ณ จวนตระกูลหลี่
เมื่อทุกคนได้รับข่าวว่าคนของตนที่แฝงตัวอยู่ในตำหนักจวินหลงถูกกำจัดออกไปหมดแล้ว เหล่าผู้าุโของตระกูลต่างประชุมกันในห้องลับ ซึ่งหลี่อิงเว่ยก็อยู่ที่นี่ด้วย
หลี่อิงเว่ยเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ต้องเป็ไป๋อี้หลิงเป็แน่ที่ยุยงฮ่องเต้ให้ทำเช่นนี้ ทำไมมันถึงตายยากจริง ๆ วันนั้นมันไม่น่ารอดกลับมาได้!”
“จริงสิ เหตุการณ์ในวันนั้น เหตุใดไป๋อี้หลิงถึงรอดชีวิตมาได้” หลี่เจินหัวเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะวันนั้นตระกูลหลี่ลงทุนไปมาก แต่กลับล้มเหลว
“เพราะองครักษ์เงาที่ตามติดมาได้ทันเวลาพอดี จึงช่วยชีวิตของมันเอาไว้ได้” หลี่อิงเว่ยพูดด้วยสายตาอาฆาตแค้น
“แต่ไม่ว่ายังไง ตำหนักของฝ่าาต้องมีคนของเราอยู่ข้างใน ไม่เช่นนั้น ก็เหมือนดวงตาของเราฝ้าฟางไปข้างหนึ่ง!”
หลี่เจินหัวผู้นำของตระกูลหลี่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่สายตาดุดัน “แต่การส่งคนเข้าไปใหม่คงไม่ใช่เื่ง่าย เพราะการคัดคนเข้าไปในตำหนักคราวนี้ หวงกงกงเป็คนคัดเข้าไปด้วยตัวเอง ดูเหมือนว่าฮ่องเต้วางแผนมาดีแล้ว มิเช่นนี้คงไม่ให้หวงกงกงทำหน้าที่นี้”
“ใช่ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าหากเกิดเื่ใดขึ้นอีก หวงกงกงก็จะเป็ผู้รับผิด ดังนั้นหวงกงกงจะปล่อยผ่านเื่นี้ได้อย่างไร”
“เช่นนั้นเราค่อยซื้อตัวพวกขันที นางกำนัลภายหลังก็ได้มิใช่หรือ?” หลี่อิงเว่ยเอ่ยขึ้น
หลี่หงซุนกุนซือของตระกูลกล่าวขึ้น “พระนางคิดว่าคนของหวงกงกงซื้อง่ายเยี่ยงนั้นหรือ หากง่ายเยี่ยงนั้นตระกูลของหวงกงกง คงไม่สืบทอดตำแหน่งกงกงได้ยาวนานเพียง”
“เ้าเคยได้ยินเื่ ‘กระบี่คู่เคียงบัลลังก์’ หรือไม่? ” หลี่เจินหัวกล่าวเสริม
“ท่านพ่อ ท่านกำลังจะบอกข้าว่า หวงกงกงคือหนึ่งในกระบี่หรือเ้าคะ? ” หลี่อิงเว่ยถามด้วยความใ
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่เป็เพราะกระบี่คู่ทำให้เราไม่อาจยึดครองบัลลังก์มาได้จนถึงตอนนี้”
“เช่นนั้นเราต้องทำอย่างไรเล่า” หลี่อิงเว่ยมองไปที่หลี่หงซุน “ท่านอา ท่านมีแผนการอันใดหรือไม่ ? ”
หลี่หงซุนยิ้มร้ายกาจ “ในเมื่อเราเข้าไปในรังต่อไม่ได้ ก็แหย่รังให้มันแตกออกมาจากรังเอง”
หลี่เจินหัวหันไปมองหลี่หงซุน “ทำเยี่ยงไรหรือ ? ”
“พวกท่าน ลืมไปแล้วหรือว่าไป๋อี้หลิงเป็บุตรชายของไป๋มู่ฉี เราเพียงกระจายข่าวนี้ออกไป ก็จะทำให้ฮ่องเต้หวาดระแวงไป๋อี้หลิง”
หลี่อิงเว่ยยิ้มกว้าง “แผนการนี้ไม่เลว เมื่อฮ่องเต้หวาดระแวงไป๋อี้หลิง เราก็จะกำจัดไป๋อี้หลิงได้ง่ายขึ้น”
หลี่หงซุนเสริม “เช่นนั้นข้าจะจัดการเื่นี้เอง”
หลี่เจินหัวหัวเราะเบา ๆ “ดี!”
