บทที่ 6 ถูกคุณชายล่วงเกินเสียแล้ว
"เ้าเล่ามาให้พวกข้าฟังเถิดเสวี่ยเอ๋อร์ บอกพวกข้าว่าคุณชายใช้วิธีชั่วช้าใด"
แม้ฝีมือเพลงดาบของซวงเอ๋อร์จะล้ำเลิศ แต่ก็มิได้ประมาทคู่อริ แม้แต่คุณชายที่เคยเกียจคร้านและเป็ที่หวาดหวั่นของนาง
ในที่สุด เสวี่ยเอ๋อร์ก็ตัดสินใจ กัดฟันกรอด ลุกขึ้นยืน เดินตรงไปหาเยว่เอ๋อร์ราวกับจะเลียนแบบท่าทางของฉู่เฟิง นางสวมกอดเยว่เอ๋อร์พลางกระซิบว่า "อย่าขัดขืน"
จากนั้นนางก็ใช้เท้าเกี่ยวขาเรียวของเยว่เอ๋อร์แล้วดันไปข้างหลัง
ผลปรากฏว่าเยว่เอ๋อร์ถูกเสวี่ยเอ๋อร์ผลักจนล้มลงบนเตียงอย่างง่ายดาย
เสวี่ยเอ๋อร์เลียนแบบท่าทางของคุณชาย กางขาเยว่เอ๋อร์ออก ใช้สองมือรวบแขนทั้งสองข้างเอาไว้ ซุกใบหน้าลงบนร่างของเยว่เอ๋อร์ผู้เลอโฉม และเลียนแบบท่าทางของคุณชายอย่างแเี
ซวงเอ๋อร์ที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ หน้าซีดเผือดอดสบถออกมาไม่ได้ว่า "ช่างไร้ยางอายนัก!"
ทันใดนั้น เสวี่ยเอ๋อร์ก็ผละตัวออกจากเยว่เอ๋อร์ ล้มตัวลงนอนร้องไห้โฮบนเตียง ดวงตางามแดงก่ำ นางสะอื้นไห้จนพูดไม่ออก "ข้า... ข้าอับอายเกินกว่าจะอยู่รับใช้ฮูหยินแล้ว"
"เหลวไหล! เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าพวกเราเป็ผู้คุ้มกันที่ฮูหยินเตรียมไว้ให้คุณชาย? ต่อให้คุณชายจะควบคุมเ้าอย่างไร้มารยาท หรือแม้แต่จะล่วงเกินเ้า เ้าก็ต้องอยู่ข้างกายคุณชาย!"
"เ้ากล้า…!" ซวงเอ๋อร์เอ่ยเสียงเย็นยะเยียบ
"หรือพวกเ้าคิดจะปกป้องไอ้เด็กเหลือขอคนนั้นไปชั่วชีวิต! เขาวิ่งวุ่นอยู่ข้างนอก รังแกผู้ชาย ข่มเหงผู้หญิง ไม่ทำความดีสักอย่าง ช่างเป็เด็กเลวทรามสิ้นดี!"
แม้แต่หญิงงามดั่งจันทราเช่นเยว่เอ๋อร์ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยอย่างขุ่นเคือง
"ใครว่าคุณชายรังแกผู้ชาย ข่มเหงผู้หญิง ไม่ทำความดีกัน? ก่อนหน้านี้ ข้าคอยติดตามปกป้องคุณชายอย่างลับ ๆ เขามิใช่คนเอาการเอางาน เที่ยวเล่นไปวัน ๆ นั่นก็จริงอยู่ แต่ไม่เคยรังแกผู้หญิงหรือผู้ชายคนไหนเป็แน่ ไม่อย่างนั้นพวกเ้าคิดว่าฮูหยินจะยอมปล่อยเขาไปได้หรือ? แท้จริงแล้วคุณชายมีจิตใจดี เพียงแต่... ไฉนคุณชายถึงได้ไปเรียนวิชาไร้ยางอายเช่นนี้มาได้ ข้าต้องไปสั่งสอนเสียหน่อย ให้รู้ว่าวิถีมารมิอาจยืนหยัดได้นาน!"
ซวงเอ๋อร์เอ่ยพลางหน้าบึ้ง ก่อนจะเดินออกไป
ฝ่ายฉู่เฟิงไม่รู้เลยว่าซวงเอ๋อร์กำลังจะมาสั่งสอนตน หลังจากปลอบหลิงเอ๋อร์ที่งอนไปแล้ว ก็ไม่รีรอ เริ่มต้นชีวิตใหม่ในแคว้นต้าเหลียงทันที!
