ในขณะที่โลกดำรงอยู่ในยุคสมัยแห่งความรุ่งโรจน์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์
อารยธรรมอันเคยแตกร้าวจากาอันยาวนานก็ได้รับการสมานคืนด้วยพลังแห่งสติปัญญาและเทคโนโลยีอันก้าวล้ำ
ประเทศทั้งหลายที่เคยขัดแย้งได้หันมาร่วมมือกันประดุจเป็หนึ่งเดียว
ก่อตั้งสมาพันธ์มหาอำนาจเพื่อค้นคว้าและเสริมสร้างศักยภาพของมนุษยชาติให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมที่เคยมี
แม้ในความสงบสันติที่ดูเหมือนมั่นคงไม่มีวันสั่นคลอน ทว่าเงามืดของโชคชะตาก็ได้ซุ่มซ่อนรอเวลาปรากฏกาย
ในวันที่ทุกอย่างยังดำเนินไปตามปกติ ฟากฟ้ากลับถูกฉีกขาดด้วยปรากฏการณ์เหนือความเข้าใจ เส้นขอบฟ้าทั่วทุกมุมของโลกถูกแผดเผาด้วยแสงสีดำอันเย็นเยียบ
หอคอยสีดำขนาดั์ซึ่งไม่ควรมีอยู่ได้ผุดขึ้นมาจากพื้นพิภพใจกลางมหานครทั่วทุกทวีป ดั่งพลังจากมิติอื่นบีบเค้นเอามันทะลุผ่านมาสู่โลกความจริง หอคอยเ่าั้ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างธรรมดา หากแต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณ กลไกแปลกประหลาด และอักขระเปล่งแสงลี้ลับที่ลอยคว้างหมุนวนโดยไร้แรงโน้มถ่วง มันสูงตระหง่านราวกับแทงทะลุชั้นบรรยากาศ
บางแห่งมีแสงออร่าปกคลุม บางแห่งแผ่ไอเย็นจับขั้วหัวใจ บ้างก็ส่งเสียงกระซิบที่ไร้ที่มาแต่สามารถได้ยินชัดเจนในจิตใจของผู้คน และไม่ว่าผู้ใดที่พยายามเข้าใกล้หอคอย ทั้งหมดก็จะถูกกั้นไว้ด้วยม่านพลังล่องหนที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ของโลกปัจจุบัน
สมาพันธ์มนุษย์รีบส่งทีมวิจัยและหน่วยรักษาความปลอดภัยเข้าไปตรวจสอบ แต่ทว่าความพยายามใดๆก็ไร้ผล
ระบบดาวเทียมทั่วโลกไม่สามารถบันทึกหรือถ่ายภาพโครงสร้างของหอคอยได้ แม้จะอยู่ห่างเพียงไม่กี่เมตรก็ยังคล้ายกับว่าภาพมันเบลอและบิดเบี้ยวราวกับมันปฏิเสธการถูกรับรู้สถานการณ์เริ่มลุกลาม
ผู้คนเริ่มตื่นตระหนก เกิดจลาจลในหลายพื้นที่ เสียงะโและเสียงร้องไห้ของเด็กผู้ใหญ่ดังก้องไปทั่วทุกหัวมุมเมือง ผู้คนแห่กันออกจากบ้าน บ้างก็กรูเข้าไปยังหอคอยราวกับถูกสะกดจิต
เหล่าศาสนจักรทั่วโลกต่างเรียกมันว่าประตูแห่งพระเ้า
ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มกล่าวหาว่ามันเป็ปฏิบัติการของสิ่งมีชีวิตนอกโลก
แต่เมื่อผ่านไปหลายชั่วโมง
ในความโกลาหล เสียงหนึ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเกิดจากเครื่องส่งเสียงชนิดใดก็ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงในหัวของมนุษย์ทุกผู้ทุกนามทั่วทั้งโลก เสียงนั่นไม่ใช่ภาษาใดที่มนุษย์รู้จักแต่กลับสามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจน ราวกับถูกถอดรหัสในจิตใจของตนเอง
คำอธิบายของมันทุ้มลึกและสงบเยือกเย็น นุ่มนวลประหนึ่งเสียงของเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ที่แทรกซึมเข้าไปถึงจิติญญาของผู้ฟัง
【นับจากวันนี้เป็ต้นไป เผ่าพันธุ์มนุษย์บนดาวเคราะห์สีฟ้าจะถูกรับเลือกให้เข้าสู่ดินแดนอันกว้างใหญ่ที่มีนามว่าทรินิตี้เซเว่น】
【ดินแดนแห่งนั้นเชื่อมต่อกับหอคอยศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเ้ามองเห็น ดินแดนซึ่งเปี่ยมด้วยเวทมนตร์ เทคโนโลยีล้ำยุค พลังเหนือธรรมชาติ และการต่อสู้แห่งชะตากรรม พวกเ้าจะได้พบกับเผ่าพันธุ์นับหมื่น แข็งแกร่งและโเี้กว่าที่พวกเ้าจินตนาการได้】
【อารยธรรมมนุษย์จะถูกวิวัฒน์อย่างแท้จริง กำลังภายใน และเวทมนตร์ที่เคยเป็เพียงปรัมปรา จะกลายเป็ความจริงนับั้แ่วันนี้】
คำพูดเ่าั้แฝงไว้ด้วยพลังที่ทำให้ผู้ฟังถึงกับเข่าอ่อน น้ำตาไหลโดยไร้สาเหตุ หัวใจเต้นผิดจังหวะ สมองรับรู้อะไรไม่ได้ชั่วขณะ
ความรู้สึกประหนึ่งว่าโลกทั้งใบกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล มันได้แทรกซึมเข้าสู่หัวใจของทุกคน
ไม่ว่าชนชั้นใด ไม่ว่าศาสนา ความเชื่อ หรืออุดมการณ์ใด ทั้งหมดก็ไม่อาจต้านทานความจริงที่กำลังบังเกิดอยู่เบื้องหน้าได้เลยซักนิด ซึ่งเสียงของเทพธิดาลึกลับก็ดังกึกก้องขึ้นอีกครั้ง คราวนี้กลับแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของการประเมินและการเตือนดั่งสุรเสียงของผู้พิพากษา
【แต่เนื่องจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ของพวกเ้านั้นอ่อนแอยิ่งกว่าเผ่าพันธุ์นับหมื่นในดินแดนทรินิตี้เซเว่น เจตจำนงแห่งโลกจึงได้ประทานพรอันศักดิ์สิทธิ์ให้กับพวกเ้าเพียงแค่เผ่าพันธุ์เดียว】
【เมื่อพวกเ้าทุกคนกำลังปลุกการวิวัฒน์เพื่อปลดปล่อยศักยภาพและขีดจำกัดของตนเอง】
【พวกเ้าทั้งหมดจะได้รับพลังอำนาจของเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในทรินิตี้เซเว่นแบบสุ่ม】
【บางคนอาจได้รับพลังอำนาจของเผ่าพันธุ์ัผู้ยิ่งใหญ่ บางคนอาจได้รับพลังอำนาจของเผ่าพันธุ์เทวทูตหรือกระทั่งสิ่งมีชีวิตโบราณเช่นเทพอสูรที่มีพลังอำนาจทำลายล้างโลกได้ ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็อะไรสามารถเป็ไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด】
【ส่วนการเดินทางเข้าไปยังดินแดนทรินิตี้เซเว่น แน่นอนว่าจะต้องเดินทางเข้าไปในหอคอยศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น】
【กฎเกณฑ์หรือทุกสิ่งที่พวกเ้าอยากรู้ หลังจากนี้เจตจำนงแห่งโลกจะช่วยเหลือพวกเ้าและคอยอยู่เคียงข้าง】
