ทางด้านของเหล่าข้ารับใช้ที่กำลังเมามายด้วยความรื่นเริง
“ท่านเมิ่งเหลียนนี่เอง! เป็ยังไงบ้างขอรับ?”ชายชราที่เห็นว่าต้นเสียงเป็ใครจึงกล่าวทักทายออกมา
“แม่นางเหมยลี่เป็ยังไงบ้างขอรับ ท่านพอจะแบ่งปันให้พวกข้าได้เชยชมสักหน่อยได้ไหมขอรับ?” ชายหน้าตาเ้าเล่ห์กล่าวออกมาเพียงแค่นึกถึงใบหน้าของนางตัวของเขาก็เต็มไปด้วยความร้อนรุ่มเสียแล้ว!
“รับสุราสักแก้วก่อนไหมท่าน?”
“เป็อะไรรึเปล่าท่านเมิ่งเหลียน?ทำไมนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาเช่นนั้นล่ะ?”ชายร่างอ้วนเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายพลางกล่าวถามด้วยความเป็ห่วง
มือของเขาขยับไปหมายจะััร่างของอีกฝ่ายเพื่อตรวจสอบดูว่าเป็อะไรหรือไม่ก็พลันเกิดเื่ที่ไม่คาดคิดขึ้น!!
ฉัวะ! ฉูดดดดดดดดดดดดดอ๊ากกกกกกกกก
ทันทีที่มือของชายร่างอ้วนใกล้จะััร่างอันผอมบางของชายตรงหน้าเมิ่งเหลียนก็พลันสะบัดข้อมือที่มีแหลมงอกยาวผิดมนุษย์เข้าใส่แขนของชายร่างอ้วนขาดกระเด็นไปในทันที! เืสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกมาจากแขนข้างนั้นราวเขื่อนแตกส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ข้ารับใช้อีกสี่คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันนิ่งอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่จะใช้เวลาตั้งสติสักพักแล้วะโขอความช่วยเหลือออกมาสุดเสียง
“ช่วยด้วย!!!!! ปีศาจ!ท่านเมิ่งเหลียนเป็ปีศาจ!!”
ร่างของเมิ่งเหลียนที่ได้ยินเสียงะโจึงเดินเข้าไปหาข้ารับใช้ทั้งสี่อย่างเชื่องช้าเขาเคลื่อนผ่านร่างของชายอ้วนที่นอนกุมแขนไปอย่างไม่แยแส
หลังจากนั้นการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดก็ได้เกิดขึ้นซึ่งแน่นอนว่าข้ารับใช้ทั้งสี่ซึ่งเป็คนธรรมดาย่อมต่อกรกับเมิ่งเหลียนในตอนนี้ได้ยากอยู่แล้วพวกเขาได้แต่สวดภาวนาให้มีผู้ฝึกตนในตระกูลมาช่วยได้ทันมิเช่นนั้นชะตากรรมของพวกเขาคงไม่แคล้วต้องสิ้นชีพลงในวันนี้เป็แน่!
