หลังจากสังหารจอมกระบี่เดียวดายและดูดซับพลังจนก้าวสู่ระดับ "แปดมหายุค" (แปดร้อยล้านปี) อัศวเทพ สุริยัน และ หลง ชิงเทียน ได้เคลื่อนตัวลึกเข้าไปในสุสานเทพา พื้นที่ส่วนนี้ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีดำหนาทึบที่ไม่ได้เกิดจากละอองน้ำ แต่เกิดจาก "จิตสังหาร" ที่เข้มข้นจนกลั่นตัวเป็หยดน้ำ
ยิ่งเข้าใกล้ใจกลาง แรงกดดันก็ยิ่งทวีความรุนแรง จนแม้แต่หลง ชิงเทียน ที่เป็ถึงเผ่าัระดับหนึ่งมหายุค ยังรู้สึกหายใจติดขัด เกล็ดตามตัวเริ่มส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะราวกับกำลังจะแตกออก
"นายท่าน... แรงกดดันนี้มัน..." หลง ชิงเทียนกัดฟันพูด ขาของเขาสั่นเทา "มันไม่ใช่แรงกดดันจากซากศพเทพเ้าธรรมดา... แต่มันเหมือนมีสัตว์ร้ายที่หิวกระหายกำลังจ้องมองเราอยู่!"
"ถูกต้อง" สุริยันตอบเสียงเรียบ แววตาของเขาจดจ้องไปเบื้องหน้าด้วยความคิดถึงและคาดโทษ "มันคือสัตว์ร้าย... สัตว์ร้ายที่ข้าเป็คนเลี้ยงมันมากับมือ"
เบื้องหน้าของพวกเขา คือลานกว้างขนาดมหึมาที่ปูด้วยกระดูกของ "ัา" สีขาวโพลน ตรงกลางลานมีแท่นบูชาหินสีเืตั้งตระหง่านอยู่ และบนแท่นบูชานั้น... มีอาวุธชิ้นหนึ่งปักคาอยู่
มันคือ "ง้าว" สีดำสนิท ความยาวกว่าสามเมตร ตัวง้าวสร้างจากโลหะดาวนิวตรอนที่หนักอึ้งและแข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล ใบง้าวคมกริบส่องประกายสีม่วงอำมหิต ที่ด้ามจับสลักลวดลายัเก้าเศียรพันรัดอย่างวิจิตรบรรจง
ทันทีที่พวกเขาเหยียบย่างเข้าสู่ลานกว้าง รัศมีสีม่วงดำก็ะเิออกจากตัวง้าว!
วูบ!
จิตสังหารที่รุนแรงระดับ "เทพ์ ขั้นต้น" (ห้าสิบมหายุค) ถาโถมเข้าใส่ผู้บุกรุกราวกับสึนามิ! มิติรอบข้างบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงกรีดร้อง
"อึก!..."
หลง ชิงเทียนทรุดฮวบลงกับพื้นทันที เืไหลทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด เขากดหน้าแนบกับพื้นกระดูก ไม่สามารถเงยหน้าขึ้นได้แม้แต่นิดเดียว "นายท่าน... ข้า... ข้าเข้าไปใกล้กว่านี้ไม่ได้แล้ว... จิติญญาข้ากำลังจะถูกฉีกเป็ชิ้นๆ!"
สุริยันยืนนิ่ง เสื้อคลุมสีขาวสะบัดพริ้วตามแรงลมแห่งจิตสังหาร เขาไม่ได้ใช้พลังต้านทาน แต่ปล่อยให้จิตสังหารนั้นไหลผ่านร่างไป
"รออยู่ตรงนี้" สุริยันสั่งเสียงขรึม "นี่คือเื่ระหว่างข้ากับมัน"
สุริยันก้าวเท้าเดินเข้าไปหาแท่นบูชาเพียงลำพัง ทุกย่างก้าวที่เขาเดินเข้าไป แรงกดดันจะเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ พื้นกระดูกัใต้เท้าแตกละเอียดเป็ผุยผง
"เ้ายังพยศเหมือนเดิมนะ... 'ทมิฬ'" สุริยันเอ่ยชื่ออาวุธคู่กายด้วยน้ำเสียงที่แฝงอำนาจ
กึก! กึก! กึก!