วินาทีนั้นสายลมทั่วทั้งผืนโลกก็พลันแปรเปลี่ยน กลิ่นไอของพลังลี้ลับซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนก็แผ่กระจายออกมารอบทิศทาง ท้องฟ้าที่เคยสงบกลับมีพายุแสงอันประหลาดเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า ราวกับเป็ม่าน์ที่กำลังเปิดเผยฉากบทใหม่ให้แก่โลกใบนี้
【สุดท้ายนี้.. ขอให้พวกเ้าทุกคนจงแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งให้ยิ่งกว่าที่เคยมีมา!】
【เพราะนี่อาจจะเป็ของขวัญที่ฟ้าประทานให้ หรือจะเป็หายนะแห่งเผ่าพันธุ์ทั้งปวง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและความแข็งแกร่งของพวกเ้าเอง ขอให้โชคดี】
เมื่อเสียงจากเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์จบลง ประหนึ่งสายลมทั้งมวลก็หยุดนิ่งเพียงชั่วลมหายใจ ก่อนที่หอคอยสีดำทุกแห่งทั่วทั้งพิภพจะเริ่มสั่นไหวอย่างช้าๆ เสียงครืดคราดของกลไกอันซับซ้อนที่เกินกว่าเทคโนโลยีของมนุษย์จะเข้าใจได้พลันดังกระหึ่มขึ้น
ขณะที่แสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ได้ส่องแสงออกมาจากยอดของหอคอยแต่ละแห่ง
เป็แสงแห่งเวทมนตร์โบราณที่หมุนวนดั่งเกลียวอักขระที่กางแผ่ลงมาสู่เบื้องล่าง
เส้นสายของพลังเรืองรองได้ก่อตัวขึ้นเป็สัญลักษณ์เวทมนตร์กลางอากาศ
แสงศักดิ์สิทธิ์นั้นทอทาบลงมายังแท่นบูชาที่ผุดขึ้นอย่างไร้สัญญาณเตือนทั่วทั้งโลก
แท่นพิธีกรรมเ่าั้ประหนึ่งเหมือนสิ่งก่อสร้างจากอารยธรรมสมัยโบราณที่ถูกจารึกลงบนเส้นทางแห่งพลังงาน ลวดลายเรขาคณิตที่แฝงไว้ด้วยศาสตร์เวทมนตร์ในระดับที่มนุษย์ไม่อาจเข้าใจ ได้ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนในแท่นพิธีกรรม
แต่ละแท่นพิธีกรรมมีแท่งเสาศิลารอบล้อม อักษรเรืองแสงสลักไว้ด้วยภาษาที่ไม่ปรากฏในพจนานุกรมใดๆในโลกมนุษย์
บางเสาหมุนวน บางเสาแผ่คลื่นพลังออกมาเบาๆราวกับลมหายใจของเทพเ้า
แท่นพิธีบางแห่งตั้งอยู่กลางทะเลทราย บางแห่งกลางนครหลวง บางแห่งซ่อนอยู่ท่ามกลางเทือกเขาน้ำแข็งที่หนาวเหน็บ
ทุกพื้นที่มีรูปแบบเฉพาะของแท่นพิธี ประหนึ่งมันได้ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกับแก่นพลังของพื้นที่โดยตรง
“นะ.. นี่มัน.. ”
“หรือว่าจะเป็..”
ตอนนั้นเองที่ผู้คนเริ่มเดินทางเข้าใกล้กับแท่นพิธีกรรมโบราณ
บ้างด้วยความกลัว บ้างด้วยความหวัง บ้างก็ด้วยความมุ่งมั่นที่จะไขว่คว้าโอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลง
ขณะเดียวกันเสียงในใจของพวกเขาก็เริ่มถูกกระซิบขึ้น ราวกับเป็เสียงจากอีกโลกหนึ่งที่เรียกขานพวกเขาให้ก้าวไปข้างหน้า
เสียงนั้นไม่มีคำพูด ไม่มีถ้อยคำใดๆ หากแต่บอกให้พวกเขารู้สึกด้วยหัวใจว่า ให้ก้าวขึ้นมา แล้วพวกเ้าจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
..
เริ่มต้นการเดินทางกันเลยเฟ้ย 555+