เหลียงกังเปิดจดหมายของหมอเหมยซูแล้วอ่าน ความว่า….
ต้องขออภัยจริงๆ ที่ข้ามิอาจรักษาน้องสาวของท่านต่อไปได้ เพราะข้ากำลังถูกตามฆ่าเ้าค่ะ ดังนั้นข้าขอแนะนำให้ท่านพาน้องสาวไปฝังเข็มกับหมอเทวดาไล้จื่อ พิษที่น้องสาวท่านได้รับถูกขับออกหมดแล้ว เหลือเพียงฝังเข็มเท่านั้น หลังจากนั้นนางจะสามารถกลับมาพูดได้และขยับตัวได้ปกติเ้าค่ะ
เหมยซู
“ขอบคุณมาก ข้าต้องรีบไปแล้ว” เหลียงกังดีใจอย่างมากที่รู้ว่าเขามีหนทางรักษาน้องสาว จึงรีบเดินไปที่ม้าของเขา และควบม้ามุ่งหน้ากลับบ้านของเขาเพื่อเตรียมตัวติดต่อท่านหมอไล้จื่อทันที
ซวงเหมยพยักหน้าและคิดในใจว่า “ท่านคงไม่มาหาข้าอีกแล้วสินะ ลาก่อนเ้าค่ะ”
“พวกเรากลับร้านกันเถอะเ้าค่ะ” จือิกล่าว
ซวงเหมยพยักหน้าและเดินตามสาวใช้กลับร้านในสภาพที่เหม่อลอยเหมือนกำลังขบคิดอะไรบางอย่าง
สองวันต่อมา ทั้งสองเปิดกล่องหมายเลขหกดูก็พบว่า ภายในกล่องคือ เข็มเงินตระกูลเหมย
“เข็มนี้น่าจะเป็ของหมอที่เอาไว้ฝังเข็มนี่เ้าคะ” จือิสงสัย
“เข็มนี่เป็ของตระกูลเหมย แล้วคนที่ไหนจะมาซื้อล่ะ” ซวงเหมยบ่น
“ลองขายดูก่อนเถอะนะเ้าคะ” จือิคิดว่าอาจมีบางคนเห็นค่าก็เป็ได้
สองสาวก็เลยนำเข็มเงินไปวางขายในราคาทองคำหนึ่งแท่ง
ลูกค้าเข้าๆ ออกๆ ร้านเพื่อเลือกซื้อสินค้าเบ็ดเตล็ดทั่วไป ไม่เห็นว่าจะมีใครเลือกซื้อเข็มเงินเลยสักคน
ตกเย็น คนที่มาถามหาซื้อเข็มในร้านก็คือเด็กน้อยที่มีวัยเพียงสิบขวบเท่านั้น
“เ้าหนู เ้าสนใจอยากซื้อห่อเข็มเงินเหล่านี้งั้นหรือ เ้าจะเอาไปทำอะไร” จือิสงสัย
“ข้าไม่มีความจำเป็อะไรต้องบอกท่านขอรับ” เด็กน้อยไม่ยอมบอก
“และไหนล่ะทองคำแท่ง” จือิยื่นมือรอรับค่าสินค้า
“นี่ขอรับ” เด็กน้อยควักทองคำแท่งจากในตัว แล้วส่งให้จือิทันที
“เ้ารอที่นี่ก่อน ข้าขอนำไปให้ร้านขายโลหะตรวจสอบดูก่อน เดี๋ยวข้ามา” จือิกลัวว่าเด็กน้อยจะนำทองปลอมมาหลอกซื้อของ
“เห็นว่าข้าเป็เด็ก ท่านก็เลยไม่ยอมเชื่อใจข้าสินะ” เด็กน้อยกล่าวอย่างรู้ทัน
“ขอโทษด้วยเ้าหนู ข้าต้องป้องกันไว้ก่อน” จือิกล่าว
จือิเดินออกไปและมุ่งหน้าไปที่ร้านขายโลหะ สักพักเด็กน้อยก็วิ่งไปหาซวงเหมย จากนั้นเด็กน้อยก็ยื่นเข็มเงินให้กับนาง
เด็กน้อยกระซิบว่า “ไหนค่าจ้างของข้าขอรับ”
“อะนี่ ขอบใจมากนะเ้าหนู” ซวงเหมยรีบส่งห่ออัฐให้เด็กน้อยเก็บไว้ และรีบเก็บเข็มเงินไว้กับตัวทันที
“มีอะไร ใช้บริการข้าอีกนะขอรับ” เด็กน้อยอยากได้อัฐเป็ค่าขนม
“ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ ร้านขายโลหะยืนยันว่าทองคำเป็ของจริง” จือิกลับเข้ามาในร้าน ก็เห็นเด็กน้อยนั่งรออย่างสงบเสงี่ยม
“เ้าได้ของแล้ว ก็ไปได้เลย” ซวงเหมยกล่าวกับเด็ก
เด็กน้อยจึงวิ่งหนีไปทันที
จือิสงสัยอย่างมากก็เลยว่า “เด็กน้อยจะเอาเข็มเงินไปทำไมกันนะ”
“นั่นสินะ” ซวงเหมยแกล้งพูดทั้งๆ ที่ตอนนี้เข็มเงินอยู่กับตัวแล้ว
ผ่านไปไม่นาน ชายวัยกลางคนก็เดินเข้ามาในร้าน
“สนใจเลือกซื้อสินค้าตัวไหนหรือเ้าคะ” จือิเดินไปต้อนรับลูกค้า
“ข้าอยากซื้อเข็มเงินของตระกูลเหมย” ชายวัยกลางคนกล่าว เพราะเขาเห็นประกาศหน้าร้านว่าขายเข็มเงินตระกูลเหมย ดังนั้นเขาจึงไปแลกซื้อทองคำก่อนที่จะกลับมาซื้อเข็มเงิน
“เสียใจด้วยเ้าค่ะ มีคนมาซื้อเข็มเงินไปแล้ว” จือิกล่าวตามตรง
“ใครกัน! หรือว่าจะเป็เหมยซู” ชายคนนั้นบ่นกับตัวเอง
“เป็เด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้นเ้าค่ะ” จือิกล่าว
“เด็กอะไรจะมีทองคำแท่ง หรือว่ามีคนจ้างให้เด็กมาซื้อ” ชายคนนั้นสงสัย
“พวกเราเป็เพียงแม่ค้า ใครที่มีอัฐหรือทองคำก็สามารถซื้อสินค้าไปได้ทั้งนั้นเ้าค่ะ” จือิกล่าว
“ไม่เป็ไร ข้าจะไปพักอยู่โรงเตี๊ยม พรุ่งนี้จะต้องเดินทางไปที่บ้านตระกูลเหลียงแล้ว” ชายคนนั้นยอมตัดใจ
“ท่านไปทำอะไรที่นั่นหรือเ้าคะ” ซวงเหมยรีบถาม
“ข้าคือหมอเทวดาไล้จื่อ ข้าจะไปรักษาอาการป่วยของน้องสาวท่านเหลียงกังน่ะสิ” ชายคนนั้นยอมบอก
“อย่างนี้นี่เอง” ซวงเหมยกล่าว
“ข้าไปล่ะ” ไล้จื่อกลับไปที่โรงเตี๊ยมทันที
หลังจากท่านหมอเทวดาไล้จื่อเดินออกไปจากร้าน ท่านป้าเหวยลู่ก็เดินเข้ามาเพื่อมารับอัฐที่เป็รายได้สำหรับวันนี้
“เ้าขายสินค้าหมายเลข 6 ได้แล้วงั้นหรือ” ท่านป้าเหวยลู่แปลกใจ
“นี่ไงเ้าคะ ทองคำ” ซวงเหมยยื่นทองคำให้
“เ้าคงไม่ได้จ้างคนให้มาซื้อสินค้าหรอกนะ” ท่านป้าเหวยลู่สงสัยเพราะรู้ดีว่าเข็มเงินนั่นเป็ของตระกูลเหมย
“ข้าจะทำเช่นนั้นทำไมกัน แล้วข้าจะเอาเข็มเงินไปทำอะไร อีกอย่างข้าจะเอาทองคำแท่งมาจากไหนล่ะเ้าคะ” ซวงเหมยรีบพูดกลบเกลื่อน
“บางทีความทรงจำของเ้าอาจฟื้นกลับคืนมาแล้ว และเ้าก็หาสมบัติของตระกูลมาจ่ายค่าสินค้าน่ะสิ” ท่านป้ากล่าว
“ถ้าข้าเป็อย่างนั้นจริงๆ ข้าก็เอาสมบัติมาชดใช้หนี้สินแล้วสิเ้าคะ ข้าจะมาทนขายของที่นี่ทำไมกัน” ซวงเหมยกล่าวอ้าง
“ก็จริงของเ้า” ท่านป้ายอมคล้อยตาม
“นี่เ้าค่ะ ซวงเหมยเตรียมให้ท่านแล้ว” จือิยื่นห่ออัฐให้
“วันนี้ข้ามีธุระ ข้าคงไม่ต้องนับหรอกนะ” ท่านป้าจะต้องไปที่อื่นต่อ
“แล้วแต่ท่านเ้าค่ะ” ซวงเหมยไม่ให้ความเห็น
“ข้าจะลองเชื่อใจเ้าสักครั้งก็แล้วกัน ข้าไปล่ะ” ท่านป้าเหวยลู่ถือห่ออัฐแล้วก็เดินขึ้นไปบนรถม้าและเดินทางไปที่ไหนสักที่
“ดีจังเลยนะเ้าคะ วันพรุ่งนี้พวกเราก็เปิดกล่องหมายเลข 7 ได้แล้วสิ” จือิดีใจที่ขายสินค้าหมายเลข 6 ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายเช่นนี้
“วันพรุ่งนี้ข้าขอหยุดหนึ่งวันนะ ข้าขอพักวันนึง” ซวงเหมยกล่าว
“ร้อยวันพันปี ข้าไม่เคยเห็นท่านขอหยุดเลยนะเ้าคะ” จือิสงสัย
“ถือเป็วันแรกก็แล้วกัน” ซวงเหมยกล่าว
หลังจากปิดร้านแล้ว สองสาวก็แยกกันพักคนละห้อง
จือิกำลังจะเตรียมตัวไปอาบน้ำ สักพักก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
ก๊อกๆ ก๊อกๆ “ข้าเองจือิ” ซวงเหมยะโ
“ท่านซวงเหมย มีอะไรหรือเปล่าเ้าคะ” จือิเดินไปเปิดประตู
“ข้าทำน้ำซุป ก็เลยทำเผื่อเ้าด้วย” ซวงเหมยยกถ้วยน้ำซุป แล้วเดินไปวางไว้บนโต๊ะ
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ” จือิรู้สึกงงเล็กน้อย เพราะนางไม่เคยเห็นซวงเหมยเข้าครัวทำอาหารหรือปรุงน้ำซุปอะไรทำนองนี้มาก่อน
ซวงเหมยมองดูสาวใช้ซดน้ำซุปจนหมดถ้วยแล้วกล่าวว่า “เ้าทำธุระส่วนตัวเถิด ข้าไปล่ะ” หลังจากนั้นซวงเหมยก็ถือถ้วยเปล่ากลับออกไปทันที
จือิงงที่เ้านายบริการยกน้ำซุปมาให้นางดื่มถึงในห้องนอน แต่นางก็ไม่ได้เอะใจอะไร จึงเดินไปแช่ตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำ
จือิแช่ตัวนานพอสมควร กำลังจะลุกแต่นางก็พบกับความผิดปกติบางอย่าง เลยคิดในใจว่า “มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมข้าถึงขยับตัวไม่ได้เลย” จือิกำลังจะะโร้องขอความช่วยเหลือ แต่นางทำได้เพียงขยับปากแต่ไร้เสียง
จือิใอย่างมาก และนางกลัวมากเพราะตอนนี้นางมิอาจป้องกันตัวเองได้เลย แถมอยู่ในสภาพเปลือยกายและแช่ตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำอีกต่างหาก
ผ่านไปไม่นาน คนที่ปรากฏตัวก็คือซวงเหมย
จือิทำได้เพียงคิดในใจเพราะนางพูดไม่ได้ “ท่านซวงเหมย ท่านวางยาข้าทำไมกัน”
“ขอโทษนะหวนเจิน ขอข้าใส่ยาสมุนไพรให้เ้าแช่ตัวอีกหนึ่งชั่วยาม จากนั้นข้าจะฝังเข็มให้เ้า” พูดจบ ซวงเหมยก็นำยาฟื้นความทรงจำป้อนให้หวนเจินกิน
ผ่านไปไม่นานหวนเจินก็จดจำอดีตได้ทุกอย่าง
หวนเจินคิดในใจว่า “ตอนนี้ท่านหมอเหมยซูจดจำอดีตได้แล้ว นางกำลังขับพิษสลายตัวตนให้ข้านี่เอง”