ง้าวสีดำสั่นสะท้าน! เสียงคำรามก้องดั่งสัตว์ร้ายดังออกมาจากตัวอาวุธ มันไม่ใช่เสียงโลหะกระทบกัน แต่เป็เสียงคำรามของิญญาัที่สิงสถิตอยู่ภายใน
"ไสหัวไป! ผู้ใดบังอาจแตะต้องข้า ต้องตาย!"
เจตจำนงของง้าวก่อตัวเป็รูปร่าง "ัทมิฬเก้าเศียร" ขนาดมหึมา พุ่งออกมาจากใบง้าว อ้าปากกว้างทั้งเก้าหัว หมายจะกลืนกินสุริยันให้หายไปในพริบตา!
สุริยันไม่หลบ ไม่ถอย เขายืนประจันหน้ากับัทมิฬร่างิญญา แล้วปลดปล่อย "เจตจำนงแห่งจักรพรรดิเอกภพ" ที่แท้จริงออกมาจากส่วนลึกของดวงิญญา!
ครืนนนนน!
เงาร่างขนาดั์—ร่างเดิมของเขาในอดีตชาติ—ปรากฏซ้อนทับร่างปัจจุบัน! กลิ่นอายของผู้ที่เคยเหยียบย่ำดวงดาวและปกครองเอกภพ กดทับลงมาจนัทมิฬต้องชะงัก!
"ทมิฬ!! ลืมตาดูข้าให้ชัดๆ!!"
สุริยันตวาดลั่น เสียงของเขาก้องกังวานไปถึงแก่นิญญาของอาวุธ "เ้าจำเ้าของที่สร้างเ้าขึ้นมาด้วยเืและเนื้อ... เ้าจำจักรพรรดิของเ้าไม่ได้แล้วรึ!?"
ัทมิฬเก้าเศียรหยุดนิ่ง ห่างจากใบหน้าของสุริยันเพียงคืบ ดวงตาสีแดงฉานของมันจ้องมองลึกลงไปในดวงตาสีดำสนิทของสุริยัน... และมันก็เห็น...
ภาพความทรงจำแห่งาในยุคา... ภาพของชายผู้ถือมันบุกตะลุยฝ่ากองทัพเทพเ้า... ภาพของเืที่พวกมันเคยดื่มกินร่วมกัน... และพันธสัญญาโลหิตที่ไม่มีวันเสื่อมสลาย
วูบ...
ความเกรี้ยวกราดในแววตาของัทมิฬค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความโหยหาและความจงรักภักดี ร่างัสลายตัวกลายเป็ควันสีม่วง แล้วพุ่งกลับเข้าไปในตัวง้าว สงบนิ่งลงราวกับสัตว์เลี้ยงที่รอคอยเ้านายกลับบ้าน
สุริยันเดินขึ้นไปบนแท่นบูชา เอื้อมมือไปจับที่ด้ามง้าว
ทันทีที่มือัั...
ตูมมมมมมม!
เสาแสงสีม่วงดำพุ่งขึ้นจากแท่นบูชา ทะลุผ่านเพดานสุสาน ทะลุผ่านชั้นบรรยากาศของเขตแดนา ขึ้นสู่ห้วงจักรวาลภายนอก! แรงสั่นะเืมหาศาลทำให้ดาวเคราะห์ในรัศมีล้านปีแสงสั่นไหว ผู้ฝึกตนทั่วทั้งเขตแดนต่างเงยหน้ามองด้วยความตกตะลึง
สุริยันดึงง้าวขึ้นมาจากแท่นบูชาอย่างง่ายดาย ราวกับมันเบาหวิว ทั้งที่น้ำหนักจริงของมันสามารถบดขยี้ดาวเคราะห์ได้
"ง้าวมารอสูรกลืนนภา" กลับคืนสู่มือราชันย์แล้ว!
สุริยันควงง้าวไปมา เกิดเสียงแหวกอากาศหวีดหวิวที่ไพเราะเสนาะหูสำหรับเขา เขาลูบไล้ไปตามลวดลายับนด้ามง้าว ััถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายใน
แต่ทว่า...
