เมืองเมฆาล่องคือเมืองที่เล็กที่สุดในจักรวรรดิวายุครามมันเล็กเสียจนไม่คู่ควรเรียกว่าเป็เมืองเสียด้วยซ้ำ บางทีหากเรียกว่าหมู่บ้านน่าจะเหมาะสมกว่า เมืองเมฆาล่องไม่เพียงเป็เมืองที่เล็กที่สุดหากแต่ยังเป็เมืองที่มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ห่างไกลที่สุด จำนวนประชากร เศรษฐกิจและแม้แต่ค่าเฉลี่ยความแข็งแกร่งของระดับลมปราณอยู่ในระดับต่ำสุดของที่สุดทุกวันนี้ ประชากรในเมืองเมฆาล่องมักพูดเชิงขบขันเสียดสีว่าพวกตนเป็จุดเล็กๆ ที่ถูกลืมในอาณาจักรวายุคราม
เมืองเมฆาล่องคึกคักเป็พิเศษในวันนี้เนื่องจากงานมงคลสมรสระหว่างเซียวเช่อและเซี่ยฉิงเยว่
คงไม่มีใครสนใจหากเป็งานแต่งงานของเีเ่ทว่าการแต่งงานของเซี่ยชิงเยว่คืองานใหญ่ที่น่าตื่นเต้น
ตระกูลเซี่ยไม่เพียงฝึกฝนศิลปะการต่อสู้เท่านั้นพวกเขาคือตระกูลที่เชี่ยวชาญด้านการค้ามาอย่างยาวนานหลายต่อหลายรุ่นแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถเรียกได้ว่าเศรษฐีเมื่อเทียบกับตระกูลอื่นๆ ในจักรวรรดิวายุครามแห่งนี้ทว่าสำหรับรายนามของผู้ที่มีทรัพย์สมบัติมากที่สุดในเมืองเมฆาล่องนั้นตระกูลเซี่ยแน่นอนว่าต้องถูกนับรวมเป็หนึ่งในนั้น อย่างไรก็ตามนี่ไม่ได้หมายความว่าตระกูลเซี่ยอ่อนแอ ด้วยจำนวนทรัพย์สินที่มีเป็ธรรมดาที่พวกเขาจะจ้างผู้มีฝีมือเพื่อป้องกันมรดกมากมายมหาศาลของพวกเขา
ผู้นำตระกูลเซี่ยมีทายาทสองคนคือเซี่ยหยวนป้าและเซี่ยชิงเยว่ทั้งบุตรชายและบุตรสาวทั้งสองคนไม่สนในธุรกิจของตระกูล พวกเขาต่างมุ่งมั่นในการฝึกฝนวิชาลมปราณเพียงอย่างเดียวเซี่ยหงอี้ไม่เคยคัดค้านการตัดสินใจของพวกเขาหากกลับกันอนุญาตให้พวกเขาทำตามใจตนเอง
หลังจากเซี่ยชิงเยว่สร้างความตระหนกแก่เมืองเมฆาล่องด้วยพร์ของนางยิ่งไม่มีความเป็ไปได้ที่เซี่ยหงอี้จะขัดขวางการเติบโตของนางสืบเนื่องจากพร์ราวเทพประทานของเซี่ยชิงเยว่ ตระกูลหลักๆ ในเมืองเมฆาล่องต่างประพฤติตัวเรียบๆ ร้อยๆ...เพราะเหนือสิ่งอื่นใดเป็ที่รู้กันไปทั่วว่าเซี่ยชิงเยว่อาจก้าวหน้าถึงชั้นลมปราณปฐีหรือแม้แต่ก้าวข้ามสู่ลมปราณฟ้าได้ในอนาคต เมื่อถึงจุดนั้น ตระกูลเซี่ยไม่เพียงเป็ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดยังอาจเป็ตระกูลที่มีอิทธิพลสูงสุดในเมืองเมฆาล่อง
อย่างไรก็ดีตระกูลเซี่ยมอบหญิงสาวผู้เปี่ยมพร์ของเมืองนี้ให้สมรสกับเีเ่บุรุษหนุ่มซึ่งแทบไร้อนาคตใครจะรู้ได้ว่ามีผู้ผิดหวังเสียใจในการตัดสินใจนี้มากน้อยเพียงใด...และแน่นอนว่าที่มากกว่าจำนวนนั้น คือผู้ที่ถึงขั้นอิจฉาริษยาและอาฆาตหึงหวง
