แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าส่องกระทบยอดโดมเหล็กดัดของคฤหาสน์เวลดิงตัน คฤหาสน์โบราณสไตล์โกธิกที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสวนกุหลาบป่าที่ทอดยาวสุดสายตา ตัวตึกสร้างจากหินสีเทาเข้ม มีเถาวัลย์เลื้อยเกาะตามผนังเพิ่มความขรึมและลึกลับ โครงสร้างหน้าต่างทรงโค้งแหลมประดับด้วยกระจกสีสะท้อนแสงอาทิตย์เป็ประกายระยิบระยับ แม้ภายนอกจะดูงดงามราวกับภาพวาดในนิตยสารท่องเที่ยวราคาแพง แต่สำหรับคนที่จะต้องก้าวเข้าไปทำงานข้างในนั้น บรรยากาศรอบตัวกลับดูเย็นะเืและกดดันจนหายใจไม่ทั่วท้อง
พริมในวัยยี่สิบสามปียืนอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดสีดำสนิท มือทั้งสองข้างกำสายกระเป๋าสะพายใบเก่าแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ พยายามสะกดกั้นความตื่นเต้นและความกลัวที่กำลังตีตื้นขึ้นมาในอกจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวและกระโปรงยาวทรงเอสีเทาเข้มที่เธอเลือกใส่มาในวันนี้เป็ชุดที่ดูสุภาพที่สุดเท่าที่จะหาได้จากตู้เสื้อผ้าเก่า ๆ ที่บ้าน แม้จะดูสะอาดเรียบร้อย แต่เมื่อเทียบกับความโอ่อ่าของสถานที่ตรงหน้า พริมก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองช่างดูเล็กจ้อยและแปลกแยกเหลือเกิน
เธอรู้ดีว่าโอกาสทำงานที่นี่คือฟางเส้นสุดท้ายของครอบครัว
ที่บ้านของพริมกำลังเผชิญวิกฤตทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุด พ่อของเธอตัดสินใจลงทุนทำธุรกิจห้องเย็นกับเพื่อนสนิท แต่สุดท้ายกลับโดนโกงจนหมดตัว ซ้ำร้ายเพื่อนคนนั้นยังหอบเงินหนีไปทิ้งหนี้สินก้อนโตเอาไว้ให้ครอบครัวต้องแบกรับ บ้านที่อาศัยอยู่มาั้แ่เด็กกำลังจะถูกยึด รถกระบะคันเดียวที่พ่อใช้ขับไปทำงานก็โดนไฟแนนซ์ตามทวงถามไม่เว้นแต่ละวัน และที่แย่ที่สุดคืออาการป่วยของแม่ที่ทรุดลงเรื่อย ๆ โรคประจำตัวของแม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะราคาแพงนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งเงินเก็บก้อนสุดท้ายของบ้านเพิ่งจะหมดไปกับค่าหมอเมื่อสัปดาห์ก่อน พริมที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยหมาด ๆ และยังหางานประจำทำไม่ได้จึงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอต้องหันมาหยิบยื่นใบสมัครงานทุกที่ที่เปิดรับ จนกระทั่งโชคชะตาเล่นตลกให้เธอได้รับเลือกเข้าทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวของคุณหนูโรส ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่มั่งคั่งที่สุดตระกูลหนึ่ง
อัตราเงินเดือนที่ทางคฤหาสน์เสนอมานั้นสูงลิ่วจนตอนแรกพริมคิดว่าเป็เื่โกหก มันสูงพอที่จะจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้รายเดือน จ่ายค่าเทอมน้องสาว และยังเหลือเฟือพอจะซื้อยารักษาอาการป่วยของแม่ได้โดยไม่ต้องกังวลเื่ปากท้องอีกต่อไป และนั่นคือเหตุผลเดียวที่ทำให้พริมยอมจำนน ยอมก้มหัวรับแรงกดดันทุกอย่างเพื่อปกป้องงานนี้ไว้ด้วยชีวิต
