กู้อวี้ “…”
เขาวางเจินเจินลงให้ยืนบนพื้นกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมน้ำเสียงจริงจัง “รู้หรือไม่ว่าทำผิดตรงที่ใด”
เด็กหญิงสั่นศีรษะใบหน้ามีแต่ความงุนงง “ข้าไม่รู้ หรือเพราะข้าหอมท่าน แต่ข้าอดใจไม่ไหวนี่…” กล่าวจบพลันพุ่งเข้าไปกอดขากู้อวี้ใช้แววตาวิบวับประหนึ่งดวงดาราจ้องมองชายหนุ่ม“ข้าชอบพี่ชาย! ชอบพี่ชายมาก!”
“ชอบอย่างไรก็ไม่ควรหอมข้า จำเอาไว้ เป็นสตรีจะเที่ยวหอมบุรุษส่งเดชมิได้”
“แต่ข้ามิได้หอมส่งเดช! ข้าตั้งใจ!”เจินเจินตอบสีหน้าจริงจัง ในแววตาเต็มไปด้วยความจริงใจ
กู้อวี้เห็นแล้วก็โกรธไม่ลง ระบายลมหายใจพลางอธิบายเหตุผลให้ฟังอย่างอดทน“สตรีไม่ควรหอมบุรุษ มารยาทนี้เจ้าต้องจดจำเอาไว้ให้ดีไม่ว่าบุรุษผู้นั้นจะเป็นข้าหรือผู้อื่นก็ตาม”
ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใดยามพูดประโยคนี้เขาอดนึกถึงหน้าพี่ชายสุนัขจิ้งจอกของอีกฝ่ายมิได้ดูเหมือนนางจะชอบคนผู้นั้นมาก แค่คิดก็เกิดความรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
“รับปากข้า!” ครั้นเห็นเด็กหญิงตรงหน้าเอาแต่ขมวดคิ้วไม่ยอมรับคำกู้อวี้กล่าวด้วยสีหน้าเข้มงวด
เจินเจินจำใจก้มหน้ารับปากออกไป“ข้ารับปากท่านว่าจะไม่หอมบุรุษอื่น เช่นนั้นข้าไปเล่นก่อนนะท่านรับปากข้าแล้วว่าจะสอนหนังสือข้าแค่ช่วงเช้า ช่วงบ่ายจะปล่อยให้ข้าออกไปเล่น”
กู้อวี้ถูกเจินเจินเบี่ยงเบนความสนใจให้ไปอยู่ที่เรื่องอื่นได้สำเร็จ“ใช่ ข้ารับปากเจ้าว่าตอนบ่ายจะปล่อยให้ออกไปเล่น ทว่าตอนเช้าเจ้าทำผิดเพราะฉะนั้นต้องถูกลงโทษ!”
เจินเจินเอามือกุมศีรษะ คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าตนทำผิดเรื่องใด
กู้อวี้จึงเฉลยให้ฟัง “ข้าขอถามเจ้าเหตุผลที่เจ้าต่อยตีกับซวนจู้เพราะเขาเรียกเจ้าว่าเจ้าหกใช่หรือไม่คนเขาจะพูดอย่างไรก็เรื่องของเขา เราไม่สามารถไปควบคุมได้หากเจ้าไม่ชอบก็แค่ไม่ต้องเล่นกับเขา เหตุใดต้องทะเลาะต่อยตีกันด้วย”
กล่าวจบกู้อวี้กลัวว่าต่อไปหากเจอใครมารังแกนางจะไม่กล้าตอบโต้จึงอธิบายต่อว่า “แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจคนพาลหากอีกฝ่ายลงไม้ลงมือเจ้าก็แค่หลบหลีก ยามนี้เจ้ายังเด็ก แม้เรี่ยวแรงจะเยอะกว่าแต่ก็เสียเปรียบด้านรูปร่างและอายุอยู่ดี หากสู้ไปและได้รับบาดเจ็บขึ้นมาจะทำอย่างไรจำเอาไว้ถ้ามีใครมารังแกให้มาบอกข้า ข้าจะคิดหาวิธีเอาคืนให้เจ้าเอง เข้าใจหรือไม่”
เจินเจินพยักหน้า “ข้าทราบแล้ว”พี่ชายช่างเป็นคนใจดีและใจอ่อนเหลือเกินดูท่าครั้งหน้าหากนางจะทะเลาะต่อยตีกับผู้ใดอีก คงต้องเล่นงานจนฝ่ายนั้นไม่กล้ามาเอาเรื่อง!นางวางแผนอยู่ในใจว่าจะหาเวลาไปต่อยซวนจู้อีกสักรอบ จนไม่กล้ามาเอาเรื่องนางถึงบ้านเช่นนี้อีก!
เห็นเจินเจินรับปากอย่างขอไปทีกู้อวี้กล่าวว่า “ทราบแล้วก็ต้องจดจำให้ได้ด้วยเพื่อให้เจ้าจดจำได้ข้าจะลงโทษเจ้าคัด อักษรห้าสิบตัว และทุกตัวต้องคัดให้สวยงามจึงจะผ่าน”
เจินเจินถึงกับตาโตนางขอถอนคำพูดเมื่อครู่นี้ พี่ชายไม่ใจอ่อนเลยสักกะผีกเดียว!
แม้จะเห็นเจินเจินมีท่าทีคล้ายจะร้องไห้ทว่ากู้อวี้ก็ไม่ยอมใจอ่อน “เจ้าจะไม่เขียนก็ได้ เช่นนั้นก็ต้องออกจากบ้านนี้ไปและหลังจากนี้พวกเราไม่ต้องมาเจอหน้ากันอีก”อย่างไรเขาก็ต้องแก้นิสัยไม่ดีที่นางได้มาจากท่านอารองให้จงได้
“ข้าเขียน ฮือๆข้าเขียนแล้ว”
ครั้นเห็นนางรับปากพร้อมกับร่ำไห้ กู้อวี้ใจอ่อนลงไม่น้อย“เจ้าลองคิดดู ซวนจู้ไม่ได้ว่าเจ้าเสียหน่อย แค่เรียกเจ้าว่าเจ้าหกหากข้าเรียกเจ้าเช่นนั้น เจ้าก็จะต่อยข้าเหมือนกันหรือ มีคนมายั่วยุก็แค่ยิ้มให้ไม่จำเป็นต้องไปถือสาหาความ ใต้หล้านี้มีผู้คนมากมาย หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนแบบที่เรารังเกียจหากเจอคนแบบนั้นเจ้าจะต่อยตีกับเขาทุกคนเลยหรือ เจ้าต่อยไปมือเจ้าก็เจ็บเอง”
ที่แท้พี่ชายก็เป็นห่วงว่านางจะเจ็บมือนี่เองเจินเจินที่เดิมทีรู้สึกเศร้า ทว่าเวลานี้เปลี่ยนเป็นดีอกดีใจ รีบเก็บน้ำตากลับคืนนางยิ้มแย้มขณะเข็นรถเข็นพาพี่ชายกลับห้อง ก่อนจะลงมือคัดอักษรเองโดยไม่ต้องให้กล่าวซ้ำ
ก็แค่อักษรห้าสิบตัวเท่านั้นคิดเสียว่านางกำลังต่อยคนห้าสิบคนก็แล้วกัน นางปลุกปลอบใจตนเอง หากพอเริ่มเขียนสีหน้าก็ย่ำแย่ขึ้นเรื่อยๆต่อยคนไม่เห็นยากเหมือนคัดอักษรเลย!
ในอำเภอ ภายในจวนหลังเล็กหลังหนึ่งหมอชวีดึงเข็มเงินออกจากร่างกายของบุรุษรูปร่างผ่ายผอมผู้หนึ่งจากนั้นยิ้มกล่าวว่า “อาการของนายท่านหกมั่นคงแล้วเพียงแต่การถอนพิษยังต้องใช้เวลาอีกระยะเวลาหนึ่ง ส่วนเทียบยาก็ยังขาดสมุนไพรอีกหลายตัวคราวก่อนที่ข้าหายตัวไปเป็นเพราะไปเก็บสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ยังขาดไประหว่างเก็บเกิดอุบัติเหตุถึงกับทำให้ข้าหมดสติ ในเมื่อยามนี้อาการของนายท่านหกมั่นคงดีแล้วข้าเลยคิดว่าจะขึ้นเขาอีกครั้ง”
บุรุษที่ถูกเรียกว่านายท่านหกลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าอาภรณ์เสร็จเรียบร้อยหันไปเอ่ย “ท่านหมอชวี ท่านกำลังหาสมุนไพรตัวใดให้คนของข้าไปเก็บให้ก็ได้”
หมอชวีส่ายหน้าปฏิเสธ “มีสมุนไพรตัวหนึ่งชื่อว่าวั่งโยวเฉ่า[1] เด็ดออกจากต้นเมื่อใดจะมีสรรพคุณทางยาทันทีจึงต้องนำไปทำยาด้วยวิธีลับเฉพาะเดี๋ยวนั้นเพื่อให้สรรพคุณทางยายังคงอยู่”