เมื่อเป็การออกเรือนของธิดาตระกูลเซี่ยแน่นอนว่าขนาดของงานต้องไม่เล็กน้อย ทันทีที่เีเ่ออกมาด้านนอกเขามองเห็นแถบยาวเหยียดของพรมสีแดงปูลาดไปตามพื้นั้แ่หน้าประตูบ้านของเขาพรมแดงนี้มีจุดเริ่มต้นที่หน้าตึกตระกูลเซียวและลาดยาวลดเลี้ยวไปตามหนทางที่เป็ทิศที่ตั้งของบ้านตระกูลเซี่ย
ทันทีที่ขบวนเ้าบ่าวปรากฏขึ้นถนนหนทางในเมืองเมฆาล่องคึกคักด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์โดยทันทีสองข้างทางเต็มไปด้วยชาวบ้านและผู้สังเกตการณ์ เมื่อเีเ่ควบขับม้าออกมาพร้อมๆ กับขบวนแห่เสียงกระซิบกระซาบจากฝูงชนก็เข้ามาเต็มหู
“ดูสิ! นั่นไงหลานชายของท่านผู้าุโลำดับห้าของตระกูลเซียวข้าได้ยินข่าวลือมาว่าเส้นชีพจรลมปราณของเขาพิการแต่กำเนิด ในชีวิตนี้ไม่สามารถสำเร็จได้แม้กระทั่งขั้นที่หนึ่งของขอบเขตชั้นลมปราณเริ่มต้นด้วยซ้ำ!
“โอ้นี่เป็ครั้งแรกที่ข้าได้เห็นเขาตัวจริง”
“มันธรรมดาอยู่แล้วที่เ้าจะไม่เคยเห็นเขามาก่อนถ้ามีปู่ที่คึกคักราวกระทิงป่า ทั้งตนเองก็เป็คนไร้ประโยชน์เยี่ยงนั้น ถ้าเป็แกแกจะมีหน้าออกมาเดินหรือ? เฮ้อเซี่ยชิงเยว่ที่ต้องแต่งงานกับคนแบบนี้ ์ช่างไร้ั์ตา!!”
“ว่ากันว่าเซียวยิงบิดาของเขาและเซี่ยหงอี้กลายเป็พี่น้องร่วมสาบานภายหลังจากที่เซียวยิงใช้พลังยุทธ์แทบทั้งหมดเสี่ยงช่วยชีวิตของเซี่ยชิงเยว่เอาไว้เซี่ยหงอี้ ณ ตอนนั้นจึงให้คำสัตย์ว่า ในวันที่บุตรสาวของตน -เซี่ยชิงเยว่อายุครบสิบหกปี นางจะตบแต่งเป็สะใภ้ของเซียวยิง ไม่นานหลังจากนั้นเซียวยิงตายจากการลอบสังหาร นี่ล้วนสืบเนื่องจากการสูญเสียพลังยุทธ์ไปก่อนหน้าเขาจึงไม่สามารถประมือกับมือสังหารได้ ข่าวการตายของเซียวยิงสร้างความตระหนกแก่เซี่ยหงอี้ประดุจดาวตกร่วงหล่นใส่เขารู้สึกสำนึกผิดอย่างลึกซึ้ง...ณตอนนี้ เมื่อชิงเยว่อายุได้สิบหกปีในที่สุดถึงแม้ว่าบุตรชายของเซียวยิงจะเกือบเหมือนคนพิการ เซี่ยหงอี้ยังคงไม่ยอมผิดคำพูดเพราะความรู้สึกผิดเต็มหัวใจ ทั้งยังสำนึกในบุญคุณช่วยชีวิต หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้เ้าหนุ่มนี่จะได้แต่งงานกับเซี่ยชิงเยว่ได้อย่างไร”
“อะไรกัน!!เซี่ยชิงเยว่คือสมบัติวิเศษของเมืองเมฆาล่องเราถ้ามันไม่ได้มีฐานะเป็หลานชายผู้าุโที่ห้ามันยังมีค่าน้อยกว่าโคลนที่พื้นด้วยซ้ำ ข้าเองยังแข็งแกร่งกว่ามันเป็ร้อยๆ เท่า! โลกนี้ช่างอยุติธรรมจริงๆ!!”
