และก็เป็อย่างที่คุณหลวงภัสดาคาดการณ์เอาไว้เรืองรินเอาเื่ทั้งหมดมาเล่าให้คุณรัศมีผู้เป็แม่ฟังโดยแต่งเื่เพิ่มเติมว่าเธอไม่ได้เป็คนเริ่มก่อน พวกสองพี่น้องมาถึงก็มาแสดงตัวว่าเป็ลูกของประไพอันเป็เมียที่มาก่อนคุณรัศมีที่เป็เมียน้อยซึ่งคุณรัศมีผู้เป็มารดารับฟังเื่ราวทุกอย่าง และนิ่งเงียบไปจนผู้เป็ลูกสาวแปลกใจ
“ทำไมคุณแม่เงียบไปคะ? เป็อะไรหรือเปล่า?” เสียงถามแกมเป็ห่วงขึ้นมาบ้างคุณรัศมีไม่ตอบก่อนจะลุกขึ้นไปไขกุญแจเปิดลิ้นชักแล้วหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาแววตาเหี้ยมเกรียมเรืองรินเห็นแล้วอดสงสัยไม่ได้ จึงถามขึ้น
“นั่นอะไรคะแม่?”คุณรัศมีไม่ตอบในสิ่งที่ลูกสาวถามแต่เธอพูดด้วยเสียงที่หนักแน่นชัดเจน
“พวกมันแส่มาตายถึงที่นี่เองช่วยไม่ได้จริงๆ !!” ในที่สุดคุณรัศมีก็เผยความในใจออกมาซึ่งแม้แต่ิญญาของบุญอิ่มยังใ นางรีบหายตัววับไปในทันทีเพราะซองสีขาวที่คุณรัศมีหยิบขึ้นมาดู มันคือยาพิษที่คุณรัศมีแอบเก็บไว้มานานด้วยเป้าหมายในใจที่ไม่มีใครล่วงรู้สักคน!!
และแทนที่เรืองรินจะขัดขวางการกระทำของผู้เป็แม่หากทว่ากมลสันดานแห่งความชั่วร้ายอันแทรกซึมไปทุกอณูจิตใต้สำนึกของบัวทองอันเป็อดีตชาติของเธอได้หลั่งไหลมาสู่มโนสำนึกในชาติปัจจุบันของเรืองรินและคุณรัศมีก็เช่นกัน ความโหดร้ายจากอดีตมิเคยลบเลือนไปจากสองแม่ลูกคู่นี้เลยผู้เป็ลูกสาวตาวาววับแม้จะอยู่ในชาติใหม่แต่ความเลวที่มีมาแต่ครั้งอดีตก็ตามตัวเธอมาโดยที่ไม่มีความคิดจะเปลี่ยนแปลงไปพบแสงสว่างเสียบ้าง
“ดีค่ะแม่ ตายๆไปซะได้ทั้งพี่ทั้งน้องเลยยิ่งดี!” เรืองรินช่วยสนับสนุนการกระทำของผู้เป็แม่อย่างไม่กลัวบาปกรรมใดๆแต่คุณรัศมีกลับวางซองยาพิษลงไปในลิ้นชักแล้วปิดล็อกกุญแจอย่างดีเรืองรินมองตามผู้เป็แม่ด้วยความสงสัย ว่าแม่เก็บยาพิษไว้ทำไม
“ยังไม่ถึงเวลา...”คุณรัศมีตอบสั้นๆ และไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่านั้นทั้งยังพูดไปอีกเื่
“วันนี้แม่จะเข้าบริษัท”คุณรัศมีพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ส่วนลูกก็ไปกับแม่ไปอาบน้ำแต่งตัวให้สวยๆ แม่จะพาลูกไปหาคุณพ่อ” สีหน้าของเรืองรินกระตือรือร้นขึ้นมาทันทีเธอรีบกอดแล้วจุ๊บแก้มแม่ของเธอเบาๆ ก่อนจะวิ่งไปที่ห้องส่วนตัวเพื่อทำตามที่แม่ของเธอออกคำสั่ง คุณรัศมียิ้มบางๆ ให้ลูกสาวแต่แววตานิ่งลึกเหมือนคิดอะไรบางอย่างก่อนจะเดินไปเปิดลิ้นชักอันเดิมแต่ดึงออกมามากกว่าเดิมซึ่งภายในลิ้นชัก มันเผยให้เห็น
