ตอนที่ 9 อดีตของหมอผีหนุ่ม
่บ่ายของวันรุ่งขึ้น...
แสงแดดในยามบ่ายสาดส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนเหมือนเป็การปลุกให้นิคตื่นขึ้นจากนิทรา ร่างเล็กที่เริ่มรู้สึกตัวตื่นก็บิดตัวไปมาก่อนจะลืมตาขึ้น และทันทีที่ตื่นเขาก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก อย่างบอกไม่ถูก ราวกับร่างกายได้รับการชาร์จพลังจนเต็มเปี่ยม
นิคลุกขึ้นนั่งบนเตียงพร้อมกับมองไปรอบๆ ห้องนอนของเอ็กซ์ก็เห็นเอ็กซ์กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟามุมห้อง
“ตื่นแล้วหรอครับ” เอ็กซ์ที่รู้สึกได้ว่านิคตื่นก็เงยหน้าขึ้นมองนิคด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเอ่ยถาม
“ครับ” นิคเอ่ยพร้อมกับยิ้มตอบ
“ขอบคุณอีกรอบนะครับ ที่ช่วยผมไว้เมื่อคืน”
“ไม่เป็ไรครับ” เอ็กซ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับเดินมาหานิคที่เตียง
“ทำไมหน้าคุณดูซีดๆ ไม่สบายรึหรอ?” นิคเอ่ยถามเมื่อเห็นหน้าเอ็กซ์ดูซีดไม่สดใสเหมือนคนเหนื่อยล้า
“ไม่มีอะไรหรอก แล้วคุณดีขึ้นบ้างรึยัง”
“ดีขึ้นมากเลย รู้สึกเหมือนชาร์จพลังมาเต็มที่มาก” นิคเอ่ยด้วยสีหน้าที่สดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“งั้นก็ดีแล้ว คุณไปอาบน้ำเถอะเสื้อผ้าผมเตรียมไว้ให้แล้ว” เอ็กซ์เอ่ยพร้อมกับหยิบเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ให้ข้างหัวเตียงยื่นให้กับนิค
“ขอบคุณนะ” นิคยิ้มพร้อมกับรับเสื้อผ้ามา
“ไม่เป็ไรครับ” หลังจากเอ็กซ์เอ่ยจบ นิคก็เดินเข้าไปในห้องน้ำทันที
หลังจากอาบน้ำและแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าของเอ็กซ์เสร็จนิคก็ลงมากินข้าว เอ็กซ์ได้ทำไข่เจียวหมูสับกับกระเพราหมูสับไว้ให้เขา พร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ หอมกรุ่น นิคที่เห็นเมนูอาหารเขาถึงกับน้ำลายไหลออกมาเลยทีเดียว แต่ก็ยังคงเกรงใจเ้าของบ้านอย่างเอ็กซ์อยู่
“คุณเอ็กซ์ ให้ผมทั้งอาบน้ำ กินข้าว แถมยังให้นอนค้างที่นี่อีก ผมรู้สึกเกรงใจแฮะๆ” เอ็กซ์ยิ้มขึ้นมาก่อนจะผายมือไปที่จานข้าวของนิค
“ไม่ต้องเกรงใจ มาทานด้วยกันสิคุณนิค” นิคยิ้มออกมาก่อนจะเดินไปนั่งที่ตัวเองเขาขอบคุณเอ็กซ์อีกครั้งก่อนที่เขาจะตักข้าวพร้อมกับกระเพราเข้าปาก และตามด้วยไข่เจียว
“อื้ม! อร่อย!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้คุณนิค มันก็แค่กระเพรากับไข่เจียว ไม่ได้อร่อยมากมายขนาดนั้นซักหน่อย” นิคพยักหน้าเห็นด้วย
“ก็จริง แต่สำหรับผมมันมีค่ามากนะ ถ้าจบเื่นี้แล้วผมจะพาคุณไปเลี้ยงชาบูเลย แถมไก่ทอด KFC ด้วยเอ้า!”
“ขอรับไว้ด้วยความยินดีครับ”
จากนั้นทั้งสองก็คุยกันต่อไปอีกสักพัก จนมาถึงบทสนทนาหนึ่งที่ทำให้นิครู้จักอีกฝ่ายมากขึ้น
“แล้ว…ทำไมคุณถึงมาทำอาชีพหมอผีละ?”
เอ็กซ์ตักข้าวเข้าปากก่อนจะเล่าเื่ของตัวเอง
“ผมเป็เด็กกำพร้าน่ะครับ โตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ตัวผมไม่มีทั้งเพื่อนไม่มีคนที่ชอบ เป็คนจืดจางสำหรับที่นั่น ผมโคตรไม่ชอบที่นั่นเลยและคิดว่าถ้าอยู่ต่อไปคงไม่ได้อะไรขึ้นมาเลยหนีออกมา แต่แล้วผมดันไปหนีเข้าป่าช้า ไม่รู้ตอนนั้นตัวผมคิดอะไรอยู่ถึงได้เข้าไปในป่าช้านั้น ภายในป่ามันทั้งมืดและหนาวมาก ผมเห็นทั้งงูมันเลื้อยผ่านหน้าไป กิ้งก่าและกบที่ไล่กินกัน แต่แล้วผมก็เห็นบางอย่าง…บางอย่างที่ไม่ใช่มนุษย์ ตอนนั้นผมเองก็บอกไม่ได้ว่ามันเป็ตัวอะไร ผมรู้แต่ว่าผมกลัวมาก พวกมันเป็เงาสีดำรูปร่างคล้ายคน ดวงตาของพวกมันเรืองแสงสีขาวในความมืด”
เอ็กซ์หยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มก่อนจะเล่าต่อ
“เสียงหัวเราะของพวกมันทั้งน่าขนลุกและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ผมพยายามวิ่งหนีพวกมันแล้วนะแต่ขาเล็กๆ ของผมก็ดันไปสะดุดกับรากไม้ที่โผล่ขึ้นมาเหนือดิน ผมล้มลงเข่าของผมถลอกจนมีเืไหลออกมา พวกเงาดำค่อยๆ เดินเข้ามาหาผมเหมือนกับพวกมันสนใจในตัวผม และในตอนนั้นที่พระอาจารย์ก็มายืนขวางหน้าผมกับพวกเงาสีดำนั่นไว้ จากนั้นท่านก็ะโใส่พวกมันไปว่า
[พวกเอ็งจะรังแกเด็กไปถึงไหน เด็กตัวแค่นี้พวกเอ็งก็ยังทำร้ายเขา เพราะอย่างนี้ไงพวกเอ็งถึงยังไม่ไปสู่สุคติสักที!]
หลังจากนั้นพระอาจารย์เขาก็หยิบข้าวสารขึ้นมาท่องบทสวดบางอย่างใส่ในข้าวสารแล้วโยนไปใส่พวกเงาสีดำๆ พวกมันร้องโหยหวนด้วยความเ็ป หลังจากนั้นพวกมันก็หายไป”
นิคที่นั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อก็ทึ้งกับสิ่งที่เอ็กซ์เล่าให้เขาฟัง มันทั้งดูแฟนตาซีและเหนือจินตนาการมาก หากถามใครต่อใครก็คงไม่เชื่อในสิ่งที่เอ็กซ์เล่ามา แต่สำหรับตัวเขาที่พบเจอมากับตัว เขาเชื่อในสิ่งที่เอ็กซ์เล่ามาอย่างหมดจด
เอ็กซ์ที่ตักข้าวเข้าปากไปหนึ่งคำจึงเล่าต่อ
“หลังจากนั้นผมก็สลบไป รู้ตัวอีกทีพระอาจารย์ก็อุ้มผมเอาไว้ไปรักษาในที่ธุดงค์ของท่าน จนผมอาการดีขึ้น ตอนนั้นพระอาจารย์บอกว่าพวกเงาดำนั่นน่ะคือผีสัมภเวสีที่ไม่ได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี จึงสิงอยู่ในป่าช้าในต้นไม้แต่ละต้นเป็ที่อยู่อาศัย คอยดูดกลืนและหาตัวตายตัวแทนเป็มนุษย์ที่เข้ามาในป่า ถ้าคนๆ นั้นไม่ได้รับการคุ้มครองจากเ้าป่าเ้าเขา พวกมันก็จะเอาคนๆ นั้นมาเป็ตัวตายตัวแทน”
นิคอ้อขึ้นมาทันที เขารู้จักผีสัมภเวสีกับตัวตายตัวแทนอยู่บ้าง เพราะเขาเองก็ชอบฟังเื่ผีอยู่บ่อยๆ หลังจากนั้นเอ็กซ์ก็เล่าต่อ
“หลังจากผมรอดตายมาได้ พระอาจารย์ก็สอนวิชาอาคมให้กับผม ท่านสอนผมหลายอย่างมากจนผมโตเป็วัยรุ่นเลยลาจากท่านมา จากนั้นผมเริ่มทำงานเก็บเงินจนสามารถสร้างบ้านหลังนี้ได้ เลยมาเป็หมอผีในทุกวันนี้แหละ เอ๊ะ! คุณนิคคุณร้องไห้ทำไม?!”
จู่ๆ น้ำตาของนิคก็ไหลออกมาเองอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“โคตรเศร้าเลยคุณเอ็กซ์! คุณนี่มันชีวิตโคตรจะแย่กว่าผมตั้งเยอะเลย!”
“ก็จริงที่ชีวิตผมมันแย่ แต่นั้นมันอดีตไปแล้วดูผมตอนนี้สิ ผมมีทั้งบ้านมีทั้งเงิน ผมมีความสุขจะตายไป”
นิคสะอื้นก่อนจะหยุดร้อง “ก็จริง”
“งั้นเรามากินข้าวกันต่อเถอะคุณนิค”
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็กินข้าวกันไปคุยเล่นกันไปจนอิ่ม ทั้งสองจึงจะเตรียมตัวนอน เอ็กซ์ให้นิคไปนอนในห้องที่ไม่มีใครใช้ ส่วนเขาจะนอนห้องตัวเองแทน
แต่แล้วในตอนที่เอ็กซ์กำลังจะเข้าห้องนอนของตัวเอง นิคก็จับแขนของชายหนุ่มมาดเข้มเอาไว้ราวกับถูกบางสิ่งบางอย่างดึงดูดให้เข้าหาเอ็กซ์
อื้ออออ จ๊วบ จ๊วบ ริมฝีปากของเขาประกบเข้ากับริมฝีปากของเอ็กซ์ทันที เอ็กซ์ที่ไม่ทันจะได้ตั้งตัวอะไรแต่เขากลับรู้สึกดีอย่างแปลกประหลาดเลยไม่ได้ขัดขืน หนำซ้ำเขายังบรรจงสอดลิ้นเข้าไปทำเอาหัวใจของนิคสั่นระรัว จนทั้งสองพากันเข้าไปในห้องของเอ็กซ์ด้วยกันสองต่อสอง