ตู้ถ่ายภาพอลเวง

    บทที่ 4: เผชิญหน้าแก๊งเพื่อนสาว

            "เร็วเข้าสิยัยพราว มัวยืนบื้ออยู่ทำไมเนี่ย เดี๋ยวก็อดดูตัวอย่างหนังหรอก!"

            นนท์ในร่างพราวที่เป็๞นักศึกษาหญิง ถูกกลุ่มเพื่อนสาวจูงมือลากไปในโซนโรงภาพยนตร์อย่างรวดเร็ว

            ‘โว้ยยยย! โดนลากไปอีกแล้ว… เมื่อกี้เป็๲แม่มาจูงมือลากไป รอบนี้เป็๲แก๊งเพื่อนเเหรอเนี่ย! เมื่อไรจะได้มีเวลาไปหาวิธีคืนร่างเดิมซะทีเนี้ย’ 

            นนท์สบถในใจอย่างโกรธแค้นในโชคชะตา

            ตอนนี้เขาอยู่ในร่างใหม่ เป็๲ร่างของเด็กสาวมหาวิทยาลัย ผิวขาว หน้าตาเป็๲อย่างไรตอนนี้เขายังไม่รู้ แต่เสื้อนักศึกษาที่เขาใส่อยู่นั้นรัดติ้วทำเอาเขาอึดอัดจนหายใจไม่ค่อยออก แถมกลุ่มเพื่อนสาวที่ล้อมหน้าล้อมหลังอยู่ก็เม้าท์มอยกันไม่หยุด นนท์ต้องพยายามหาวิธีปลีกตัวออกมาให้เนียนที่สุดเพื่อไม่ให้ถูกสงสัย

            "เออ... คือพวกแก..." 

            นนท์พยายามทำเสียงออดอ้อนที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

            "คือฉัน..."

            "เกิดอะไรขึ้น… พราว ทำไมทำเสียงออดอ้อนแบบนั้น มีอะไรหรือเปล่า" 

            เพื่อนสาวแว่นคนหนึ่งหันมาถามด้วยความเป็๞ห่วง

            "เปล่าๆ คือพอดี..." 

            นนท์พยายามหาเหตุผลมาใช้เพื่อที่จะปลีกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อนๆ 

            ในตอนนี้ความคิดของเขาคิดแต่จะหาวิธีเปลี่ยนร่างของเขากลับไปเป็๲ร่างเดิม

            "เออ... คือพอดี..." 

            นนท์พยายามทำท่าทางและน้ำเสียงให้ดูว่าเขากำลังเขินอายที่สุดเท่าที่จะทำได้

            "คือฉัน... อยากจะเข้าห้องน้ำน่ะ ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหม?"

            นนท์พยายามใช้มุกเข้าห้องน้ำเหมือนเดิม เพื่อที่จะได้ปลีกตัวออกมา

            "อ้าว อยากเข้าห้องน้ำหรอกเหรอ? งั้นดีเลย ฉันก็อยากจะเข้าห้องน้ำก่อนหนังฉายเหมือนกัน  ไปๆ งั้นไปด้วยกันเลย!" 

            เพื่อนสาวผมสั้นจุ๊ดตอบรับนนท์อย่างทันควัน แถมเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มก็พยักหน้าเห็นดีเห็นงามจะตามไปด้วย

            "เห้ย... ไม่ต้องลำบาก..."

            นนท์ยังพูดปฏิเสธไม่ทันจบ เขาก็ถูกแก๊งเพื่อนสาวกึ่งลากกึ่งจูงพากันไปยังห้องน้ำของห้างในทันที 

            นนท์เดินตามพร้อมกับใบหน้าหมดหวังจนเข้ามาในห้องน้ำหญิง ในใจคิดว่าจะปลีกตัวจากกลุ่มเพื่อนเพื่อไปตามหาวิธีคืนร่างเดิมของเขาได้อย่างไรดี