"ยืนทื่ออยู่ตรงนั้นทำไม รีบตามฉันมาสิ"
เสียงแหลมสูงแต่เ็าของหัวหน้าคนรับใช้หญิงวัยกลางคนดังขึ้น ปลุกพริมให้ตื่นจากภวังค์ความสับสน เขารีบก้มศีรษะขอโทษและก้าวเท้าเดินตามหญิงร่างท้วมในชุดยูนิฟอร์มสีดำสนิทเข้าไปในรั้วคฤหาสน์ทันที ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านสวนกุหลาบป่า พริมได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ลอยมาตามสายลม กลิ่นหอมหวานของกุหลาบสดที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เธออธิบายไม่ได้
เมื่อก้าวเข้ามาภายในคฤหาสน์ บรรยากาศยิ่งเงียบงันจนน่าอึดอัด พื้นไม้โอ๊กขัดมันเงาวับสะท้อนภาพเพดานสูงที่ประดับด้วยโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดใหญ่ คนรับใช้คนอื่น ๆ ที่เดินสวนผ่านไปมาต่างก็เดินก้มหน้า ไม่มีใครกล้าเงยหน้าสบตาหรือพูดคุยเล่นกัน ทุกคนขยับร่างกายอย่างเงียบเชียบและเป็ระเบียบราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ พริมแอบกลืนน้ำลายลงคอพลางคิดในใจว่ากฎระเบียบของที่นี่คงจะเข้มงวดมากอย่างที่เธอเคยได้ยินมาจริง ๆ
หัวหน้าคนรับใช้พาพริมเดินลัดเลาะผ่านโถงทางเดินยาวมาจนถึงห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่เปิดรับแสงแดดยามเช้าผ่านบานกระจกใส และที่ตรงนั้นเองที่พริมได้พบกับนายจ้างของเธอเป็ครั้งแรก
คุณหนูโรสในวัยยี่สิบห้าปีนั่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีแดงเข้ม เบื้องหน้าของเธอมีโต๊ะน้ำชาราคาแพงตั้งอยู่ ภาพลักษณ์แรกที่ปรากฏแก่สายตาของพริมทำเอาเธอแทบหยุดหายใจ คุณหนูโรสช่างงดงามราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบราคาแพง ใบหน้าเรียวเล็กได้รูป ผิวขาวเนียนละเอียดราวกับไม่เคยต้องแสงแดดแรง ๆ ดวงตากลมโตคู่สวยสีน้ำตาลอ่อนดูอ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างที่สุด เส้นผมสีบลอนด์ทองดัดเป็ลอนคลื่นล้อมกรอบใบหน้าสวยงาม เธอสวมชุดเดรสลูกไม้คอตั้งแขนยาวสีครีมคลาสสิก ตัวกระโปรงเป็ผ้าลูกไม้ถักเนื้อละเอียดหนาหลายชั้นทอดตัวลงคลุมเรียวขาจนถึงข้อเท้า ทุกท่วงท่าการขยับตัวจับถ้วยชาช่างสง่างาม ไร้ที่ติ และดูสูงส่งเสียจนพริมไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวแรง ๆ กลัวว่าจะทำลายความงดงามนั้นลง
กลิ่นน้ำหอมกุหลาบสดโชยออกมาจากตัวคุณหนูโรสอย่างเข้มข้น มันเป็กลิ่นเดียวกับที่เธอได้กลิ่นในสวน แต่ในห้องปิดทึบแบบนี้ กลิ่นของมันกลับชัดเจนและให้ความรู้สึกอบอวลจนน่าเวียนหัว
"คุณหนูคะ นี่คือพริม ผู้ช่วยส่วนตัวคนใหม่ที่เพิ่งมาเริ่มงานวันนี้ค่ะ" หัวหน้าคนรับใช้รายงานด้วยน้ำเสียงนอบน้อมสูงสุด
