หมอสาวเดินเข้าไปในถ้ำ นางรู้สึกอึ้งที่ภายในถ้ำนั้นมีกระบอกเรืองแสงวางอยู่ตลอดทาง ทำให้ไม่ต้องใช้คบเพลิงหรือตะเกียงไฟ นางมัวแต่เพลิดเพลินกับการดูหินงอกหินย้อยทำให้เดินช้ามาก จนกระทั่งจอมยุทธ์ท่านหนึ่งทนไม่ไหว
“นี่ท่านหมอ พวกเราไม่ได้มาท่องเที่ยวนะ” จอมยุทธ์ท่านหนึ่งดุ
“อ้อ ข้าลืมไป โทษที ก็ข้าไม่เคยเห็นนี่” หมอสาวจำต้องเดินจ้ำอ้าว จนกระทั่งถึงทางตัน หมอสาวจึงบ่นอีก “ไหนล่ะผู้ป่วย”
“อย่าได้ใจร้อนไป” จอมยุทธ์อีกคนก็เลยบิดก้อนหินขนาดเล็กที่อยู่ในซอกหินย้อย
ประตูหินจึงค่อยๆ เลื่อนเปิดออก แล้วทั้งสามจึงเดินเข้าไปในห้องที่มีเตียงหิน
จางผิงมองเห็นชายชราผมขาวล้วน สวมหน้ากาก กำลังนั่งสมาธิ ลักษณะจะเป็จอมยุทธ์ เพราะมีดาบวางอยู่ข้างกาย พอนางเดินเข้าไปใกล้ก็มองเห็นตุ่มเม็ดใหญ่ปรากฏทั่วแขนและขาของเขา ตุ่มเ่าั้แตกจนเกิดเป็ฝีหนอง
“เอ่อ ท่านผู้าุโ ข้าขอดูผื่นตามตัวท่านได้หรือไม่” จางผิงเอ่ย
ชายชราลืมตาแต่ไม่ตอบใดๆ เขายอมถอดเสื้อให้นางดู ก็พบว่าตุ่มเ่าั้ขึ้นเห่อเช่นเดียวกับแขนและขา
“รบกวนท่านถอดหน้ากากได้หรือไม่” จางผิงอยากดูใบหน้า
“ไม่ได้!” ชายผมขาวกล่าวเสียงดุ
“แล้วข้าจะวินิจฉัยโรคได้อย่างไรล่ะเ้าคะ ท่าน” จางผิงไม่ยอมแพ้
“เอ่อ แม่นาง เ้านายข้ามีกฎว่า หากคนแปลกหน้าเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา คนนั้นต้องตาย พวกข้าสามารถฆ่าผู้นั้นได้ทันที” จอมยุทธ์ท่านหนึ่งกล่าว
“แต่ว่า…” จางผิงยังอยากเห็น
“เอาเป็ว่า ที่ใบหน้าเขาก็มีตุ่มเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ไม่จำเป็ต้องดูหรอก” ชายผมขาวรีบตัดบท
“และผมขาวนี่ ก็เกิดขึ้นพร้อมตุ่มใช่หรือไม่” จางผิงคาดเดา
ชายตรงหน้ากำหมัดแน่น เพราะนึกแค้นใจในโชคชะตาที่เขาได้เป็โรคประหลาด เขาตอบว่า “ใช่ รู้ได้อย่างไร”
“ความจริงท่านไม่ใช่ชายชรา ดูลักษณะิัที่ยังไม่เหี่ยวย่น ก็น่าจะคาดการณ์ได้ว่า ท่านอยู่ในวัยหนุ่มประมาณ 20 ถึง 25 ปี และฟังจากน้ำเสียงท่าน ที่กล่าวเสียงดังฟังชัด ก็หาใช่เสียงคนแก่ไม่” จางผิงเผย
“ถูกต้อง ข้าอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าข้าเป็โรคอะไรถึงมีสภาพเช่นนี้” ชายสวมหน้ากากกล่าว
“ข้าขอจับชีพจรท่านหน่อย ส่งมือมาสิ” จางผิงแน่ใจแล้วว่าชายตรงหน้ามีวัยเดียวกัน เลยเปลี่ยนท่าที
เมื่อชายดังกล่าวยังคงเฉย หมอหญิงก็ไม่ยอมแพ้ นางเอื้อมมือไปจับข้อมือเขา แต่เขาชักมือหนี
“ทำไมล่ะ แล้วข้าจะตรวจท่านได้อย่างไร” จางผิงโวยวาย
“เ้าไม่กลัวงั้นหรือ ข้าเป็โรคติดต่อนะ” ชาวสวมหน้ากากให้เหตุผล
“หากเป็โรคติดต่อจริง เหตุใดชายที่ดูแลท่าน เขาถึงมีร่างกายแข็งแรง ไม่ได้เป็อะไรแม้แต่นิดเดียว ให้ความร่วมมือกับข้าเถิด” จางผิงอธิบาย
