ซูอี้หว่านเหลือบมองชายผู้นั้นแวบหนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงจดจ่อกับเตาดินต่อไป ราวกับี้เีจะใส่ใจเขา
เมื่อเห็นดังนั้นชายผู้นั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เลือกที่จะเดินไปนั่งข้างๆ ทำท่าทางซื่อๆราวกับเป็คนดี
อาการาเ็ของเขายังไม่หายดีเห็นได้ชัดว่ากำลังฝืน
ซูอี้หว่านสังเกตเห็นการกระทำของชายผู้นั้นอดไม่ได้ที่จะแอบเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง เห็นเขาสุ่มหาที่นั่งลงข้างๆหลับตาพักผ่อน
ประมาทไม่ได้เด็ดขาดคนคนนี้ไม่ธรรมดาแน่!
ซูอี้หว่านเตือนตัวเองในใจถึงแม้ว่าชายผู้นี้จะแสดงออกดีเพียงใด เมื่ออาการาเ็ของเขาหายดีแล้วนางจะต้องให้เขาไปจากที่นี่
ห้ามก่อเื่เด็ดขาด!
หันกลับมาซูอี้หว่านก็ยังคงจดจ่อกับการทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
เคล็ดลับสำคัญที่สุดในการทำปูขนให้อร่อยคือการควบคุมไฟ หากนึ่งนานเกินไป เนื้อปูขนจะเหนียว ไม่อร่อยเสียรสชาติความนุ่มละมุนลิ้น ไข่ปูก็จะคาว ทำให้รู้สึกเลี่ยนได้ง่าย
ถึงแม้ว่าตอนนี้เส้นทางหนีภัยจะมีของกินก็ถือว่าเป็เื่ยากเย็นแล้วหากเป็คนอื่นส่วนใหญ่คงคิดว่าซูอี้หว่านทำเกินไป เื่มากเกินความจำเป็
ถึงขั้นนี้แล้วมีอะไรให้กินก็ดีถมไป จะมีพิธีรีตองมากมายไปทำไม
แต่ซูอี้หว่านยืนยันที่จะทำทุกสิ่งให้ดีที่สุด
ผ่านไปครู่หนึ่งในหม้อเริ่มส่งกลิ่นหอมที่เป็เอกลักษณ์ของปู ดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมายทันที
ผู้คนที่ว่าล้วนเป็ผู้ลี้ภัยที่หนีภัยออกมาหลายวันมานี้ไม่มีอะไรตกถึงท้อง พอได้กลิ่นหอมนี้ ก็ถูกดึงดูดเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
ความหิวโหยทำให้การรับรู้กลิ่นและการรับรสของคนเราขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าสายตาหลายคู่จับจ้องไปยังซูอี้หว่าน แววตาเปล่งประกายแห่งความหิวกระหาย
เมื่อรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวรอบข้างชายผู้นั่งหลับตาเมื่อครู่ก็ลืมตาขึ้นทันที แล้วกวาดสายตามองทุกคน
ดวงตาหงส์ของเขาส่องประกายเย็นเยียบไม่รู้เพราะเหตุใดกลับสร้างแรงกดดันที่ไม่อาจเข้าใกล้ได้
คนรอบข้างถึงแม้จะสงสัยว่าที่นี่กำลังต้มอะไรอยู่แต่กลับไม่กล้าเข้าไปใกล้
"หว่านหว่าน หอมจังเลย! พวกเราจะได้กินเมื่อไร!"
ซูอี้โจวและจางอ้ายหลินเพิ่งจะนำปูขนจำนวนมากไปส่งให้ครอบครัวพรานป่าถึงแม้ว่าครอบครัวพรานป่าจะมองปูที่พวกเขานำไปให้อย่างลำบากใจแต่ก็ยังกล่าวขอบคุณพวกเขา
เมื่อนำของไปส่งแล้วสองแม่ลูกก็ไม่พูดอะไรมากและรีบกลับมา พอดีกับที่เห็นซูอี้หว่านกำลังนั่งยองๆอยู่ข้างเตาดิน ทำปูขนนึ่งอยู่
จางอ้ายหลินเพิ่งจะฟื้นตัวยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับร่างกายตอนนี้ได้ซูอี้โจวจึงให้นางกลับไปพักผ่อนที่โรงฟืนก่อน รอจนปูขนเสร็จแล้ว ค่อยนำไปให้ถึงที่
เมื่อเห็นจางอ้ายหลินเข้าไปในโรงฟืนแล้วซูอี้โจวจึงมาอยู่ข้างน้องสาว นั่งยองๆ อยู่ข้างๆ มองเตาดินแล้วน้ำลายสอ
"ไม่ได้กินปูขนมานานแล้ว วันนี้ข้าจะกินให้เต็มคราบเลย!"
