วรัญญู

    สะใภ้คนโปรด

    What !!! อะไรนะ มินิคูเปอร์!! ไม่ผิดค่ะ มินิคูเปอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ป้ายแดงจอดอยู่ข้างหน้า  โดยมีพี่หมอเป็๲พรีเซ็นเตอร์ควงกุญแจยืนอยู่ข้างๆรถ 

    เฮ้ย...อาทิตย์ก่อน Bmw วันนี้มินิ อะไรจะเวอร์ขนาดนั้นพ่อคุ๊ณ 

     

    "ชอบมั้ยครับ"

     

    "ค่ะสวยดี"

     

    "ดีแล้ว งั้นเซ็นต์เอกสารกับพนักงานเลยจะได้ไปเรียนกัน"

     

    งงค่ะ งงมากทำไมฉันต้องเซ็น เกี่ยวอะไรกับฉัน หรือว่าพี่หมอจะให้ฉันค้ำให้ แต่เอ๋...ระดับพี่หมอแล้วคงไม่หน้าจะผ่อน รุ่นนี้ต้องซื้อสดสิ 

     

    "รบกวนคุณ เมจิกาเซ็นต์ตรงนี้หน่อยครับ" 
     

    พนักงานขายรถยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้ ฉันนิ่งไปสักพัก จะให้เซ็นต์ไรว่ะ ไม่รู้เ๱ื่๵๹ไรสักอย่าง 

     

    "ใครก็ได้ อธิบายที"

     

    "เซ็นต์ก่อน แล้วจะเล่าให้ฟัง เร็วๆเดี๋ยวเรียนสาย"

     

    ฉันก้มมองดูนาฬิกาข้อมือ เข็มสั้นชี้ไปที่เลข 8 เข็มยาวชี้ไปที่เลข 11 ถ้าช้ากว่านี้คงสายอย่างที่พี่หมอพูดจริงๆแน่ เอาว่ะเซ็นต์ก็เซ็นต์ คงไม่มีอะไรหรอก เชื่อใจพี่หมอ  พอคิดได้ดังนั้นจึงจับปากกาขึ้นมาแล้วลงนามไปอย่างเสร็จสมบูรณ์ 

     

    "เสร็จแล้วก็ขึ้นรถเลยครับคุณผู้หญิง"

     

    ฉันไม่รอช้ารีบก้าวขึ้นรถไปโดยมีพี่หมอเปิดประตูรถให้เหมือนเดิม และก่อนที่จะปิดประตูรถ พี่หมอก็ก้มลงมาคาดเบลท์ให้หรือที่เรียกกันว่าคาดเข็มขัดนิรภัยนั้นแหละ  ฉากนี้นะใครเห็น ฟินตายเลย เพราะคุณเธอคาดเสร็จแล้วยังไม่พอ มาหอมน่าผากฉันต่ออีก โอ้ยยยย ถ้าจะโรแมนติกขนาดนี้นะ ฆ่าหนูเหอะหนูกลัวมดกัดตายก่อน ^_^

     

    "พี่หมอค่ะ รถคันนี้ทำไมเป็๲ชื่อหนู"

     

    ฉันเปิดอ่านเอกสารที่วางอยู่ข้างๆคู่มือรถดู
     

    "พี่ตั้งใจซื้อให้ครับ อย่าคิดมาก จะของๆใครก็ไม่ต่างกัน เพราะเราเปรียบเสมือนคนๆเดียวกันอยู่แล้ว "

     

    " ขอบคุณค่ะ  แล้ว BMW ละ"

     

    "คันนั้นพี่ขายแล้วครับ "

     

    "อ่าว..ทำไมละคะ"

     

    "ก็หนูบอกไม่ชอบนิ"

    เงียบค่ะ ก็พูดจริงๆนิ จะแก้ตัวก็ไม่ได้  ฉันก็ไม่ได้อคติกับ BM คันนั้นนะออกจะสวยและหรูมากด้วยซ้ำ แต่ตอนที่พูดมันมีอารมณ์ไง อารมณ์หึง อารมณ์ห่วงมาเต็มเลย  เลยทำให้พูดแบบนั้นออกมา  ......