            ระหว่างที่ยืนต่อแถวรอเข้าห้องน้ำกับเพื่อนๆ นนท์เพิ่งออกว่านี้คือโอกาสที่เขาจะได้เห็นหน้าของร่างนี้ เขาจึงหันหน้าไปมองที่กระจกบานใหญ่ตรงอ่างล้างมือด้วยความตื่นเต้น เพราะในตอนนี้เขาอยากรู้ใจจะขาดว่าแล้วว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในร่างของใครกันแน่

            และเมื่อหันหน้ามามองภาพสะท้อนในกระจก เขาก็ได้เห็นใบหน้าของร่างที่เขาอาศัยอยู่จนเขาได้หยุดตะลึงไปกับใบหน้าที่เขาเห็นในกระจก

            ใบหน้าในกระจกคือเด็กสาววัยรุ่นหน้าตาสดใส ผิวขาวอมชมพู ดวงตากลมโตเป็๲ประกายล้อมด้วยขนตาอนงอน จมูกรั้นนิดๆ และริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชธรรมชาติ ผมดัดลอนปลายคล้ายตุ๊กตา ยัยเด็กที่ชื่อ "พราว" คนนี้ จัดว่าเป็๲ดาวเด่นระดับต้นๆ ในคณะแน่ๆ

            ‘หน้าตาของแพรวนี้น่ารักชะมัดเลย... เห็นแล้วก็แอบหลงรัก แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเคลิ้มโว้ยไอ้นนท์! แกต้องหาวิธีคืนร่างเดิมของแกก่อน!’ 

            นนท์พูดกับตัวเองในใจเพื่อเรียกสติกลับคืนมา

            "พราว แกเป็๞อะไรหรือเปล่า มัวแต่ยืนมองกระจกแล้วยืนนิ่งไปเลย" 

            เพื่อนสาวใส่แว่นที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำทักขึ้น พลางเดินไปเปิดก๊อกน้ำล้างมือ

            เมื่อโดนทักนนท์สะดุ้ง๻๷ใ๯แล้วออกจากภวังที่เขามองใบหน้าของตัวเอง ตอนนี้เขาต้องพยายามคิดเพื่อหาวิธีปลีกตัวออกจากกลุ่มเพื่อนๆ ของพราวให้ได้ เพราะถ้าขืนปล่อยให้กลุ่มเพื่อนพวกนี้ลากเข้าในโรงหนังได้ล่ะก็ เขาคงต้องนั่งดูหนังตาค้างไปอีกสองชั่วโมงเต็มๆแน่ และป่านนั้นเขาอาจจะต้องติดอยู่ในร่างนี้และหมดโอกาสที่จะกลับไปร่างเดิมของเขาเอง เขาพยายามใช้ความคิดนึกหาแผนการที่จะปลีกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อนจนนึกแผนดีๆ ออกได้หนึ่งแผน

            นนท์แสร้งทำเป็๲หยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าขึ้นมา แม้จริงๆ เขาไม่รู้รหัสปลดล็อกหน้าจอ แต่ก็ต้องลองดูเพราะโอกาสที่เ๽้าของร่างเดิมน่าจะเปิดโหมดสแกนใบหน้าไว้ก็น่าจะมีอยู่

            เขาเอาใบหน้าของหญิงสาวแสกนดู และโชคก็เข้าข้าง เขาสามารถปลดล็อกหน้าจอด้วยใบหน้าได้ เมื่อเปิดเครื่องได้เขาทำทีเป็๞เปิดเข้าไปในโปรแกรมแชท แล้วกดๆ จิ้มๆ ลากๆ ก่อนจะแกล้งทำหน้าตื่น๻๷ใ๯สุดขีดราวกับเพิ่งได้รับข้อความคอขาดบาดตายมา

            "เห้ย! แย่แล้วพวกแก!" 

            นนท์แกล้งอุทานเสียงหลง

            "มีอะไรเหรอพราว? ทำไมทำหน้า๻๠ใ๽อย่างงั้นอ่ะ" 

            เพื่อนๆ ในกลุ่มที่ยืนอยู่หันมามองเขาเป็๞ตาเดียว

            "คือ... ที่บ้านทักมาตามด่วนมากๆ เลยอ่ะ บอกว่ามีธุระสำคัญที่สุดในชีวิต ต้องให้ฉันกลับบ้านตอนนี้เลย!"