ทุกคนในห้องลับต่างพยักหน้าและเริ่มวางแผนการกระจายข่าวที่ว่าไป๋อี้หลิงเข้าใกล้ฮ่องเต้ เพื่อแก้แค้นแทนผู้เป็บิดา
….
ตำหนักจวินหลง
ภายในตำหนักจวินหลงที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสงบ หวงกงกงก็เข้ามารายงาน "ฝ่าา หวงกุ้ยเฟยมาขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ"
จวินเฉียนหลงและไป๋อี้หลิงที่กำลังนั่งอ่านหนังสือด้วยกันหันมาสบตากัน ก่อนที่ไป๋อี้หลิงยกสายตาขึ้นจากตำราในมือ ชำเลืองมองหวงกงกง ก่อนจะตอบอย่างเรียบเฉย "ให้นางไปรอข้าที่ห้องโถง"
“พ่ะย่ะค่ะ”
“พระองค์จะไปด้วยกันหรือไม่? ” เมื่อหวงกงกงออกไป ไป๋อี้หลิงก็หันไปพูดกับจวินเฉียนหลง
จวินเฉียนหลงยิ้มแล้วพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นไป๋อี้หลิงก็เข็นรถของจวินเฉียนหลงไปหยุดที่หลังม่าน ก่อนที่เขาจะออกไปพบหลี่อิงเว่ย
หลี่อิงเว่ยที่รออยู่แล้ว เมื่อเห็นฮ่องเต้เดินออกมานางก็โค้งคำนับและพูดด้วยเสียงหวาน "ฝ่าา หม่อมฉันขออภัยที่มารบกวนเวลาของพระองค์ แต่หม่อมฉันมีเื่สำคัญที่ต้องเรียนให้ทราบเพคะ"
หลังจากที่นางกลับมาจากตระกูลหลี่แล้ว นางก็ตรงมาที่ตำหนักจวินหลงทันที
ไป๋อี้หลิงพยักหน้าเล็กน้อย "เ้ามีเื่อันใดถึงได้มาหาข้าถึงที่นี่ ? "
หลี่อิงเว่ยสูดหายใจลึกแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แฝงด้วยความวิตก "ฝ่าา หม่อมฉันได้ยินข่าวที่ตอนนี้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมือง จึงเป็ห่วงพระองค์เพคะ”
ไป๋อี้หลิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ "ข่าว?เ้าหมายถึงเื่ใดหรือ? "
"ตอนนี้ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงว่าฮองเฮามีความแค้นลึกในใจเกี่ยวกับการตายของบิดามารดา… หม่อมฉันเกรงว่าการที่พระองค์พาฮองเฮามาอยู่ใกล้ตัวเช่นนี้ จะเกิดอันตรายต่อพระองค์ได้" หลี่อิงเว่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง
ไป๋อี้หลิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "หากเป็เช่นนี้ที่เ้าเอ่ย การเก็บศัตรูไว้ใกล้ตัวปลอดภัยที่สุดไม่ใช่หรือ? "
หลี่อิงเว่ยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าว "การเก็บศัตรูไว้ใกล้ตัวไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนะเพคะ หม่อมฉันคิดว่าพระองค์ควรอยู่ให้ห่างจากฮองเฮา"
ไป๋อี้หลิงยิ้มบาง ๆ แต่ดวงตาของเขากลับเ็า "หวงกุ้ยเฟย เ้าอย่าได้กังวลไปเลย ตอนนี้ข้าสบายดี อีกอย่างตอนนี้ฮองเฮาได้รับาเ็จะทำอันใดข้าได้ ยิ่งมีข่าวที่เ้าว่าแพร่งพรายออกไป ทุกคนก็จะจับตาดูฮองเฮามากขึ้น ดังนั้นเ้าไม่ต้องห่วงไปหรอก"