สิ่งที่ทำให้ฉู่เฟิงคาดไม่ถึงก็คือจวนโหวมีโรงตีเหล็กขนาดเล็กอยู่ และฝีมือช่างตีเหล็กก็ยอดเยี่ยมนัก
หลิงเอ๋อร์นำภาพร่างกระทะเหล็กที่เขาวาดไปให้ ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม กระทะเหล็กสองใบ ใบใหญ่ใบเล็กพร้อมหูจับคู่ และตะหลิวเหล็กอีกหนึ่งอันก็ถูกตีขึ้นรูปเสร็จเป็ที่เรียบร้อย
ท่ามกลางสายตาฉงนของหลิงเอ๋อร์ ฉู่เฟิงเทเกลือหยาบหนึ่งไหลงในโอ่งน้ำที่ครัวเล็ก
หลิงเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำ "คุณชาย ท่าน... ท่านช่างสุรุ่ยสุร่ายยิ่งนัก เกลือมากมายขนาดนี้ คิดเป็เงินก็หลายเหรียญเงิน หากนายท่านรู้เข้า..."
ฉู่เฟิงกลับหยิบไม้ท่อนหนึ่งออกมา กวนลงไปในโอ่งน้ำพลางเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “มิได้สิ้นเปลืองหรอก อีกประเดี๋ยวเ้าอย่าร้องใก็แล้วกัน แล้วเ้าไปหาสาวใช้ที่ไว้ใจได้สักสองสามคน ให้พวกเขามาช่วยกันทำ มิเช่นนั้นคุณชายอย่างข้าคงเหนื่อยแย่ เพราะเ้าต้องขยี้อีก แรงข้าคนเดียวคงยังไม่พอ ฮ่า ๆ”
ใบหน้างามของหลิงเอ๋อร์พลันแดงก่ำ คุณชายนี่ช่างเ้าเล่ห์นัก กลับบอกว่าเพื่อช่วยเื่อย่างว่าของตน ให้เหมือนของเสวี่ยเอ๋อร์ อย่างนั้นต้องใช้มือขยี้
แต่ว่า ถูกคุณชายทำเช่นนั้นช่างสุขสบายยิ่งนัก ราวกับเป็ความสุขอย่างหนึ่ง… ไม่ได้ ๆ คิดอะไรอยู่นี่ เหตุใดตนถึงได้เลียนแบบความเ้าเล่ห์ของเขาไปด้วยเล่า!
ไม่นานนัก เกลือก็ละลายผสมไปกับน้ำจนหมด ฉู่เฟิงจึงนำที่กรองแบบง่าย ๆ ที่เตรียมไว้ออกมา
มันก็คือถังไม้ใบใหญ่ที่ก้นมีรู ภายในบรรจุทรายหยาบ ทรายละเอียด และเศษถ่าน อีกทั้งสุดท้ายยังรู้สึกว่าไม่สะอาดพอ จึงติดผ้ามุ้งขาวบาง ๆ ที่ก้นถังอีกหลายชั้น
น้ำเกลือในโอ่งใหญ่ถูกกรองจนใสสะอาดขึ้นมาก
สุดท้าย น้ำเกลือเหล่านี้จึงถูกเทลงในกระทะเหล็กใบใหญ่ เพื่อเคี่ยว
ใต้สายตาสงสัยของหลิงเอ๋อร์ น้ำในกระทะเหล็กก็ค่อย ๆ น้อยลง เกลือสีขาวสะอาดค่อย ๆ ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาของนาง
จนกระทั่งน้ำแห้งขอด เกลือสีขาวสะอาดก็ปรากฏขึ้นที่ก้นกระทะเหล็กใบใหญ่ทั้งหมด
หลิงเอ๋อร์อดร้องด้วยความประหลาดใจไม่ได้ “คุณชาย… นี่คือเกลือหรือเ้าคะ เหตุใดจึงได้สุกสกาวเช่นนี้”
"ฮ่า ๆ มิเพียงแต่มองดูสะอาดตาเท่านั้น แม้แต่รสขมก็ไม่มีเลยแม้แต่น้อย! ต่อไปนี้ น้ำแกงไก่ของพวกเราก็จะไม่มีรสขมอีกแล้ว"
ว่าจบ ฉู่เฟิงก็ใช้นิ้วชี้กดลงไปในหม้อใบใหญ่ จากนั้นก็นำมาจ่อใกล้ปากน้อย ๆ ของหลิงเอ๋อร์พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ว่า "มา… ลองชิมดูสิ"
ทันใดนั้น ดวงตากลมโตของหลิงเอ๋อร์เบิกกว้างขึ้น ขณะที่นางคิดจะกัดนิ้วของฉู่เฟิง ทว่าเพียงชั่วครู่ นางก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "จริงด้วยเ้าค่ะ ไม่มีรสขมแล้ว แถมยังไม่มีกลิ่นแปลก ๆ ด้วย! หลิงเอ๋อร์จะไปต้มน้ำแกงไก่เดี๋ยวนี้เ้าค่ะ"
"ช้าก่อน ตอนนี้ข้าจะพาเ้าไปทำอาหารอันโอชะ น้ำแกงไก่ค่อยไปต้มตอนเย็นก็ยังได้"
ฉู่เฟิงกล่าว ขณะที่เริ่มบรรจุเกลือที่อยู่ในหม้อเหล็กใบใหญ่ลงในโถ ซึ่งบรรจุได้เกือบเต็มโถ แสดงให้เห็นว่าการทำเกลือบริสุทธิ์นั้นยังคงมีส่วนที่สูญเสียไป
จากนั้น ฉู่เฟิงก็มองหาบางสิ่งในครัวเล็ก ๆ ของเขาหลายรอบ แต่ก็ไม่พบน้ำมัน เขาจึงสั่งให้หลิงเอ๋อร์ไปที่ครัวใหญ่ของจวน เพื่อขอน้ำมันหมูมา
"คุณชาย เนื้อชั้นเลวนั่นมันทั้งคาวทั้งเหม็น พวกบ่าวไพร่เท่านั้นที่กินกัน คุณชายแน่ใจหรือเ้าคะว่า้ากิน" หลิงเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เนื้อหมูนี้ช่างล้ำเลิศ พวกเ้าว่าเหม็นสาบ นั่นเพราะทำไม่เป็ รีบไปหามาเร็วเข้า ข้ารอจนหิวแล้ว”
ฉู่เฟิงเอ่ยเร่งพลางแฝงรอยยิ้ม
ความจริงแล้ว เขาหิวมาก ท้องร้องครวญครางั้แ่คราใดก็ไม่อาจทราบได้!
ไม่นาน หลิงเอ๋อร์ก็นำเนื้อหมูสามชั้นมาจากครัวใหญ่
ท่ามกลางสายตาฉงนของหลิงเอ๋อร์ ฉู่เฟิงก็ล้างเนื้อหมูสามชั้นจนสะอาด ก่อนหั่นเป็ชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นใส่ลงในหม้อเหล็กใบเล็ก เริ่มต้นเจียวน้ำมันหมู!
เสียงฉู่ฉ่าดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมฟุ้ง หลิงเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะสูดดมเข้าไปเฮือกใหญ่ แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “คุณชาย เนื้อชั้นเลวนี้หอมใช้ได้เลยเ้าค่ะ”
“มา ลองชิมนี่สิ กรอบอร่อยนัก”
ฉู่เฟิงเอ่ยพลางยิ้ม ก่อนจะคีบกากหมูที่เจียวเสร็จแล้วใส่ปากเล็ก ๆ ของหลิงเอ๋อร์
“อ๊ะ! คุณชาย… นี่… เนื้อชั้นเลวทำไมถึงอร่อยเช่นนี้!”
หลิงเอ๋อร์คิดจะคายทิ้ง แต่พอคิดว่าเป็ฉู่เฟิงที่ป้อนให้ ก็เลยลองกัดดู ผลปรากฏว่ากรอบอร่อย แถมยังหอมฟุ้ง ส่วนกลิ่นสาบที่เคยเหม็นนั้นหายไปจนหมดสิ้น!
ครานั้น กลิ่นหอมของน้ำมันหมูก็โชยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
ฉู่เฟิงเริ่มบรรจงตักน้ำมันหมูที่เคี่ยวได้ที่แล้วใส่ในไหเปล่า
หลิงเอ๋อร์มองน้ำมันหมูหอมกรุ่นด้วยแววตาตื่นใจ กระซิบว่า “กลิ่นหอมยิ่งนัก ข้าอยากลองชิมดูสักหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ”
“ฮ่า ๆ สิ่งนี้กินไม่ได้หรอก มันเลี่ยนนัก รอสักครู่เถอะ ข้าจะทำเนื้อแกะผัดต้นหอมรสเลิศให้เ้ากิน รับรองว่าท้องน้อย ๆ ของเ้าต้องพองป่องเป็แน่”
ฉู่เฟิงหัวเราะร่วน
พลางเอื้อมมือไปตีท้องน้อย ๆ ของหลิงเอ๋อร์อย่างเอ็นดู
หลิงเอ๋อร์อายจนหน้าแดงก่ำ รีบหันหลังให้ ทันใดนั้นก็หันกลับมากระซิบว่า “คุณชาย... ต่อไปภายภาคหน้า เมื่อใดที่พี่หญิงซวงเอ๋อร์และคนอื่น ๆ มาที่นี่ ท่านอย่าลืมข้านะเ้าคะ ต้อง... ต้องััข้าบ่อย ๆ เช่นนี้ด้วย...”