“ช่วยด้วย!!! ข้าจะถูกฆ่าตายแล้ว!ใครก็ได้มาช่วยข้าที!!” พวกเขาพากันแหกปากร้องะโด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังยิ่งกว่าเก่า
มนุษย์เราเมื่อเข้าใกล้ความตายมากเท่าไรพวกเขาก็ยิ่งจะแสดงพลังแฝงที่คาดไม่ถึงออกมาได้มากเท่านั้นเสียงของข้ารับใช้ทั้งสี่คนกลับดังสนั่นจนคนทั้งตระกูลเมิ่งพากันได้ยิน
แน่นอนว่ามันไม่ได้ดังขนาดจะปลุกทุกคนได้แต่ก็เรียกร้องความสนใจจากผู้ที่ยังไม่ได้หลับไหลได้เป็อย่างดี เหล่าผู้ฝึกตนของตระกูลเมิ่งที่กำลังลาดตระเวนอยู่พากันพุ่งตัวไปยังต้นเสียงด้วยความรวดเร็ว
ทันทีที่มาถึงสถานที่เกิดเหตุพวกเขาก็ได้พบเข้ากับสภาพอันน่าสยดสยอง เศษซากร่างกายของมนุษย์กระจายไปทั่วบริเวณข้ารับใช้ทั้งห้าคนที่ร่ำสุราพูดคุยเื่หยาบคายในตอนแรกกลับเหลือเพียงคนเดียวที่ยังมีลมหายใจอยู่แต่สภาพของเขาก็ไม่ได้นับว่าดีนักเนื่องจากเหลือแขนและขาอย่างละข้างเท่านั้น
“นั่นมันปราณของพวกมาร! รีบจับกุมมันไว้เร็วเข้า!แต่ห้ามฆ่าโดยเด็ดขาด!” ผู้ฝึกตนในชุดจอมยุทธ์สีขาวสวมหมวกปีกกว้างกล่าวสั่งการออกมาดูเหมือนเขาจะเป็หัวหน้าของกลุ่มผู้ฝึกตนที่ยืนอยู่ในบริเวณนี้
ผู้ฝึกตนในชุดสีขาวนับสิบคนพุ่งเข้าหาร่างของชายผอมบางที่ในตอนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเืในทันทีการต่อสู้อันแสนดุเดือดได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
ครึ่งหลัง
“อ๊ากกกกกก”เมิ่งเหลียนร้องคำรามออกมาด้วยเสียงอันดังเขาใช้กรงเล็บที่ยื่นยาวออกมาต้านทานกระบี่ของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลเมิ่งได้อย่างไม่ยากเย็นแต่ด้วยจำนวนคนอีกฝ่ายมีมากกว่าก็ย่อมถูกโจมตีจนเกิดาแมากมายเป็ธรรมดา
“บุกเข้าไป! อย่าให้มันมีโอกาสได้ตอบโต้” ใครบางคนเปล่งเสียงออกคำสั่งขึ้นมา
“ตาย!!” เมิ่งเหลียนคำรามออกมาด้วยความดุดันก่อนที่ร่างกายอันผอมแห้งของเขาจะขยายใหญ่ขึ้นจนดูเหมือนั์ปักหลั่นไอพลังชั่วร้ายอันแสนดำมืดแผ่กระจายออกมาจากตัวของเขาเป็จำนวนมาก
“อย่าประมาท! มันมีอะไรแปลกๆ เ้านั่นน่าจะไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว!”ชายกลางคนใบหน้าดุดันกล่าวออกมาเขาชักกระบี่ออกมาก่อนฟาดเข้าใส่จุดบอดของปีศาจตรงหน้าด้วยความรวดเร็ว
เคร้ง! อั้ก!
น่าแปลกใจที่แม้ชายกลางคนจะฟาดกระบี่เข้าใส่ข้อพับขาขวาจากทางด้านหลังของปีศาจตรงหน้าแต่มันกลับชักขาหลบก่อนจะเตะเขากลับมาอย่างแรงจนต้องกระอักเืออกมา
เหมือนกับว่าเ้าปีศาจตัวนี้มันมีตาหลังไม่มีผิด!
“ฮ่าฮ่าฮ่า”เมิ่งเหลียนที่ดูเหมือนจะไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปหัวเราะออกมาด้วยเสียงอันชั่วร้ายเขาปัดการโจมตีของผู้ฝึกตนตระกูลเมิ่งได้อย่างง่ายดายคมกระบี่มิอาจทะลวงผ่านิัที่กลายเป็สีดำคล้ำของเขาได้อีกต่อไป
ทุกการโจมตีของเขาจะต้องมีผู้ฝึกตนตระกูลเมิ่งได้รับาเ็อยู่เสมอสถานการณ์ในตอนนี้กลับกลายเป็ย่ำแย่จนแทบจะดูเหมือนสิ้นหวัง
“ลงมือเต็มกำลังกันเถอะ!” ชายกลางคนใบหน้าดุดันผู้ซึ่งถูกเมิ่งเหลียนเตะออกไปจนกระอักเืลุกขึ้นยืนหลังจากที่เขาปาดเืที่มุมปากออก เขาก็พลันกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางส่งสัญญาณให้เหล่าผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ไปด้วย
ผู้ฝึกตนของตระกูลเมิ่งมองภาพตรงหน้าด้วยความตรึงเครียดพวกเขาไม่อาจประมาทและเก็บออมฝีมือได้อีกต่อไปได้แต่พยักหน้าให้แก่กันก่อนจะเรียกใช้เคล็ดวิชาประจำหน่วยออกมา
“ดาบผ่าศิลา!”
