ตอนที่ 20 ได้ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ! (1)
สิ่งที่อู๋ซิ่วเหลียนคิดไว้ก็คือ ต่อให้นำเงินตระกูลอู๋ออกมาจ่ายให้ แต่เงินจำนวนนั้นก็ต้องเวียนกลับคืนมาถึงมือของหลินชิงอี้อยู่ดี เพียงเธอใช้กลวิธีเกลี้ยกล่อมเขานิดๆหน่อยๆ ก็เป็เธอที่จะได้เงินก้อนนั้นคืนกลับมาจริงหรือไม่?
หลินจิงซูย่อมมองผ่านอ่านแผนการของอีกฝ่ายออกได้ในปราดเดียว และเธอจะไม่มีวันยอมให้ฝันนี้เป็จริงอย่างแน่นอน
หลินจิงซูหันไปบอกกับตำรวจด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า
“เงินจำนวนนี้ไม่ใช่แค่ค่าทำขวัญที่แม่หนูถูกโจรปล้น แต่มันเปรียบเสมือนถ้วยเกียรติยศที่สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานของตำรวจทุกๆคนด้วยค่ะ หนูว่าเราควรจัดให้มีพิธีส่งมอบเงินอย่างเหมาะสม ถ่ายรูปเป็ที่ระลึกด้วยกันและนำไปติดไว้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าสถานที่ตำรวจแห่งนี้ทำงานได้เที่ยงตรงแค่ไหน! ทั้งหนูทั้งแม่คงจะรู้สึกเป็เกียรติอย่างมากค่ะ”
ทุกคนในที่นั้นต่างพากันตะลึงงันอ้าปากกรามค้างกันไปเป็แถบ ไม่มีใครคาดคิดว่า สาวน้อยอย่างหลินจิงซูที่ยังเด็กมาก และเด็กเกินกว่าจะคำนึงถึงเื่ทำนองนี้ได้ จะสามารถเื่แบบนี้ออกมาได้
สิ่งที่สมาชิกองค์กรระดับชาติให้ความสำคัญที่สุดก็คือเื่ของเกียรติยศ และความศักดิ์สิทธิ์ที่มีต่อสายตาของประชาชน แน่นอนว่าการจัดพิธีส่งมอบเงินทำขวัญเช่นนี้ แม้จะเป็เพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ แต่สำหรับพวกเขาแล้ว มันคือความภาคภูมิใจในฐานะผู้พิทักษ์สันติราช เพียงแค่มองตากันแวบเดียว ตำรวจกลุ่มนั้นก็พยักหน้าเห็นดีเห็นงามด้วยโดยแทบไม่ต้องไตร่ตรอง
อู๋ซิ่วเหลียนกัดฟันหยิบเงินจำนวน1,600หยวนออกมา แต่นับว่าโชคยังดีที่อีกไม่นานเกินรอ เงินก้อนนี้ก็จะวนกลับมาสู่อ้อมกอดของเธอดังเดิม ไม่เช่นนั้นแล้ว หากต้องสูญเสียเงินจำนวนนี้ไปจริงๆ เธอคงจะเ็ปจนแทบอาเจียนออกมาเป็เือย่างแน่นอน
อู๋ซิ่วเหลียนนำเงินใส่ซองและส่งให้แก่เ้าหน้าที่ตำรวจ เวลานี้ทางตำรวจก็ได้ยืนเรียงแถวทำพิธีส่งมอบซองเงินฉบับนั้นให้แก่ติงเสวี่ยเหม่ย และถ่ายรูปไว้อย่างสมเกียรติ
ภายหลังออกจากสถานีตำรวจแล้ว หลินชิงอี้ก็ได้ยื่นมือออกไปตรงหน้าติงเสวี่ยเหม่ย สีหน้าท่าทางของเขาดูเย็นเ็าไร้หัวใจ เค้นเสียงออกคำสั่งเพียงสั้นๆว่า
“ส่งเงินมา”
ด้วยสัญชาตญาณเดิมๆ ติงเสวี่ยเหม่ยจึงได้ยื่นซองเงินจำนวน 1,600หยวนให้ไปด้วยความเคยชิน
แต่ไหนแต่ไรมา หลินชิงอี้มีอำนาจควบคุมเงินทั้งหมดในครอบครัวไว้เบ็ดเสร็จ ติงเสวี่ยเหม่ยหาเงินมาได้เท่าไหร่ก็ต้องมอบให้เขาไปบริหารจัดการต่อไป
แต่ในขณะที่ติงเสวี่ยเหม่ยเพิ่งจะยื่นมือไปได้เพียงครึ่งทาง ก็ถูกหลินจิงซูหยุดไว้เอาไว้เสียก่อน เธอหันไปถามหลินชิงอิ้พร้อมแสยะยิ้มอย่างรู้ทันว่า
“ส่งเงินอะไรเหรอคะพ่อ?”
หลินชิงอี้ขมวดคิ้วขึ้นเสียงดังว่า
“ก็เงิน1,600หยวนที่ป้ารองมอบให้ยังไงล่ะ! เอามาให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
“แต่เงินจำนวนนี้แม่หนูได้รับมาจากมือของตำรวจนะคะ”
“แล้วทำไมฉันต้องให้แม่แกเป็คนเก็บเงินไว้ด้วยล่ะ? ฉันเป็หัวหน้าครอบครัว เงินทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของฉัน!”
“โอ้? แล้วพ่อตัดสินใจเื่แยกครอบครัวรึยังล่ะคะ?”
