เกิดใหม่เป็นชาวสวนตัวน้อยๆ ข้าจะพาครอบครัวเป็นเศรษฐีนี [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 39 ทรัพยากรไม่พอ

            หลี่อันหรานพักผ่อนที่บ้านเป็นเวลาหลายวัน ถึงแม้จะบอกว่าพักผ่อน แต่ความจริงแล้วนางแค่เปลี่ยนมาทำงานของตัวเองอยู่ภายในห้อง เพราะเสิ่นอิ๋นหวนไม่ให้นางออกจากบ้านหรือทำอะไรทั้งนั้น

            โชคดีที่ยังมีเจียงเฉิงช่วยทำงานบางส่วน พวกน้องชายน้องสาวก็ค่อนข้างรู้ความ คอยวิ่งทำธุระให้เล็กๆ น้อยๆ

            ส่วนหลี่อันหรานคอยคิดว่าถัดจากนี้จะทำอย่างไร และวนเวียนแต่เรื่องเลี้ยงปลาอยู่ภายในห้อง

            หลายวันนี้นางเอาแต่พักผ่อนอยู่บ้านและให้เจียงเฉิงช่วยทำงาน ทว่าความเร็วเรียกได้ว่าช้ามาก ตอนนี้เหลืออีกสี่วันก็จะถึงกำหนดการที่นางต้องนำเต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริกไปส่งให้เถ้าแก่หวางแล้ว

            ทว่าวัตถุดิบที่นางเตรียมไว้กลับยังไม่ครบ

            นางพักผ่อนอีกไม่ได้แล้ว นางต้องรีบทำงาน นี่เป็นโอกาสที่นางต้องคว้าไว้

            ด้วยเหตุนี้ วันนี้นางจึงใช้โอกาสที่เสิ่นอิ๋นหวนออกไปข้างนอกมาเรียกเจียงเฉิงมาคุย “ท่านขึ้นเขาเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิ”

            เจียงเฉิงผงะเล็กน้อย “เจ้าจะขึ้นเขาไปทำอันใด?”

            “เต้าเจี้ยวเผ็ดใกล้เสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว แต่น้ำพริกยังขาดแคลนพริกอยู่ ในตลาดไม่มีขาย ดังนั้น ข้าต้องขึ้นเขาไปเก็บพริกกลับมา นอกจากนี้ยังสามารถเก็บวัตถุดิบอย่างอื่นกลับมาทำเช่นกัน”

            นางพูดจบแล้วสะพายตะกร้าสานเตรียมตัวขึ้นเขาทันที

            แต่เจียงเฉิงยังคงเป็นห่วงสุขภาพนางอยู่ไม่น้อย “ตอนนี้เจ้ายังหายไม่สนิท ให้ข้าไปเก็บแทนเถอะ”

            ทว่านางกลับส่ายมือเป็นเชิงปฏิเสธ “ให้ข้าเก็บเองนั่นแหละ หากท่านไปคนเดียว ข้ากลัวว่าท่านจะเก็บผิด อีกทั้งข้าก็รู้เช่นกันว่าบริเวณใดมีพริกเยอะ ท่านไม่ได้คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมแถบนี้ ข้าไม่วางใจนัก”

            ขณะที่พูด นางก็สะพายตะกร้าสานขึ้นหลังเรียบร้อยแล้ว เจียงเฉิงได้แต่ตามนางไปด้วยเพราะเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ

            แต่ก่อนที่จะไป หลี่อันหรานกำชับน้องชายให้ดูแลน้องสาว ห้ามให้คนแปลกหน้าเข้าบ้านและห้ามพวกเขาออกจากบ้านเป็นอันขาด

            นางเดินทางมายังจุดที่มีพริกขึ้นบนภูเขา ที่นี่ไม่ค่อยมีคนมา บวกกับคนท้องที่ไม่ได้รู้จักพริก มิหนำซ้ำยังคิดว่ามันมีพิษ ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีผู้ใดมาเก็บ ส่งผลให้แถบนี้มีพริกเยอะมาก

            นางกับเจียงเฉิงช่วยกันเก็บหลังจากมาถึง

            รอบนี้เจียงเฉิงมีประสบการณ์แล้ว ถึงแม้จะรู้ว่าเจ้าสิ่งนี้ไม่มีพิษ แต่มันสามารถทำให้แสบตาได้ นอกจากนี้ยังมีรสชาติแปลกๆ ซึ่งเขาไม่ค่อยชอบรสชาติแบบนี้เท่าไรนัก