เมื่อหลี่อิงเว่ยได้ยินคำตอบของไป๋อี้หลิงถึงกับพูดไม่ออก เพราะท่าทีของฮ่องเต้ไม่เหมือนกับที่นางคิดเอาไว้แม้แต่น้อย
นางไม่คิดว่าฮ่องเต้ที่เืร้อนก่อนหน้านี้จะเยือกเย็นเช่นนี้ได้ เมื่อครู่ว่าศัตรูอยู่ใกล้ตัว
ไป๋อี้หลิงยิ้มบางๆ แต่แววตายังคงแฝงความลึกลับ "ข้าขอบคุณเ้ามากที่เป็ห่วง แต่อย่าได้กังวลไปเลย ตำแหน่งฮ่องเต้ของข้าไม่ได้มาเพราะโชคช่วยหรอกนะ"
หลี่อิงเว่ยจ้องมองไป๋อี้หลิงด้วยความสับสน "หรือฝ่าา…รู้เื่นี้อยู่แล้ว...? "
ไป๋อี้หลิงหัวเราะเบา ๆ "หึหึ หลี่อิงเว่ย สนมเยี่ยงบังอาจนัก กล้าคาดเดาความคิดของข้าหรือ? "
หลี่อิงเว่ยได้ยินคำกล่าวนี้ก็ตระหนักขึ้นมาได้ ก่อนที่นางจะคุกเข่าลงกับพื้น "ฝ่าา หม่อมฉันขออภัยหากกล่าวอะไรที่เกินควร แต่หากฮองเฮามีแผนร้ายจริงๆ หม่อมฉันเกรงว่าพระองค์อาจจะ…"
ไป๋อี้หลิงขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล แต่แฝงความหนักแน่น "เ้าอย่างกังวลไปเลย"
หลี่อิงเว่ยนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เบาบาง "หม่อมฉันขออภัยเพคะ"
ไป๋อี้หลิงยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า "ข้ามิได้ตำหนิเ้า ข้ารู้ว่าเ้าหวังดีต่อข้า แต่ข้าอยากจะเตือนเ้าหน่อย เ้าเป็สตรีก็ควรอยู่ให้ดีในวังหลังเถอะ อย่าเข้ามายุ่งเื่นี้เลย"
หลี่อิงเว่ยหน้าชา แววตาฉายความโกรธออกมาครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับช้า ๆ "เพคะ ฝ่าา หม่อมฉันจะจดจำคำสอนของพระองค์เอาไว้"
ไป๋อี้หลิงมองหลี่อิงเว่ยด้วยสายตาที่ใครก็คาดเดาไม่ได้ “เ้ากลับไปพักผ่อนเสียเถิด และจงอยู่ในตำหนักให้ดี"
"เพคะฝ่าา หม่อมฉันจะทำตามที่พระองค์ตรัส" หลี่อิงเว่ยคำนับ ก่อนจะหันหลังออกจากตำหนักไป ในใจของนางเต็มไปด้วยความโกรธแค้น จากที่คิดว่าจะได้รับคำชม แต่นางกลับถูกตำหนิแทน
ไป๋อี้หลิงยืนมองนางเดินจากไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะพูดขึ้น “ดูเหมือนตระกูลหลี่จะ้าให้พระองค์หวาดระแวงในตัวข้า พวกเขาเริ่มเดินเกมรุกแล้ว”
จวินเฉียนหลงยิ้มกว้าง เมื่อได้ยินคำพูดของไป๋อี้หลิง
“เช่นนั้นเราควรตั้งรับเยี่ยงไรดีเล่า ฮองเฮาของข้า” จวินเฉียนหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้าแหย่ สายตาที่มองไปยังไป๋อี้หลิงหวานเยิ้ม
ไป๋อี้หลิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่สามารถห้ามยิ้มได้ เขาหันมามองจวินเฉียนหลงด้วยสายตาที่เป็ประกาย ก่อนจะตอบกลับอย่างมั่นใจ “หมากกระดานนี้แก้ไม่ยาก พระองค์ก็รู้ดีว่าควรแก้ยังไง”
คำพูดที่แน่วแน่และมั่นใจของไป๋อี้หลิง ทำให้จวินเฉียนหลงยิ่งชื่นชมและรู้สึกประทับใจในตัวเขามากขึ้นทุกวัน
“ลำบากฮองเฮาแล้ว” จวินเฉียนหลงกล่าวด้วยเสียงที่อ่อนโยน
โปรดติดตามตอนต่อไป.............