“นางในฝันของข้ากำลังจะเข้าพิธีกับเศษสวะชิ้นหนึ่งข้ายอมตายดีกว่าต้องทนรับความจริงเยี่ยงนี้! อ๊ากกกก!!”
แววตาสุกใสของเีเ่บนหลังม้าทั้งหนักแน่นทั้งมั่นคงบ่งบอกถึงบุคลิกภายในท่วงท่าของเด็กหนุ่มแสดงออกถึงความสูงส่งงามสง่า เส้นผมยาวสลวยพลิ้วไหวอยู่เื้ัชุดยาวแต่งงานสีแดงส่งผลให้เงาร่างของเด็กหนุ่มปลดปล่อยบรรยากาศอันสูงศักดิ์
แม้ว่าเสียงกระซิบกระซาบพึมพำจากฝูงชนบรรจุเต็มไปด้วยเสียงแ่เบาแฝงเจตนาร้ายอย่างไรก็ตาม ความริษยาอาฆาตแค้น อคติ เยาะเย้ยเหยียดหยัน หรือดูิ่ดูแคลนจากฝูงชนโดยรอบราวกับไม่สามารถสร้างความกังวลให้กับเขาได้เลยเด็กหนุ่มดูเหมือนไม่รู้สึกถึงการจับจ้อง รอยยิ้มอันเฉิดฉายประดับอยู่บนใบหน้าไม่ทราบว่ามีหญิงสาวมากน้อยเท่าใดต้องตกหลุมเสน่ห์พวกนางล้วนดวงตาพร่าพรายด้วยความหลงใหลบูชา
แม้ความเข้มแข็งของพลังยุทธ์เีเ่จะต่ำเตี้ยเรี่ยดินทว่ารูปโฉมของเขาไม่ได้ต่ำต้อยถึงกับสามารถเรียกได้ว่าหล่อเหลาสง่างามมากกว่าเซียวยู่หลงเสียด้วยซ้ำรวมทั้งการที่เขาไม่ค่อยปรากฏตัวสู่ภายนอกเนื่องจากระดับพลังยุทธ์ผิวของเีเ่มองดูทั้งขาวนวลทั้งละเอียดอ่อน...เปรียบประดุจตุ๊กตามีชีวิต!!
ดังนั้นแม้ผู้เยาว์ทั้งหลายจะขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเกลียดชังเีเ่สักเพียงใดส่วนลึกในจิตใจล้วนยอมรับว่ามองจากรูปร่างภายนอกแล้ว เีเ่กลับดูมีค่าคู่ควรกับเซี่ยชิงเยว่
“ข้าคิดว่าในวันนี้ เีเ่จะนั่งเกี้ยวเสียอีกไม่น่าเชื่อว่าเขาจะขี่ม้า ดูจากบุคลิกลักษณะแล้ว...เหมือนข่าวลือจะไม่เป็ความจริงเสียทีเดียว”
“ชิ! เศษขยะที่ใครๆ ต่างดูแคลนกำลังจะได้แต่งงานกับหยกงามแห่งเมืองเมฆาล่องแน่นอนว่ามันต้องภูมิใจอยู่แล้ว! มันจะกลัวเสียหน้าได้ยังไง! ” เสียงอันเต็มไปด้วยความขื่นขมดังขึ้น
“ข้าได้ยินว่านายน้อยตระกูลยู่เหวินรวมทั้งท่านชายจากตระกูลต่างๆ ต่างมีใจให้เซี่ยชิงเยว่เ้าคิดว่าพวกมันจะมาขัดขวางงานพิธีนี้มั้ย?”
