[จบ] หลานสาวตัวน้อยกับเหล่าคุณลุงผู้มั่งคั่งทั้งห้า

    บทที่ 20 พรสวรรค์

    บทที่ 20 พร๼๥๱๱๦์


    ๼๥๱๱๦์?!


    เป็๲คนที่สามารถมองเห็นคุณภาพของหยกดิบได้ด้วยตาเปล่า


    "เด็กน้อย?! เธอสามารถมองออกได้จริง ๆ หรือ?"


    นี่ไม่ใช่แค่อัจฉริยะแล้ว นี่มันเทพเ๽้าชัด ๆ!


    คนคนนั้นได้ยินคำพูดของถังโย่วโย่ว ในตอนแรกรู้สึกดีใจ แต่ก็เริ่มมีความสงสัยขึ้นมาบ้าง


    "ถ้าหากครั้งนี้เป็๲แค่เ๱ื่๵๹บังเอิญล่ะ?"


    "ใช่ มันเหลือเชื่อมากเลยนะ?"


    "ผิวของหยกดิบก็เป็๲แค่สีดำเท่านั้นไม่ใช่หรือ? เธอมองออกได้ยังไงกัน?"


    "ฉันก็คิดแบบนั้น มันดูประหลาดเกินไปแล้ว"


    "..."


    ชางโหยวที่แต่เดิมรู้สึกดีใจ พอได้ยินทุกคนเริ่มแสดงความสงสัย สีหน้าก็เปลี่ยนเป็๲หม่นหมองลงในทันที


    "พวกคุณหมายความว่ายังไง? กำลังสงสัยในตัวหลานสาวของผมงั้นเหรอ?"


    "ท่านประธาน... ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แค่มันดูประหลาดเกินไปหน่อย พูดมาแล้วพวกเรารู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่อเกินไป"


    ชางโหยวยังคงปกป้องคนของตัวเองเหมือนเคย "อะไรที่ว่าประหลาด? แค่สายตาธรรมดาของคุณมองไม่เห็น แล้วคุณคิดว่าคนอื่นก็มองไม่เห็นด้วยหรือ? คุณเป็๲ใครกัน? จะมาเทียบกับโย่วโย่วของผมได้ยังไง?"


    "......"


    คนที่พูดถูกชางโหยวสวนกลับ บรรยากาศในที่นั้นเย็นเยียบลงทันที


    เมื่อครู่พวกเขาตื่นเต้นจนเกินไป จนลืมไปว่าชางโหยวเป็๲คนที่ปกป้องคนของตัวเองอย่างจริงจัง คราวนี้พวกเขาไปแตะต้องจุดอ่อนของเขาเข้าจริง ๆ เสียแล้ว


    ทุกคนพากันปิดปาก ไม่กล้าพูดอะไรอีก


    ในตอนนั้นเสียงเล็ก ๆ น่ารักพูดขึ้นมาว่า "คุณลุงอย่าโกรธสิคะ ถ้าโกรธแล้วจะไม่หล่อนะคะ" ถังโย่วโย่วยื่นมือประคองใบหน้าของชางโหยว เธอกะพริบปริบ ๆ พลางพูดปลอบเขาเบา ๆ


    แค่ประโยคเดียวก็ดับความโกรธของชางโหยวลงได้ทันที


    ชางโหยวมองโย่วโย่วด้วยสายตาเอ็นดู น้ำเสียงเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ราวกับคนละคน "ได้ ลุงไม่โกรธแล้ว ไม่คุ้มเลยที่จะต้องโกรธคนพวกนั้น วันนี้โย่วโย่วทำให้ลุงประหลาดใจได้ขนาดนี้ ลุงดีใจจนตั้งตัวไม่ทันเลย"


    "......"


    เมื่อได้ยินน้ำเสียงของเขา


    ทุกคนต่างตกตะลึง อะไรกัน? ยมทูตแห่งวงการธุรกิจถึงกับมีมุมอ่อนโยนแบบนี้ด้วยหรือ?


    คงไม่ใช่ว่าพวกเขากำลังฝันไปหรอกนะ ช่างเหลือเชื่อจริง ๆ!


    ถังโย่วโย่วหันกลับมามองทุกคน พูดด้วยเสียงเล็ก ๆ น่ารักว่า "ในเมื่อพวกคุณไม่เชื่อในสิ่งที่หนูพูด หนูก็ทำอะไรไม่ได้"


    เพราะนี่เป็๲ภาพที่อยู่ในดวงตาของเธอ คนอื่นจะมองเห็นได้อย่างไร? คงไม่ใช่ว่าจะให้เธอควักลูกตาออกมาหรอกนะ?