ซูอี้โจวพูดพลางอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปเปิดฝาหม้อหลายวันมานี้นอกจากเนยถั่วแล้ว เขาก็ไม่ได้กินอะไรเป็ชิ้นเป็อันเลยเมื่อได้กลิ่นหอมที่โชยมาจากหม้อก็รู้สึกได้ว่าความอยากอาหารในท้องมันเริ่มก่อกวนขึ้นมาแล้ว
"เดี๋ยว!"
เห็นว่ามือของซูอี้โจวกำลังจะัักับฝาหม้อซูอี้หว่านก็เอื้อมมือไปตบหลังมือเขาออกไปโดยไม่เกรงใจ
"โอ๊ย! เจ็บนะ!"
ซูอี้โจวลูบท้องที่ร้องโครกครากอย่างเสียใจมองหน้าน้องสาวอย่างเว้าวอน แต่ซูอี้หว่านกลับไม่สะทกสะท้าน
ยังคิดจะใช้ลูกไม้นี้มาหลอกข้าอีกหรือ
ซูอี้หว่านเลิกคิ้วขึ้นมองซูอี้โจวอย่างใจเย็น
แย่แล้ว!
ซูอี้โจวถอนหายใจอย่างจนปัญญาช่างสมเป็น้องสาวแท้ๆ อะไรก็รอดพ้นสายตานางไปไม่ได้!
สองพี่น้องสบตากันในไม่ช้าก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของซูอี้โจว
ในเมื่อตอนนี้ยังกินไม่ได้งั้นก็ทำเื่สนุกๆ รอดีกว่าซูอี้โจวเงยหน้าขึ้นจ้องมองต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนักมุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มร้ายกาจ
"ยายแก่กับลูกชายไม่ได้เื่ของนางตามพวกเรามาตลอดทางตอนนี้ก็ยังหมอบอยู่ที่นั่น ไม่คิดจะไปไหนเลย"
ซูอี้โจวสายตาแหลมคมพลางพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
"เอายังไงดี? จะให้ข้าไปสั่งสอนสองแม่ลูกสักหน่อยไหม?จะได้ไม่ต้องตามติดพวกเรามาเหมือนปลิงแบบนี้"
ซูอี้หว่านได้ยินพี่ชายพูดเช่นนั้นสายตาจึงมองตามที่เขาชี้ไปแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบหันกลับมา
นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า
"ไม่ต้อง ปล่อยพวกเขาไป"
"อะไรนะ? หว่านหว่าน เ้าคิดจะปล่อยพวกเขาไปง่ายๆแบบนี้หรือ?"
ซูอี้โจวได้ยินคำพูดของน้องสาวก็อดไม่ได้ที่จะในี่ไม่เหมือนนิสัยของซูอี้หว่านเลยนี่นา!
"คิดอะไรอยู่? ข้าเป็คนแบบนั้นหรือไง?"
ซูอี้หว่านไม่ใช่คนใจดีที่ตอบแทนความชั่วด้วยความดีได้ยินซูอี้โจวพูดเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตา
"โอ้? หว่านหว่าน หรือว่าเ้ามีแผนแล้ว?"
