Ep.1
สายลมพัดพาความหนาวมาถึงฉันในครั้งที่14 หากเล่าไปใครคงไม่เชื่อในเื่ของการระลึกชาติฉันเคยชื่อจันทร์ฉายเด็กมัธยมปลายที่เรียนสายภาษามาก่อนต่อมาหลงรักหนุ่มจีนในซีรีส์จีน เขายิงธนูเก่งจนใจสั่น จนฉันเริ่มเรียนยิงธนูตามเขาโชคดีเหลือเกินที่ทำมันได้ดีเท่าการเรียนภาษาจากระดับเขต สู่จังหวัด ภาค และประเทศเข้าตาโค้ชจนเกือบได้เป็ทีมชาติแต่คืนนั้นดันโดนพ่อที่ติดเหล้ากระทืบเขาจะแทงฉันแต่แม่ดันเข้ามาขวางถึงเธอจะเสียก่อนแต่ฉันก็ไม่ได้ทิ้งเขาโดยการรอดชีวิต เพราะสุดท้ายพ่อเลี้ยงก็ส่งฉันตามแม่ไปติดๆ
ตื่นมาอีกทีในร่างของเฉินอันเยว่ ตอนหกขวบเด็กร่างกายอ่อนแอที่เกือบจากโลกนี้ไปด้วยร่างกายที่แสนจะบอบบางโชคดีที่ชาติก่อนเรียนภาษาอย่างขยันมาก่อน ไม่อย่างงั้นคงแย่แน่
ฉันมาเกิดใหม่แล้วแม่จะอยู่ที่ไหนนะ
“ฮูหยิน หิมะตกแล้วเ้าค่ะ” เจียเหว่ยสาวใช้คนสนิทกล่าวก่อนจะนำเสื้อคลุมขนสัตว์มาวางคลุมไว้บนไหล่อย่างทะนุถนอม
อยู่ที่นี่มา13 ปี ในฐานะเฉินอันเยว่ และ 1 ปีในฐานะฮูหยินตระกูลฮวา
ครั้นอายุ19 เฉินอันเยว่ถูกตระกูลฮวาสู่ขอ เราไม่เคยเจอหน้ากันสักครั้งแม้แต่วันที่มาสู่ขอก็ไม่มาให้เห็น เราเจอกันในวันแต่งงานแค่ครั้งเดียวตอนแรกก็นึกโกรธเหลือเกิน จะมาขอเป็เมียนะ ทำไมไม่มาเจอกันเลย ถึงแม้จะดูใจง่ายใครก็ไม่รู้มาขอแต่งงาน นิสัย หน้าตาก็ไม่เคยรู้จักแต่ก็ได้ยินชื่อเขามาจากท่านพ่อบ้าง
ฮวาเจียงตงบุตรชายของฮวาเจียงซาน ตระกูลผู้สูงศักดิ์ฮ่องเต้คนก่อนสนิทกับเขามากมีลูกก็มีพร้อมกัน คลอดวันเดียวกันเขากับฝ่าาคนปัจจุบันจึงเป็สหายร่วมทุกข์ร่วมสุขจนขึ้นครองราชย์สาวใช้ต่างก็ตื่นเต้นอย่างกับตัวเองจะแต่งเองทั้งชื่นทั้งชมว่าคุณชายผู้นี้ ทั้งเงียบสงบ สุขุมสมกับตระกูลฮวา รูปงามดั่งภาพวาด เฉลียวฉลาด การต่อสู้ก็ไม่รองใคร
ถึงจะดูโง่ไปหน่อยแต่สองเหตุผลที่เราเลือกเขาเพราะ3 ข้อนี้
1. เขาหล่อ
2. เขารวย
3. เพราะเขานามสกุลดอกไม้และฉันชอบดอกไม้
ชาติก่อนทั้งต้องเรียนและฝึกธนูทุกวันไม่มีเวลาจะไปมีแฟนแม้จะแอบชอบรุ่นพี่ในชมรมยิงธนูไปบ้างแต่ก็ไม่มีประโยชน์เพราะตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว
เกิดใหม่เป็คุณหนูทั้งทีตอนนี้ก็ขอมีสามีรูปงามมาบ้าง
แต่เหมือนพระแม่ลักษมีจะแอบหยิกหลังเราเจอกันแค่วันเดียวฟ้าไม่ทันสางเขาก็จากไปด้วยพระราชโองการจากฮ่องเต้ว่ามีชาวบ้านตายไม่ทราบสาเหตุ
จากไปเมื่อครั้นหิมะตกปีที่แล้วจนหิมะตกอีกครั้งเขาก็ยังไม่กลับมา
จะมีก็แต่ให้คนมาเอาของที่บ้านจดหมายสักฉบับก็ไม่เคยได้รับ เขียนจดหมายไปก็ไม่เคยจะตอบกลับเดิมทีเป็คนไม่ค่อยออกจากห้อง พอเกิดมาชาตินี้ก็ไม่ออกไปไหน