หวนเจินแช่ในน้ำสมุนไพรจนครบหนึ่งชั่วยาม หลังจากนั้นนางก็ขยับตัวได้และพูดได้ปกติ
“เอาล่ะ หวนเจิน เ้ารีบสวมเสื้อผ้าเถิด ข้าจะฝังเข็มให้เ้า” ท่านหมอเหมยซูกล่าว
“ความทรงจำของท่านกลับมานานแล้วหรือเ้าคะ” หวนเจินสงสัย
“เพิ่งฟื้นกลับมาเมื่อวานนี้ หลังจากข้าอ่านบันทึกของข้า ความทรงจำก็ค่อยๆ ทยอยกลับมาน่ะ” ท่านหมอเหมยซูกล่าว
“แสดงว่าเด็กคนนั้น ท่านก็เป็คนจ้างให้เขาซื้อเข็มเงินให้สินะเ้าคะ” หวนเจินนึกขึ้นได้
“โชคดีที่เด็กมาก่อนท่านไล้เยี่ยนนะ ไม่เช่นนั้น เข็มเงินของข้าอาจถูกทำลายไปแล้ว” เหมยซูยอมบอก
“เอ่อ ไหนว่าเขาคือท่านหมอเทวดาไล่จื่อไงเ้าคะ และทำไมเขาต้องทำลายเข็มของท่านด้วย” หวนเจินไม่เข้าใจ
“เขาคือน้องชายของท่านไล้จื่อ เขาไม่ทำงานหาเลี้ยงชีพ ชอบออกเที่ยวเล่นการพนัน บ้างก็หลอกลวงต้มตุ๋นชาวบ้านไปวันๆ น่ะสิ และที่เขา้าทำลายเข็มเงินตระกูลข้า เพราะตระกูลข้ากับเขาเป็ไม้เบื่อไม้เมากันมานานแล้ว” เหมยซูเล่าที่มาที่ไป
“ถ้าเช่นนั้น เื่ที่เขาจะไปรักษาให้กับน้องสาวท่านเหลียงกังจะทำยังไงดีล่ะเ้าคะ” หวนเจินใ
“ข้าต้องฝังเข็มเ้าและรักษาเ้าให้หายภายในคืนนี้ เพราะข้า้าให้เ้าช่วยจับชายหลอกลวงคนนั้น ส่วนข้าจะปลอมตัวเป็ท่านหมอไล้จื่อเอง” เหมยซูกลัวน้องสาวท่านเหลียงกังตกอยู่ในอันตราย
“ท่านจะเป็คนรักษาน้องสาวท่านเหลียงกังหรือเ้าคะ ว่าแต่ทำไมท่านถึงไม่ยอมเผยตัวตนและรักษาให้น้องสาวเขาไปเลยล่ะเ้าคะ” หวนเจินสงสัย
“ข้าถูกตามฆ่าอยู่น่ะสิ ตอนนั้นข้าถูกลักพาตัว พวกมันปิดตาข้าและพาข้าไปที่หน้าผา หลังจากนั้นก็ผลักข้าตกหน้าผา” เหมยซูเล่า
“แล้วท่านไม่รู้หรือเ้าคะว่าพวกมันเป็ใคร” หวนเจินสงสัย
ซวงเหมยหรือเหมยซูส่ายหน้า หลังจากนั้นทั้งสองก็หยุดคุย เพราะหมอเหมยซู้าใช้สมาธิในการฝังเข็ม
กว่าจะเสร็จกระบวนการรักษา ก็ถึงเช้าวันรุ่งขึ้น
แม้ว่าสองสาวจะไม่ได้นอนทั้งคืน แต่พวกนางที่ตอนนี้ต่างฟื้นความทรงจำกันทั้งคู่แล้ว ก็รีบวางแผนสลับตัวกับน้องชายของท่านไล่จื่อ ก่อนที่เขาจะไปหลอกลวงต้มตุ๋นท่านเหลียงกังโดยแสร้งรักษาอาการป่วยของน้องสาวของท่านเศรษฐี จนอาจพลั้งมือฆ่านางตายโดยไม่ได้ตั้งใจ
พวกนางจึงรีบรุดหน้าไปที่โรงเตี๊ยมทันที แต่ก็ต้องชะงักเพราะท่านเศรษฐีมารับตัวท่านหมอกำมะลอั้แ่เช้า
“ทำอย่างไรดีเ้าคะ ตอนนี้ไล้เยี่ยนขึ้นไปบนรถม้าและมุ่งหน้าไปที่บ้านของท่านเศรษฐีแล้ว” หวนเจินใ
“งั้นเอาอย่างนี้….