“ใช่แล้ว!!เีเ่เป็ตัวตนที่ไร้ความหมายแต่ปู่ของมันคือเซียวเล่ย ผู้เยี่ยมยุทธ์ทุกผู้ในเมืองเมฆาล่องต่างยอมรับนับถือในตัวตนของเขาบุตรชายของเขาเสียชีวิตและเขาเหลือหลานชายเพียงคนเดียวเขาใส่ใจเพียงหลานชายคนนี้คนเดียวเท่านั้นั้แ่เีเ่ถือกำเนิดถ้ามีใครคิดจะก่อกวนสร้างปัญหาละก็ มันผู้นั้นต้องเผชิญการตอบโต้จากเซียวเล่ย! ใครก็ตามที่กล้าทำไม่มีทางรอดไปได้! ยิ่งไปกว่านั้นการแต่งงานนี้ไม่ใช่การบังคับขืนใจใครจะกล้าสร้างความปั่นป่วนเพื่อยั่วโมโหตระกูลเซี่ย ตามที่ข้าคาดการณ์เหล่าผู้เยาว์ผู้พลาดหวังในรักทั้งหลายป่านนี้น่าจะถูกกักตัวอยู่แต่ในบ้านอย่างแน่นอน”
ขบวนแห่พิธีมงคลสมรสดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นไม่เร็วไม่ช้า ระยะทางสิบไมล์ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
“ท่าน-พี่-เขย!!”
ทันทีที่ประตูใหญ่ของตึกตระกูลเซี่ยปรากฏแก่สายตาเีเ่ได้ยินเสียงเรียกดังกึกก้อง ร่างกายที่ทั้งสูงทั้งบึกบึนพุ่งปราดเข้ามาหาเีเ่บุคคลผู้นี้ดูไปยังเยาว์วัย หากทว่ามีส่วนสูงถึงสองเมตรร่างกายบึกบึนแข็งแรงประดุจวัวกระทิงกระทั่งพื้นดินยังสั่นะเืเมื่อเขาเข้าใกล้เมื่อเีเ่เห็นเด็กหนุ่มวิ่งเข้าหา เขาเบิกตาโตอ้าปากค้างพร้อมกล่าวว่า
“หยวนป้า! ข้าไม่ได้เจอเ้าแค่เพียงเดือนเดียวเ้าเติบโตสูงใหญ่ขึ้นถึงขนาดอีกแล้วในเวลาสั้นๆ น่าเหลือเชื่อจริงๆ!!”
ชายผู้นี้...อันที่จริงหากจะเรียกให้ถูกต้องตามความเป็จริง...ควรจะเรียกว่าเด็กชาย เพราะเขาคือน้องชายของเซี่ยชิงเยว่ เรียกว่าเซี่ยหยวนป้า เขาเพิ่งอายุครบสิบห้าปีในปีนี้! อย่างไรก็ตามหากท่านมองจากรูปร่างของเซี่ยหยวนป้าแล้วจะไม่มีทางคาดคิดว่าเขาเพิ่งจะอายุสิบห้าปี!
ด้วยส่วนสูงร่วมสองเมตร...แม้แต่เีเ่เองยังต้องนั่งบนหลังม้าจึงจะสามารถเทียบส่วนสูงกับหยวนป้าขณะที่ยืนเต็มตัวได้หยวนป้าหนักกว่า 175 กิโลกรัม น้ำหนักที่มากถึงขนาดนี้ไม่ใช่เพราะความอ้วนหากทว่าเป็เพราะร่างกายของหยวนป้าอุดมไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่งกล้ามเนื้อของหยวนป้านั้นเป็สีเข้มเงางามประดุจเหล็กกล้าแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอันน่าเกรงขามระดับพลังยุทธ์ของเขาเพียงอยู่ในขั้นปานกลาง คือขั้นที่สี่ของชั้นลมปราณเริ่มต้นแต่ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขานั้นเป็สิ่งที่น่าตกตะลึงเขาสามารถต่อสู้เสมอกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่หกระดับชั้นลมปราณเริ่มต้นได้เลยทีเดียว!
