บทที่ 0 อย่างนี้ต้องลาออก!
"อู้หูยยย ยื่นใบลาออกแล้วมันโล่งใจจริงจริ๊งง" ฝิ่นเหมือนได้รับอิสรภาพสามปีที่เขาทำงาน ลองออกจากบ้านเพื่อออกจาก comfort zone หรอ? หึ หนีพิษรักมาเข้าเมืองกรุงต่างหากชีวิตรักของเขามันแสนเศร้าเหมือนเหล้าเข้มๆ ที่ขมบาดคอ ชวนมึนเมาให้อ้วกไปหลายๆ ระลอก"รักใครไม่รักแต่ดันไปรักเขาไอ้ฝิ่น" ฝิ่นหวนนึกถึงตัวเองในวันที่รักหลงผู้ชายคนหนึ่งมากจนเกือบขาดสติทำเรื่องไม่ยังคิดในวัยเด็ก แต่เพราะวันนี้เขาโตแล้ว วันนี้ไม่เหมือนวันวานอีกแล้ว ฝิ่นพกความมั่นใจก่อนบินกลับบ้านทันควันตี๊ดิ่ง ~ติ้ง ~ไลอิ๊ ~ก่อนจะขึ้นเครื่องเสียงแจ้งเดือนของเหล่าบรรดาคนคุยจนจำชื่อแทบสับกัน ก็ดังขึ้น ฝิ่นจึงเปิดตอบแต่ละคนอย่างว่องไว เขาไม่ได้เป็นคนเจ้าชู้นะ แค่คนเหล่านั้นเป็นคนเข้าหาเขาเอง ฝิ่นว่าอย่างนั้นแต่คนเหล่านี้อยู่ได้ไม่นานเดี๋ยวก็จากไป เพราะฝิ่นขี้เบื่อไม่ชอบตอบแชทยังไงละก่อนกลับก็ไม่ได้โทรบอกหรือส่งไลน์ไปบอกป๊าหรือม๊า เขากะจะไปเซอร์ไพรส์ซะหน่อยแบบ ไฮ! ป๊าา ฝิ่นลาออกจากงานแล้วนะ ฮ่าๆๆ รับรองก้านมะยมลอยมาแน่ๆแต่เอาเถอะ ฝิ่นตั้งใจจะกลับมาอยู่บ้านสักระยะยาวๆแต่พอลงจากเครื่องฝิ่นถึงกับยิ้มไม่ออก ความบ้าๆ บอๆ ถึงกับหดหาย เมื่อเจอเขาคนนั้นที่อยู่ที่นี่ ที่ตรงหน้าสนามบิน"ไหนบอกว่า ทำงานที่อเมริกาไง? " ฝิ่นรู้สึกซวยอย่างบอกไม่ถูก เขาจึงเดินหลบๆ ไปตามกลุ่มคนที่เดินผ่าน แต่ดูเหมือนเขาคนนั้นจะมารอใครสักคน แต่ใครคนนั้นคงไม่ใช่เขาแน่นอนเพราะที่บ้านยังไม่รู้เลยว่าตนจะกลับบ้านคิดแล้วก็เศร้าไปอีกกฝิ่นรีบเดินเลี่ยงออกไปกับกลุ่มคนแถวนั้น ด้วยหัวใจเต้นไม่เป็นระส่ำ เขายังไม่พร้อมเจอไม่ว่ายังก็ยังไม่พร้อม! ตึก ตึก ตึก ตึกหัวใจของฝิ่นเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆแบบไม่เป็นจังหวะ เพราะแค่เจอหน้า "อาไฟ" เท่านั้น
-----------ปล.ไม่ใช่แนวรักร่วมสายเลือดเดียวกัน อาไฟ(เจ็ก)เป็นลูกบุญธรรมของปู่(อากง)