“ปืน!!!” สีดำมะเมื่อมซ่อนอยู่ใต้ผ้ากำมะหยี่ผืนเล็กก่อนจะค่อยๆ หยิบมันขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
“มาดูกัน นังเมขลาฉันกับแกใครมันจะแน่กว่ากัน! แม่แกฉันยังกำจัดมาแล้วแกคิดว่าแกจะเก่งมาจากไหนกัน” คุณรัศมีพึมพำกับตัวเองราวกับคนเสียสติเธอยืนนิ่งไปนานสักพักก็เก็บปืนกลับไปวางไว้ที่เดิมใกล้ๆ ยาพิษห่อนั้น!!! ในใจของเธอระอุไปด้วยความอาฆาตแค้นรอวันะเิออกมา
“ไม่ว่าภพชาติไหนๆสันดานชั่วของพวกมันก็มิเคยเปลี่ยนไป!!” เมื่อได้ฟังการรายงานจากผีบุญอิ่มที่นั่งคุกเข่าบนพื้นไม่ห่างคุณหลวงก็สบถออกมาพร้อมทอดถอนใจด้วยความเป็ห่วงเมขลา รวมทั้งมินตราผู้เป็น้องสาวของเขาเมื่อครั้งอดีตชาติด้วยด้านผีบุญอิ่มสายตาของนางทอดมองไปยังตึกใหญ่ด้วยความกังวลไม่น้อยไปกว่านายของตัวเองด้วยรู้ถึงฤทธิ์เดชของสองแม่ลูกเป็อย่างดี
“เมย์เธอกำลังสร้างศัตรูอยู่ รู้ตัวบ้างไหม?” ดาด้าเตือนเมื่ออยู่กันลำพัง
“ฉันรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่” เมขลาพูดชัดเจน
“ฉันพูดอะไรออกไปฉันก็หมายความตามคำพูดของฉันทุกคำ” ย้ำชัดถึงความมั่นใจดาด้าแอบหวั่นใจไม่ได้ว่าเพื่อนสาวกำลังถลำตัวไปกับความแค้นเคืองเื่แม่ของเธอเมื่อครั้งอดีตจนอาจเป็เหตุให้นำภัยมาสู่ตัวเองได้หากทว่าดาด้าก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าความแค้นเหล่านี้มันได้หยั่งรากฝังลึกมาเนิ่นนานั้แ่อดีตชาติของคนทั้งคู่เมื่อเดินมาถึงรถ ซึ่งลุงชิดคนขับรถยืนรอท่าอยู่แล้วเมขลาก็พบว่าิญญาคุณหลวงภัสดานั่งรออยู่ในรถแล้วเช่นกัน
“จะไปด้วยทำไมก็ไม่รู้”เมขลาบ่นอุบทันที ิญญาคุณหลวงภัสดาได้ยินก็นั่งอมยิ้มลอยหน้าอยู่ในรถอารมณ์ดีแต่ดาด้าสงสัย
“เธอพูดกับใคร...?”เมขลานึกขึ้นได้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียวถ้าพูดอะไรมากไปทุกคนต้องคิดว่าเธอเป็อะไรอีกแน่ๆ เมื่อคิดได้ดังนั้นก็รีบเก็บอาการแล้วหันไปแหวใส่เพื่อนสาว
“นี่ยัยดาด้าเธอระแวงเกินไปแล้ว รีบขึ้นรถเร็ว” พูดแล้วก็ขึ้นรถนั่งด้านหน้าคู่กับลุงชิดคนขับทำให้ดาด้ากับนุดีต้องไปนั่งคู่กันทางด้านเบาะหลัง ทั้งสองหารู้ไม่ว่าได้นั่งอยู่ข้างๆกับิญญาของคุณหลวงภัสดาเข้าให้เสียแล้ว
“เอ... ทำไมวันนี้รู้สึกเย็นวูบวาบแปลกๆนะ” ดาด้าบ่นขึ้นมาเมขลาแอบยิ้มนึกขำที่ดาด้าเพื่อสาวจอมกลัวผีกลับได้อยู่ใกล้ชิดสิ่งที่เธอกลัวมากๆแบบไม่รู้ตัว คุณหลวงเองเหมือนรับรู้ความในใจของเมขลาก็ส่ายหน้าช้าๆด้วยความเอ็นดู