            กระนั้นเขาก็รู้สึกนับถือหลี่อันหรานมากที่สามารถทำของแบบนี้ให้เป็นอาหารได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นที่ชื่นชมของคนหลายคน สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาต้องเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อนางใหม่

            พวกเขาขึ้นเขามาเก็บพริกตั้งแต่บ่ายและกลับลงเขาในช่วงเย็น ภายในตะกร้าของหลี่อันหรานมีพริกใส่อยู่เต็ม นางเดินไปด้วย พูดไปด้วยอย่างอารมณ์ดีว่า “พริกพวกนี้เพียงพอสำหรับทำน้ำพริกพวกนั้นแล้ว แต่พริกที่อยู่ในแถบนั้นถูกเก็บเกือบหมดแล้ว ฤดูนี้เป็นฤดูที่พริกเจริญงอกงามพอดี แต่ข้าเกรงว่าถึงฤดูหนาวแล้วจะไม่มีวัตถุดิบให้ทำเยอะแบบตอนนี้”

            “นี่จึงเป็นสาเหตุที่ข้าต้องหาวันมาเก็บเพิ่มอีกเพื่อกักตุนไว้สำหรับฤดูหนาว”

            เจียงเฉิงรู้ว่านางมีแผนการและมีเรื่องที่อยากทำเป็นของตัวเอง ในหัวของนางมักมีความคิดแปลกใหม่เยอะแยะเต็มไปหมด เขากล่าวทันทีที่นึกถึงสิ่งเหล่านี้ “ข้าจะมาช่วยเจ้าเก็บด้วย”

            หลี่อันหรานพยักหน้า แต่แล้วต่อมากลับถอนหายใจยาวเหยียด “ทว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าจะลำบาก”

            เจียงเฉิงมองนางอย่างไม่เข้าใจนัก “ลำบากอย่างไรหรือ?”

            “การมาเก็บพริกพวกนี้ทุกฤดูร้อนไม่ได้ลำบากยากเย็นอะไร เพราะถึงอย่างไรของพวกนี้ก็ไม่ได้มีค่าใช้จ่าย มิหนำซ้ำยังช่วยลดต้นทุนให้พวกเราไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกัน หากเกิดปัญหาข้าวยากหมากแพงหรือพริกพวกนี้ไม่มีผลผลิตขึ้นมา เช่นนั้นน้ำพริกที่ข้าทำออกมาก็จะต้องลดน้อยลงมาก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของข้า”

            เจียงเฉิงพลันขมวดหัวคิ้วเข้าหากัน เขาเหมือนจะกำลังวิเคราะห์ศัพท์ใหม่ที่นางพูด ฟังไม่ออกแม้แต่น้อยว่าศัพท์พวกนั้นหมายถึงอะไร

            หลี่อันหรานดูจะตระหนักได้ถึงจุดนี้ นางเสริมเพิ่มว่า “ตอนนี้น้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดกำลังเป็นที่ยอมรับของตลาดอย่างช้าๆ ท่านรู้หรือไม่ วันที่ข้านำน้ำพริกไปส่งให้เถ้าแก่หวางเมื่อวันนั้น มีภัตตาคารอีกแห่งต้องการซื้อน้ำพริกของข้าเช่นกัน”

            “ตอนนั้นข้าไม่ได้ตอบตกลง เพราะตอนนี้ข้าเพียงลำพังไม่อาจทำออกมาได้เยอะขนาดนั้น แต่ถึงกระนั้นนี่ก็เป็นโอกาสทางธุรกิจอย่างหนึ่ง ดังนั้นข้าวางแผนไว้ว่าจะขยายธุรกิจให้ใหญ่ หลังจากที่ขายน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดรอบนี้หมดแล้วก็น่าจะได้เงินมาไม่น้อย”

            “ข้าต้องวางแผนว่าอนาคตจะทำอย่างไรต่อ”

            แม้จะไม่ได้เข้าใจทั้งหมด แต่รอบนี้เขาพอจะเข้าใจที่นางพูดอยู่บ้าง เขารู้แต่ว่าสิ่งที่นางพูดฟังดูเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก มันทำให้เขาอดเอ่ยชมด้วยความนับถือไม่ได้ “เจ้าเป็นสตรีที่แปลกยิ่งนัก ข้าเพิ่งเคยได้ยินแนวคิดแบบนี้เป็นครั้งแรก”