     


     

    "ถึงแล้วครับ ตั้งใจเรียนนะ"


     

    "ค่ะ พี่หมอก็เหมือนกัน"

    เราทั้งสองต่างแยกย้าย ฉันลงจากรถเดินเข้าไปหาเพื่อนที่นั่งรออยู่ม้านั่งใต้ตึกคณะ ส่วนพี่หมอก็ขับรถออกไปเพื่อจะไปคณะตัวเอง 

     

    "งานวันนี้เสร็จมั้ยจ๊ะคุณนาย"

     

    "เรียบร้อยค่ะคุณหญิง แล้วพวกแกละ เสร็จมะ"
     

    "เรียบร้อยเหมือนกัน หื้ม....วันนี้กระเป๋าสวยนะค่ะคุณนาย Hermes รุ่น Birkin สะด้วย "

     

    "แม่พี่หมอซื้อให้นะ จะไม่รับไว้ก็กลัวท่านเสียใจ"
     

    "อื่อหื่อ ลูกสะใภ้คนโปรด"
     

    "ยะ พวกแกสองคนเลิกล้อฉันได้แล้ว "
     

    "เออๆ รักดอกจึงยอกเล่น ท่านรักแกพวกฉันก็ดีใจ  ปะๆเข้าเรียนกันได้เวลาแล้ว" 

     

    เราสามคนเพื่อนรักเดินขึ้นห้องเรียนไปด้วยกัน อย่างมีความสุข หลายๆคนคงสงสัยทำไมไม่ขึ้นลิฟท์ไปกัน เดินขึ้นไปไม่เหนื่อยรึ  คำตอบคือไม่เหนื่อยค่ะ เพราะเรามีเรียนแค่ชั้น2เอง เดินขึ้นไปประหยัดพลังงานดี แถมได้ออกกำลังกายด้วย 


     

    "ติ่งๆๆ" 

    บัดซบ!   ลืมปิดเสียง    ฉันรีบปิดเสียงทันทีหลังจากที่มีข้อความกระหน่ำเข้ามา จนทำให้เพื่อนๆและอาจารย์ต่างมองมาที่ฉันคนเดียว


     

    " ได้เวลาเลิกคลาสแล้วจ๊ะ เข้าใจกันมั้ยเอ๋ยที่สอนไป อ่อแล้วมีอีกอย่างพรุ่งนี้สอบนะจ๊ะ  บายยย"


     

    "โห้ๆๆ" 


     

    สุดท้ายท้ายสุดคาบเรียนบ่ายของวันนี้ก็หมดเวลาพร้อมกับความมึนงงของพวกฉันที่พึ่งเรียนจบไปและต้องมาสอบภายในพรุ่งนี้ โอ้ย...แล้วฉันจะสอบได้มั้ยละงานนี้ ยังไม่ค่อยเข้าใจสะด้วย ????????


     

    "เมแกกลับไง พวกฉันไปส่งมั้ย"


     

    "ฉันรอพี่หมออะ รบกวนพวกแกไปส่งที่ตึกคณะแพทย์ได้มั้ย"


     

    "ได้ๆ"


     

    สุดท้ายฉันก็มายืนอยู่หน้าตึกคณะแพทย์อย่างสวัสดิภาพโดยมีสายตาของมนุษย์แพทย์ทั้งคณะมองมาที่ฉันอย่างสงสัย  ก็ใครจะไปรู้ละ ว่าวันนี้คณะแพทย์มีกิจกรรม แถมกิจกรรมที่ว่านั้นยังมายืนรวมกันอยู่ข้างถนนน่าตึกอีก    เอาไงดีว่ะ เสือกให้เจนกับเก๋ส่งแค่ตรงโรงจอดรถอีก ถ้าจะโทรหาตอนนี้ก็เกรงใจ ไหนจะต้องไปวนรถมารับอีก 


     

     ร้านไอศครีม!!! ลืมร้านไอศครีมได้ไงเนี้ย  ฉันรีบเปลี่ยนจุดมุ่งหมายไปที่ร้านไอศครีมทันที แล้วรีบกดโทรออกหาพี่หมออย่างไว 


     

    "โหล.. พี่หมอค่ะ เมไม่เข้าไปในตึกแล้วนะ เดี๋ยวรออยู่ร้านไอศครีมแทน" 


     

    "ค่ะๆ "

