บทที่ 15: อาจารย์ของเ้าชอบอะไร?
หลังจากเหตุการณ์ของปรมาจารย์ศพผีเมื่อวานนี้ บรรยากาศทั่วทั้งนิกายเซียนกระบี่เมฆาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เดิมทีตำหนักชิงอวิ๋นของซูฉางเกอเป็สถานที่ที่เงียบสงบมากตามคำขอของเขา ปกติแล้วจะไม่มีใครย่างกรายมาที่นี่ แต่ยามนี้เหล่าศิษย์ทั่วทั้งนิกายเซียนกระบี่เมฆากลับแอบให้ความสนใจที่นี่กันหมด
เพราะอย่างไรเสีย การที่องค์ชายจากตระกูลโบราณมาเป็ผู้าุโในนิกายของพวกเขานั้น ถือเป็เื่น่ายินดีและเป็เกียรติเพียงใด ในเวลานี้พวกเขาคิดว่าเพียงแค่ได้เห็นหน้าผู้าุโซูสักครั้งก็ถือเป็วาสนาอย่างยิ่ง ด้วยเกรงว่าในพริบตาถัดไปซูฉางเกออาจจะจากนิกายเซียนกระบี่เมฆาของพวกเขาไป
ศิษย์จำนวนไม่น้อยปรารถนาจะเป็เช่นเดียวกับเฟิ่งหว่านชิงที่ได้กราบซูฉางเกอเป็อาจารย์ ต่อให้กราบเป็ศิษย์ไม่ได้ แต่หากได้รับคำชี้แนะจากผู้าุโซูสักนิด คาดว่าคงทำให้พวกเขาปิติยินดีจนแทบคลั่งได้เลยทีเดียว
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้
ซูฉางเกอเพียงแต่แสดงออกว่า ให้ใจเย็น ๆ !
ทุกคนที่ควรบำเพ็ญเพียรก็จงบำเพ็ญเพียร ใครมีหน้าที่อะไรก็จงทำหน้าที่นั้น ตราบใดที่เขายังอยู่ในนิกายเซียนกระบี่เมฆา เขาก็ยังคงเป็ผู้าุโของนิกาย จุดนี้จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
เมื่อได้รับคำมั่นสัญญาจากซูฉางเกอ หัวใจที่ตื่นเต้นเร่าร้อนของศิษย์จำนวนมากจึงค่อย ๆ สงบลง จากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าการประลองใหญ่ของนิกายในอีกสองวันข้างหน้า จะมีผู้าุโซูมาเป็ประธานด้วยตนเอง
หัวใจที่เพิ่งสงบลงเมื่อครู่พลันเหมือนถูกฉีดเืไก่ให้คึกคักขึ้นมาทันที การที่ผู้าุโซูมาเป็ประธานการประลองใหญ่ด้วยตนเอง นั่นหมายความว่าในการทดสอบของพวกเขา ผู้าุโซูจะร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย หากโชคดีเข้าตาผู้าุโซูและถูกรับเป็ศิษย์ขึ้นมา ชีวิตคงจะพุ่งทะยานขึ้นทันที!
เมื่อคิดถึงการได้เป็ศิษย์ของอัจฉริยะจากตระกูลโบราณ ในขณะที่หัวใจของพวกเขาเต้นรัว ก็เกิดแรงผลักดันในการต่อสู้อย่างเต็มเปี่ยม
การประลองใหญ่ของนิกายครั้งนี้ จะต้องแสดงฝีมือออกมาให้เต็มที่ให้ได้!
ภายใต้ความคิดเช่นนี้ของศิษย์ส่วนใหญ่ บรรยากาศการบำเพ็ญเพียรของนิกายเซียนกระบี่เมฆากลับยิ่งเข้มข้นขึ้น รอบ ๆ ตำหนักชิงอวิ๋นสามารถพบเห็นศิษย์ที่จมดิ่งอยู่ในการบำเพ็ญเพียรได้ทุกหนแห่ง
เฟิ่งหว่านชิงเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
เมื่อก่อนไม่ใช่ว่าไม่มีคนมาขอฝากตัวเป็ศิษย์กับอาจารย์ของนาง แต่ตอนนั้นเป็เพียงการแอบมาอย่างลับ ๆ ทว่าตอนนี้กลับดีเสียจริง ถึงขั้นมาเข้าแถวล้อมรอบตำหนักชิงอวิ๋น ทำให้นางไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้อย่างสงบ
ต้องรู้ว่าอีกสองวันจะถึงการประลองใหญ่ของนิกาย พลังของนางที่เพิ่งเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานมีโอกาสสูงมากที่จะถูกคัดออก ถึงตอนนั้นอาจารย์จะเสียหน้า และด้วยความโกรธอาจจะขับนางออกจากสำนัก...
นางไม่กล้าจินตนาการถึงภาพหลังจากถูกอาจารย์ไล่ออก อย่างไรเสียต้องอนาถมากแน่ ๆ นางไม่้าผลลัพธ์เช่นนั้น นาง้าอยู่ที่นี่ นาง้าแข็งแกร่งให้ได้เหมือนอาจารย์...