คุณหนูโรสค่อย ๆ วางถ้วยชาลงบนจานรองเสียงดังคลิกเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับพริม ั์ตาคู่สวยคู่นั้นกวาดมองเธอั้แ่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเรียบนิ่งที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก พริมรีบก้มศีรษะทำความเคารพอย่างรวดเร็ว ตัวสั่นเกร็งด้วยความประหม่า
"ยินดีที่ได้พบค่ะคุณหนู หนูชื่อพริมค่ะ... จะตั้งใจทำงานอย่างสุดความสามารถค่ะ" เสียงของพริมสั่นเล็กน้อยจนเธอรู้สึกโมโหตัวเอง
"อืม... ยินดีที่ได้รู้จัก"
น้ำเสียงของคุณหนูโรสที่ตอบกลับมานั้นช่างนุ่มนวลและอ่อนหวาน สมกับภาพลักษณ์เลดี้ผู้สูงศักดิ์ทุกประการ แต่ในกระแสเสียงนั้นพริมกลับรู้สึกได้ถึงพลังอำนาจบางอย่างที่แฝงอยู่เงียบ ๆ เป็พลังที่ทำให้คนฟังรู้สึกตัวลีบเล็กและต้องยอมจำนนโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
"งานของเธอไม่มีอะไรซับซ้อน แค่คอยดูแลความเรียบร้อยรอบตัวฉัน จัดการเอกสารส่วนตัว และทำตามคำสั่งทุกอย่างที่ฉันสั่ง หวังว่าจะไม่ทำตัวมีปัญหาเหมือนคนก่อน ๆ นะ" คุณหนูโรสพูดพลางยิ้มบาง ๆ แต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มตาม
"ค่ะคุณหนู หนูจะระมัดระวังเป็อย่างดีค่ะ" พริมรับคำอย่างแข็งขัน
่เช้าของการทำงานผ่านไปอย่างตึงเครียด พริมต้องเรียนรู้งานต่าง ๆ จากเอกสารคู่มือการดูแลคุณหนูโรสอย่างละเอียด เธอต้องจดจำรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น อุณหภูมิของน้ำชาที่ต้องอุ่นพอดี ชนิดของปากกาที่คุณหนูชอบใช้ ยี่ห้อกระดาษโน้ต ไปจนถึงตารางเวลาการนัดหมายต่าง ๆ พริมพยายามจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าเพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น แม้จะรู้สึกเกร็งจนปวดบ่าและคอไปหมด แต่เธอก็เตือนตัวเองอยู่เสมอว่ามูลค่าเงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือนนั้นคุ้มค่าที่จะยอมเหนื่อย
จนกระทั่ง่บ่าย เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
เวลาประมาณบ่ายสองโมงครึ่ง พริมกำลังนั่งจัดเรียงเอกสารตารางการเข้าสังคมของคุณหนูอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว จู่ ๆ หัวหน้าคนสนิทของคุณหนูโรสก็เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในมือของเขาถือแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำหนาเตอะ
"พริม นี่เป็เอกสารด่วนเกี่ยวกับบัญชีและการเงินของตระกูลที่ต้องให้คุณหนูโรสเซ็นอนุมัตด่วนที่สุด ธนาคาร้าเอกสารฉบับนี้ก่อนบ่ายสามโมงตรงเพื่อทำธุรกรรมการโอนเงินกู้ระยะยาว เธอช่วยเอาไปให้คุณหนูเซ็นเดี๋ยวนี้เลยนะ" ชายหนุ่มคนสนิทสั่งน้ำเสียงร้อนรน
"เอ่อ... ตอนนี้คุณหนูอยู่ที่ไหนหรือคะ?" พริมถามพลางรับแฟ้มเอกสารมาถือไว้
"คุณหนูเพิ่งเดินไปที่ห้องแต่งตัวส่วนตัวที่ปีกตะวันออกเมื่อครู่นี้เอง น่าจะกำลังเปลี่ยนชุดสำหรับงานเลี้ยงน้ำชา่เย็น เธอรีบตามไปเลยนะ อย่าให้เลยเวลาบ่ายสามเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นระบบจะตัดยอดแล้วเราจะเดือดร้อนกันหมด"
"ได้ค่ะ หนูจะรีบไปเดี๋ยวนี้"
พริมรับคำสั่งด้วยความตื่นตัว เธอกระชับแฟ้มเอกสารในอ้อมแขนแล้วรีบก้าวเท้าเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องทำงานทันที ระเบียงทางเดินของปีกตึกตะวันออกค่อนข้างเงียบเชียบ แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ่านกระจกสีเข้ามาทาบทับพื้นไม้ทางเดินเป็ระยะ ๆ บรรยากาศเงียบงันจนพริมได้ยินเสียงรองเท้าของตัวเองกระทบพื้นดังสะท้อนก้อง พริมกังวลใจเื่เวลาที่กระชั้นชิดเข้ามาทุกที หากธุรกรรมการเงินผิดพลาดเพราะความล่าช้าของเธอ หัวหน้าคนรับใช้อาจจะไล่เธอออกั้แ่วันแรก และนั่นหมายถึงความหวังในการช่วยชีวิตแม่และการรักษาบ้านของครอบครัวจะพังทลายลงทันที
พริมเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูไม้โอ๊กสลักลายหรูหราบานใหญ่ ซึ่งเป็ทางเข้าห้องแต่งตัวส่วนตัวของคุณหนูโรส สูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามปรับลมหายใจให้ปกติ ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูเบา ๆ สามครั้งตามมารยาท
"ขออนุญาตค่ะคุณหนูโรส พริมเองค่ะ มีเอกสารด่วนเื่บัญชีการเงินที่ต้องให้คุณหนูเซ็นด่วนที่สุดค่ะ"
ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ กลับมาจากหลังประตูบานหนา
พริมขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เธอรออยู่ประมาณสิบวินาทีก่อนจะลองเคาะประตูอีกครั้งและเอ่ยเรียกเสียงดังขึ้นเล็กน้อย "คุณหนูโรสคะ ขออนุญาตนำเอกสารเข้าไปส่งค่ะ"
ความเงียบยังคงครอบงำห้องแต่งตัวส่วนตัว พริมก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ อีกไม่ถึงสิบห้านาทีจะบ่ายสามโมงตรงแล้ว ความตื่นตระหนกเริ่มเข้าจู่โจมสมองของเธอ ความคิดแล่นไปในทางที่แย่ที่สุด หากคุณหนูโรสไม่ได้ยินเพราะติดภารกิจข้างใน หรืออาจจะกำลังแต่งตัวอยู่แต่ถ้าปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปจนส่งเอกสารไม่ทัน ผลลัพธ์ที่ตามมาคงเป็ฝันร้ายสำหรับเธอแน่ ๆ พริมตัดสินใจด้วยความลนลานและเร่งรีบจนลืมกฎสำคัญเื่การรอคอยคำอนุญาต
เธอค่อย ๆ ยื่นมือที่สั่นเทาไปจับลูกบิดสีทองเหลือง ปรากฏว่าประตูไม่ได้ถูกล็อก พริมค่อย ๆ ออกแรงผลักประตูไม้หนัก ๆ บานนั้นเข้าไปอย่างช้า ๆ และเงียบเชียบที่สุด หวังเพียงว่าจะเดินนำแฟ้มเอกสารไปวางไว้ที่โต๊ะหน้าห้องแต่งตัว หรือส่งให้คุณหนูอย่างรวดเร็วแล้วรีบถอยกลับออกมา