“อาภรณ์แห่งสายลม!”
“กายาเหล็ก!”
สามเคล็ดวิชาประจำผู้ฝึกตนตระกูลเมิ่งถูกเรียกใช้ออกมาในทันทีมันเป็เคล็ดวิชาอันเลื่องชื่อที่ทำให้ตระกูลเมิ่งกลายเป็หนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของแคว้นฉู่แห่งนี้ได้
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ อ๊ากกกกก
ดาบผ่าศิลาคือเคล็ดวิชาโจมตีอันรุนแรงที่ผสานพลังจากกล้ามเนื้อและลมปราณเข้าด้วยกันมันสามารถสร้างพลังทำลายที่รุนแรงกว่าปกติสามเท่าออกมาได้ิัของปีศาจเมิ่งเหลียนที่ก่อนหน้านี้คมกระบี่มิอาจสร้างาแให้ได้ ค่อย ๆถูกเฉือดเฉือนมากขึ้นเรื่อย ๆ หยดเืสีดำหลั่งไหลออกมาเต็มร่างกายสีดำคล้ำของเขาเต็มไปหมด
ถึงแม้ว่าร่างกายจะเปลี่ยนไปรวมถึงไม่อาจบังคับได้ตามใจนึกแต่สติรับรู้และประสาทัันั้นยังคงอยู่นั่นจึงทำให้ความเ็ปทั้งหมดสร้างความเสียหายให้กับจิตใจของเมิ่งเหลียนเป็อย่างมากจนเขาต้องกรีดร้องออกมาจนแทบสิ้นสติแต่ยิ่งเมิ่งเหลียนสติเลือนลางมากเท่าไรไอปีศาจที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของเขาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเข้าไปทุกที
“โจมตีเข้าไป! แต่จงจำไว้ให้พยายามจับเป็!”ชายกลางคนใบหน้าดุดันที่กล่าวสั่งการมาโดยตลอดะโออกมาเนื่องจากเื่นี้มันจะต้องมีสาเหตุอย่างแน่นอน! เขาจึง้าจับตัวอีกฝ่ายไว้เพื่อรีดข้อมูลให้ได้มากที่สุด
…
“พวกโง่งม”อิงฮวาซุ่มมองเหตุการณ์ทั้งหมดจากในเงามืดสีผมและั์ตากลับกลายเป็สีดำดุจนิลเงางามเช่นเดิม นางเฝ้ามองทุกอย่างด้วยสายตาอันเยือกเย็นดุจน้ำแข็งสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ผิดกับยามปกติเมื่ออยู่กับผู้อื่น
ผลลัพธ์เช่นนี้ก็อยู่ในการคาดการณ์ของนางเช่นกันเพียงแต่ไม่คิดว่าจะใช้เวลานานเช่นนี้ขนาดมารระดับต่ำยังต้องใช้กำลังคนจำนวนมากรวมถึงระยะเวลานานขนาดนี้แสดงว่ากองกำลังของตระกูลเมิ่งนั้นด้อยฝีมือกว่าที่นางคาดเอาไว้เสียอีก
“ทางนั้น!” เสียงของใครบางคนดังขึ้นพร้อมกับร่างของผู้ฝึกตนหลายคนที่รีบวิ่งตรงไปยังจุดที่ซิ่วอิงฮวาแอบซ่อนอยู่
เมื่อมีร่างของผู้ฝึกตนตระกูลเมิ่งเคลื่อนผ่านมายังซอกหลืบที่อิงฮวาอยู่ก่อนหน้านี้พวกเขาก็พบว่าััของลมปราณที่ตรวจสอบได้ก่อนหน้านี้มันเลือนหายไปเสียแล้วเหลือเพียงอากาศธาตุให้เหล่าผู้ฝึกตนของตระกูลเมิ่งที่มั่นใจว่าพวกเขารู้สึกถึงพลังปราณของใครบางคนได้แต่งงงวยไปตาม ๆ กัน