“ลุงชิดคะกราบพระเสร็จแล้วเมย์จะกลับบ้านเองส่วนลุงชิดก็ไปส่งเพื่อนเมย์เลยนะคะ” เมขลาพูดขึ้นหลังจากรถเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์รัชชาภักดิ์ไปแล้ว
“คุณเมย์กลับเองได้เหรอครับ?” ลุงชิดถามอย่างเป็ห่วง และก่อนที่เมขลาจะตอบอะไรเสียงคุณหลวงก็แทรกขึ้นเสียก่อน
“หล่อนควรไปที่บริษัทของการุญพ่อของหล่อนเพราะวันนี้รัศมีกับเรืองรินจะไปที่นั่นใน่บ่ายแก่ๆฉันไม่แน่ใจว่ามินตราจะเป็อย่างไรถ้าต้องเผชิญกับสองแม่ลูกนั่นเพียงคนเดียว”ิญญาคุณหลวงภัสดาพูดด้วยน้ำเสียงชัดเจนแต่มีเพียงเมขลาที่ได้ยินแค่คนเดียวเธอเข้าใจทันที หญิงสาวยิ้มเป็เชิงขอบคุณให้กับิญญาคุณหลวงที่แจ้งข่าวกับเธอก่อนจะบอกลุงชิดคนขับรถเก่าแก่ของตระกูล
“ไม่ต้องห่วงเมย์หรอกค่ะเมย์กลับถูกอยู่แล้วแท็กซี่ก็มีลุงชิดไปส่งเพื่อนเมย์ให้ถึงโคราชก็แล้วกันค่ะ”เมขลาย้ำด้วยความมั่นใจและแน่ใจแล้วว่าจะลาออกจากการเป็พยาบาลที่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อมาทำงานที่เมืองกรุงถึงเธอจะไม่ค่อยชอบวิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนที่นี่เท่าไหร่แต่เหตุผลเดียวที่เธอจำเป็ต้องเลือกเช่นนี้นั่นก็เพราะหญิงสาวเป็ห่วงมินตราน้องสาวเพียงคนเดียวของเธอถ้าปล่อยให้อยู่คนเดียวต้องไม่ดีแน่ๆ
บริเวณวัดพระแก้วฯเมขลา ดาด้า และนุดีต่างตื่นตะลึงในความงดงามอันเป็เอกลักษณ์ประจำชาติอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยทุกคนรู้สึกตื่นเต้นและพากันดูนั่นดูนี่อย่างสนุกสนานเสียงเจื้อยแจ้วของนุดีก็บรรยายขึ้นทันที
“วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าวัดพระแก้วเป็วัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่หนึ่งโปรดฯให้สร้างขึ้น รวมไปถึงพระบรมมหาราชวังซึ่งเปรียบเสมือนเป็หัวใจแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ยังคงความยิ่งใหญ่และงดงามของเมืองไทยเราเลยล่ะ”นุดีทั้งบรรยายทั้งมองรอบบริเวณด้วยความภาคภูมิใจเพราะสิ่งที่เธอเห็นตรงหน้าช่างงดงามและยิ่งใหญ่เกินคำบรรยายจริงๆ
ทางด้านเมขลาก็เพลิดเพลินกับความงามของสถาปัตยกรรมแห่งนี้เธอชี้ชวนคุณหลวงภัสดาที่เดินอยู่ข้างๆ เธอให้ดูนั่นดูนี่ ราวกับเด็กน้อยที่ได้ไปเที่ยวกับพ่อแม่แล้วตื่นเต้นก็ไม่ปานคุณหลวงภัสดาเองก็ล่องลอยราวปุยนุ่นตามเมขลาไปได้ทุกหนแห่งไม่มีเบื่อเขาไม่เคยเบื่อหล่อนเลยแม้สักครั้งเดียว