เซี่ยหยวนป้าคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเีเ่—เพื่อนที่ดีที่สุด—เพียงคนเดียวั้แ่อายุยังน้อย เขาเรียกเีเ่ว่าท่านพี่เขยมาตลอดและพวกเขามักเล่นด้วยกันเสมอเมื่อยังเยาว์วัยในวันก่อนวันครบรอบวันเกิดปีที่แปดของเขา เซี่ยหยวนป้าเป็เพียงเด็กน้อยที่ทั้งผิวเข้มทั้งผอมแห้งเขามักถูกรังแกเสมอ แต่เมื่อเขาอายุครบแปดปีคล้ายกับเด็กน้อยรับประทานของผิดสำแดงลงไปและเติบโตอย่างน่ากลัว
น้ำหนัก ส่วนสูงรวมถึงความอยากอาหารของเซี่ยหยวนป้าเพิ่มสูงขึ้นและอัตราการเติบโตของเขาเองก็น่าตระหนกขณะนี้เซี่ยหยวนป้าอายุสิบห้าปี...ใบหน้าของเด็กหนุ่มยังไม่เติบโตเต็มที่ ยังคงสามารถสังเกตเห็นเค้าของเด็กชายหากขนาดรูปร่างของเขานั้น...อยู่ในอัตราส่วนของสัตว์ประหลาด
หลังจากได้ยินเีเ่กล่าวคาดคั้นเซี่ยหยวนป้าลูบศีรษะตนเองอย่างอายๆพร้อมกล่าวว่า “นี่...มันช่วยไม่ได้ ข้าเองก็ไม่รู้บิดาบอกให้ข้าลดอาหารลงทุกวัน แต่ข้าว่า ถ้าให้ข้าอดอาหารและต้องทนหิวโหยมันเลวร้ายยิ่งกว่าการจับข้าไปฆ่าซะอีก”
“...”
เีเ่พูดไม่ออกตอนนี้เด็กชายอายุเพียงสิบห้าปี เมื่อไรที่เขาโตเป็ผู้ใหญ่...เีเ่ไม่กล้าแม้แต่จะคิด!!
เีเ่รู้ว่าเซี่ยหยวนป้าเป็ปีศาจหิวโหยโชคดีที่เขาเกิดในตระกูลเซี่ย เพราะหากหยวนป้าเกิดในครอบครัวปกติธรรมดาแค่เพียงเติมเต็มกระเพาะแก่เซี่ยหยวนป้าคงทำให้ครอบครัวนั้นต้องหมดตัว
“ฮี่ๆ ท่านพี่เขย ในที่สุดวันนี้ท่านก็จะได้เป็พี่เขยของข้าจริงๆ ซะที”เซี่ยหยวนป้ายิ้มแย้มอย่างจริงใจเนื่องจากเขารอคอยวันนี้มานาน ในสายตาของเขาเมื่อมีพี่สาวผู้เก่งกาจของตนเป็ภรรยา ต่อไปจะไม่มีใครมาดูิ่เีเ่ได้อีก
“เชิญเข้ามาเร็วพี่สาวของข้าพร้อมแล้ว” แล้วเขาก็ตบศีรษะตนเองอย่างนึกขึ้นได้ “โอ้ข้าจะไปเปิดประตูให้ท่านเอง”
แล้วเซี่ยหยวนป้าก็หมุนตัวกลับไปยังทิศทางของประตูใหญ่ตึกตระกูลเซี่ยและวิ่งจากไปแลดูคล้ายูเาเนื้อลูกมหึมา
ขบวนแห่ผ่านพ้นธรณีประตูเข้าสู่ตึกตระกูลเซี่ย เซี่ยหงอี้ยืนยิ้มแย้มต้อนรับเีเ่อยู่ภายในเีเ่พลันลงจากหลังม้า ก้าวเข้ามายืนต่อหน้าเซี่ยหงอี้ เขาทักทายอย่างนอบน้อม
“ท่านลุงเซี่ย”
“ฮ่าๆๆ จนถึงป่านนี้แล้วเ้ายังไม่เลิกเรียกข้าว่าลุงอีกหรือ ?”เซี่ยหงอี้หัวเราะ เขาเป็ชายกลางคนรูปร่างสูงปานกลางและค่อนข้างดูท้วมเล็กน้อยหากท่านมองดูเซี่ยหงอี้ ท่านจะนึกถึงประโยคที่ว่า “เรียบง่ายสัตย์ซื่อ” ในทันทีทว่าแม้จะเป็เช่นนั้น ทั่วทั้งเมืองเมฆาล่องกลับไม่มีใครกล้าดูแคลนเขา
ดวงตาเีเ่ทอประกายขึ้นวูบกล่าวว่า
“ท่านพ่อตา”
เขาให้ความเคารพต่อเซี่ยหงอี้เสมอมาสืบเนื่องจากความจริงที่ว่าเซี่ยหงอี้คือพี่น้องร่วมสาบานกับบิดาของเขาั้แ่ยังเยาว์ เขาได้รับความเ็ปมาตลอดจากการถูกจับจ้องอย่างดูแคลนของผู้คนทว่าเซี่ยหงอี้กลับรักถนอมในตัวเขาเสมอมา แม้ว่าเขาจะมีชีพจรลมปราณพิการแต่กำเนิดเซี่ยหงอี้ไม่เคยคิดจะผิดคำสาบานที่ได้ให้ไว้แก่บิดาคำมั่นสัญญาที่ว่าเซี่ยชิงเยว่จะตบแต่งให้แก่เซียวเช่อเมื่อนางอายุครบสิบหกปี
“ฮ่าๆๆ ดีมาก!”