สองคนเป็พี่น้องกันได้ยินซูอี้หว่านพูดเช่นนี้ ซูอี้โจวก็เข้าใจในทันที รีบเข้าไปใกล้ชี้ไปที่หูของตนเอง บอกให้นางรีบบอกแผนการกับเขา
ในยุคสมัยนี้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรโจ่งแจ้งกับครอบครัวซูไท่ไท่ได้แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะทำอะไรไม่ได้เลย
ในเมื่อยึดครองสถานะของครอบครัวเ้าของร่างเดิมแล้วความไม่ยุติธรรมที่ครอบครัวเ้าของร่างเดิมเคยได้รับ พวกเขาจะช่วยชดเชยให้เอง!
"คนพวกนี้ไม่ใช่คนดี ซ้อมไปอีกรอบก็แก้ปัญหาใหญ่ไม่ได้ต้องทำให้พวกเขาไม่สามารถก่อเื่ได้อีก"
ซูอี้หว่านใช้น้ำเสียงอ่อนโยนบอกความคิดของตนเองให้ซูอี้โจวฟังอย่างละเอียด
ซูอี้โจวฟังจนตาเบิกกว้างชูนิ้วโป้งให้นาง
"เยี่ยม! เยี่ยมจริงๆ! สมแล้วที่เป็น้องสาวข้า!"
"แน่นอนสิ!"
เมื่อได้รับคำชมจากซูอี้โจวซูอี้หว่านก็ไม่คิดถ่อมตัว
สองพี่น้องกระซิบกระซาบปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรให้ครอบครัวซูไท่ไท่จนมุมถอยทัพไปเองโดยไม่ได้สังเกตว่าชายที่อยู่ไม่ไกลกำลังจ้องมองพวกเขาอย่างเงียบๆดวงตาหงส์เต็มไปด้วยความสงสัย
ครอบครัวนี้ดูเหมือนจะไม่เหมือนเดิมแล้ว?
ผ่านไปอีกครู่ซูอี้หว่านก็ลงมือเปิดฝาหม้อทันที นำปูขนที่นึ่งสุกแล้วออกมาจากในหม้อ
"ข้าช่วยเอง!"
ซูอี้โจวรอแทบไม่ไหวแล้วที่จะลิ้มลองเห็นดังนั้นก็รีบถือจานมาตักปูขน จัดเรียงใส่จานอย่างร่าเริงแล้วนำไปส่งให้แม่ของตนในโรงฟืน
ส่วนซูอี้หว่านก็เลือกปูขนตัวใหญ่ๆใส่จานพร้อมกับเครื่องปรุงรสที่เตรียมไว้ ส่งให้ชายผู้นั้นด้วยเช่นกัน
"กินสิ!"
ชายผู้นั้นรับจานมากล่าวขอบคุณมองปูขนแข็งๆ ที่อยู่ในจานเปลือกนอกสีเขียวเข้มเดิมเมื่อนึ่งสุกแล้วกลับกลายเป็สีแดงสดใสดูน่ากินเป็อย่างมาก
แต่ถึงแม้ว่าจะสุกแล้วแต่เปลือกปูก็ยังคงแข็ง ทำให้เขาไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร
ดวงตาของชายผู้นั้นฉายความลำบากใจและความไม่เข้าใจออกมาเป็ครั้งแรกหันไปมองซูอี้หว่านด้วยสายตาที่้าคำแนะนำ
"ไม่อยากกินก็คืนมา"
ซูอี้หว่านเห็นท่าทางเช่นนั้นของชายผู้นั้นก็เลิกคิ้วขึ้นทำท่าจะดึงจานกลับ
"ไม่ ไม่ใช่"
ชายผู้นั้นถูกการกระทำของนางทำให้ชะงักไปในที่สุดก็เอ่ยปาก "เ้าแมลงหนีบคนนี่กินได้จริงๆ หรือ?"
เขายกตัวหนึ่งขึ้นมาจ้องมองอย่างละเอียดท่าทางระมัดระวังเป็อย่างมาก
"ลองกินดูสิ แล้วเ้าจะรู้เอง"
ซูอี้หว่านเบื่อหน่ายที่จะพูดคุยกับเขาต่อพลันคว้ากรรไกรจากในแขนเสื้อ แล้วเริ่มลงมือแกะกิน
เนื้อปูที่สดใหม่และไข่ปูทำให้นางอดไม่ได้ที่จะหลับตาลงอย่างช้าๆใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข