หลังจากส่งตัวเฟิ่งหว่านชิงให้เยาหลานแล้ว ซูฉางเกอก็เดินกลับพลางสื่อสารกับระบบในห้วงความคิดไปด้วย
"ระบบ ตรวจสอบภารกิจที่ยังไม่สำเร็จในปัจจุบัน!"
[ติ๊ง ตรวจสอบสำเร็จ!]
ปัจจุบันโฮสต์มีภารกิจที่ยังไม่สำเร็จทั้งหมดห้าภารกิจ
ภารกิจหลัก 1 : ่ชิงค่าโชคชะตาจากตัวละครนางเอก...
ภารกิจหลัก 2 : ขัดขวางไม่ให้นางเอกเฟิ่งหว่านชิงตกหลุมรักพระเอก...
ภารกิจหลัก 3 : เอาชนะรัชทายาทเผ่ามาร...
ภารกิจหลัก 4 : หลอกลวงเฟิ่งหว่านชิง เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากนาง...
ภารกิจรอง : (ขั้นแรก) เพิ่มระดับความพึงพอใจของเยาหลาน...
เมื่อมองดูภารกิจเหล่านี้
ซูฉางเกอรู้สึกว่าเขาอยากจะฝากคำทักทายอันอบอุ่นไปถึงระบบเสียหน่อย ช่างมอบหมายภารกิจได้อย่างขยันขันแข็งยิ่งนัก แต่ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะมีหลุมพรางอีกเท่าไหร่ที่รอให้เขาะโลงไป
"ตรวจสอบแผงคุณสมบัติของข้า!"
[ติ๊ง! ตรวจสอบสำเร็จ!]
ชื่อ : ซูฉางเกอ
ระดับการบำเพ็ญ : ระดับิญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุด (ระดับจริงคือราชันย์สูงสุด ขั้นหนึ่ง)
เคล็ดวิชา : เคล็ดเทพะ (กึ่งเคล็ดวิชาระดับเทพ)
ทักษะยุทธ์ : ตราประทับจักรพรรดิะ (ระดับเทพขั้นต่ำ), ร่างจักรพรรดิัมาร (ระดับนภาขั้นสูง), ดรรชนีัมารบีบ์ (ระดับนภาขั้นสูง), หมื่นกระบี่หวนคืน (ระดับปฐีขั้นสูง)...
ฐานะ : นายน้อยตระกูลซูแห่งแดนเทพะ, ผู้าุโฝ่ายในนิกายเซียนกระบี่เมฆา
แต้มคนเลว : 1537 (แต้มสามารถใช้สำหรับการสุ่มรางวัล หมายเหตุ : หากแต้มเป็ศูนย์ ระบบจะยกเลิกการเชื่อมต่อ และโฮสต์จะเสียชีวิต)
ค่าโชคชะตา : 510 (ค่าโชคชะตาสามารถใช้แลกเปลี่ยนสิ่งของในร้านค้าโชคชะตาได้)
ภารกิจหลักของโลกนี้ : สะสมค่าโชคชะตาให้ถึง 1,000,000,000 เพื่อเปิดโลกภารกิจถัดไป
ภารกิจลับหลัก : ช่วยให้นางเอกเฟิ่งหว่านชิงเข้าสู่ด้านมืด หากภารกิจล้มเหลว โฮสต์จะสูญเสียการบำเพ็ญทั้งหมดและกลายเป็คนพิการ
เมื่อเห็นข้อมูลตอนท้าย ซูฉางเกอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ตอนนี้มีแต้มมากพอ ไม่ต้องกลัวว่าระบบเฮงซวยจะหักแต้มเขาตามใจชอบ ส่วนค่าโชคชะตาก็มีห้าร้อยกว่าแล้ว ดูเหมือนว่าจะสามารถเปิดร้านค้าโชคชะตาได้เสียที
"ใช้ 100 แต้ม สุ่มรางวัลหนึ่งครั้ง!"
