ตอนที่ 8 โชคร้ายจนทำให้คุณสงสัยในชีวิต
ลู่โจวรู้สึกว่ากำลังมีคนมองตัวเองอยู่ก็อดหันไปมองลี่หนานเสวียนไม่ได้ เห็นแค่ว่าอีกฝ่ายดึงผ้าปิดตาออก เขายังไม่ทันได้มองดวงตาหลังผ้าปิดตาได้ชัดเจน ผ้าปิดตาก็ถูกดีดกลับไปแล้ว
สิ่งนี้ทำให้เขานึกถึงเื่ราวเมื่อไม่กี่ปีก่อนขึ้นมา เคยมีข่าวหนึ่งพูดถึงสาเหตุที่ลี่หนานเสวียนต้องสวมผ้าปิดตา ตอนนั้นทางกองทัพให้คำตอบว่าดวงตาของลี่หนานเสวียนไม่ได้รับาเ็ ส่วนสาเหตุว่าทำไมต้องสวมผ้าปิดตานั้นทางกองทัพไม่ได้ตอบ พูดแค่ว่ากองทัพอนุญาตให้ลี่หนานเสวียนสามารถสวมผ้าปิดตาได้ในทุกกรณี
ลี่หนานเสวียนขยี้ตาข้างที่สวมด้วยผ้าปิดตาแล้วถามว่า “คุณโชคร้ายั้แ่เด็กเลยเหรอ”
“ใช่แล้ว โชคร้ายจนทำให้คุณสงสัยในชีวิตเลยละ”
ลี่หนานเสวียนหรี่ตาลงเล็กน้อย
ทันใดนั้นกู่ซู่ก็ะโขึ้นมา “เสี่ยวโจว นายเข้ามาลองอีกทีหน่อยว่าได้ไหม ถ้ายังไม่ได้ฉันก็จนปัญญาแล้ว”
“คุณลองเข้าไปอีกครั้งสิ” ลี่หนานเสวียนตบหลังลู่โจวเบาๆ ลู่โจวพลันรู้สึกว่าร่างกายผ่อนคลายไม่น้อย
ต่อมาสถานการณ์ทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น ภายในหนึ่งชั่วโมงก็ตรวจร่างกายตามแผนกต่างๆ จนเสร็จสิ้น แต่ต้องรอวันพรุ่งนี้ถึงจะได้รับรายงานผลตรวจ
หลังจากกู่ซู่จัดการเื่ของลู่โจวเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบไปดูผู้ป่วยของเขาต่อ
เมื่อลี่หนานเสวียนและลู่โจวออกจากโรงพยาบาล ลี่หนานเสวียนคิดว่ายังเช้าอยู่จึงถามลู่โจวว่า “อยากไปดูหน่วยของผมด้วยกันไหม”
ลู่โจวตอบ “ถ้าคุณไม่กลัวว่าความโชคร้ายของผมจะทำให้ปืนของหน่วยคุณลั่นโดยไม่มีสาเหตุ ะุปืนใหญ่ยิงพลาด หรือเครื่องบินรบตก ผมก็อยากไปดูมากครับ”
ลี่หนานเสวียนอดหัวเราะไม่ได้ หันมองรอบตัวลู่โจวแล้วกล่าว “โอเค ครั้งหน้าค่อยพาคุณไปที่หน่วยของผม แต่ตอนนี้ผมจะพาคุณไปอีกที่หนึ่ง”
“ที่ไหนเหรอ”
ลี่หนานเสวียนไม่ตอบ แต่เปลี่ยนเส้นทางไปยังเขตเมืองเก่าซึ่งเต็มไปด้วยบ้านเก่าแก่ตลอดทาง
รถหยุดลงที่หน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็ตึกสูงสองชั้นและมีลานหน้าบ้านเล็กๆ
เมื่อลี่หนานเสวียนกับลู่โจวลงจากรถ ประตูบ้านก็ถูกคนเปิดออกจากด้านใน ตามด้วยเสียงหัวเราะสดใสดังออกมาจากตัวบ้าน
“ฮ่าๆ ฉันคิดไว้แล้วว่าเ้าเด็กนี่ต้องมา” ชายชราสวมเสื้อคลุมยาวสีขาวเดินออกมา ผมขาวยาวคลุมไหล่ถูกหวีรวบไว้ที่ท้ายทอย เผยให้เห็นดวงตาสดใสเปี่ยมพลังและรอยยิ้มอ่อนโยน หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าใบหน้าของเขาคล้ายคลึงกับลี่หนานเสวียนอยู่หลายส่วน พอเขาออกมาก็เอาแต่จับจ้องลู่โจวอยู่ตลอด