หลินจิงซูจงใจเปิดประเด็นเื่นี้และร้องถามออกไป
เป็อย่างที่คิดไว้ อู๋ซิ่วเหลียนตื่นตระหนกขึ้นทันทีที่ได้ยิน รีบถามเสียงตะกุกตะกักด้วยความประหลาดใจ
“แยก…แยกครอบครัว? นี่มันเื่อะไรกัน?”
หลินจิงซูอาสาอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง
“ป้ารองคงยังไม่รู้เื่ใช่มั้ยคะ? แม่หนู้าจะแยกครอบครัวออกไป ถ้าพ่อเห็นด้วย ป้ารองกับลูกก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านติดริมแม่น้ำ แล้วก็ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับครอบครัวของเราอีก”
เพียงแค่ได้ฟังอู๋ซิ่วเหลียนก็ถึงกับหน้าซีดเผือดไปแล้วครึ่งหนึ่ง คำว่า ‘แยกครอบครัว’ นั้นเปรียบเสมือนฟ้าผ่ากระแทกลงกลางใจของเธอ
แม้บ้านริมแม่น้ำที่ว่าจะมีขนาดใหญ่ แต่ถนนหน้าบ้านที่ตัดผ่านยังต้องได้รับการบูรณะ และอีกหลายปีกว่าจะเสร็จ ส่งผลให้บริเวณนั้นแทบไม่มีผู้คนอาศัยอยู่กันแล้ว เพราะเหตุนี้ จึงมีต้นไม้ต้นหญ้าขึ้นชุกชุมจนแทบกลายเป็ป่ารก
หากอู๋ซิ่วเหลียนและบุตรสาวต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านโทรมๆติดริมแม่น้ำหลังนั้นจริง วันดีคืนดีจะมีโจรบุกเข้ามาฆ่าหรือเปล่าก็ไม่รู้!
เธอไม่มีทางยอมย้ายไปอยู่ที่นั่นเด็ดขาด!
หลินชิงอี้รีบปลอบโยนอู๋ซิ่วเหลียนโดยเร็ว
“ซิ่วเหลียน อย่าไปฟังคำพูดไร้สาระเลย ทั้งแม่และผมไม่มีใครเห็นด้วยกับเื่แยกครอบครัวเลย”
ติงเสวี่ยเหม่ยแอบตกตะลึงไม่น้อยต่อท่าทีของหลินชิงอี้ที่มีต่ออู๋ซิ่วเหลียน เธอระงับความเศร้าโศกไว้ภายในใจและยื่นคำขาดไปว่า
“ต่อให้คุณจะไม่เห็นด้วย ฉันก็ยังจะแยกครอบครัวอยู่ดี!”
“ทำไมพวกเธอสองแม่ลูกถึงได้เป็คนแบบนี้! จะทำตัวมีปัญหาไปอีกนานแค่ไหนห๊ะ!? ผมยังไม่อยากพูดเื่แยกครอบครัวตอนนี้ แต่ที่จะพูดคือเื่เงิน!”
“ฉันจะไม่ยกเงินพวกนี้ให้คุณ!”
ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาของติงเสวี่ยเหม่ย ไม่มีอะไรจะยากเกินการคาดเดาของเธอ หากเธอยอมมอบเงินจำนวนนี้ให้ไป หลินชิงอี้ก็จะส่งเข้ากระเป๋าของอู๋ซิ่วเหลียนในวินาทีต่อมาอย่างแน่นอน
และสุดท้าย ก็เป็อู๋ซิ่วเหลียนกับลูกสาวอีกครั้งที่ได้รับชัยชนะ เธอจะไม่มีวันยอมจำนนต่อความอยุติธรรมเช่นนี้อีกอย่างแน่นอน!
“นี่เธอพูดว่าอะไรนะ?”
หลินชิงอี้ถามย้ำด้วยน้ำเสียงเ็า
ติงเสวี่ยเหม่ยตอบกลับด้วยท่าทีเด็ดขาด
“ตำรวจมอบเงินจำนวนนี้ให้ฉันกับมือ ถ้าอยากจะได้คืนนัก ก็เชิญไปแจ้งตำรวจ!”
“ติงเสวี่ยเหม่ย! นี่แกจะเอายังไงกับฉันห๊ะ?!”
หลินชิงอี้ตะคอกขู่เสียงดังด้วยความเดือดดาลสุด ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวน่าเกลียดมากขึ้นเรื่อยๆ
กลับเป็ติงเสวี่ยเหม่ยมากกว่าที่อยากจะเอ่ยถามประโยคนี้กลับไป เขาจะเอายังไงกับเธอกันแน่?
แต่ในตอนนี้ เธอไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้วทั้งนั้น จึงเดินจูงมือหลินจิงซูจากไปโดยไม่เหลียวกลับมามองอีกเลย
อู๋ซิ่วเหลียนเฝ้ามองติงเสวี่ยเหม่ยและลูกสาวที่เดินเคียงคู่กันออกไป เธอรู้สึกโมโหอย่างมากกับความไร้น้ำยาของหลินชิงอี้ หัวใจของเธอปวดร้าวราวกับถูกใบมีดทิ่มแทง
เพื่อจะนำเงินจำนวน1,600หยวนมาจ่ายเข้ากระเป๋าติงเสวี่ยเหม่ย อู๋ซิ่วเหลียนถึงกับต้องนำต่างหูทองคำของตัวเองไปจำนำ!
เดิมทีเธอคิดไว้ว่า ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่อึดใจ เงินก้อนนี้ก็จะไหลวนกลับมาสู่มือของเธอเอง แต่ใครจะไปคาดคิดว่า นังติงเสวี่ยเหม่ยตัวดีจะกล้าฮุบเงินไว้แน่นขนาดนี้! ต่ำช้าเลวทรามสิ้นดี!