"ผนึกเก้าชั้น?" สุริยันขมวดคิ้ว ตรวจสอบสภาพของง้าว "เ้าถูกไอ้พวกเทพ์หน้าโง่ผนึกพลังไว้สินะ... พวกมันคงกลัวพลังของเ้าจนหัวหด ถึงได้ลงอักขระผนึกไว้ถึงเก้าชั้น"
"ตอนนี้เ้าใช้พลังได้แค่ระดับหนึ่ง... เทียบเท่า 'เทพ์ ขั้นต้น' (ห้าสิบมหายุค) สินะ" สุริยันยิ้มมุมปาก "แต่ก็เอาเถอะ แค่นี้ก็เพียงพอจะใช้แก้ขัดและเด็ดหัวพวกสวะแถวนี้ได้แล้ว"
ในขณะนั้นเอง เสียงปรบมือก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องบน
แปะ... แปะ... แปะ...
"ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมจริงๆ ไม่นึกเลยว่าจะมีมนุษย์หน้าโง่ที่สามารถดึงง้าวเล่มนี้ออกมาได้"
สุริยันเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาเรียบเฉย
ปรากฏร่างของบุรุษหนุ่มรูปงาม ลอยตัวอยู่เหนือแท่นบูชา เขาสวมเกราะทองคำส่องแสงเจิดจ้า มีวงแหวนรัศมีเทพสามวงลอยหมุนวนอยู่หลังศีรษะ ผิวพรรณเปล่งประกายออร่าแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่ขัดแย้งกับบรรยากาศมืดมนของสุสาน
เขาลอยตัวลงมาอย่างช้าๆ แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากชายคนนี้... ทำให้มิติรอบข้างแตกร้าวเป็ลายงาโดยไม่ต้องขยับตัว กลิ่นอายของเขาเหนือกว่าเต่าทมิฬ เหนือกว่าจอมกระบี่เดียวดาย...
นี่คือ "ระดับเทพ์ ขั้นต้น" (ห้าสิบมหายุค / ห้าพันล้านปี) ตัวจริงเสียงจริง!
"ข้าคือ 'เทพพิทักษ์ทิศอุดร : วายุเทพ'" ชายเกราะทองแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มที่ดูเมตตา แต่แววตาแฝงความอำมหิตและโลภโมโทสัน "ข้าได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้มาเฝ้าผนึกนี้... ข้ารอมานานนับกัลป์ ให้คนที่มีวาสนามาดึงง้าวเล่มนี้ออก... เพื่อที่ข้าจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงทำลายผนึกด้วยตัวเอง"
วายุเทพมองง้าวมารในมือสุริยันด้วยสายตาเป็ประกาย "อาวุธระดับา... ในที่สุดมันก็หลุดจากพันธนาการ"
เขาหันมามองสุริยัน "เ้าหนู... เ้าทำหน้าที่ได้ดีมาก ในฐานะรางวัล ข้าจะมอบความตายที่ไร้ความเ็ปให้เ้า... ส่งง้าวนั้นมาให้ข้า แล้วข้าจะเป่าิญญาเ้าให้ดับสูญไปอย่างสงบ"
หลง ชิงเทียนที่นอนหมอบอยู่ด้านล่าง หน้าซีดจนไร้สีเื "เทพพิทักษ์ทิศอุดร... หนึ่งในสี่แม่ทัพ์... จบสิ้นแล้ว... เราหนีไม่รอดแน่"
แต่สุริยันกลับหัวเราะในลำคอ หึๆ
เขาเอาด้ามง้าวเคาะลงบนพื้นหิน ตึง! เสียงกระแทกดังสนั่นขัดจังหวะการพล่ามของวายุเทพ
"เทพพิทักษ์?" สุริยันชี้ปลายง้าวที่มีแสงสีม่วงอาบไล้ไปที่หน้าของวายุเทพ
"ข้าเพิ่งได้ของเล่นใหม่มา... กำลังอยากลองคมอยู่พอดี ว่ามันจะตัดคอเทพเ้าจอมปลอมได้ลื่นแค่ไหน"
วายุเทพหุบยิ้มทันที ใบหน้าเปลี่ยนเป็บึ้งตึง "เ้าว่าใครเป็เทพเ้าจอมปลอม? มนุษย์ชั้นต่ำระดับแปดมหายุค กล้าท้าทายเทพ์ห้าสิบมหายุค?"
"เข้ามาสิ..." สุริยันตั้งท่าเตรียมพร้อม ง้าวมารในมือกู่ร้องด้วยความกระหายเื
"ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่า ความแตกต่างระหว่าง 'เทพเ้าที่ถูกแต่งตั้ง' กับ 'ราชันย์ที่แท้จริง'... มันห่างไกลกันขนาดไหน!"
(จบตอนที่ 9)