ลี่หนานเสวียนเรียกอีกฝ่าย “คุณปู่สาม”
“อือๆ” ลี่หยวนกังพยักหน้ารับ เขาเดินวนรอบลู่โจวพลางพิจารณาอย่างละเอียด “ดีๆ ๆ เด็กหนุ่มคนนี้โหงวเฮ้งดีทีเดียว ฉันใกล้ถึงวัยที่ขาข้างหนึ่งเหยียบอยู่ในโลงแล้ว แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เห็นคนเกิดมาหน้าตาดีขนาดนี้”
ลู่โจวเรียกตามลี่หนานเสวียน “สวัสดีครับคุณปู่สาม”
ลี่หยวนกังหัวเราะ “เธอคงเป็เสี่ยวโจวสินะ เมื่อวานฉันได้ยินพี่ใหญ่พูดถึงเธออยู่ รีบเข้ามานั่งก่อนเถอะ”
ลี่หนานเสวียนเอ่ย “คุณปู่สาม พวกเรายังไม่ได้กินข้าวกันเลยครับ”
“ปู่เตรียมอาหารไว้ให้พวกเธอเรียบร้อยแล้ว” ลี่หยวนกังพาพวกเขาเข้ามาในห้องโถงซึ่งมีสตรีหน้าตาสะสวยสวมชุดกี่เพ้ากำลังจัดถ้วยชามและตะเกียบอยู่
ลี่หนานเสวียนเรียกสตรีคนนั้นว่า “อาเล็ก”
ลี่เฟิงหลิงเชิญชวนให้พวกเขารีบนั่งลงทานอาหาร “อาหารจะเย็นชืดหมดแล้ว รีบมากินเถอะ”
ลี่หนานเสวียนนั่งลงแล้วถามลี่หยวนกัง “ในเมื่อปู่สามรู้ว่าพวกเราจะมา เท่ากับว่าปู่รู้จุดประสงค์ที่พวกผมมาที่นี่สินะ”
ลี่หยวนกังตอบ “ไม่รู้”
“ผม...”
ลี่หยวนกังพูดแทรกเขา “มีเื่อะไร ทำไมถึงรอพูดหลังกินข้าวไม่ได้”
ลี่หนานเสวียนไม่พูดไม่จา ก่อนจะตบไหล่ลู่โจวเบาๆ
ลู่โจวรู้สึกงุนงง
ลี่หยวนกังเห็นสีหน้าลู่โจวก็ชะงัก ใบหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็จริงจัง จากนั้นลุกขึ้นแล้วพูดกับลี่หนานเสวียน “เธอตามปู่มา”
ลี่หนานเสวียนบอกลู่โจว “คุณกินข้าวกับอาเล็กอยู่ที่นี่ไปก่อนนะ เดี๋ยวผมมา”
“อือ”
ลี่เฟิงหลิงหัวเราะคิกคักแล้วนั่งลงข้างลู่โจว “ฉันคิดว่าชาตินี้คงไม่ได้เห็นหลานชายคนโตแต่งงานเสียแล้ว ใช่สิ ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเองเลย ฉันชื่อลี่เฟิงหลิง เป็อาเล็กของหนานเสวียน”
“ผมชื่อลู่โจวครับ”
ลี่เฟิงหลิงขยับเข้ามาใกล้ลู่โจวด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น พลางถามเสียงเบา “ว่าที่หลานสะใภ้ เธอรีบบอกฉันมาเร็วๆ ว่าเธอรู้จักกับหลานชายคนโตของฉันได้ยังไง แล้วไปตามจีบเขาแบบไหน”
ลู่โจวถามกลับอย่างขบขัน “ทำไมถึงคิดว่าผมเป็ฝ่ายจีบเขา ไม่ใช่เขาเป็ฝ่ายจีบผมล่ะครับ”
“ในสายตาเขามีแค่กองทัพน่ะสิ ถ้าไม่มีใครมาจีบเขาก่อน คิดว่าเขาคงโสดไปตลอดชีวิต”
“ถ้าผมบอกว่าเขาตกหลุมรักผมั้แ่แรกพบ คุณอาจะเชื่อไหมครับ”
ลี่เฟิงหลิงไม่เชื่อ “เป็ไปไม่ได้”
“แต่ความจริงคือพวกเราเพิ่งเจอกันเมื่อวาน จากนั้นเขาก็ขอผมแต่งงานเลย ถ้าคุณอาไม่เชื่อ รอถามหนานเสวียนดูสิครับ”
ผ่านไปไม่กี่นาที ลี่หนานเสวียนก็กลับเข้ามาในห้องโถงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด