บทที่ 50 คนไข้มาหาถึงที่ (รีไรต์)
“ถ้าฉันไปซื้อเบตาดีน คนอื่นจะไม่รู้เรื่องกันพอดีเหรอ?”
แม้เหมียวอิ๋นฮวาไม่ได้พูดว่าคนอื่นจะรู้อะไร แต่เมิ่งว่านถังเข้าใจดี
เธออธิบาย “น้องสะใภ้ เบตาดีนใช้สำหรับฆ่าเชื้อ เหมือนกับยาม่วงนั่นแหละ เธอต้องใช้เบตาดีนฆ่าเชื้อ ไม่อย่างนั้นถ้าติดเชื้อจะเป็นโรคได้”
“โอ้ โอ้ โอ้ เป็นอย่างนี้นี่เอง! ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะไปซื้อมาเดี๋ยวนี้เลย”
เหมียวอิ๋นฮวามีน้องสาวเพียงคนเดียว ตั้งแต่เด็กจนโตพ่อไม่รัก แม่ไม่ทะนุถนอม เธออยากหาคนที่เข้าใจและรักเธอ ไม่นึกเลยว่าจะถูกพวกอันธพาลในเมืองหลอก
เหมียวอิ๋นฮวาโกรธจนกัดฟันกรอด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เจ้าอันธพาลนั่นไม่ใช่คนที่แต่งงานด้วยได้เลย ได้ยินว่าช่วงก่อนทะเลาะกับคนอื่น จนถูกจับเข้าคุกไปแล้ว
แม่ของเธอรู้เรื่องนี้เข้า เกือบจะทุบขาของเหมียวอินเฟิงให้หัก แถมยังบังคับให้เหมียวอินเฟิงเอาเด็กในท้องออก
เหมียวอินเฟิงร้องไห้วิ่งออกมา ตอนที่เธอมาถึงที่นี่ เลือดก็ไหลไม่หยุดแล้ว
เหมียวอิ๋นฮวายังหวังว่าอยากให้น้องสาวได้แต่งงานกับคนดี ๆ ในอนาคต จึงไม่กล้าป่าวประกาศออกไป ได้แต่บอกให้โกวเซิงกลับบ้านไปเรียกเมิ่งว่านถังมา
สามีของเธอที่เกือบเสียชีวิตก็ได้รับการช่วยเหลือจาก เมิ่งว่านถัง
คนอื่นเธอก็ไม่กล้าไว้ใจ
ไม่กี่ปีที่แล้ว มีหญิงสาวคนหนึ่งตกเลือดหลังคลอดบุตร แม้จะส่งไปที่สถานีอนามัยก็ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้
จริง ๆ แล้วเหมียวอิ๋นฮวาก็กำลังเสี่ยงอยู่เหมือนกัน
เธอกลับมาอย่างรวดเร็วหลังจากไปซื้อเบตาดีนมาแล้ว เมิ่งว่านถังก็ถอดเข็มออกเรียบร้อยแล้ว
เลือดที่ออกจากช่องคลอดของเหมียวอินเฟิงก็หยุดไหลแล้ว
“รีบฆ่าเชื้อให้เธอก่อน แล้วค่อยล้างตัวให้สะอาด ฉันเขียนใบสั่งยาไว้ข้างบนแล้ว ไปซื้อยาเองนะ หลังจากนนี้ก็หาอะไรบำรุงร่างกายให้เธอด้วย”
เมิ่งว่านถังไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของครอบครัวอื่น เธอยื่นใบสั่งยาให้เหมียวอิ๋นฮวาแล้วก็เดินจากไป
เหมียวอิ๋นฮวาวิ่งตามออกมา “ว่านถัง วันนี้ขอบคุณเธอจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ น้องสาวของฉันอาจจะไม่รอดแล้ว”
“ตอนนั้นถ้าเธอไม่เรียกฉัน โกวต้านที่บ้านของพวกเราก็อาจจะไม่รอดเหมือนกัน น้องสะใภ้เรื่องของน้องสาวเธอฉันจะไม่พูดออกไป พอกลับไปแล้วช่วยพูดให้กำลังใจเธอ ดี ๆ นะ อย่าให้เธอคิดสั้น”
“ฉันจะพยายามพูดนะ”
“คนที่พ่อแม่ชอบไม่จำเป็นต้องดีเสมอไป และคนที่พ่อแม่ไม่ชอบไม่จำเป็นต้องไม่ดีเสมอไป”
หลังจากพูดจบ เมิ่งว่านถังก็กวักมือเรียกเด็กน้อยสามคนที่อยู่ไม่ไกล
“พวกลูกสามคนรีบมาเร็ว พวกเรากลับบ้านกันได้แล้ว”
เจ้าตัวน้อยทั้งสามรีบวิ่งมาหาแม่ทันที
โกวเซิงเป็นเด็กที่ช่างสงสัยเป้นพิเศษ “แม่ แม่ช่วยคนคนนั้นได้แล้วเหรอ?”
“อืม”
เมิ่งว่านถังรู้สึกหนักอึ้งในใจ
เธอรู้สึกโล่งใจมากที่ตัวเองไม่มีลูกสาว
ไม่อย่างนั้นในอนาคตคงมีเรื่องให้กังวลมากมาย
เมื่อโตขึ้นก็กังวลว่าจะถูกผู้ชายหลอกล่อด้วยคำพูดหวานหู แม้จะหาคู่ครองที่รับผิดชอบได้ แต่ก็กังวลว่าผู้ชายคนนั้นจะไม่มีความสามารถ ไม่สามารถให้ชีวิตที่ดีกับลูกสาวของเธอได้
แต่งงานแล้ว เธอยังคงกังวลว่าลูกสาวจะถูกกลั่นแกล้งที่บ้านสามีหรือเปล่า
มีลูกแล้ว ก็กลัวว่าจะไม่มีคนช่วยเลี้ยงหลาน ลูกสาวจะเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า
โดยรวมแล้ว มีเรื่องให้กังวลมากมายเหลือเกิน
ถ้าเป็นลูกชายล่ะก็...
สีหน้าเมิ่งว่านถังเรียบเฉย
เด็กผู้ชายก็มีอันตรายเหมือนกัน!
มีลูกก็ต้องกังวล
กลับถึงบ้าน เจ้าตัวน้อยทั้งสามกำลังเล่นอยู่ในลานบ้าน
เมิ่งว่านถังเข้าบ้านแล้ววางของให้เรียบร้อย หันมาถามลู่ชิงเหยี่ยว่า “คุณอยากเข้าห้องน้ำไหม?”
“ฉันไปเองได้”
ลู่ชิงเหยี่ยไม่คิดว่าเมิ่งว่านถังจะมีความสามารถขนาดนี้ หลังจากฝังเข็มให้เขาตอนเที่ยง ผลก็เห็นได้ชัดทันที
คาดว่าไม่เกินสองวัน เขาน่าจะกลับไปทำงานที่หน่วยได้แล้ว
“งั้นก็ดีแล้ว”
เมิ่งว่านถังหันหลังเดินออกไป หยิบสมุนไพรที่เธอซื้อมา แล้วใช้ครกบดยาขนาดเล็กบดให้เป็นผง
การบดสมุนไพรให้เป็นผงเป็นงานที่เหนื่อยมาก
เมิ่งว่านถังไม่สามารถซื้อเครื่องสำอางบำรุงผิวได้ เธอจึงทำเอง ไม่เพียงแต่ใช้เองเท่านั้น แถมยังให้ลูก ๆ ใช้ด้วย ในนั้นผงโสมเป็นส่วนผสมที่มีราคาแพงที่สุด
โชคดีที่ใช้ในปริมาณไม่มาก
สมุนไพรอื่น ๆ ก็ไม่แพง แค่นี้ก็สามารถทำครีมทาหน้าได้หลายขวด เพียงพอสำหรับการใช้งานระยะหนึ่ง
หลังจากบดสมุนไพรเป็นผงแล้ว ก็ใส่น้ำมันหมูลงไปคนให้เข้ากัน จากนั้นเทลงในหม้อแล้วต้ม
สุดท้ายกรองหลายครั้ง เพื่อแยกกากสมุนไพรออกมา
จากนั้นใส่น้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย รอจนแข็งตัวก็สามารถใช้ได้แล้ว
เมิ่งว่านถังมองดูครีมบำรุงผิวที่ตัวเองทำขึ้นมาแล้วแทบจะร้องไห้ด้วยความดีใจ
“แม่ครับ นี่อะไร กินได้หรือเปล่า”
โกวเซิงนึกว่าเป็นของกิน จึงยืนเฝ้าดูอยู่ครู่ใหญ่
เมิ่งว่านถังยิ้มพลางพูดว่า “นี่ไม่ใช่ของกินนะ นี่เอาไว้ทาหน้าต่างหาก ไปล้างหน้ามาสิ”
โกวเซิงเชื่อฟังมาก จึงล้างหน้าอย่างตั้งใจ
เมิ่งว่านถังใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าให้เขาจนแห้ง แล้วใช้นิ้วป้ายครีมบำรุงผิวทาลงบนใบหน้าของเขา
“เรียบร้อย!”
เมิ่งว่านถังเห็นใบหน้าของโก่วเซิ่งเป็นประกายระยิบระยับ พบว่าเจ้าเด็กคนนี้ค่อนข้างหลงตัวเองไม่น้อย
เธอยื่นกระปุกใบเล็กอันหนึ่งให้เขาโดยตรง “อันนี้เป็นของลูกแล้ว ต่อไปนี้หลังล้างหน้าเสร็จทุกครั้งก็ทาลงบนใบหน้าและมือด้วย”
“มือก็ต้องทาด้วย แบบนั้นมันไม่เปลืองเหรอ?” โกวเซิงรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องทาอะไรพวกนี้ที่มือ
“มือเป็นใบหน้าที่สองของคน ต้องดูแลให้ดีเหมือนกัน พอใช้หมดแม่จะทำให้ใหม่”
โกวเซิงรีบกอดกระปุกอันเล็กพลางกระโดดโลดเต้นไปหาโกวต้าน โกวต้านกำลังเล่นกับเสี่ยวพ่าง เมื่อได้ยินโกวเซิงพูดจบก็หันมามองเมิ่งว่านถัง
เมิ่งว่านถังชี้ไปที่กระปุกเล็กอีกใบหนึ่งพูดว่า “โกวต้าน ของลูกแม่วางไว้บนตู้แล้ว”
โกวต้านไม่คิดว่าตัวเองจะมีด้วย พอได้ยินแบบนั้นก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าอย่างสงวนท่าที
เมิ่งว่านถังหยิบกระปุกอีกสองอันเข้าไปในห้อง เปิดตู้แล้ววางไว้ข้างใน
เธอหันกลับมาหยิบกระปุกหนึ่งถามลู่ชิงเหยี่ย “นี่เป็นครีมบำรุงผิวที่ฉันทำ คุณจะเอาด้วยไหม?”
“ฉันไม่ใช้ของพวกนี้”
ลู่ชิงเหยี่ยรู้สึกว่าคนที่ใช้ของพวกนี้ดูเป็นผู้หญิงมากเกินไป ผู้ชายจริง ๆ จะไม่ใช้ของพวกนี้
“ก็ได้”
เขาไม่เอาเธอก็ไม่เสียดายที่จะให้
ตอนเช้าตื่นขึ้นมาฟ้าเริ่มมีฝนพรำตกลงมา
หลังกินอาหารเช้าเสร็จ เมิ่งว่านถังก็เริ่มทำยาพลาสเตอร์
เธอเอาผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกที่ทำออกมาใช้กับลู่ชิงเหยี่ย “ลองแปะยาพลาสเตอร์สองแผ่นดูก่อนว่าจะได้ผลหรือเปล่า”
ลู่ชิงเหยี่ย “...”
เขาอยากจะถามเธอจริง ๆ ว่าเธอเห็นเขาเป็นหนูทดลองหรือเปล่า
ยังไม่ทันพูดอะไร ที่เอวก็เริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมา
“แปะยาพลาสเตอร์นี้แล้วรู้สึกร้อน ๆ นะ” ลู่ชิงเหยี่ยพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
เมิ่งว่านถังกําลังยุ่งอยู่ พอได้ยินดังนั้นก็ตอบรับอย่างขอไปที
เธอทำยาพลาสเตอร์ทั้งหมดเป็นแผ่น กำลังจะเก็บ ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนอยู่ข้างนอก
“ใครมาอีกล่ะ? โกวต้านออกไปดูหน่อย” เมิ่งว่านถังเก็บยาพลาสเตอร์เข้าไปในกล่องทีละแผ่น
ไม่นาน ก็เห็นโกวต้านพาคนแก่คนหนึ่งเข้ามา
ลู่ชิงเหยี่ยรีบลุกขึ้นนั่ง แล้วพูดว่า “คุณปู่รอง ทำไมปู่ถึงมาที่นี่ได้?”
ชายชราคนนี้แซ่หวัง อาศัยอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน
คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน แม้ไม่ใช่แซ่เดียวกัน ก็ถือเป็นเครือญาติกัน
ปู่หวังนั่งลงบนเตียง ตบขาตัวเองเบา ๆ แล้วพูดว่า “ฉันได้ยินว่าภรรยาของนายรักษาโรคได้ เลยมาให้ภรรยาของนายดูขาของฉันหน่อย”
เมิ่งว่านถังอึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าจะมีคนมาหาเธอเพื่อตรวจโรค
เธอค่อนข้างแปลกใจใช้หรือไม่
“คุณปู่ ขาของคุณเป็นอะไรเหรอคะ?” เมิ่งว่านถังพูดพลางเดินเข้ามา ก้มมองขาของชายชรา