เสวี่ยหลิวหลีตามหาเฟิ่งหว่านชิงที่กำลังบำเพ็ญเพียรอยู่ในลานข้างบ้าน แล้วดึงนางกลับมายังเรือนไผ่ม่วง นางยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับน้องสาวผู้นี้ และเอ่ยถามด้วยเสียงเบาอย่างขัดเขินว่า
"น้องหว่านชิง เ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าปกติแล้วนอกจากบำเพ็ญเพียร อาจารย์ของเ้าชอบทำอะไรเป็พิเศษหรือเปล่า? หรือว่าเขามีสิ่งที่ชอบอะไรบ้างไหม?"
เฟิ่งหว่านชิง : ???
ปกติอาจารย์นอกจากบำเพ็ญเพียรแล้ว ยังชอบตีข้าเป็พิเศษด้วย เื่นี้ข้าต้องบอกท่านด้วยหรือเปล่า?
แววตาบนใบหน้าจิ้มลิ้มของเฟิ่งหว่านชิงดูแปลกประหลาด แม้นางจะยังเด็ก มีอายุเพียงสิบหกปี แต่เื่ระหว่างชายหญิงนางก็พอจะรู้บ้างเล็กน้อย พี่หลิวหลีตรงหน้านี้ ดูปราดเดียวก็รู้ว่ามีเจตนาไม่ดีต่ออาจารย์ของนาง
เฟิ่งหว่านชิงกำลังครุ่นคิด ดูเหมือนว่าปกติอาจารย์จะไม่ค่อยมีสิ่งที่ชอบมากนัก ั้แ่นางเข้าสำนักมา ก็พบว่าซูฉางเกอมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องบำเพ็ญเพียร และทุกครั้งที่บำเพ็ญเพียรเสร็จออกมา ก็จะใช้แส้ฟาดนาง...
แม้ว่าสองวันนี้อาจารย์จะเปลี่ยนไปบ้าง แต่ความเข้าใจที่นางมีต่อซูฉางเกอก็ยังคงจำกัดอยู่กับภาพจำในอดีต
ใบหน้าสวยของเสวี่ยหลิวหลียังคงมีสีระเรื่อจาง ๆ ซึ่งเกิดจากความเขินอาย เพราะการถามเื่ของซูฉางเกออย่างเปิดเผยเช่นนี้ ต่อให้เป็คนโง่ก็มองออกว่านางคิดอย่างไร ยิ่งถามจากลูกศิษย์หญิงของเขา นางถือว่ายอมทุ่มสุดตัวแล้ว
นี่เป็ครั้งแรกที่นางพบชายหนุ่มที่ทำให้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เสวี่ยหลิวหลีรู้สึกว่านางควรจะพยายามไขว่คว้าไว้
แม้ว่าฐานะจะแตกต่างจากซูฉางเกอมาก แต่นี่เป็ครั้งแรกที่นางชอบใครสักคนจริง ๆ ความอ่อนโยน สง่างาม และกลิ่นอายความหล่อเหลาที่นิ่งสงบและเฉยเมยของซูฉางเกอ ดึงดูดนางอย่างลึกซึ้งั้แ่เริ่มต้น
ในขณะที่เฟิ่งหว่านชิงกำลังลังเล พลันเหลือบไปเห็นกู่ฉินม่วงเขียวที่วางอยู่ด้านข้าง ในหัวก็นึกถึงภาพตอนที่เพิ่งเข้าสำนักใหม่ ๆ ซึ่งซูฉางเกอดีดฉินเพียงลำพังทีู่เาหลังตำหนักชิงอวิ๋น
ฝีมือการดีดฉินของซูฉางเกอนั้นยอดเยี่ยมมาก อาจกล่าวได้ว่าถึงขั้นบรรลุถึงจุดสูงสุด นั่นเป็เสียงฉินที่ไพเราะที่สุดเท่าที่เฟิ่งหว่านชิงเคยได้ยินมาั้แ่เกิด ราวกับเสียงมนตราที่ทำให้นางจมดิ่งลงไป
เพียงแต่น่าเสียดาย ั้แ่อาจารย์ดีดครั้งนั้น ก็ไม่เคยแตะต้องฉินอีกเลย
เมื่อคิดได้ดังนี้ เฟิ่งหว่านชิงก็กะพริบตา พลางชี้ไปยังกู่ฉินด้านข้างแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
"เมื่อก่อนอาจารย์ชอบดีดฉินมากเ้าค่ะ"
"ดีดฉินหรือ?"
เมื่อได้ยินคำพูดของเฟิ่งหว่านชิง ดวงตาของเสวี่ยหลิวหลีก็เป็ประกาย ชอบดีดฉินมากอย่างนั้นหรือ?
...
[ติ๊ง! โฮสต์ได้เปลี่ยนแปลงเส้นทางความรักของพระเอกเย่เฟิงและเสวี่ยหลิวหลี ขณะนี้ค่าความประทับใจของเสวี่ยหลิวหลีคือ : 75!]