“เห็นไหมคะคุณหลวงในที่สุดฉันก็ได้เข้ามาดูได้เข้ามาเห็นด้วยตาตัวเอง” เสียงเมขลาลิงโลดที่ได้เห็นวัดพระแก้วทั้งยังได้เข้ามาชื่นชมแบบใกล้ชิดเสียด้วยคุณหลวงภัสดามองหน้าหญิงสาวอย่างรำลึกถึงอดีตเมื่อครั้งที่เขาพาเกตุแก้วนั่งเรือผ่านมาทางบริเวณวัดพระแก้วความงดงามที่ฉายรัศมีแลแฝงด้วยความศักดิ์สิทธิ์อันเป็บารมีคู่บ้านคู่เมืองเ้าหล่อนเห็นจึงขอเข้าไปดูใกล้ๆ แต่เขาไม่ได้พาเข้าไป
เพราะในขณะนั้นทางการยังไม่อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้านอกออกในโดยไม่ได้รับอนุญาตและในตอนนั้นที่พากันผ่านทางวัดก็เย็นมากแล้ว แม่เกตุแก้วจึงได้แต่บ่นเสียดาย นั่นจึงทำให้ปัจจุบันชาตินี้แม่เกตุแก้วหล่อนดูรื่นเริงเป็พิเศษนั่นอาจจะเป็เพราะความ้าจากชาติที่แล้วส่งผลต่อจิตใจของหล่อนในปัจจุบันชาติ
หลายสิ่งหลายอย่างที่แม่เกตุแก้วอยากรู้อยากทำในตอนนั้นหล่อนมิทันได้ทำน่าเสียดายที่หล่อนจากไปก่อนวัยอันควร!!! จากเขาไปพร้อมด้วยความรักจากเขาที่หล่อนมิเคยได้รับรู้เลยว่าเขารักหล่อนมากเพียงใดมาชาตินี้ก็ยังไม่สามารถจะอยู่ร่วมผัวเมียกันได้เพราะอยู่กันคนละภพละชาติคนหนึ่งเป็มนุษย์ คนหนึ่งเป็เพียงดวงิญญา ช่างอดสูยิ่งนัก
เมขลากับเพื่อนของเธอเดินดูสถานที่ในมุมต่างๆด้วยความตื่นเต้น ภาพที่ทุกคนเห็นอาจจะดูเหมือนเมขลาเป็คนสมัยปัจจุบันทั่วไปแต่ภาพที่คุณหลวงภัสดาเห็นกลับเป็เกตุแก้วนุ่งโจงสีเขียวเข้มห่มสไบสีแสดเผยผิวขาวราวหยวกกล้วย ผมยาวสวยกรุยกราย กำลังเดินนำหน้าเขาไป ‘ผู้หญิงอะไรงามหนักหนาเสียจริง’แล้วถ้าชาตินี้หล่อนออกเรือนไปกับชายอื่น เขาจะทำใจได้สักแค่ไหนกันขณะที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับความคิดตัวเอง เมขลาก็มองมาทางิญญาคุณหลวงภัสดา เห็นเขายืนนิ่งจึงเดินไปหาพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ
“เป็อะไรรึเ้าคะคุณหลวงยืนนิ่งเชียว” เมขลาส่งสำเนียงราวกับแม่เกตุแก้วคุณหลวงชะงักแทบในทันที หญิงสาวยิ้มๆ มองหน้าเขานิ่งนาน
“ไปดูด้านนั้นกันเถอะค่ะ” เมขลาพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นคุณหลวงยังนิ่งพอรู้สึกตัวคุณหลวงก็รีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติ แล้วเดินตามเมขลาไปแต่ยังมิวายแอบคิดว่าถ้าเมื่อสักครู่เขาเป็มนุษย์มีเืมีเนื้อคงใจเต้นแรงไปถึงไหนๆ เมขลาหล่อนแกล้งพูดหยอก รึหล่อนจำตัวเองได้แล้วกันแน่
ิญญาคุณหลวงต็มไปด้วยความคิดฟุ้งซ่านเต็มหัวแล้วปัจจุบันชาตินี้เ้าหล่อนคิดยังไงกับเขากันแน่นะ เขาเชยไปสำหรับหล่อนรึไม่ิญญาหนุ่มเริ่มคิดมาก และที่สำคัญคิดไปเองเสียอีกด้วย..