แต่ทันทีที่บานประตูเปิดกว้างขึ้น Gลิ่นน้ำหอมกุหลาบสดที่อบอวลอยู่ภายในห้องก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้าของเธออย่างรุนแรง มันเป็กลิ่นที่เข้มข้นจนทำให้พริมรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกขึ้นมาทันที ภายในห้องตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีครีมและทอง มีกระจกเงาบานใหญ่ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาสร้างเงามืดสลัวและแสงสว่างตัดกันอย่างชัดเจน
และภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าในระยะไม่กี่เมตรก็ทำให้พริมแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง ช็อกจนสมองขาวโพลน ก้าวขาไม่ออกแม้แต่เิเเดียว
คุณหนูโรสกำลังยืนหันหลังอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ทว่าสภาพของเธอในตอนนี้กลับต่างจากภาพจำของคุณหนูผู้แสนบอบบางน่าทะนุถนอมอย่างสิ้นเชิง
ชุดเดรสลูกไม้สีครีมตัวหรูถูกเลิกขึ้นไปกองไว้รอบเอวคอด เผยให้เห็นแผ่นหลังเปลือยเปล่าท่อนล่างของเธอ ทว่าภาพสะท้อนในกระจกบานใหญ่ตรงหน้ากลับทำให้พริมช็อกสุดขีด ท่อนบนของเธอมีทรวงอกกลมกลึงนุ่มหยุ่นเต่งตึงประหนึ่งสตรีเพศอันงดงาม ทว่าต่ำลงมาจากหน้าท้องแบนราบตึงแน่น กลับเป็สะโพกแกร่งของชายหนุ่ม และแก่นกายเพศชายอันดุดันชัดเจนที่ปรากฏอยู่อย่างโจ่งแจ้งใต้ชายเดรสที่เลิกขึ้นโดยไม่มีสิ่งใดปิดบังเรือนร่างท่อนล่างนั้นเลย
สมองของพริมตื้อตันจนคิดอะไรไม่ออก หัวใจของเธอเต้นรัวโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความสับสนและความกลัวแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูความคิด ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ มือที่ถือแฟ้มเอกสารอ่อนแรงลงฉับพลันจนทำให้แฟ้มหนาร่วงหล่นลงบนพรมปูพื้นเสียงดังปึกเบา ๆ
เสียงเอกสารร่วงหล่นทำลายความเงียบงันภายในห้องแต่งตัว
คุณหนูโรสที่ยืนอยู่หน้ากระจกสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันมามองผ่านกระจกเงาบานใหญ่ทันที ั์ตาคู่งามสีน้ำตาลอ่อนที่เคยดูนุ่มนวลและอ่อนหวานสะท้อนภาพของพริมที่ยืนเบิกตาค้างอยู่หน้าประตู ในวินาทีนั้น แววตาของเธอกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันเปลี่ยนเป็แววตาดุดัน คมกริบ และเปี่ยมไปด้วยรังสีคุกคามอันน่ากลัวดุจชายหนุ่มผู้มีอำนาจล้นพ้นที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า
โรสไม่ได้ร้องกรีดร้องด้วยความใอย่างสตรีทั่วไปยามถูกเห็นร่างเปลือยเปล่า เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับพริมเต็มตัวอย่างเยือกเย็น เลือนมือลงมาปล่อยชายกระโปรงเดรสลูกไม้ลงคลุมร่างกายท่อนล่างอย่างรวดเร็วและเป็ระเบียบ ท่วงท่าเ่าั้มั่นคงและไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
"ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา?"
