกับไม้จิ้มฟันหากเทียบกับร่างกายอันใหญ่โตของสเกเลตันการ์ดที่ตอนนี้กำลังบ้าคลั่ง
ในขณะที่มือโครงกระดูกขนาดใหญ่กำลังเหวี่ยงมาที่มาเรียอย่างรุนแรง และใกล้จะถึงตัวเธอในอีกไม่ช้านั้น แสงของวัตถุบางอย่างก็ได้ลอย บางทีมันอาจจะไม่ได้เรียกว่าลอยแต่ต้องเรียกว่าพุ่งเสียมากกว่า ซึ่งวัตถุนั้นได้พุ่งผ่านหูของเธอไปจนรู้สึกถึงแรงลมได้อย่างชัดเจน ซึ่งมันมาจากเื้ัเธอ หรือทิศที่เซนยืนอยู่นั่นเอง
“ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!”
“กร๊าซซซซว…”
สเกเลตันการ์ดอยู่ๆ ก็ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาก่อนที่เสียงของมันจะเงียบลงไปตลอดกาล มาเรียที่หลบตาด้วยความหวาดกลัวนั้นค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองภาพเบื้องหน้าพร้อมกับนำคทาไม้ที่เธอใช้บังหน้าลง สีหน้าท่าทางของเธอนั้นเห็นได้ชัดว่าประหลาดใจอย่างมาก เมื่อเบื้องหน้าของเธอแทนที่จะเป็อสูรโครงกระดูกตัวใหญ่บดบังไว้ ตอนนี้กลับเหลือเพียงเศษซากของกระดูกที่กองอยู่เต็มพื้น
และสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจที่สุดก็คือพิกแอ็กที่เธอมักเห็นเซนหรือนักขุดเหมืองที่เธอเจอโดยบังเอิญมักถือมันไปไหนมาไหนด้วยได้ปักอยู่บนกองกระดูกกองนั้นด้วย โดยที่เ้าตัวนั้นไม่ได้อยู่บริเวณนั้น
มาเรียนั้นได้หันกลับไปมองข้างหลังเธอ ซึ่งเป็เซนนั่นเองที่กำลังยืนยิ้มและโบกไม้โบกมือให้เธออยู่ และชายคนนี้ที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเลยนี่แหละเป็คนช่วยชีวิตเธอเอาไว้จากอันตรายในครั้งนี้ โดยใช้เพียงอุปกรณ์ขุดเหมืองขว้างเข้ามา
อยู่ๆ น้ำตาของมาเรียก็เริ่มไหลออกมาเนื่องจากความหวาดกลัว เธอกลัวว่าเมื่อกี้นั้นเธอจะต้องตายจริงๆแล้ว และจะไม่ได้พบหน้าเพื่อนของเธออีก ด้วยความดีใจเธอจึงพุ่งเข้าหาเซนพร้อมกับกอดรัดเขาเอาไว้อย่างแแ่ทันที
“ฮือๆ”
เซนในตอนนี้อยู่ๆ ก็ได้เขินจนหน้าแดง และตัวแข็งทื่อจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อถูกสาวน้อยกอดเข้าอย่างแแ่เช่นนี้ อาจจะเรียกได้ว่าั้แ่มีชีวิตมาทั้งสองโลกนั้น นอกจากแม่ของเขาแล้วไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกอดเขาแบบนี้มาก่อน
“ขอบคุณ…ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้…ฉันไม่อยากคิดเลยถ้าไม่มีคุณ…พวกเด็กๆ ในโบสถ์ที่ไม่มีฉันจะเป็ยังไง”