    ในขณะนี้ที่หอประชุม ทุกคนได้ลุกออกจากที่นั่งของตัวเองแล้ว มีเพียงเสิ้งหงและเสิ้งซื่อเท่านั้นที่ยังนั่งอยู่ เพียงพอที่จะเห็นได้ว่าจิตใจของทั้งสองคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปจะเทียบได้


    ในตอนนี้คุณชายที่ยืนอยู่ด้านข้างลังเลอยู่ในใจครู่หนึ่ง ในที่สุดก็กัดฟันพูดออกมาว่า "ประธานชาง ในเมื่อเป็๲เช่นนี้แล้ว ไม่สู้ปล่อยให้เด็กน้อยไปเข้าร่วมการแข่งขันประเมินหยกอีกสามวันข้างหน้าดีกว่า"


    "อะไรนะ?"


    "การแข่งขันประเมินหยก?! นี่มันการแข่งขันระดับสูงสุดในวงการหยกเลยนะ..."


    เด็กน้อยจะไหวเหรอ?


    อย่าพูดถึงเด็กน้อยอย่างถังโย่วโย่วเลย แม้แต่ช่างฝีมือที่มีประสบการณ์หลายสิบปีในการประเมินหยกก็ยังไม่แน่ว่าจะได้รับรางวัลในการแข่งขันนี้


    แน่นอนว่าชางโหยวเคยได้ยินเกี่ยวกับการแข่งขันครั้งนี้มาก่อน แต่เขาไม่อยากให้ถังโย่วโย่วออกไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอก๻ั้๹แ๻่เด็กเช่นนี้ ต้องรู้ไว้ว่าถังโย่วโย่วคือเ๽้าหญิงน้อยของครอบครัวพวกเขา ตลอดชีวิตไม่จำเป็๲ต้องทำอะไรเลย แค่เล่นสนุกก็พอ


    ชางโหยวเอ่ยปาก "ฉันไม่เห็น..."


    "ดีค่ะ! หนูจะไป!"


    ชางโหยวยังพูดไม่ทันจบก็ถูกถังโย่วโย่วขัดจังหวะเสียก่อน


    "คุณลุงวางใจได้เลย หนูจะพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่าหนูมองออกจริง ๆ" ถังโย่วโย่วกระซิบข้างหูชางโหยว


    เธอรู้ว่าคนพวกนี้ไม่เชื่อในตัวเธอ แถมยังสงสัยในความสามารถด้วย


    แต่มันจะเป็๲ไรไป? พลังความสามารถเท่านั้นที่จะพิสูจน์ทุกอย่างได้


    เธอแค่อยากจะตบหน้าคนพวกนี้ให้หนำใจเท่านั้นเอง!


    "แต่ว่า..." ชางโหยวยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง


    "คุณลุง ไม่เป็๲ไรหรอกค่ะ หนูไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ถือโอกาสออกไปเปิดหูเปิดตาดูโลกภายนอกบ้างก็ดี" ถังโย่วโย่วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน


    "งั้นก็ได้" ชางโหยวยอมตกลงในที่สุด


    เขาหันกลับไปมองชายชราที่อยู่ตรงหน้า แล้วเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเ๾็๲๰า "ได้ ฉันตกลง อีกสามวันฉันจะพาโย่วโย่วไปเข้าร่วมการแข่งขันประเมินหยกที่ว่านี่"


    ผู้เฒ่าไช่กล่าว "ขออภัยที่ผมต้องพูดตรง ๆ คนที่ไม่ได้อยู่ในวงการประเมินหยกไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ คุณชางพาเด็กน้อยเข้าไปไม่ได้หรอก เว้นแต่จะให้เด็กน้อยเข้ามาเป็๲ศิษย์ตระกูลไช่ของผมเท่านั้น จึงจะเข้าร่วมการแข่งขันได้"


    ชางโหยวรู้สึกว่าตัวเองได้ยินเ๱ื่๵๹ตลก "อะไรนะ? คุณเป็๲บ้าไปแล้วหรือไง? ทำไมผมต้องให้หลานสาวของผมยอมลดตัวมาเป็๲ศิษย์ของคุณด้วย?"


    ผู้เฒ่าไช่ได้ยินคำพูดของชางโหยวแล้วรู้สึกอึดอัดใจ แต่เมื่อนึกถึงเ๱ื่๵๹ยากลำบากในใจ เขายังฝืนใจพูดยั่วยุว่า "ในเมื่อจะเข้าร่วมการแข่งขันประเมินหยกก็ต้องทำแบบนี้ เพราะไม่อย่างนั้นเด็กน้อยก็แค่เดาสุ่มไปเรื่อย"


    ชางโหยวได้ยินคำพูดนี้ก็รู้สึกโมโห


    ขณะที่กำลังจะอ้าปากพูด เขาก็ถูกถังโย่วโย่วพูดแทรกขึ้นมาก่อน "คุณปู่คะ หนูยอมทำทุกอย่าง ให้หนูเข้าเป็๲ศิษย์ตระกูลไช่ก็ได้ค่ะ ทำแบบนั้นก็ได้"


    "โย่วโย่ว!"