น้ำเสียงที่เอ่ยถามออกมานั้นทุ้มต่ำ ห้าว และทรงพลังอย่างเด่นชัด มันไม่ใช่เสียงหวานใสของคุณหนูโรสที่พริมเคยได้ยินเมื่อเช้า แต่เป็น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความดุดันและแข็งกร้าวของบุรุษเพศโดยแท้จริง พริมรู้สึกเหมือนลมหายใจของตัวเองสะดุดกึก ความกลัวแล่นจับขั้วหัวใจจนตัวสั่นระริก
โรสเดินก้าวเท้าเข้ามาหาพริมช้า ๆ แต่ละย่างก้าวมีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนพริมต้องก้าวถอยหลังอย่างลนลาน ขาของเธอสั่นจนแทบจะก้าวไม่ออก สุดท้ายแผ่นหลังของพริมก็ชนเข้ากับบานประตูไม้หนาที่ปิดสนิท ลมหายใจของเธอถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ ยามที่คุณหนูโรสประชิดตัวเข้ามาจนได้กลิ่นกายอุ่นร้อนผสมกลิ่นกุหลาบสดเข้มข้นโชยเข้าจมูกจนชวนอึดอัด
โรสยกแขนขึ้นมาค้ำยันบานประตูไม้ข้างแก้มของพริม ตรึงร่างบอบบางของผู้ช่วยสาวไว้ในมุมอับจนไร้หนทางหนี ใบหน้างดงามที่ดูราวกับสตรีแต่บัดนี้มีแววตาดุดันของบุรุษจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาสั่นระริกของพริม ระยะห่างที่ใกล้กันมากทำให้พริมเห็นทรวงอกกลมกลึงนุ่มหยุ่นที่เบียดชิดอยู่ใต้รอยแยกของคอเสื้อเดรสลูกไม้ได้อย่างชัดเจน ทว่ากลับมีไอร้อนและรังสีคุกคามของบุรุษเพศแผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน
"ฉันถาม... ว่าใครอนุญาตให้เธอเข้ามา?" โรสถามย้ำ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเป่ารดข้างแก้มของพริมจนเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว
"ผะ... หนู... ขอโทษค่ะคุณหนู..." เสียงของพริมสั่นสะอื้นด้วยความกลัวสุดขีด "หนู... มีเอกสารด่วน... ต้องให้เซ็นก่อนบ่ายสาม... หนูเคาะประตูแล้วไม่มีคนตอบ... หนูเลย..."
"เลยกล้าดียังไงผลักเข้ามางั้นเหรอ?" โรสขัดขึ้น น้ำเสียงต่ำลงจนดูน่ากลัว ร่างสูงใหญ่ในร่างหญิงสาวโน้มตัวลงมาประชิดจนหน้าผากเกือบชนกัน "เธอเห็นอะไรบ้าง?"
"หนู... หนูไม่เห็นอะไรเลยค่ะ! หนูไม่ได้ตั้งใจ..." พริมละล่ำละลักปฏิเสธ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความผวาปนอึดอัด รู้ดีว่าถ้าเธอยอมรับออกไป ชีวิตการทำงานของเธอคงจบสิ้นลงทันที และครอบครัวที่บ้านก็จะต้องเผชิญหน้ากับความล่มสลาย
ั์ตาคมปลาบของคุณหนูโรสจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของพริมราวกับจะจับโกหก รอยยิ้มเ็าปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ มือหนาอุ่นเอื้อมมาบีบที่ปลายคางของพริมแน่นจนรู้สึกเจ็บ แรงบีบนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะเป็พละกำลังของผู้หญิงทั่วไปอย่างแน่นอน มันเป็แรงบีบของชายหนุ่มที่มีกำลังมหาศาล
"อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน พริม" โรสกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังข้างหูของเธอ ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดผิวแก้มที่ขาวซีด "ั์ตาสั่น ๆ ของเธอมันบอกทุกอย่างแล้ว ถ้าเธออยากให้แม่ของเธอมีเงินซื้อยารักษาตัวต่อไป ถ้าเธอไม่อยากเห็นพ่อของเธอโดนซ้อมปางตายเพราะหนี้สิน ถ้าเธออยากรักษางานนี้ไว้..."