[ขอให้โฮสต์พยายามต่อไป หากเพิ่มค่าความประทับใจของเสวี่ยหลิวหลีให้ถึง 85 ขึ้นไป ระบบจะสุ่มมอบรางวัลเป็แต้มคนเลว (แต้มจำนวนมาก รีบลงมือเร็วเข้า)]
ภายในห้อง
ซูฉางเกอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น หลังจากออกจากสภาวะบำเพ็ญเพียรและได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบ เขาก็ถอนหายใจยาวและเอ่ยถามเบา ๆ ว่า
"ต้องทำอย่างไรถึงจะเพิ่มค่าความประทับใจให้ถึง 85 ขึ้นไป?"
ระบบ : [ติ๊ง! ััทางกาย!]
ซูฉางเกอ : "..."
มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย ระบบเฮงซวยนี่ไม่ได้กำลังบอกให้เขาไปฉวยโอกาสจากคนอื่นหรอกหรือ?
พูดตามตรง เสวี่ยหลิวหลีสวยไหม แน่นอนว่าสวยมาก ผู้หญิงที่สามารถถูกพระเอกรับเข้าฮาเร็มได้จะไม่สวยได้อย่างไร?
แต่เขาไม่อยากเป็คนระยำจริง ๆ นะ อย่าว่าแต่เื่จะรับผิดชอบได้หรือไม่เลย แค่ด้วยฐานะตัวร้ายของซูฉางเกอ หากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้หญิงเหล่านี้ จะส่งผลกระทบต่อแผนการในอนาคตของเขาอย่างมาก
ซูฉางเกอไม่อยากมีจุดจบที่น่าอนาถด้วยน้ำมือของลูกศิษย์อย่างเฟิ่งหว่านชิงเหมือนในชาติที่แล้ว ดังนั้นแผนการที่เขาเตรียมไว้ในใจจึงไม่อนุญาตให้มีความผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้น
ผู้หญิง จะกลายเป็เพียงก้อนหินที่ขวางทางก้าวหน้าของเขาเท่านั้น!
ต้องเป็ตัวร้ายที่ไร้หัวใจตลอดไป!
เดิมทีเขาคิดจะใช้เสวี่ยหลิวหลี เพื่อกำกับบทละครรักระหว่างนางกับพระเอกเย่เฟิงด้วยตนเอง แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีโอกาสแล้ว เสวี่ยหลิวหลีแทบจะยอมมอบกายถวายชีวิตให้เขา แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีใจให้นางก็ตาม
แต่เื่การยกผู้หญิงให้คนอื่นนั้น ซูฉางเกอไม่มีวันทำเด็ดขาด!
ทว่าเมื่อลองคิดดู เสวี่ยหลิวหลีก็ถือเป็ยอดหญิงในหมู่คนรุ่นเยาว์ของห้าดินแดนใหญ่ รูปลักษณ์งดงามล่มเมือง นิสัยก็อ่อนโยน การที่ถูกผู้หญิงเช่นนี้ชอบ ภายในใจเขาก็รู้สึกสะใจอยู่ลึก ๆ
ซูฉางเกอรีบดึงสติกลับมา
คิดไกลไปหน่อยแล้ว
ให้ความภาคภูมิใจในตัวเองได้รับการเติมเต็มเล็กน้อยก็พอ จะทะนงตัวเกินไปไม่ได้ นี่คือข้อห้ามสำคัญของการเป็ตัวร้าย ตัวร้ายตั้งมากมายต้องโป๊ะแตกเพราะเื่นี้!
และในเวลานี้
นอกห้อง เสวี่ยหลิวหลีในชุดสีขาว พลิ้วไหวราวกับหิมะ นางยื่นมือไปรวบเส้นผมสีดำขลับที่สยายอยู่ด้านหลัง มัดผมไว้อย่างลวก ๆ จากนั้นจึงข่มความเขินอายในใจ แล้วเคาะประตูห้องของซูฉางเกอเบา ๆ
"ผู้าุโซูเ้าคะ"
น้ำเสียงของนางไพเราะมาก และยังแฝงไปด้วยความอ่อนหวานและนุ่มนวลที่นางไม่เคยใช้กับชายใดมาก่อน
ภายในห้อง ซูฉางเกอได้ยินเสียงอันนุ่มนวลน่าฟังของเสวี่ยหลิวหลี เขาเริ่มรู้สึกจนปัญญา
ในฐานะผู้ชาย บางครั้งการที่ยอดเยี่ยมเกินไปก็ไม่ใช่เื่ดีเสมอไป
แต่หากลองคิดในอีกมุมหนึ่ง เสวี่ยหลิวหลีเป็ฮาเร็มของพระเอกเย่เฟิง หากเขาจีบสาวน้อยคนนี้ได้ โชคลาภของเย่เฟิงไม่ได้รับผลกระทบทางอ้อมหรอกหรือ?
เหะ ๆ เขาไม่ใช่คนระยำนะ ทำไปเพื่อภารกิจล้วน ๆ และเพื่อทำลายเย่เฟิง ลดโชคชะตาแห่ง์ของพระเอกลงเท่านั้นเอง
สาวน้อยหลิวหลี รีบเข้ามาในอ้อมกอดข้าเร็ว เข้ามาแล้วอย่าหวังว่าจะหนีพ้น