ชายสวมหน้ากากจึงยอมยื่นมือให้
“อื้อ ตอนนี้ชีพจรท่านเต้นอ่อนมาก หากไม่รีบรักษา อาจถึงแก่ชีวิตได้” จางผิงจับชีพจร
“มีทางรักษางั้นหรือ” ชายสวมหน้ากากแปลกใจเพราะไม่ว่าหมอคนไหนก็ให้การปฏิเสธที่จะรักษาเขา
“มี นับว่าโชคดีที่ข้าเคยติดตามอาจารย์ของข้าไปแคว้นลู่ ทำให้รู้ว่ามีพิษชนิดหนึ่งทำให้มีอาการเหมือนท่าน” จางผิงพูดอวด
“สรุปข้าโดนพิษงั้นหรือ” ชายสวมหน้ากากตะลึง เพราะนึกไม่ถึงว่าตัวเองจะโดนพิษ
“ใช่ มันคือ พิษเส้ากวน พิษชนิดนี้ทำให้มีอาการเหมือนฝีดาษ หมอทั่วไปที่ไม่รู้ก็จะรักษาผิดทาง พิษนี้ทำขึ้นโดยหมอพิษเฉินฟุแห่งแคว้นลู่ เขาปรุงพิษนี้เพื่อขจัดเชื้อพระวงศ์ที่มีโอกาสได้รับการสืบทอดบัลลังก์” จางผิงเล่า
“เ้าช่างรู้ละเอียดนัก” ชายสวมหน้ากากทึ่งกับความรอบรู้ของหมอสาว
“แน่ล่ะ ก็ข้ามีอาจารย์ดีนี่” จางผิงพูดอวดอีก
“แล้วจะแก้พิษได้อย่างไร” ชายสวมหน้ากากสงสัย
“ข้าต้องเก็บสมุนไพรมาปรุงยาแก้เสียก่อน ท่านต้องทานยาของข้าเพื่อขับพิษ ต้องรักษาเป็เวลาสิบวันเต็มๆ หลังจากนั้นท่านก็ต้องไปแช่ตัวอยู่ในน้ำพุร้อนที่แคว้นลู่เป็เวลาสองชั่วยาม” จางผิงอธิบาย
“ข้าต้องเดินทางไปไกลขนาดนั้นเลยงั้นหรือ” ชายสวมหน้ากากสงสัยอีก
“ใช่ น้ำพุแต่ละแห่งมีแร่ธาตุไม่เหมือนกัน ต้องไปที่แคว้นลู่เท่านั้น และท่านจำเป็ต้องไป เพราะแม้ข้าจะทำให้สภาพร่างกายภายนอกของท่านปกติดังเดิมได้ แต่พละกำลังของท่านก็ยังไม่อาจฟื้นคืน หากยอมที่จะสูญเสียวรยุทธ์ไป ก็ไม่ต้องไปแช่ตัวก็ได้” จางผิงอธิบายอีก
“รู้ได้อย่างไรว่าข้ามีวรยุทธ์” ชายสวมหน้ากากสงสัย
“ดูจากดาบข้างกายท่าน อ้อใช่ และดูจากรอยฝ่ามือและรอยที่โดนดาบฟันบนตัวท่านไง ลักษณะของท่านต้องเคยต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วนเป็แน่” จางผิงคาดการณ์
“ฉลาดมาก งั้นรบกวนท่านรีบรักษาข้าเถิด” ชายสวมหน้ากากยิ้มมุมปากเพราะเขามีความหวัง
“ขอข้าออกไปบอกเพื่อนก่อน ข้ากลัวนางเป็ห่วง” จางผิงนึกขึ้นได้ว่าหลินช่ายรออยู่นอกถ้ำ
“ตามสบาย” ชายสวมหน้ากากหลับตานั่งสมาธิต่อ
จอมยุทธ์ทั้งสองต่างยิ้มแย้มดีใจที่ได้รู้ว่ามีวิธีรักษาเ้านายตน
พอทั้งสามเดินออกมา หลินช่ายก็รีบเดินไปหาหมอหญิงทันที
“เป็ไงบ้าง รักษาได้มั้ย” หลินช่ายรีบถาม
“ได้แน่นอน และข้าก็มีวิธีทำให้เ้าไม่ต้องแต่งงานแล้วด้วย” จางผิงพูดยิ้มๆ เพราะนึกแผนออก
“ทำยังไง” หลินช่ายอยากรู้
“เดี๋ยวก็รู้” จางผิงยังไม่เผย นางจูงมือเพื่อนแล้วเดินไปหาจ้าวหาน
“เป็ไงบ้าง รักษาเขาได้มั้ย” จ้าวหานอยากรู้
“ข้ามีวิธีรักษา แต่ต้องใช้เวลาถึงสิบวัน” จางผิงรายงาน
“ถ้าเช่นนั้น เ้าก็รักษาคนอยู่ที่นี่ ส่วนข้าและหลินช่ายจะเดินทางไปบ้านเกิดข้า เพื่อเข้าสู่พิธีแต่งงาน” จ้าวหานกล่าว
“ไม่ได้นะ ข้าจำเป็ต้องมีผู้ช่วยเก็บสมุนไพร ลำพังตัวข้าเองคงเก็บไม่ไหวหรอก ดังนั้นข้าขอให้หลินช่ายอยู่ที่นี่เพื่อช่วยข้าอีกแรง ส่วนท่านก็เดินทางไปรอที่นั่นก่อน” จางผิงคิดว่าหากรักษาเสร็จจะพาหลินช่ายหนี
“ข้าว่าหลินช่ายอาจเป็ผู้ช่วยไม่ดีพอ ข้าขอเสนอให้ซานฟงอยู่ช่วยเ้าก็แล้วกัน” จ้าวหานรู้ทันหมอหญิง แต่เขาก็มีวิธีแก้ เลยเรียกลูกน้องที่ชื่อซานฟง “ซานฟง เ้ามานี่ซิ”
“ขอรับ หัวหน้า” ซานฟงะโขานรับ และเดินไปที่หน้าถ้ำ ชายผู้นั้นไร้หนวดเครา ดูสำอาง ช่างแตกต่างจากลูกน้องคนอื่นมาก แถมหน้าตาดี และกริยานอบน้อมราวกับผู้ดีมีตระกูล
“เ้าอยู่ที่นี่คอยช่วยหมอหญิงก็แล้วกัน” จ้าวหานสั่ง
“แต่ว่า….” หลินช่ายกำลังจะแย้งแต่จางผิงพูดแทรก
“ก็ได้ ให้เขาคอยช่วยข้า” จางผิงรีบพูด
“ทำไมล่ะ จางผิง ไหนว่าเ้าจะช่วยให้ข้าไม่ต้อง…อื้อ” หลินช่ายถูกเพื่อนปิดปาก
“เอ่อ ไม่มีอะไรหรอก ขอข้าคุยกับหลินช่ายเป็การส่วนตัวนะ” จางผิงลากเพื่อนออกห่างผู้คนเพื่อคุยกัน
หลินช่ายพูดกระซิบ “ทำไมไม่ให้ข้าอยู่ช่วยเ้าล่ะ”
“หลินช่าย! รู้จักรักแรกพบมั้ย ข้าตกหลุมรักซานฟง” จางผิงพูดไปก็เขินไป
“ห๊า ว่าไงนะ” หลินช่ายใกับคำพูดนั้น
จางผิงเอานิ้วมาจุ๊ปาก “ชู่! อย่าพูดเสียงดังไป ข้าอยากให้เขาช่วยข้าจริงๆ นะ อีกอย่างเขาเป็ผู้ชาย ยังไงเขาก็มีพละกำลังมากกว่าเ้า ข้าจำเป็ต้องให้เขาช่วยถือของหนัก”
“แล้วข้าซึ่งเป็ผู้หญิงคนเดียวจะเดินทางกับผู้ชายนับห้าสิบคนได้ยังไง” หลินช่ายเริ่มหวาดหวั่น
“ดูภายนอกจ้าวหานอาจดูป่าเถื่อนและน่ากลัว แต่เขาเป็สุภาพบุรุษนะ” จางผิงวิเคราะห์
“ไม่จริง เมื่อกี้เขายังดึงข้าไปกอดเลย” หลินช่ายมีอาการหน้าแดง
“นั่นเพราะ จ้าวหาน้าช่วยเ้าต่างหาก หากจอมยุทธ์รู้ว่าเ้ามีฐานะเป็ว่าที่ฮูหยินของเขาแล้ว พวกจอมยุทธ์จะไม่กล้าทำอะไรเ้า” จางผิงอธิบาย
“ก็ได้ หากเ้ารักษาเสร็จแล้ว เ้าสัญญานะ ว่าจะตามข้าไป อย่าลืมสัญญาเด็ดขาด” หลินช่ายจับมือเพื่อนเพื่อกำชับ
“ข้าสัญญา พวกเราไปเจอกันที่นั่น เพราะยังไง หากข้าเป็คนรักของซานฟง ข้าก็ต้องไปอยู่ที่นั่นด้วยอยู่ดี” จางผิงยิ้มเหมือนคนฝันหวาน
“นี่เ้าชอบซานฟงจริงๆ หรอ” หลินช่ายสงสัย เพราะนึกไม่ถึงว่าเพื่อนตกหลุมรักง่ายดายเพียงนี้
“ข้าพเนจรไปทั่วแล้ว มีซานฟงนี่แหละที่หน้าตาดีที่สุด” จางผิงมองไปที่ซานฟงและแอบยิ้ม
หลินช่ายส่ายหน้า และคิดในใจว่า “เห็นผู้ชายดีกว่าเพื่อนจริงๆ”
และแล้วหลินช่ายก็จำต้องออกเดินทางไปพร้อมกับจ้าวหาน ในขณะที่หมอสาวต้องหยุดอยู่ที่ถ้ำเพื่อรักษาให้กับชายสวมหน้ากาก