บทที่ 21: กฎแห่งความเป็กลาง
การปรากฏตัวของทหารพิทักษ์เจียหลิงทำให้สถานการณ์ที่ใกล้จะะเิพลันหยุดนิ่งลงทันที
ชายวัยกลางคนผู้เป็หัวหน้าทหารพิทักษ์ ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว พลังกดดันของขอบเขตทะเลิญญาที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าเฟยเทียนเลยแม้แต่น้อย เขาจ้องมองไปยังเฟยเทียนด้วยสายตาที่เ็า
"เฟยเทียน, เ้ากล้าละเมิดกฎของสถานีการค้าเจียหลิงซึ่งห้ามการต่อสู้ในรัศมีร้อยลี้เชียวรึ? ตระกูลเซียวของเ้าคิดจะเป็ศัตรูกับเราอย่างนั้นหรือ?" เขาเอ่ยถามเสียงเข้ม ชื่อของเขาคือ "เิชาน" แม่ทัพผู้คุมกฎแห่งเจียหลิงที่ขึ้นชื่อเื่ความเที่ยงตรงและไม่ไว้หน้าใคร
เฟยเทียนมีสีหน้าบูดบึ้ง มันรู้ดีว่าสถานีการค้าเจียหลิงนั้นเป็กลาง แต่เื้ักลับได้รับการสนับสนุนจากขุมกำลังขนาดใหญ่หลายแห่ง แม้แต่ตระกูลเซียวก็ยังไม่กล้าเป็ศัตรูกับพวกเขาอย่างเปิดเผย
"ท่านแม่ทัพเิเข้าใจผิดแล้ว" เฟยเทียนพยายามแก้ตัว "ข้าเพียงแค่กำลัง 'สั่งสอน' โจรป่ากลุ่มหนึ่งที่ปลอมตัวเป็คาราวานเพื่อหวังจะลักลอบเข้าสถานีการค้าเท่านั้น"
"เป็คำโกหก!"
ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไร หลินเวยเวยก็ก้าวออกมาข้างหน้าอย่างกล้าหาญ นางไม่สนใจแรงกดดันจากยอดฝีมือทั้งสอง และกล่าวอย่างฉะฉาน "ข้าหลินเวยเวยแห่งตระกูลหลิน คาราวานนี้เป็ของตระกูลเราและได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้อง! คนของตระกูลเซียวต่างหากที่ซุ่มโจมตีพวกเราอย่างอุกอาจ! นี่คือหลักฐาน!"
นางโยนป้ายเมฆาสายฟ้าที่เก็บมาจากศพของหัวหน้าหน่วยเมฆาทมิฬลงบนพื้น
เิชานก้มลงมองป้ายนั้น แววตาของเขายิ่งเ็าลงไปอีก "หน่วยเมฆาทมิฬ... เฟยเทียน เ้ายังมีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือไม่?"
เมื่อจนมุมด้วยหลักฐาน เฟยเทียนก็รู้ดีว่าไม่อาจแถต่อไปได้อีก มันจ้องมองมายังเย่เฉินด้วยสายตาที่อาฆาตแค้นราวกับจะฉีกร่างของเขาออกเป็หมื่นๆ ชิ้น ก่อนจะหันไปออกคำสั่งแก่ลูกน้อง "ถอย!"
"เื่นี้ยังไม่จบ!" มันะโทิ้งท้าย ก่อนจะพาร่างของนักฆ่าหน่วยเหยี่ยวเงาที่เหลือล่าถอยหายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว
เมื่อศัตรูจากไปแล้ว เิชานจึงหันมามองกลุ่มของหลินเวยเวย "แม่นางน้อยหลิน ไม่ได้รับาเ็ใช่หรือไม่? เพื่อความปลอดภัย ข้าจะให้ทหารพิทักษ์คุ้มกันพวกท่านเข้าสู่สถานีการค้าเอง"
"ขอบคุณท่านแม่ทัพเิอย่างสูง" หลินเวยเวยโค้งคำนับอย่างงดงาม
จากนั้น ขบวนคาราวานที่บอบช้ำก็ได้เริ่มเคลื่อนที่อีกครั้ง โดยมีกลุ่มทหารพิทักษ์ในชุดเกราะสีเงินวาววับคอยคุ้มกันอยู่รอบๆ
สายตาของเิชานกวาดมองไปทั่วกลุ่ม ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่เย่เฉินผู้ซึ่งกำลังยืนเงียบๆ อยู่ข้างรถม้า ในฐานะยอดฝีมือขอบเขตทะเลิญญา เขาััได้ถึงความผิดปกติของเด็กหนุ่มคนนี้... ร่างกายที่าเ็สาหัสจากการปะทะกับเฟยเทียน แต่กลับมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งอย่างน่าประหลาด และที่สำคัญ...ไม่มีร่องรอยของพลังปราณเลยแม้แต่น้อย!
'กายาบำเพ็ญที่สามารถรับมือเฟยเทียนได้... น่าสนใจ' เิชานคิดในใจ แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกมา
ในที่สุด ประตูขนาดมหึมาของสถานีการค้าเจียหลิงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มันเป็สถานีการค้าที่ใหญ่โตและคึกคักยิ่งกว่าเมืองหินดำหลายเท่าตัว อาคารต่างๆ ถูกสร้างอย่างเป็ระเบียบ พ่อค้าและผู้บำเพ็ญเพียรจากทั่วทุกสารทิศเดินกันขวักไขว่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความมั่งคั่งและพลังงาน
ทหารพิทักษ์ได้คุ้มกันคาราวานจนมาถึงโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งเป็สาขาของตระกูลหลิน
ณ ที่นี่ พวกเขาก็ปลอดภัยแล้วอย่างแท้จริง
หลังจากจัดการเื่ที่พักและดูแลคนเจ็บเรียบร้อยแล้ว หลินเวยเวยก็เดินมาหาเย่เฉินที่กำลังจะเข้าห้องพักของตนเอง
นางมองเขาด้วยแววตาที่ซับซ้อน...มีทั้งความขอบคุณ ความนับถือ ความอยากรู้อยากเห็น และความรู้สึกอื่นที่ยากจะอธิบาย
"ขอบคุณท่าน...สำหรับทุกสิ่ง" นางกล่าวจากใจจริง "เชิญท่านพักผ่อนก่อนให้เต็มที่ เมื่อท่านพร้อมแล้ว... เรามาคุยกันเื่ 'ข้อเสนอ' ของข้า"
เย่เฉินเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูและหายเข้าไปในห้องพัก ทิ้งไว้เพียงหลินเวยเวยที่ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าห้องของเขา...ในใจกำลังไตร่ตรองถึงเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น และข้อเสนอครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของทั้งสองฝ่ายไปตลอดกาล