คำขู่ของคุณหนูโรสทำเอาพริมเย็นวูบไปทั้งแผ่นหลัง หัวใจเต้นช้าลงจนน่าใ ความลับเื่ครอบครัวของเธอถูกสืบรู้มาหมดแล้ว และตอนนี้ชีวิตของเธอกำลังถูกกำไว้ในมือของคุณหนูโรสผู้น่าเกรงขามคนนี้
"เธอต้องปิดปากให้เงียบที่สุด" โรสออกคำสั่งเสียงเข้มสะกดทุกอารมณ์ "ห้ามนำเื่ที่เห็นในวันนี้ไปพูดกับใครเด็ดขาด แม้แต่คำเดียวก็ห้ามหลุดออกจากปากเธอ ถ้าฉันรู้ว่าความลับของร่างกายฉันแพร่งพรายออกไปเพราะเธอล่ะก็... ฉันจะทำลายชีวิตของเธอและครอบครัวให้ย่อยยับจนไม่เหลือชิ้นดี จำคำฉันไว้ให้ดี"
"ขะ... เข้าใจแล้วค่ะ..." พริมพยักหน้ารับคำอย่างสั่นเทา น้ำตาเม็ดเล็กร่วงเผาะผ่านแก้มขาว โรสยอมปล่อยมือจากปลายคางของเธอ ั์ตาคู่งามจ้องมองผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจลึก ๆ ก่อนจะขยับตัวถอยออกไปเล็กน้อยเพื่อเปิดทางให้
"เก็บเอกสารขึ้นมา วางไว้บนโต๊ะนั่น แล้วไสหัวออกไปได้แล้ว" โรสสั่งเสียงเรียบ
พริมรีบก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารบัญชีการเงินที่ร่วงอยู่บนพื้นพรมด้วยมือที่ยังคงสั่นระริก เธอรีบก้าวไปวางมันไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือข้างกระจกเงาบานใหญ่อย่างรวดเร็ว โดยไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเงาสะท้อนในกระจกหรือหันไปสบตากับคนตรงหน้าอีก จากนั้นพริมก็รีบผลักประตูเปิดออกและวิ่งหนีออกจากห้องแต่งตัวส่วนตัวของคุณหนูโรสทันที
เธอวิ่งไปตามระเบียงทางเดินยาวอย่างลนลานจนมาหยุดหอบหายใจอยู่ที่มุมตึกที่ไม่มีผู้คน พริมทรุดตัวลงนั่งพิงผนังหินสีเทาของคฤหาสน์ กอดเข่าตัวเองแน่นพลางหอบหายใจกระชั้นชื้น เสียงหัวใจยังคงเต้นรัวเร็วและรุนแรงอยู่ในอกราวกับมีพายุพัดกระหน่ำ กลิ่นน้ำหอมกุหลาบสดเข้มข้นของคุณหนูโรสยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก ชวนให้เธอรู้สึกปั่นป่วนและอึดอัดแน่นในอกอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
ความจริงอันน่าหวาดผวาที่คุณหนูโรสมีร่างจริงท่อนล่างเป็ชายหนุ่มแกร่งยังคงฉายวนเวียนอยู่ในสมองของเธอ และตอนนี้ ความลับนั้นได้กลายเป็พันธนาการเส้นใหญ่ที่ล่ามโซ่ชีวิตของพริมไว้กับเรือนร่างและอำนาจการสั่งการของเธออย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป...
ในขณะที่พริมกำลังพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากระโปรงก็สั่นครืดขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เธอสะดุ้งสุดตัวก่อนจะล้วงมันออกมาดูหน้าจอด้วยมือที่สั่นเทา
ข้อความจากเบอร์ส่วนตัวที่คุณหนูโรสเพิ่งให้ไว้เมื่อเช้าปรากฏขึ้นเด่นชัดบนหน้าจอล็อก:
*‘สองทุ่มตรง ขึ้นมาหาฉันที่ห้องนอนส่วนตัว... ห้ามช้าแม้แต่วินาทีเดียว และห้ามให้ใครเห็นเด็ดขาด’*
พริมจ้องมองข้อความสั้นๆ นั้นด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ ราวกับกรงขังลับที่คุณหนูโรสสร้างขึ้นได้เริ่มปิดล็อกกลไกครอบงำชีวิตของเธอลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้วในค่ำคืนนี้
---
(โปรดติดตามตอนต่อไป)