แท้จริงแล้วหมอชวีอยากไปตามหาผู้ที่ช่วยชีวิตตนเองเอาไว้ยามที่ประสบอุบัติเหตุเขารู้ตนเองดีว่าคงยากจะรอดต้องเป็นเพราะมีหมอเทวดามาช่วยเอาไว้เป็นแน่ เขาถึงได้รอดชีวิตมาได้ ก็เลยอยากไปที่หมู่บ้านแห่งนั้นอีกครั้งเพื่อตามหาหมอที่ได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้
“แต่ข้าต้องรีบกลับเมืองหลวง…” นายท่านหกมีสีหน้าลำบากใจหากกลับเมืองหลวงไปแล้วพิษกำเริบขึ้นมาไม่เท่ากับว่าเป็นการทำให้คนพวกนั้นสมหวังหรอกหรือ
“เรื่องนี้แก้ปัญหาได้ง่ายมากพิษของท่านถูกข้ากดข่มเอาไว้แล้วอย่างน้อยภายในหนึ่งเดือนนี้ไม่มีทางกำเริบขึ้นมาแน่นอน ข้าจะให้ยาถอนพิษแก่ท่าน เพียงกินวันละสามเวลารับรองว่าภายในสองเดือนนี้พิษจะไม่กำเริบขึ้นมาแน่นอนหากข้าหาสมุนไพรเจอแล้วจะรีบตามท่านไปยังเมืองหลวงทันที” หมอชวีกล่าวคำ
นายท่านหกพยักหน้า“ครั้งนี้หากปล่อยให้ท่านขึ้นเขาไปคนเดียวอีกข้าคงไม่วางใจ เช่นนั้นจะทิ้งคนของข้าไว้หนึ่งคน”
หลังจากผ่านความเป็นความตายมาแล้วครั้งหนึ่งหมอชวีจึงไม่ดื้อดึง ยอมรับเอาไว้แต่โดยดี
หลิ่วตี๋ยกสองมือกุมหมัด “นายท่านหกให้ข้าน้อยอยู่ที่นี่คอยดูแลคุ้มครองท่านหมอชวีเถอะขอรับ”
นายท่านหกพยักหน้าอนุญาตครั้นเห็นสีหน้าผู้เป็นนายท่านดูเหนื่อยล้า หลิ่วตี๋และคนอื่นที่อยู่ในห้องจึงขอตัวออกไป
กงซุนอี้เข้ามาตบไหล่หลิ่วตี๋พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคนว่า“เจ้าเปลี่ยนเป็นคนใจดีเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดถึงได้อาสาอยู่ที่นี่เพื่อดูแลคุ้มครองตาแก่นั่น”
หลิ่วตี๋เหลือบตามองอีกฝ่ายผาดหนึ่ง“ท่านหมอชวีมีความสำคัญต่อนายท่านอย่างมาก เรื่องนี้เจ้าไม่ทราบหรือ”
ประโยคนี้ทำให้กงซุนอี้ถึงกับเอ่ยคำใดไม่ออกเขามองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายเดินจากไป ไม่รู้เพราะเหตุใดถึงรู้สึกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้กำลังโกหกเหตุผลที่เขาอาสาอยู่ที่นี่ต่อต้องมีจุดประสงค์บางอย่างแอบแฝงเป็นแน่
ช่างน่าตายนัก มีความลับแต่ไม่ยอมบอกข้าหรือ!
แท้จริงแล้วกงซุนอี้เองก็อยากอยู่ต่อเช่นกันแต่กลับถูกอีกฝ่ายมาแย่งหน้าที่นี้ไปเสียได้ ช่างน่าเจ็บใจโดยแท้!เขาอยากตามหาเด็กหญิงที่เจอในตรอกผู้นั้น ฝีมือช่างเก่งกาจเหลือเกินประการสำคัญคือนางน่ารักยิ่ง ทำให้เขาอยากจะลักพาตัวนางกลับไปที่เมืองหลวงด้วย!
บ้านสกุลกู้
เจินเจินในเวลานี้คัดอักษรห้าสิบตัวจนหมึกเลอะเปื้อนใบหน้าไปหมดไม่ใช่ นางไม่ใช่แค่คัดแค่ห้าสิบตัวเท่านั้นหากนับรวมตัวที่คัดผิดและตัวที่คัดน่าเกลียดทำให้ต้องคัดใหม่ นับว่าคัดไปเกือบร้อยตัวแล้ว!ไฉนชีวิตนางถึงได้ยากเย็นถึงเพียงนี้ ผู้ใดเป็นคนคิดค้นการคัดอักษรนางอยากต่อยคนผู้นั้นสักทีจริงๆ!
[1]วั่งโยวเฉ่าหมายถึงดอกลิลลี่