“หืม… ััอันใดเล่า”
ฉู่เฟิงเห็นหลิงเอ๋อร์พูดตะกุกตะกักด้วยความเขินอาย จึงอยากแกล้งนางต่อ
“คุณชาย ท่านช่างเ้าเล่ห์นัก ท่านรู้อยู่แก่ใจมิใช่หรือ แท้จริงแล้ว ข้าอยาก... อยากมีทรวดทรงองค์เอวแบบพี่หญิงเสวี่ยเอ๋อร์ยิ่งนัก”
หลิงเอ๋อร์รวบรวมความกล้า เอ่ยปากขึ้นด้วยท่าทีขวยเขิน
ครานั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงของซวงเอ๋อร์ "คุณชาย ท่านอยู่ในนั้นหรือเ้าคะ ซวงเอ๋อร์ขอเข้าพบเ้าค่ะ"
"เข้ามาเถิด"
ฉู่เฟิงเอ่ยตอบอย่างลวก ๆ พลางใช้มือหยิบไขมันหมู
ซวงเอ๋อร์ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเ็า นางตั้งใจจะมาท้าประลองกับฉู่เฟิง แต่กลับชะงักไป เพราะเห็นเขากำลังแล่เนื้อแกะ!
สายตาเย็นเยียบจ้องมองไปที่หลิงเอ๋อร์ จนหลิงเอ๋อร์ใรีบเอ่ยว่า "พี่หญิงซวงเอ๋อร์ คุณชายอาสาจะทำอาหารเองเ้าค่ะ หลิงเอ๋อร์มิกล้าขัด"
"ซวงเอ๋อร์ เ้ามาได้จังหวะพอดี อีกสักพัก ลองชิมอาหารที่ข้าทำดู รับรองว่าจะต้องอิ่มจนพุงกาง…"
ฉู่เฟิงเอ่ยวาจาหยอกเย้าพลางแล่เนื้อแกะ ทันใดนั้นก็เห็นสายตาเ็าของซวงเอ๋อร์ จึงหยุดพูดลงในทันที
มิถูกต้อง ข้าเป็ถึงคุณชาย จะมายอมให้บ่าวรับใช้ข่มได้อย่างไร?
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่เฟิงจึงเอื้อมมือที่เปื้อนน้ำมันไปบีบที่ใบหน้าของซวงเอ๋อร์พลางเอ่ยว่า "ฮ่า ๆ เ้ามีผิวที่ดีนี่"
ซวงเอ๋อร์และหลิงเอ๋อร์ตกตะลึงไปชั่วขณะ
หลิงเอ๋อร์คาดไม่ถึงว่า ฉู่เฟิงกล้าถึงเพียงนี้ เขากล้าเอื้อมมือไปบีบแก้มของซวงเอ๋อร์!
นางรู้ดีว่า ฮูหยินนั้นรักและเอ็นดูซวงเอ๋อร์ยิ่งนัก ซวงเอ๋อร์ทำโทษคุณชายจนหน้าตาบวมช้ำก็มีมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน! ปกติคุณชายนั้นก็หวั่นเกรงซวงเอ๋อร์ยิ่งนัก! แต่เหตุใดตอนนี้ถึงได้กล้าบีบแก้มของนางได้เช่นนี้!
ส่วนซวงเอ๋อร์ก็ไม่ได้คาดคิดเช่นกันว่า คุณชายจะกล้าล่วงเกินนางเช่นนี้! ถึงขั้นเอื้อมมือมาบีบแก้มของนาง!
ที่ผ่านมา เพียงแค่สบตากับแววตาเ็าของนาง เขาก็มักจะหลบเลี่ยงไปทุกครั้ง! นางจึงไม่ได้คิดเลยว่า เขาจะมีความกล้าเช่นนี้ ปล่อยให้เขาได้ใจเกินไปแล้ว!