[ระบบแจ้งเตือน : ขณะนี้แต้มของโฮสต์มีมากกว่า 1,000 สามารถใช้ 1,000 แต้ม เพื่อสุ่มรางวัลสิ่งของที่ระบุได้หนึ่งครั้ง เช่น หากโฮสต์้าเคล็ดวิชา สามารถระบุสุ่มสิ่งของประเภทเคล็ดวิชาได้]
[หรือสามารถใช้ 1,000 แต้ม เพื่อสุ่มสิ่งของแบบทั่วไปสิบครั้งรวด ซึ่งมีโอกาสได้รับรางวัลระดับสูงได้ง่ายกว่า]
ไม่เพียงแต่มีการสุ่มแบบระบุประเภทได้เท่านั้น?
แต่ยังมีสุ่มสิบครั้งรวดด้วยหรือ?
ดวงตาของซูฉางเกอเป็ประกาย
ทว่าตอนนี้แต้มที่มีอยู่ไม่สามารถใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้ มิเช่นนั้นหากวันใดระบบเกิดบ้าคลั่งแล้วหักแต้มเขาจนหมดจะทำอย่างไร
"แค่ 100 แต้ม สุ่มแบบทั่วไปหนึ่งครั้ง!"
[ติ๊ง! สุ่มรางวัลสำเร็จ!]
[การสุ่มครั้งนี้โฮสต์ไม่ได้รับรางวัลใด ๆ โปรดพยายามต่อไป]
ซูฉางเกอ "..."
เหลือเชื่อ!
เขาเพิ่งจะรู้ว่าการสุ่มรางวัลสามารถสุ่มได้แม้กระทั่งอากาศ นี่มันหลอกเอาแต้มเขาไป 100 แต้มชัด ๆ ช่างดำมืดจริง ๆ
สุ่มกับผีน่ะสิ
เขาตัดสินใจให้ระบบเปิดร้านค้าโชคชะตาทันที
[เปิดร้านค้าโชคชะตาสำเร็จ!]
ไม่มีเหตุการณ์เหมือนครั้งก่อนที่ค่าโชคชะตาต่ำเกินไปจนเปิดไม่ได้เกิดขึ้นอีก
ในความว่างเปล่าตรงหน้า ปรากฏม่านแสงที่มีเพียงซูฉางเกอเท่านั้นที่มองเห็น ม่านแสงแบ่งออกเป็สิบกว่าระดับ แต่ละระดับเปรียบเสมือนโลกใบเล็ก ๆ สิ่งของภายในนั้นครอบคลุมทุกสรรพสิ่ง เรียกได้ว่ามีแทบทุกอย่าง
เคล็ดวิชาระดับเทพ!
ทักษะยุทธ์ระดับเทพ!
สายเืจักรพรรดิโบราณ!
โอสถทะลวงราชันย์สูงสุด!
...
ถึงขั้นสามารถแลกหุ่นเชิดที่มีระดับการบำเพ็ญได้!
ซูฉางเกอถึงกับชะงัก
หุ่นเชิดระดับสร้างรากฐานหนึ่งตัวใช้ 100 ค่าโชคชะตา, ระดับเปลี่ยนิญญาใช้ 1,000 ค่าโชคชะตา, ระดับราชันย์สูงสุดใช้ 5,000 ค่าโชคชะตา, ระดับนักบุญใช้หนึ่งแสนค่าโชคชะตา, ระดับจักรพรรดิใช้หนึ่งล้านค่าโชคชะตา...
ซี้ด!
แม้แต่หุ่นเชิดระดับจักรพรรดิก็แลกได้?!