    กดวางสายเสร็จฉันก็เดินมาถึงหน้าประตูร้านไอศครีมพอดี  พอเปิดเข้าไปเท่านั้นแหละ รู้เ๱ื่๵๹! คนเยอะฉิบ!! สาบานเลย ต่อไปนี้ถ้าไม่จำเป็๲จะไม่มาคณะนี้อีก  มีแต่คนมอง แปลกมากเลยรึที่คณะวิทยาการมาคณะแพทย์เนี้ย  มองอยู่นั้น หรือว่าที่เค้ามองเนี้ยไม่เกี๋ยวกับคณะ แต่มองเพราะฉันเป็๲แฟนพี่หมอ 


     

    "เอาชาเขียวเย็น แก้ว1ค่ะ"

    ฉันยืนสั่งน้ำอยู่หน้าเค้าเตอร์เพื่อฆ่าเวลารอพี่หมอ  แกบอกรอพี่สักพักเดี๋ยวออกมารับ ฉันก็ไม่รู้นะว่า คำว่าสักพักของพี่หมอคือกี่นาที กี่ชั่วโมง  


     

    "ชาเขียวได้แล้วค่ะ" 


     

    เร็วจัง แล้วฉันจะไปนั่งตรงไหนเนี้ย โต๊ะเต็มหมด แม่เ๯้า!! 


     

    "น้องค่ะ มานั่งกับพวกพี่ก็ได้นะ"

    ฉันหันไปมองคนที่เรียกและชวนฉันไปนั่งด้วย พวกนางคือกลุ่มผู้หญิงใส่แว่นหนาเตอะที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่ฉันยืนอยู่


     

    "ขอบคุณค่ะ"

    ฉันไม่ลังเลสักนิดที่จะเดินเข้าไปนั่งด้วย    เพราะไม่อยากยืนเป็๞จุดเด่นให้ใครๆมองเหมือนกัน


     


     

    "น้องมาหาญูหรอค่ะ"


     


     

    "ค่ะ"  ^_^


     

    รู้ได้ไงหว่า แต่ก็เนาะ เคยมีคลิปที่พี่หมอขอฉันเป็๞แฟนด้วยนิ ตอนนั้นนะดังมาก มีแต่คนแชร์ และเป็๞ที่พูดถึงกัน มันคงไม่แปลกที่จะมีใครรู้จัก 


     

     นั่งกับคนที่ไม่รู้จักนี่มันทำให้เราเกรงๆ เนาะ   แต่พวกพี่เค้าก็ไม่อะไรนะ ก้มน่าอ่านหนังสือกันต่อ ไม่มีใครสนใจใคร อ่านหนังสือกันอย่างเดียว  แต่ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ไม่ต้องเกรงมาก และพอเห็นพี่ๆเค้าอ่าน ฉันก็หยิบหนังสือที่จะสอบพรุ่งนี้มาอ่านบ้าง จะได้ไม่แหวกแนวเค้า  


     

    "หนู ปะกลับกัน"


     

    "หื้ม..พี่หมอเลิกคลาสแล้วหรอ "


     

    "ครับ"

    ทำไมเร็วจัง แต่ก็ช่างเหอะ กลับก็ดี หิวข้าวจะแย่แล้ว ก่อนจะกลับฉันก็มารยาทดีหันไปขอบคุณพวกพี่ๆเค้าด้วย รักเด็กค่ะ นางงาม2018 เกี่ยวไรกันมั้ย!! 


     

    "หนู คุณนายแม่โทรมา ให้เราไปหานะ"


     

    "ค่ะ คิดถึงลูกเหมือนกัน"

    พูดถึงลูกก็คิดถึงขึ้นมาจับใจ  ตอนนี้จะทำอะไรอยู่น้อ   หลังจากวันขึ้นบ้านใหม่ยายศรีวันนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย


     


     


     


     


     

    "แม่จ๋าาาา ปาป๊าาาาา" 

    เสียงตัวน้อยร้องมาแต่ไกล หลังจากที่เห็นฉันกับพี่หมอลงจากรถมา 


     

    "ว่าไงค่ะ คนเก่ง"


     

    "อิอิ ถึงๆ"


     

    "แม่ก็คิดถึงเหมือนกัน"

    ฟอดๆ หอมทั้งแก้มซ้ายแก้มขวาให้หายคิดถึง นานๆทีจะได้มีโอกาศได้เจอกัน 


     

    "ไหน ป๊าหอมบ้างสิ"