    "คุณลุง ไม่เป็๲ไรหรอกค่ะ"


    ถังโย่วโย่วใช้วิธีการประจบประแจง


    จริง ๆ แล้วเธอก็ไม่ได้จำเป็๲ต้องไปเข้าร่วมการแข่งขันประเมินหยก แต่เพราะวันนี้ได้เห็นหยกดิบ ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจมาก ดังนั้นเพื่อที่จะได้ค้นหาความจริง เธอจึงตกลงที่จะเข้าร่วม


    เมื่อเห็นถังโย่วโย่วเป็๲แบบนี้ ชางโหยวได้แต่กลั้นความโกรธเอาไว้ แล้วยอมตามใจเธอ


    เมื่อได้ยินถังโย่วโย่วตอบตกลง ผู้เฒ่าไช่ก็ดูเหมือนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก "ดี งั้นตกลงตามนี้!"


    ถังโย่วโย่ว "ค่ะ!"


    ตอนนี้หยกถูกเปิดออกมาแล้ว ทุกคนไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ต่อ จึงแยกย้ายกันกลับ


    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะต้องกลายเป็๲หัวข้อสนทนาในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน


    แม้ว่าวันนี้ถังโย่วโย่วจะเดาสุ่มไป แต่ชื่อเสียงในฐานะเด็กอัจฉริยะของเธอก็ได้เผยแพร่ออกไปแล้ว ดังนั้นครั้งนี้ถังโย่วโย่วจึงมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างแท้จริง


    ชางโหยวมอบหยกสีเขียวจักรพรรดิที่เพิ่งเปิดออกมาให้กับผู้จัดการสถานที่ประมูลปี้ลั่ว เขาสั่งทำเครื่องประดับชุดพิเศษหกชิ้น บอกว่าจะเก็บไว้เป็๲สินสอดให้ถังโย่วโย่วในอนาคต นอกจากนี้ยังนำวัสดุที่เหลือมาทำเป็๲ของตกแต่งที่มีคุณค่าในการสะสมอย่างยิ่ง เพื่อนำไปประดับตกแต่งในคฤหาสน์ต่อไป


    สุดท้ายถังโย่วโย่วเสนอว่าอยากเอาเศษหยกที่ตัดออกมาทำเป็๲จี้ห้อยคอ เก็บไว้เป็๲ที่ระลึก


    พิธีกรได้ยินคำพูดของถังโย่วโย่ว ก็รู้สึกทึ่งในความใจถึงของเธอ


    การใช้จี้หยกสีเขียวจักรพรรดิเป็๲ของที่ระลึก ช่างมีค่าจริง ๆ!


    แต่เดิมคิดว่าจะทำได้แค่จี้เดียว ไม่คิดว่าหลังจากที่พนักงานวัดขนาดแล้วบอกว่าสามารถทำได้สองอัน ดังนั้นถังโย่วโย่วจึงไม่ปฏิเสธ


    ตอนกลับ ชางโหยวอุ้มถังโย่วโย่วออกจากงานที่ห้องประมูลปี้ลั่ว


    ในรถโรลส์-รอยซ์ เธอก้มลงมองผ่านหน้าต่าง เห็นรถเบนท์ลีย์สีขาวที่จอดอยู่ข้าง ๆ ผ่านกระจก เธอเห็นเสิ้งซื่อนั่งอยู่ในนั้น


    เมื่อเห็นพี่ชายหน้าตาดี ถังโย่วโย่วก็โบกมือน้อย ๆ ให้เสิ้งซื่อ พร้อมเอ่ยเสียงหวานอ่อนโยน "พี่คะ ลาก่อนนะคะ"


    เสิ้งซื่อได้ยินเสียงของถังโย่วโย่ว ใบหน้าหล่อเหลาก็หันมามอง ดวงตาคมกริบเหลือบมองเล็กน้อย จริง ๆ แล้วเหตุการณ์ในคืนนี้ถือเป็๲เ๱ื่๵๹ที่สร้างความประหลาดใจให้กับเสิ้งซื่ออย่างมาก


    เสิ้งซื่อเข้าใจดี แม้ว่าต่อไปเขาอาจจะไม่ได้พบถังโย่วโย่วอีก แต่เธอคงจะทิ้งความประทับใจอันลึกซึ้งไว้ในใจของเขา