เซี่ยหงอี้ผงกศีรษะพร้อมเอื้อมมือตบลงบนไหล่เซียวเช่อ “ลูกเช่อจากวันนี้ไป ข้าขอมอบเซี่ยชิงเยว่ให้แก่เ้า ถึงแม้เ้าจะไม่ใช่ผู้เก่งกาจเยี่ยมวรยุทธ์แต่เ้าก็เป็บุตรชายของเซียวยิง ข้าจึงพอวางใจให้เ้าดูแลลูกสาวของข้าได้บิดาของเ้า เซียวยิงเป็วีรบุรุษผู้น่ายกย่องสามารถเป็พี่น้องร่วมสาบานกับเขาเป็สิ่งที่ข้าไม่เคยนึกเสียใจภายหลังบิดาเ้าเป็บุคคลที่ทรงคุณธรรมจริยธรรม ทั้งมีน้ำใจระอุอุ่นเ้าเป็บุตรชายของเขา แม้เส้นชีพจรลมปราณพิการแต่ข้าเชื่อมั่นว่าอนาคตของเ้าไม่จำกัดแต่เพียงเป็ชาวบ้านธรรมดาๆ แน่นอน”
“ดูแลลูกสาวของข้าให้ดีจัดการเ้าพวกไร้สมองจอมซุบซิบนินทาให้หน้าหงาย”
ดวงตาของเีเ่พลันคุกรุ่นด้วยความโกรธเขาผงกศีรษะรับคำอย่างหนักแน่น
“ท่านพ่อตาอย่าได้เป็กังวลถึงแม้ตอนนี้ทุกคนจะมองข้ามข้า แต่เมื่อเส้นชีพจรของข้าหายดีเมื่อใดย่อมเปรียบดังัหลับใหลตื่นจากก้นหุบเหว ข้าจะให้เ้าพวกที่ดูแคลนข้าทั้งหลายรวมถึงเ้าพวกที่เหยียดหยามว่าตระกูลเซี่ยรับเขยขวัญเป็เศษสวะชิ้นหนึ่งต้องยอมรับนับถือทั้งปากและใจ”
เซี่ยหงอี้ถึงกับประหลาดใจในการระบายความอัดอั้นของเีเ่...เขาตระหนักมาโดยตลอดถึงลักษณะนิสัยที่เป็คนใจอ่อนและปมด้อยในจิตใต้สำนึกของเีเ่
ทว่า คำพูดที่เต็มไปด้วยความอาจหาญดวงตาคมกล้าทอประกายล้ำลึกเยือกเย็นของเีเ่สร้างความประทับใจแบบใหม่ให้แก่เซี่ยหงอี้...รู้สึกว่าเขาเป็อีกคนที่ต่างไปจากเีเ่คนก่อนอย่างสิ้นเชิง
“ดี!”เซี่ยหงอี้ผงกศีรษะและตบลงบนบ่าของเีเ่อีกครั้ง “ข้ารู้อยู่แล้วว่าบุตรชายเซียวยิงต้องไม่ใช่เด็กธรรมดาข้าจะรอคอยให้ถึงวันที่ัหลับใหลจะประกาศศักดา”
“ถูกแล้วตอนนี้ชิงเยว่กำลังรอคอยเ้าอยู่ เข้าไปสิ”