ชาวบ้านด้านนอกลือกันสนั่นว่าฉันหน้าตาไม่ดีก็เลยไม่ยอมออกมาจากจวนจนแต่งงานก็ลือว่าหน้าตาแย่จนสามีหนีไปทำงานต่างแดนที่ตระกูลฮวารับเป็สะใภ้ก็เพราะโง่ ไม่มีพิษภัย
งง
“ท่านน้าหญิง เฉิงเฉิงอยากกินขนม” ฉันหลุดออกจากภวังค์ความคิดแล้วอุ้มเด็กน้อยขึ้นมานั่งบนตักก่อนจะหยิบคุกกี้ขึ้นมาให้มือเล็กๆ นั้นจับ
อันเฉิงอวี่ลูกชายของ ฮวาเจียงหลินผู้เป็พี่สาวของสามี และอันตงเมิ่งพี่เขยของฉัน
ตระกูลฮวาไม่เหลือใครแล้วนอกจากสองพี่น้องท่านพ่อและแม่ของสามีจากไปด้วยโรคประจำตัวทั้งคู่เมื่อตอนที่มาสู่ขอฉันไท่เฮาและฮ่องเต้จึงเป็คนเป็ธุระให้ในฐานะญาติฝ่ายชาย
ก็เฟมัสพอตัว
ถึงจะถูกนินทาว่าขี้เหร่และโง่แต่ก็มีฮ่องเต้และไท่เฮามาสู่ขอถึงบ้าน
“อันเยว่ข้าขอแบ่งชาดอกไม้ของเ้ากลับไปที่จวนเยอะหน่อยนะ”
“ท่านพี่ชอบก็เอาไปให้หมดเลยข้าค่อยทำใหม่ได้”
จะมีก็แต่เจียงหลินพี่สาวของสามีที่มาหาอยู่เป็ประจำจนสนิทกันอยู่ที่นี่มาหนึ่งปีแล้วไม่ค่อยมีอะไรทำ งานบ้านก็ห้ามจับต้องจึงได้เริ่มปลูกดอกไม้เต็มจวน เริ่มชอบการชงชาจึงได้นำดอกไม้ที่ปลูกมาทำชาอบขนมคุกกี้ดื่มคู่กัน เจียงหลินชอบจนต้องมาขอแบ่งไปกินเป็ประจำ
“ได้ยินมาว่าอีกไม่นานเจียงตงก็จะกลับมาเมืองหลวงแล้วล่ะดีใจหรือไม่” นางอมยิ้มถาม
“เฉิงเฉิงคิดถึงท่านน้า” ฉันลูบหัวเด็กเล็กบนหัวอย่างนึกมันเขี้ยว
“ไม่เคยพูดคุยกันมาก่อนเลยมิรู้ว่าจะทำตัวเช่นไร”
“ครั้นตอนแต่งงานก็ไม่ได้คุยหรอ?”
“คุณชายฮวาเอ่ยก่อนจะไปเพียงแค่ว่าอยู่ที่นี่ตามสบายให้เหมือนบ้านตัวเอง ขาดเหลืออะไรให้เรียกแม่บ้านอย่าจับต้องงานบ้าน อย่าก่อเื่ในจวน”
“น้องชายคนนี้นี่ยังไงนักไปขอเขามาเองแท้ ๆไว้กลับมาแล้วจะหยิกสะให้เข็ด”
พูดคุยกันจนพบค่ำจึงได้จากลากันเบาะนั่งไม่ทันหายร้อนแขกคนใหม่ก็มาหาถึงหน้าบ้าน
คุณหนูตระกูลเหม่ยหมู่นี้มาพูดคุยด้วยวันเว้นวันทั้งเอาของมาให้ ยกยอปอปั้นอย่างมีเลศนัย
แต่ก็มิเคยได้เอ่ยปากบอกมาอย่างตรงไปตรงมาว่าตัวเอง้าอะไรเอาเถอะ ถึงไม่บอกเราก็ไม่ได้อยากจะถาม อยู่เฉย ๆ แล้วพูดคุยกับนางแก้เหงาไปวัน ๆก็สนุกไม่ใช่น้อย
“คุณหนูเฉินวันนี้ก็สวยไม่เปลี่ยนเลยนะเ้าคะ”
“วันนี้ก็้าเพื่อนคุยอีกแล้วหรือคะคุณหนูเหม่ย”
“เป็เช่นนั้นค่ะ แต่ว่าเหม่ยฉีได้ข่าวมาว่าคุณชายฮวาจะกลับเมืองหลวงแล้วจึงได้เตรียมเสื้อขนสัตว์ไว้ให้เห็นว่าต่างแดนที่คุณชายไปไม่ได้หนาวเท่าเมืองหลวงของเราจึงเป็ห่วง”
ฉันยกชาดอกไม้อุ่นๆ ขึ้นมาจิบหนึ่งที
ไม่เคยเรียกว่าฮูหยินตอนนี้ยังบอกว่าเป็ห่วงคุณชายฮวาอีก
เห็นกันชัดๆ ว่านางมีใจ
จะเป็เมียอีกคนของสามีฉันอย่างนั้นสิไม่ยอมหรอกนะ ฉันไม่อยากเป็เมียเอกแต่ฉันอยากเป็เมียเดียวของพี่
“ขอบคุณคุณหนูเหม่ยที่เป็ห่วงท่านสามีของข้า”