มาเรียได้กล่าวขอบคุณจากใจจริงพร้อมน้ำตาของเธอ เป็ครั้งแรกที่เซนได้รู้สึกว่าการช่วยเหลือผู้อื่นนั้นก็ได้มอบความสุขให้กับตนเองเช่นเดียวกัน มันเป็ความรู้สึกที่อบอุ่นเป็อย่างมาก ทำให้ชายหนุ่มคิดว่าบางทีการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเต็มใจโดยไม่มีผลประโยชน์ของตนเข้ามาเกี่ยวข้องมันก็ดีเหมือนกัน
“มาเรีย…”
ยูริที่ได้ต่อสู้และทำลายพวกสเกเลตันธรรมดาเสร็จได้เดินเข้ามาหาเพื่อนของเธอ และกล่าวเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ลึกๆ ในน้ำเสียงของหญิงสาวที่ดูเข้มแข็งดั่งอัศวินกล้าผู้นี้นั้นเต็มไปด้วยความเป็ห่วงและกังวลใจอย่างถึงที่สุด ซึ่งแม้แต่เซนเองก็อดไม่ได้ที่จะััได้ถึงมัน
มาเรียเลิกกอดเซนก่อนที่เธอจะหันและวิ่งไปกอดเพื่อนสนิทของเธออย่างยูริพร้อมกับร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม บางทีความสัมพันธ์ของพวกเธออาจจะเกินกว่าเพื่อนไปแล้ว เซนคิดว่ามันคือครอบครัวมากกว่า ทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะนึกถึงแม่ของเขาที่ต้องใช้ชีวิตในโลกที่โหดร้ายเพียงลำพังโดยไม่มีเขาอยู่
หญิงสาวทั้งคนนั้นกอดกันอยู่นาน ยูริเองก็ได้ปลอบขวัญของมาเรียจนเธอสามารถกลับมาเป็ปกติได้ หญิงสาวที่เข้มแข็งที่ต้องแบกรับเด็กกำพร้าภายในโบสถ์แห่งหนึ่งเพียงลำพัง ซึ่งเด็กเ่าั้ล้วนแล้วแต่เปรียบเสมือนครอบครัวของเธอ เธอที่ควรจะเข้มแข็งกลับต้องร้องไห้เพราะความหวาดกลัวว่าความตายนั้นจะพรากเธอไปจากพวกเขา
“ขอบคุณนายมากที่ช่วยมาเรียเอาไว้…ฉันไม่นึกเลยว่าการได้เจอกับนายจะสามารถช่วยเหลือชีวิตเพื่อนสนิทของฉันเอาไว้ได้…ขอบใจนายจริงๆ”
ยูริกล่าวขอบคุณออกมาอย่างจริงใจ พร้อมกับก้มหัวให้การที่อัศวินนั้นก้มหัวให้กับสามัญชนนั่นแสดงให้เห็นว่าอัศวินผู้นั้นให้ความเคารพอย่างสูงที่สุด แม้ว่ายูริจะไม่เห็นว่าเซนนั้นจัดการกับโครงกระดูกยังไงแต่เธอเชื่อว่าชายเบื้องหน้าเธอคนนี้นั้นไม่ธรรมดาเสียแล้ว
ลำพังเธอเองก็สงสัยในตอนแรกว่าเหตุใดนักขุดเหมืองจึงสามารถรอดชีวิตได้จนถึงตอนนี้ ทั้งๆ ที่อยู่ในที่มืดมาเป็เวลานานและไร้แสงสว่างจนเมื่อมาเจอกับพวกเธอ ที่สำคัญก็คือท่าทางที่สงบนิ่งและเ็าของเซนนั้นทำให้เธอรู้สึกว่าเขาไม่ธรรมดา
ในระหว่างที่เธอต่อสู้เองเธอก็ได้หันมาสังเกตเซนอยู่หลายครั้งและพบว่าชายคนนี้นั้นบ้าอย่างมาก ไม่เพียงแต่ไม่สนใจอันตรายรอบข้างแต่ยังขุดแร่ได้อย่างหน้าตาเฉย
“เอ๋!”
ยูริร้องออกมาอย่างประหลาดใจ จนมาเรียและเซนต้องหันหน้ามามองที่เธอ