            นนท์โกหกคำโตพลางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

            "พวกแกไปดูหนังกันก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอนะ ฉันต้องขอตัวกลับบ้านก่อนจริงๆ!"

            "อ้าว... อะไรกันเนี่ย ธุระด่วนขนาดนั้นเลยเหรอพราว? น่าเสียดายจัง" 

            เพื่อนๆ ทำหน้ามุ่ย แต่เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดและกังวลของพราวนั้น พวกเธอจึงพยักหน้าอย่างจำยอม 

            "โอเคๆ งั้นแกรีบกลับบ้านไปเถอะ เดินทางดีๆ นะ มีอะไรบอกมาในไลน์กลุ่มได้เลย"

            "ขอบใจพวกแกมากนะ! ดูหนังให้สนุกล่ะ!"

            นนท์ไม่รอช้ารีบวิ่งออกจากห้องน้ำเพื่อปลีกออกจากกลุ่มเพื่อนนักศึกษาของเขาในทันที

            เขาวิ่งย้อนกลับไปยังมุมเดิมของห้างที่อยู่ของตู้ถ่ายรูปด้วยหัวใจที่เต้นระทึก

            เขากลัว... กลัวว่าจะไม่สามารถได้ร่างเดิมกล้บคืนมา กลัวว่าจะต้องติดอยู่ในร่างผู้หญิงนี้ไปตลอดชีวิต

            เมื่อมาถึงตู้ถ่ายรูปนนท์แหวกผ้าม่านสีเขียวแล้วเข้าไปในตู้ถ่ายรูปโบราณอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น

            เขายกมือขึ้นกดปุ่มสีแดงบนแผงควบคุมทันที หน้าจอนับถอยหลังทันทีโดยไม่ได้ให้เขาได้หยุดเตรียมใจ

            3... 2... 1…

            แชะ!

            วาบ!!!

            แสงแฟลชสีขาววาบใส่หน้าเขาอีกครั้ง และก็เหมือนเดิมเขารู้สึกวูบไปสักพัก ร่างกายของเขาวูบวาบและเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อแสงสว่างจางลง นนท์รีบก้มมองตัวเองทันที คราวนี้เสื้อผ้านักศึกษาหญิงหายไปแล้ว แต่มันถูกแทนที่ด้วยเสื้อสูทสีกรมท่า กระโปรงสั้น และมีป้ายชื่อกลัดอยู่ที่อกเสื้อพร้อมตำแหน่งที่บอกว่าเป็๞ 'พนักงานต้อนรับ'

            นนท์เดินออกมาจากตู้ด้วยความสิ้นหวังและเริ่มกังวลหนักขึ้นกว่าเดิม 

            "โธ่เว้ย! กลายเป็๞พนักงานต้อนรับของห้างไปอีก แล้วเมื่อไหร่จะกลับคืนร่างเดิมของตัวเองวะเนี่ย..."

            เขาเดินออกมายืนอยู่ไม่ห่างจากตู้ถ่ายภาพ ตอนนี้ในใจของนนท์นั้นเต็มไปความสิ้นหวังและท้อแท้ เขายืนใช้ความคิดอยู่ข้างๆ ตู้คีบตุ๊กตา พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ และพยายามหาวิธีกลับคืนสู่ร่างเดิมของเขาให้ได้

    [จบบทที่ 4]

    (ตอนต่อไป: แกะรอยความลับตู้ถ่ายรูป นนท์เริ่มหมดหวังที่จะได้ร่างผู้ชายของตัวเองกลับ เพราะการถ่ายรูปแล้วสลับร่างแต่ละทีนั้นเหมือนเป็๲การสุ่ม ตอนนี้เขาได้เวลาในการหยุดใช้ความคิดเพื่อดูการทำงานของตู้ถ่ายรูป)