            นางหันกลับมามองเขาและเผยยิ้มบางๆ “แค่นี้ก็แปลกแล้วหรือ ข้ายังไม่ได้แสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาเลย รอดูเถอะ”

            นางคว้าตะกร้าสานด้านหลังแล้วสาวเท้ายาวๆ กลับบ้าน ยามที่กลับมาถึง นางเห็นเสิ่นอิ๋นหวนกับท่านป้าหวางจากข้างบ้านกำลังซักผ้าไปด้วย คุยกันไปด้วยอยู่ตรงลานบ้านพอดี

            ท่านป้าหวางเป็นแม่หม้าย นางมีลูกชายหนึ่งคนที่อายุใกล้เคียงกับน้องชายของหลี่อันหราน ปกติแล้วนางจะหาเลี้ยงชีพด้วยการซักผ้าให้ผู้อื่นและทำงานจิปาถะ

            ครอบครัวของพวกนางถือว่ายากจนเป็นพิเศษในหมู่บ้าน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่ดูแคลนของหลายคน อาจเพราะสาเหตุนี้กระมัง นางกับเสิ่นอิ๋นหวนถึงได้สนิทกันมากและไม่เคยวิจารณ์แผลเป็นกับเรื่องของหลี่อันหรานเหมือนคนอื่นๆ แม้แต่ครั้งเดียว

            หลี่อันหรานขยับยิ้มทักทายท่านป้าหวางเมื่อกลับถึงบ้าน “ท่านป้าหวาง ท่านมาแล้ว”

            ท่านป้าหวางยิ้มตอบ “ไปเก็บของบนเขาอีกแล้วหรือ”

            จากนั้นท่านป้าหวางก็ลุกมาดูของในตะกร้าด้านหลังหลี่อันหรานด้วยความสงสัย “ของที่เจ้าเก็บมามันกินได้หรือ? ได้ยินว่ามีพิษนะ?”

            ครั้นได้ยินคำถาม หลี่อันหรานจึงยกยิ้มนิดๆ “แท้จริงแล้วไม่ใช่พิษเจ้าค่ะ พวกมันเพียงแต่มีรสชาติแปลกประหลาดเล็กน้อย สามารถกินได้ ข้าเองก็นำมาทำเป็นอาหาร”

            ท่านป้าหวางพูดต่อ “เมื่อก่อนบนภูเขามีเจ้าสิ่งนี้เยอะแยะเต็มไปหมดแต่กินไม่ได้ ขนาดสัตว์ที่บ้านยังไม่กิน ต่อมาจึงถูกถอนทิ้ง ตอนนี้มีแต่เจ้านี่แหละที่เห็นเป็นสมบัติ”

            หลี่อันหรานวางตะกร้าลงข้างบ่อน้ำ นางได้ยินดังนี้ก็เกิดความสนใจทันที เพราะนางไม่ค่อยรู้เรื่องในอดีตมากนัก

            แต่ครั้นฟังเรื่องพวกนี้แล้ว นางพลันเกิดความสงสัยบางอย่างขึ้นมากะทันหัน “ท่านป้า ข้ามีเรื่องอยากปรึกษาท่านเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านพอจะช่วยได้หรือไม่?”

            ท่านป้าหวางแปลกใจเล็กน้อย “เด็กคนนี้นี่ เจ้ามีอะไรอยากให้ป้าช่วยก็บอกมาได้เลย ช่วงนี้ป้าไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว”

            หลี่อันหรานกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าต้องการของพวกนี้มาทำน้ำพริกเจ้าค่ะ นอกจากนี้ยังต้องใช้เยอะมากในฤดูหนาวเพราะมันจะขาดแคลนในฤดูนั้น หากท่านมีเวลาว่าง ไม่ทราบว่าท่านช่วยไปเก็บพริกพวกนี้จากบนภูเขามาให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ เอาแบบนี้ ข้าจะให้ราคาตะกร้าละห้าอีแปะดีหรือไม่?”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นชาวสวนตัวน้อยๆ ข้าจะพาครอบครัวเป็นเศรษฐีนี [จบ] ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808