ทว่าเมื่อศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด
ปรากฏว่าหุ่นเชิดที่แลกมาจะมีพลังเพียงแค่ระดับเริ่มต้นของขั้นนั้น ๆ และไม่ใช่ว่าแลกออกมาแล้วจะใช้ต่อสู้ได้ทันที แต่ยังต้องผ่านการฝึกฝนเคล็ดวิชาและทักษะยุทธ์เพื่อให้ได้พลังต่อสู้ที่แท้จริง
ยกตัวอย่างเช่น
หากตอนนี้เขาใช้ 1,000 ค่าโชคชะตาแลกหุ่นเชิดระดับเปลี่ยนิญญาออกมาหนึ่งตัว หุ่นเชิดตัวนี้จะมีระดับการบำเพ็ญเพียงแค่ระดับเปลี่ยนิญญาขั้นต้น และไม่รู้จักเคล็ดวิชาหรือทักษะยุทธ์ใด ๆ เลย ยังต้องให้เขาคอยบ่มเพาะในภายหลัง
การบ่มเพาะในภายหลังหมายถึง ซูฉางเกอต้องเป็คนมอบทักษะยุทธ์และเคล็ดวิชาให้แก่หุ่นเชิดตัวนี้ โดยพร์ในการฝึกฝนของหุ่นเชิดจะถูกตั้งค่าเริ่มต้นไว้ที่ระดับปานกลางของมนุษย์ หาก้าเพิ่มพร์ ก็สามารถแลกยาเม็ดพร์ได้จากร้านค้า
เมื่อมีเคล็ดวิชาและทักษะยุทธ์ หุ่นเชิดจะเรียนรู้ได้โดยอัตโนมัติในเวลาที่สั้นที่สุด และยังสามารถเพิ่มระดับการบำเพ็ญผ่านเคล็ดวิชาที่เรียนรู้ จนในที่สุดอาจก้าวข้ามระดับเดิมและบรรลุถึงขั้นที่สูงขึ้นได้!
ซูฉางเกอเริ่มเข้าใจแล้ว
สิ่งที่เรียกว่าหุ่นเชิด ก็คือมีพลังบำเพ็ญเต็มตัวแต่กลับสู้ไม่เป็ จำเป็ต้องเรียนรู้เคล็ดวิชาและทักษะยุทธ์เสียก่อน จึงจะรู้วิธีใช้พลังิญญาในการต่อสู้ได้อย่างแท้จริง!
นี่มันของดีชัด ๆ
ใจคนนั้นเปลี่ยนแปลงได้ แต่หุ่นเชิดที่แลกมาไม่มีความคิด จะทำตามคำสั่งของเขาเท่านั้น และไม่มีทางที่จะทรยศเขาได้เลย
ลองคิดดูว่าในอนาคตหากแลกหุ่นเชิดระดับจักรพรรดิมาสองตัว แล้วทุ่มเคล็ดวิชาระดับเทพและทักษะยุทธ์ระดับเทพให้พวกมัน หรือแม้แต่ปลูกถ่ายสายเืจักรพรรดิโบราณให้ เมื่อบ่มเพาะองครักษ์ระดับจักรพรรดิสองตัวนี้จนสำเร็จ ไม่ทำให้คนทั้งโลกตกตะลึงหรอกหรือ!
และหากแลกมามากกว่านี้ล่ะ...
ซูฉางเกอถึงกับคิดว่าเขาสามารถสร้างนิกายของตัวเองขึ้นมาในโลกนี้ได้เลย ลองนึกภาพในนิกายที่มีระดับราชันย์สูงสุดเดินกันให้ว่อน ส่วนระดับนักบุญเป็ได้เพียงผู้าุโตัวเล็ก ๆ หากนิกายเช่นนี้ปรากฏขึ้น แดนเทพะคงต้องสั่นสะท้านเป็แน่!
คิดซะสวยหรู
แต่ความเป็จริงกลับไม่อำนวย
เพียงแค่หุ่นเชิดราชันสูงสุดตัวเดียวก็ต้องใช้ 5,000 ค่าโชคชะตา ระดับนักบุญยิ่งต้องใช้หนึ่งแสน ตอนนี้เขามีเพียงห้าร้อยกว่าเท่านั้น แม้แต่หุ่นเชิดระดับเปลี่ยนิญญาก็ยังแลกไม่ได้
ในวินาทีนี้ ซูฉางเกอจึงเข้าใจถึงความสำคัญของค่าโชคชะตาอย่างแท้จริง สิ่งนี้ทรงพลังกว่าแต้มคนเลวที่ใช้ได้เพียงแค่สุ่มรางวัลมากนัก
และนี่เป็ครั้งแรกที่ซูฉางเกอเริ่มตั้งตารอการมาถึงของพระเอกอย่างเย่เฟิง หลังจากเย่เฟิงปรากฏตัว เขาก็จะเป็ตู้เอทีเอ็มของเขานั่นเอง การปรากฏตัวของเย่เฟิงหมายถึงค่าโชคชะตามหาศาล...