    นางรู้งานโดยการยื่นน่าไปหาพี่หมอเพื่อให้หอม   ไม่แปลกใจเลยที่ใครๆถึงรักและเอ็นดู


     

    "หนูทำอะไรอยู่ค่ะ"


     

    "ปั่นยานค่ะ"

    ฉันหันไปตามมือน้อยๆที่ชี้ไป ที่จักรยานสีชมพูพิงคิ์


     

    "เข้าบ้านหาอาม่ากันดีกว่าครับ"


     

    พอเข้ามาถึงโถงใหญ่ที่ไว้ใช้สำหรับนั่งเล่น หรือเอาไว้รับแขกที่สนิทๆ กัน ก็เจอเข้ากับป้านาลที่เดินมาจากทางครัวพอดี


     

    "สวัสดีค่ะม๊า  สวัสดีค่ะป้านวล"

    ฉันไหว้นางพญาของบ้านที่นั่งดูทีวีจอ๾ั๠๩์อยู่กลางห้อง  และหันไปไหว้ป้านวลที่อวุโสสุดของบ้าน


     

    "คุณนายตกแต่งห้องนี้ใหม่หรอครับ"


     

    "ใช่จ๊ะ แนวนี้แหละ เหมาะสำหรับเลี้ยงเด็ก"

    ฉันมองไปรอบๆ เปลี่ยนเยอะมาก จากที่เป็๞แนวเรียบหรูไฮโซกลายเป็๞แนวเด็กๆไปเลย ตรงมุมนู้นก็กั้นไว้สำหรับของเล่นลูก มีทั้งบ้านเ๯้าหญิงมีทั้งสไลเดอร์ครบคัน  ส่วนมุมนี้มีโต๊ะทานข้าวสำหรับ 4คน และมีเอ้าอี้เด็กวางอยู่ข้างๆด้วย 


     

    "วันนี้ทานข้าวด้วยกันนะลูก"


     

    "ค่ะม๊า"


     

    "ป้านวลจ๊ะ สั่งเด็กให้ทำกับข้าวเพิ่มและจัดโต๊ะตอน 1ทุ่มนะ"

    ม๊าหันไปสั่งป้านวลแล้วหันมาถามสารทุกข์สุขดิบฉันต่อ ส่วนพี่หมอก็พาลูกไปเล่นของเล่นอยู่บ้านเ๽้าหญิงนู้น 


     

    "คุณนายค่ะ คนจากร้านเสื้ออิงฟ้าเอาชุดมาส่งค่ะ"


     

    "จ๊ะ ไหนเอามาดูสิ"

    ม๊ารูดซิบถุงที่ห่อหุ้มชุดไว้ออก ภาพที่ปรากฏคือ ชุดเ๯้าหญิงสำหรับเด็กสีชมพูหวาน มีมงกุฎคลิสตัสด้วย 


     

    "ญู เอาหลานมาลองชุดสิลูก"


     

    พี่หมออุ้มวีนัสเข้ามา แล้วจัดการเปลี่ยนชุดให้  นางก็กระดี้กระด้าดีใจใหญ่


     

    "สวยจังเลย"

    ทุกคนต่างพากันชม จนทำให้เ๽้าหญิงตัวน้อยเขิลอายด้วยการยิ้มแล้วกอดผู้เป็๲พ่อ 


     

    "คุณนายจะพาวีนัสไปไหนครับ"


     

    "ม๊าจะพาไปงานวันเกิดคุณหญิงสิริพรุ่งนี้นะ"


     

    "ไหวหรอครับ ไม่มีท่านเ๽้าสั่วช่วยดูเหมือนเมื่อก่อนนะ"


     

    "ไหวจ๊ะ ม๊าเอาพี่เลี้ยงไปด้วย และอีกอย่าง วีนัสเค้าไม่งอแงเลย คงออกงานจนชินแล้วมั้ง" 


     

    น้ำตาจะไหลอดภูมิใจแทนวีนัสไม่ได้ ที่มีคนรักและเอ็นดูมากขนาดนี้ จากเด็กสลัมตัวเล็กๆ ใส่เสื้อผ้าเก่าๆขาดๆกับถูกโชคชะตาวาสนานำพาให้ขึ้นมาอยู่จุดๆนี้ จุดที่ผู้คนเรียกขานกันว่าสังคมไฮโซ