ชายชราขี้เมาได้ให้จ้าวหลานซึ่งเป็น้องสาวของขุนพลสาวนำทางต้าิไปยังห้องเรียนของสามัญชนทันที แน่นอนว่าก่อนหน้านั้นจ้าวหลานได้อธิบายถึงกฎระเบียบและสถานการณ์ในสถาบันให้กับต้าิรู้ก่อน
“แต่เดิมสถาบันเวทมนต์แห่งนี้มีเพียงแค่ขุนนางเท่านั้นที่สามารถเข้ามาเรียนได้แต่หลังจากที่จักรพรรดิหญิงขึ้นปกครองอาณาจักรจักรพรรดิหญิงก็ได้ทำการเปลี่ยนกฎให้สามัญชนธรรมดาที่มีพร์ด้านเวทย์มนต์เข้ามาเรียนได้เช่นกันแต่ถึงอย่างงั้นในสถาบันก็มีการแบ่งชนชั้นซึ่งก็คือ ชั้นเรียนของขุนนางและสามัญชน” จ้าวหลานกล่าว
“พี่สาวหลาน ในสายตาของท่านชั้นเรียนใหนมีความสามารถในการเอาชีวิตรอดในสนามรบได้มากกว่า” ต้าิกล่าว
“ถ้าพูดถึงการเอาชีวิตรอดโดยไม่พึ่งผู้หนุนหลังชั้นเรียนสามัญชนจะทำได้ดีกว่า แต่ว่าความจริงนั้นโหดร้ายพวกขุนนางไม่มีทางปล่อยให้ทายาทของพวกเขาพบกับอันตรายโดยยืนดูเฉยๆแน่ แต่ว่าข้าเองก็ไม่รู้ว่าเ้านั้นโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ ในอีก 3 เดือนต่อจากนี้จะมีการทดสอบเก็บคะแนนโดยการส่งจอมเวทย์ระดับ 1-3 เข้าไปในป่าสัตว์เวทด้านหลังสถาบันซึ่งทุกคนจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในป่าเป็เวลา 1 เดือนโดยไม่ได้รับการช่วยเหลือจากตระกูลและในขณะเดียวกันก็ต้องเอาชีวิตรอดและสังหารพวกอสูรเพื่อเก็บคะแนนอีกด้วย” จ้าวหลานกล่าว
“แบบนี้นี่เอง แล้วมันมีรางวัลหรือไม่” ต้าิกล่าว
“แน่นอน ที่ 1 เหมือนจะได้รับเป็อุปกรณ์เวทมนต์ประเภทรองเท้า” จ้าวหลานกล่าว
“อุปกรณ์เวทมนต์นั้นมันมีระดับแบ่งกันแบบใหนงั้นเหรอ” ต้าิกล่าว
“อุปกรณ์เวทมนต์แบ่งออกเป็ 6 ระดับ เขียว ฟ้า ม่วง ส้ม แดง และทอง ซึ่งรางวัลในครั้งนี้คือสีฟ้า” จ้าวหลานกล่าว
“น่าสนใจ แล้วกำไลมิติอันนี้ละ” ต้าิกล่าวและยกกำไลมิติขึ้น
“กำลังมิติอันนี้ก็เป็สีฟ้าเช่นกัน ส่วนสีม่วงนั้นราคาของมันแพงอย่างมากแม้แต่ข้าเองก็มีเพียงแค่ชิ้นเดียว” จ้าวหลานกล่าว
“อย่างงี้นี่เอง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องใช้เงินนี่นะ” ต้าิกล่าว
หลังจากนั้นจ้าวหลานก็แนะนำหลายๆอย่างให้ต้าิอย่างเป็กันเอง ต้าิจึงรู้สึกไว้วางใจและสนิทกับจ้าวหลานอย่างรวดเร็วเพราะจ้าวหลานั้นเป็คนอ่อนโยนอย่างมาก
อาจจะเป็เพราะแต่เดิมจ้าวหลานและขุนพลสาวเองก็เป็สามัญชนมาก่อนแต่หลังจากที่พี่สาวของนางได้ไปปถึงระดับขุนพลจึงได้รับยศขุนนางทำให้ชีวิตของนางดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ถึงอย่างงั้นนางก็ไม่ได้ดูถูกต้าิที่เป็สามัญชนด้วยซ้ำ
“เ้าเด็กนั่นมันใครกันทำไมถึงได้เดินเคียงคู่กับจ้าวหลานของข้า” ในมุมหนึ่งชายหนุ่มคนหนึ่งกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
“ดูจากที่สายรายงานมาเ้านั่นคือต้าิซึ่งก็คือคู่หมั้นของจักพรรดิหญิง” ชายอีกคนกล่าวด้วยสีหน้าเ็า
“เ้านั่นเนี่ยนะ จอมเวทย์ระดับ 1 ที่แสนอ่อนแอแบบนั้นกลายเป็คู่หมั้นของจักรพรรดิหญิง” หลายคนแสดงสีหน้าดูถูกเหยียดหยามเมื่อมองไปยังต้าิ
“เหอะ ไม่ว่าเ้านั่นจะเป็ใครแต่มันก็ต้องตายเพราะมันมาขัดขวางแผนการของพวกเรา” เหล่าขุนนางหนุ่มหลายคนมองไปยังต้าิที่ราวกับคนที่ตายไปแล้ว
หลังจากแนะนำอะไรหลายๆอย่างต้าิก็ถูกนำตัวไปยังห้องเรียนของสามัญชน ซึ่งทันทีที่มาส่งต้าิเสร็จจ้าวหลานก็จากไป
“วันนี้เรามีสหายมาใหม่อีกคน เ้าแนะนำตัวได้แล้ว” อาจารย์สาวที่ท่าทางป่าเถื่อนกล่าวกับต้าิ
อาจารย์สาวคนนี้เป็จอมเวทย์ระดับขุนพลและนางยังเป็สามัญชนอีกด้วย แต่ถึงอย่างงั้นนางก็ขึ้นชื่อในเื่ป่าเถื่อนและโหดร้ายถ้าใครมาหาเื่นาง
“ข้ามีนามว่าต้าิและแน่นอนว่าข้าเองก็เป็สามัญชนธรรมดา” ต้าิกล่าว
“นี่ ไม่ใช่ว่าเ้าคือคู่หมั้นของจักรพรรดิหญิงงั้นเหรอ” ชายหนุ่มคนหนึ่งรับรู้ข้อมูลของต้าิจึงกล่าวขึ้น หลายคนกลายเป็ตื่นตัวและมองไปยังต้าิเป็ตาเดียว
“ก็จริงที่ข้าถูกแต่งตั้งเป็คู่หมั้นของจักรพรรดิหญิงแต่เื่ที่ข้าเป็สามัญชนและเกิดในหมู่บ้านบนเขาก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงและข้ายังเต็มใจเป็สหายของพวกเ้าดีกว่าไปอยู่กับพวกขุนนางเ่าั้” ต้าิกล่าว
“พูดได้ดี!!!!!”
“ใช่แล้ว ข้าเห็นด้วยกับเ้า”
“ยอดเยี่ยมมากต้าิข้าชอบในทัศนคติของเ้ามาก เ้าขุนนางพวกนั้นถ้าไม่มีสามัญชนแบบพวกเราพวกมันคงอดตายไปแล้ว” เหล่านักเรียนในชั้นเรียนพากันกล่าวออกมาอย่างชอบใจ
หลายคนเข้าหาต้าิด้วยความสนิททันที ตอนแรกพวกเขาเองก็กลัวว่าต้าิจะใช้อำนาจของจักรพรรดิหญิงมาข่มเหงพวกเขาแต่พวกเขาไม่คิดว่าต้าิจะเป็กันเองและไม่ได้ถือตัวเลยแม้แต่น้อย
“ดีมาก นักเรียนใหม่ จากนี้พวกเราก็ขอต้อนรับสู่ชั้นเรียนสามัญชน ในชั้นเรียนของพวกเรานั้นจะไม่เน้นเื่เวทมนต์มากนักแต่จะเน้นเื่การเอาชีวิตรอดและการต่อสู้มากกว่า” อาจารย์สาวกล่าว
“ใช่แล้วสิ่งนี้แหละที่พวกขุนนางพวกนั้นเทียบกับเราไม่ได้” ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าว
“ใหนๆวันนี้เราก็มีสหายใหม่แล้วเพาะงั้นวันนี้เราจะมาเรียนการเคลื่อนใหวในพื้นที่ยากต่อการเคลื่อนใหวดีกว่า” อาจารย์สาวกล่าว
“แย่แล้ว!!!!!!!!!!!!” เหล่านักเรียนแสดงสีหน้าขาวซีดทันที
“และผู้ที่ทำได้ห่วยที่สุดจะต้องถูกลงโทษ!!!!!!!!!” อาจารย์สาวกล่าวพร้อมกับฉีกยิ้มชั่วร้ายออกมา
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ต้าิกล่าวด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
“เ้าพึ่งมาใหม่จึงยังไม่รู้แต่อาจารย์ของพวกเรานั้นมีนามว่าเสี่ยวเตี่ยผู้บ้าคลั่ง และนอกจากฉายานี้แล้วนางยังมีอีกฉายาว่าจอมี้เี ตลอดมานางมักจะไม่ยอมทำงานเอกสารของอาจารย์เพื่อเอาไว้ให้พวกเราที่ทำคะแนนหรือบททดสอบได้ห่วยที่สุดไปช่วยนางทำ” ชายหนุ่มที่มีนามว่าปู้เหยียนกล่าวด้วยสีหน้าขาวซีด
“เอกสารนั่นยากขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ” ต้าิกล่าว
“ยากหนะมันไม่ยากหรอกแต่จำนวนของมันต่อให้เ้าทำทั้งวันทั้งคืนก็ไม่หมด” ปู้เหยียนกล่าว
“บ้าไปแล้ว แบบนี้ข้าที่มาใหม่จะรอดเหรอ” ต้าิกล่าว
“เอาเถอะสหายขอให้เ้าโชคดี” ปู้เหยียนกล่าว
หลังจากนั้นเสี่ยวเตี่ยได้นำพวกต้าิไปยังสนามฝึกที่นางสร้างขึ้น ซึ่งตรงหน้าพวกต้าิมีแท่งไม้ที่ปักเอาไว้เป็ทางอยู่ซึ่งแท่งไม้เ่าั้มีความสูงไม่เท่ากันและต่อจากแท่งไม้ก็เป็เชื้อที่ผูกเอาไว้เป็สะพานและนอกจากนั้นยังมีสิ่งกีดขวางอีกจำนวนมากอีกด้วย