สุดท้าย
ซูฉางเกอกดข่มความตื่นเต้นในใจ แม้ว่าร้านค้าโชคชะตาจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่ในตอนนี้เขายังไม่มีปัญญาจ่าย
อีกทั้ง ในตอนนี้ระดับการบำเพ็ญของเขาก็ถึงเวลาที่ต้องทะลวงผ่านแล้ว เขาอยู่ในระดับิญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุดมานานเกินไป ความจริงเขาััได้ถึงโอกาสในการทะลวงผ่านตั้งนานแล้ว การฝึกฝนใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมาก็เพื่อค้นหาโอกาสนี้
หากไม่มีอะไรผิดพลาด วันนี้เขาสามารถก้าวเข้าสู่ระดับเปลี่ยนิญญาได้ และเมื่อถึงตอนนั้น พลังต่อสู้จะพุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับเปลี่ยนิญญาขั้นสูงสุดทันที
โดยไม่จำเป็ต้องเปิดเผยพลังที่แท้จริง ก็เพียงพอที่จะรับมือกับรัชทายาทเผ่ามารที่มีชื่ออยู่ในทำเนียบมารร้ายฟ้าดินผู้นั้นได้
เหตุการณ์วุ่นวายเมื่อสองวันก่อน ทำให้นิกายต่าง ๆ ในห้าดินแดนใหญ่เกิดความเคลื่อนไหวอย่างลับ ๆ
นิกายเซียนกระบี่เมฆาย่อมกลายเป็จุดศูนย์กลางความสนใจของทุกคน เชื่อว่าการประลองใหญ่ของนิกายในวันพรุ่งนี้จะต้องน่าตื่นเต้นมาก ทั้งรัชทายาทเผ่ามาร พระเอกเย่เฟิง และเหล่าตาแก่ที่ใช้ชีวิตอยู่ในห้าดินแดนใหญ่มาหลายร้อยปี
คนเหล่านี้จะมารวมตัวกันที่นิกายเซียนกระบี่เมฆา
ในขณะที่สร้างแรงกดดันมหาศาลให้นิกายเซียนกระบี่เมฆา!
แต่มันก็เป็โอกาสที่ดีเช่นกัน
เมื่อการประลองใหญ่สิ้นสุดลง อีกไม่นานก็จะเริ่มเปิดรับลูกศิษย์จากภายนอก เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เชื่อว่าจะมีผู้คนจำนวนมากขึ้นที่เต็มใจมายังนิกายเซียนกระบี่เมฆา
ไม่แน่อาจจะรับลูกศิษย์ที่มีพร์ระดับปีศาจเข้ามาได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรากฐานให้นิกายเซียนกระบี่เมฆาได้มากขึ้น!
ซูฉางเกอผู้คุ้นเคยกับตอนจบในอนาคต ย่อมไม่หยุดอยู่ที่นิกายเซียนกระบี่เมฆาตลอดไป อันดับแรกเขาต้อง่ชิงค่าโชคชะตาจากตัวเอก ดังนั้นเขาต้องล่วงเกินเย่เฟิง และการล่วงเกินเย่เฟิงก็หมายถึงการล่วงเกินแดนศักดิ์สิทธิ์ัฟ้า
นิกายอย่างนิกายเซียนกระบี่เมฆา เมื่อเทียบกับแดนศักดิ์สิทธิ์ัฟ้าแล้วไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย เมื่อถึงตอนนั้นเขาจำเป็ต้องคิดเผื่อทางนิกาย และตัดสินใจออกจากนิกายเซียนกระบี่เมฆาด้วยตนเอง
และการจะฉีกหน้ากับแดนศักดิ์สิทธิ์ัฟ้าอย่างแท้จริง อย่างน้อยที่สุด ต้องรอให้ผ่านไปหนึ่งเดือน เพื่อเข้าควบคุมนิกายผู้บำเพ็ญมารโบราณในดินแดนลับาของราชวงศ์เซียนหมื่นปีเสียก่อน
ถึงจะมีต้นทุนพอที่จะเผชิญหน้ากับแดนศักดิ์สิทธิ์ัฟ้า และสามารถเริ่มเหยียบย่ำบุตรแห่งโชคชะตาของโลกนี้ เพื่อ่ชิงค่าโชคชะตาของเขามาอย่างบ้าคลั่งได้