“เหม่ยฉีคิดว่าเราควรสนิทกันไว้เพราะว่าวันหนึ่งเราคงต้องอยู่ร่วมกัน”
“เชิญว่ามาเถอะ”
“เพราะว่าเหม่ยฉีอยากเป็คุณนายรองของจวนฮวาเ้าค่ะเหม่ยฉีจะช่วยดูแลท่านฮวา เป็เพื่อนคุยกับคุณหนูเฉินทุกวันลูกของเราทั้งสองเป็สหายกัน”
ฉันคว่ำถ้วยชาลงกับโต๊ะ
“ขออภัยคุณหนูเหม่ยวันนี้ข้ารู้สึกไม่สบายตัวนัก ขอตัว”
“คุณหนูเฉินไม่ชอบหรือคะ”
“เจียเหว่ยส่งแขก”
“เ้าค่ะ ฮูหยิน”
โหดจริงๆ พูดจากันตรงไปตรงมาเกินไปแล้วนะ ชิ
เพราะยัยคุณหนูเหม่ยแท้ๆ ฉันถึงยังไม่ได้กินอะไรั้แ่เย็นจะเรียกใช้ใครก็เกรงอกเกรงใจดึกป่านนี้แล้วคงหลับไหลเพราะเหนื่อยจากงานบ้านกันหมด
ครั้นจะลุกอออกมาโต้งๆ ก็จะรีบตื่นขึ้นมารับใช้กันให้ควักถึงได้ต้องแอบลุกมาหาอะไรกินเงียบ ๆคนเดียวแบบนี้ ก่อนจะได้ไปไหนไกล ก็สะดุดตากับห้องนั่งเล่นที่ตะเกียงดับฉันตรงเข้าไปหวังจะจุดใหม่
“ดึก ๆ ดื่น ๆ”
“แม่ร่วง!” เพราะเสียงที่ดังมาจากมุมห้องดังขึ้นถึงได้ใแล้วพ่นภาษาไทยออกมาเมื่อตะเกียงเริ่มปล่อยแสงสว่างความสว่างนั้นจึงค่อยๆ เผยโฉมให้เห็นเ้าของเสียงนั้น
“ใครอะ”
“ฮูหยิน ท่านสามีของท่านไงขอรับ” จื่อรั่วปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับอาหารในมือของเขาที่วางลงบนโต๊ะฉันเก็บปากที่อ้าค้างไว้ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าชายตรงหน้าแค่ปีเดียวทำไมหน้าถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้หนวดเคราและใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งขรึมเขาชายตามองก่อนจะเดินไปนั่งแล้วเริ่มกินอาหารอย่างไม่สนใจฉันราวกับว่าอิคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่มีตัวตน
“เมื่อค่ำคุณหนูเหม่ยฉีฝากของเอาไว้คุณชายฝากจื่อรั่วไปนำมาทีนะ”จื่อรั่วทำท่าคำนับอย่างรับทราบฉันเดินไปหยิบกาน้ำชาและเริ่มชงชาร้อน ๆ ให้เขา
กลางดึกแบบนี้อากาศค่อนข้องเย็น
ถึงจะชงชาให้แบบนี้เขาก็ยังไม่สนใจการมีอยู่ของฉันนึกแล้วหมั่นไส้ถึงได้ยกชาแก้วนั้นให้จื่อรั่วไปเสีย
“เดินทางมาไกลคงหนาวไม่น้อยดื่มให้ร่างกายอบอุ่นเสียหน่อย”
“ขอบคุณขอรับฮูหยิน”
“จื่อรั่วรีบมาฝนหมึกให้ข้า” ฉันไม่รู้ว่าเขาทำหน้าแบบไหนแต่ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจกันเลยสักนิด หายหัวไปเป็ปี ทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวเหงา ๆกลับมาแล้วยังจะเมินกันอีก
แต่จะลดโทษให้ครึ่งหนึ่งเพราะว่าหล่อหรอกนะ
“ราตรีสวัสดิ์จื่อรั่ว ข้าขอตัว”
ฉันหันไปยกมือโบกให้กับจื่อรั่วที่กำลังฝนหมึกให้พ่อหนุ่มรูปงามบอกลาเขาแล้วจึงได้หันหลังเดินเข้าหอนอนไป
าประสาท
จะคอยดูแล้วกันว่าจะเมินกันได้นานเท่าไหร่เชียว