ตอนที่ 30
เริ่มต้นการค้าขาย (30)
จูเฟยกระทำทุกอย่างเสร็จตอนประมาณยามสาย เมื่อกระทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วตัวของนางก็ได้เดินออกมาจากเมืองอู่หนานแล้วมุ่งตรงไปยังถนนทางด้านซ้าย
เดินไปสักพักก็ผ่านสะพานขนาดใหญ่ที่มีสายธาราตัดผ่านด้านหน้า เมื่อเดินผ่านสะพานขนาดใหญ่นั้นเรียบร้อยแล้วก็ไม่ไปพบเจอกับป่าขนาดใหญ่ที่เดิมที่นางเคยเดินมาครั้งก่อน
ครั้งนี้ตัวของจูเฟยสามารถเดินด้วยความมั่นใจได้เพราะว่านางเคยเดินมาในเส้นทางนี้แล้ว 1 ครั้งแล้วเห็นว่ามันไม่มีอันตรายอันใด
เด็กน้อยเดินผ่านป่าในยามสายแล้วมุ่งตรงไปหาท่านอาจารย์ที่อยู่บริเวณริมลำธารสะพานอยู่ภายในป่าแห่งนี้
ไม้ขนาดใหญ่รายล้อมร่างกายแสงอ่อนๆเล็ดลอดจากกิ่งก้านใบที่กำลังปกคลุม้าลงมาด้านล่างให้แสงสว่างไสว เด็กน้อยที่เดินผ่านป่านั้นมุ่งตรงไปสักพักแล้วก็พบเจอกับลำธารขนาดใหญ่ที่กำลังตัดผ่านอยู่
และตัวของนางก็ได้พบเจอกับท่านอาจารย์ที่ยังคงนั่งตกปลาอยู่ข้างลำธารเช่นเดิม จูเฟยแอบย่องเข้าไปด้านหลังของท่านอาจารย์อย่างเบาๆนางใช้เสียงการก้าวเท้าที่เบาที่สุดจนเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเสียงกระทบอันใดเลยสักนิด
“ เ้าเดินอย่างนั้น้าจะทำอันใด ” เสียงของผู้เป็อาจารย์ที่นั่งหันหลังให้กับนางอยู่ดังขึ้นมาพลันให้เด็กน้อยที่กำลังเดินเข้าไปสะดุ้งใเป็อย่างมาก
“ เฮ้อ!!! ” นางถอนหายใจพร้อมกับเดินมุ่งตรงเข้าไปหาท่านอาจารย์อย่างผิดหวัง
“ อันใดเ้าคะท่านอาจารย์สามารถรู้ได้เช่นไร ”
“ ฮ่าๆๆๆ เดี๋ยวเมื่อตัวเ้ามีระดับพลังิญญาเทียบเท่ากับข้าเ้าก็จะรู้เอง ” หยางซานพี่นั่งหันหลังให้กับศิษย์ตัวน้อยอยู่ก็วางคันเบ็ดที่ทำจากไม้ไผ่ในมือแล้วก็หันมาหาศิษย์ตัวน้อยของตนเองใบหน้าอันแสนอบอุ่น
“ เอาละวันนี้มันเริ่มเรียนกัน ”
“ เ้าค่ะ!! ” จูเฟยยิ้มรับทันที
หลังจากนั้นบทเรียนของพวกเขาก็เลยเริ่มขึ้นผู้ที่เป็อาจารย์ได้สั่งสอนค่ายกลมากมายให้กับจูเฟยเพื่อนนางจะได้นำมันไปใช้ประโยชน์
จูเฟยเองก็พยายามจดจำค่ายกลเ่าั้ให้ได้ทั้งหมดเพราะทุกอย่างมันล้วนแล้วแต่เป็ประโยชน์ของนางทั้งสิ้น ผู้เป็อาจารย์ของนางได้สั่งสอนค่ายกลหลากหลายอย่างมันสามารถนำไปทำประโยชน์ได้หลากหลายชนิด
ตอนนี้ระดับพลังิญญาของนางอยู่เพียงแค่ระดับสีขาวขั้นต่ำเท่านั้นอยากจะใช้ค่ายกลที่ซับซ้อนมากกว่านี้ก็จำเป็ต้องมีพลังิญญาที่เพิ่มขึ้น
ผู้เป็อาจารย์บอกว่าพลังิญญาที่เพิ่มขึ้นมันขึ้นอยู่กับการฝึกฝนพลังิญญาหลายๆอย่าง
โดยพลังิญญาที่เพิ่มขึ้นนั้นมันจะสามารถกระทำได้ 2 วิธี วิธีแรกคือวิธีที่เป็รากฐานที่สุดนั่นคือการปล่อยให้มันพัฒนาขึ้นเองตามกาลเวลา พลังิญญาภายในร่างกายมันจะถูกพัฒนาขึ้นเองตามกาลเวลา เมื่อร่างกายของมนุษย์เติบโตขึ้นพลังิญญาเองก็จะพัฒนาขึ้นและเมื่อฝึกฝนใช้พลังิญญามากขึ้นพลังิญญาภายในร่างกายก็จะพัฒนาขึ้นนี่คือวิธีแรกที่เป็วิธีรากฐานที่สุด
ส่วนวิธีที่ 2 ที่เป็วิธีการฝึกฝนที่ทำให้ระดับพลังิญญาลุกหน้าได้รวดเร็วมากกว่าการที่จะปล่อยให้พลังิญญาเพิ่มพูนขึ้นตามกาลเวลามันคือการฝึกฝนที่เรียกกันว่าการขัดเกลาและบ่มเพาะพลังิญญา
โดยวิธีเช่นนี้ตัวของท่านอาจารย์ของนางยังไม่แนะนำให้กระทำเพราะว่าตัวของจูเฟยยังคงมีอายุที่น้อยอยู่ คนส่วนใหญ่ที่ใช้วิธีที่ 2 ก็ล้วนแล้วแต่มีอายุที่มากขึ้นถึง 15 ปีทั้งนั้น
เมื่อได้ยินเช่นนั้นจูเฟยเองก็ผิดหวังอยู่ไม่น้อยที่นางไม่สามารถฝึกฝนข้างิญญาให้ตัวของนางมีพลังิญญารุกหน้าได้รวดเร็วมากกว่านี้ได้
เด็กน้อยที่กำลังนั่งอยู่ด้านหน้าของผู้เป็อาจารย์ทำหน้ามุ่ยด้วยความผิดหวัง
“ เป็อันใดของเ้ายัยหนูจู?? ”
“ ก็ข้าไม่สามารถทำให้พลังิญญาของข้ารุกหน้าไปได้รวดเร็วนิเ้าคะ พอเช่นนั้นตอนนี้สิ่งที่ข้าก็ทำได้ก็เพียงแค่รอให้พลังิญญามันเติบโตตามร่างกายเท่านั้นหรือเ้าคะเช่นนี้ข้าก็มีระดับพลังิญญาที่รุกหน้าได้ไม่มากสิ ”
“ ผิดแล้วๆ จริงอยู่ที่กาลเวลานั้นจะทำให้พลังิญญาภายในร่างกายนั้นเติบโตขึ้นไปตามด้วยแต่ว่าพลังิญญาของแต่ละคนก็จะมีการเติบโตที่แตกต่างกัน ”
“ บางผู้พลังิญญาสามารถเติบโตได้รวดเร็วถึงขนาดที่เขานั้นสามารถก้าวเข้าสู่พลังิญญาระดับสูงได้โดยที่ยังไม่บรรลุอายุ 15 เลยด้วยซ้ำ ”
“ เข้าเช่นนี้มันขึ้นอยู่กับพร์ที่ฟ้านั้นประทานให้ ”
“ นั้นอย่างไรเ้าคะสุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับดวงและโชค!! ” จูเฟยกล่าว ถ้าตัวของนางเป็ผู้ที่ไม่มีพร์มันก็ไม่เทียบเท่ากับว่านางจะมีการเติบโตในด้านพลังิญญาที่น้อยกว่าผู้อื่นอย่างงั้นหรอกหรือ
“ ฮ่าๆๆๆ ” หยางซานเปล่งเสียงหัวเราะอยู่ตรงหน้า แต่ในขณะนั้นเองดวงตาของเขาก็ลอบมองศิษย์ตัวน้อยด้วยความจริงจัง
ตัวของผู้เป็อาจารย์นั้นรู้ดีที่สุดว่าตัวของจูเฟยนั้นถือว่าเป็ผู้ที่มีพร์ ดวงตาของเขาสามารถมองเห็นได้ว่าพลังิญญาของศิษย์ตัวน้อยของเขามันรุกหน้าขึ้นมากโดยผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น
“ ว่าแต่ท่านอาจารย์เ้าค่ะท่านพอจะมีอักขระชนิดใดที่สามารถเชื่อมโยงกับวัตถุหรือว่าผู้คนได้บ้างหรือไม่เ้าคะ ” จูเฟยเริ่มเข้าเื่สิ่งที่นางนั้นกำลังสงสัยในทันที
เื่เกี่ยวกับการค้าขายออนไลน์ภายในยุคนี้ เมื่อภายในยุคนี้มันมีสิ่งที่เรียกว่าพลังิญญาค่ายกลและวรยุทธที่เป็พลังเหนือธรรมชาตินางคิดว่ามันก็น่าจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้
ในยุคของนางไม่มีสิ่งนี้มันมีเพียงแค่สิ่งที่เรียกว่าเทคโนโลยีเท่านั้น แต่สิ่งที่เรียกว่าพลังิญญาค่ายกลนางคิดว่ามันเองก็น่าจะมีความซับซ้อนมากพอที่สามารถสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงกันขึ้นมาได้
อย่างแรกนางต้องถามผู้เป็อาจารย์ของนางว่าภายในยุคนี้มันมีสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงกันในระยะไกลโดยผ่านวัตถุหรือว่าหลายๆอย่างได้หรือไม่
“ เ้ากำลังหมายถึงอันใดกัน?? ”
“ เ้าถามเช่นนี้ดูเหมือนว่าเ้านั้นอยากจะกระทำอันใดสักอย่าง ” ผู้เป็อาจารย์ที่นั่งอยู่ด้านหน้าได้ขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันพลางกลับจ้องมองศิษย์ตนน้อยของตนเองตรงหน้าด้วยความฉงน
“ คือว่านะเ้าคะท่านอาจารย์ก็รู้อยู่แล้วว่าข้านั้นเป็แม่ค้า ข้าเองก็ไม่ได้เลือกที่จะเดินในวิถีของผู้ที่ฝึกฝนพลังิญญามาั้แ่แรกอยู่แล้วแต่สิ่งที่ข้าอยากจะทำมันคือการทำการค้าขายและได้กำไร ”
“ เพราะฉะนั้นข้าเลยมีความคิดบางอย่างขึ้นมาที่ข้าอยากจะทำ ”
“ อย่างแรกนะเ้าคะข้าอยากให้ผู้คนมากมายสามารถเลือกสั่งของของข้าผ่านวัตถุบางอย่างได้โดยคำสั่งที่ผู้คนนั้นสั่งของจากระยะไกลก็จะถูกส่งผ่านมาถึงข้าได้โดยใช้เวลาเพียงไม่เท่าใด ”
“ อาจารย์เข้าใจใช่หรือไม่เ้าคะ พูดง่ายๆนั่นก็คือถ้าอยากจะเพิ่มกำลังการซื้อกับเหล่าชาวเมืองที่อยู่ในระยะไกลสามารถทำการสั่งซื้อของของข้าได้โดยตลอดเวลา ” จูเฟยนางได้พูดจาฉะฉานไหลลื่นเมื่อเป็เื่ของการค้าขาย นางนั้นเชี่ยวชาญและชำนาญในด้านนี้จึงสามารถอธิบายทุกอย่างออกมาได้เป็อย่างดี
คำอธิบายของจูเฟยแต่ผู้เป็อาจารย์ที่นั่งฟังอยู่ด้านหน้ายังพยักหน้าขึ้นลงเข้าใจในครั้งเดียวแม้ว่าตัวเขานั้นไม่ได้ศึกษาทางด้านการค้าขายมา
เป็อาจารย์ที่อยู่ด้านหน้าพยักหน้าขึ้นลงพลันกับจ้องทำความเข้าใจบางอย่างด้วยตนเองอยู่
จูเฟยที่นั่งอยู่ก็ได้จับจ้องอาจารย์ตรงหน้าเพื่อเฝ้ารอคำตอบ ดวงตากลมโตจ้องมองอย่างคาดหวัง
หยางซานนำหน้าของตัวเองถอยหลังไปเล็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้นมาในทันที “ อันใดกัน!! เ้าอย่ามองข้าด้วยความคาดหวังเช่นนั้นสิยัยหนูจู ”
“ ก็ข้าอยากจะรู้นิเ้าคะว่ามันมีวิธีที่จะทำเช่นนั้นได้หรือไม่ ”
“ ท่านบอกข้าว่าพลังของค่ายกลมันซับซ้อนและสามารถรังสรรค์ได้หลากหลายอย่างไม่ใช่หรือเ้าคะ ”
“ ตัวข้าเองก็คิดว่าตามหลักแล้วมันก็น่าจะมีสิ่งที่ทำให้สามารถเชื่อมโยงในระยะไกลได้อยู่ ” หากคิดตามหลักการทั้งหมดตามที่นางนั้นได้รู้เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าพลังิญญาและค่ายกลมา
พลังิญญามันน่าจะมีสิ่งที่สามารถทำให้เชื่อมโยงในระยะไกลได้อยู่
“ มันก็มีวิธีจะสามารถกระทำเช่นนั้นได้อยู่หรอกแต่ว่า... ”
“ แต่ว่าอันใดงั้นหรือเ้าคะ!!! ” ดวงตาของเด็กน้อยเริ่มเปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้งเมื่อตัวของนางได้ยินจากปากของท่านอาจารย์ว่ามันมีสิ่งที่สามารถกระทำเช่นนั้นได้
เมื่อคิดว่ามันมีสิ่งที่สามารถกระทำเช่นนั้นได้ไม่ให้นางนั้นแสดงท่าทางเช่นนี้ก็กระไรอยู่ความฝันของนางนั้นกำลังจะเป็จริงแสงแห่งความหวังที่อยู่ด้านหน้ามันเริ่มลอยเข้ามาใกล้ตัวนางมากขึ้นเรื่อยๆ
“ ใจเย็นๆ ถ้าจะบอกว่าสิ่งที่เ้าพูดน่ะมันสามารถกระทำได้แต่ว่าเ้าไม่สามารถกระทำมันได้ในตอนนี้หรอกนะ ” ผู้เป็อาจารย์กล่าวออกมาอย่างเรียบเฉย
“ เอ๊ะ!!! เหตุใดล่ะเ้าคะ ” เด็กน้อยที่นั่งอยู่ด้านหน้าเอียงข้อสงสัยในทันที
“ เ้าก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าค่ายกลหรือว่าพลังิญญาที่สามารถกระทำเื่ที่ซับซ้อนในการเชื่อมโยงระยะไกลเช่นนั้นได้มันต้องใช้ระดับพลังิญญาและความซับซ้อนรวมไปถึงสติปัญญาที่ลึกล้ำมากกว่านี้ ”
“ ยัยหนูจูเื่นี้มันยังอยู่ไกลตัวของเ้ามากนัก เ้าเพิ่งก้าวเดินในวิถีแห่งพลังิญญาแน่นอนว่าการกระทำเช่นนี้มันเป็เื่ของผู้ที่ใช้พลังิญญาระดับสูงเท่านั้นที่จะสามารถกระทำได้ ”
“ ไม่ใช่เพียงแค่นั้นนะบางทีผู้ใช้พลังิญญาระดับสูงอาจจะไม่สามารถกระทำได้ก็ได้เพราะว่าเื่ที่เ้าพูดออกนั้นมันเป็สิ่งที่ซับซ้อนเป็อย่างมาก ”
เมื่อได้ฟังท่านอาจารย์พูดขึ้นมาจูเฟยก็เริ่มคิดตามและก็เข้าใจสิ่งที่ท่านอาจารย์นั้นกำลังอธิบายให้นางฟังได้เป็อย่างดี
“ แล้วข้าต้องฝึกฝนพลังิญญาถึงระดับใดหรือเ้าคะถึงจะสามารถกระทำเช่นนั้นได้?? ” จูเฟยเอ่ยถามด้วยความสงสัยถ้าตัวของนางได้รู้จะได้ตั้งมันเอาไว้เป็เป้าหมายให้นางมีความพยายามมากขึ้น
หยางซานลูกศิษย์เมื่อของตนเองเอ่ยถามเช่นนั้นก็ยกมือขึ้นมาลูบปลายคางของตนเองเขาทำท่าทางครุ่นคิดอย่างขะมักเขม้นดวงตาทั้งสองข้างพับปิดลงไปสักพักก่อนที่มันจะค่อยๆเปิดขึ้นมาแล้วทำหน้าตาจริงจังราวกลับว่าตนเองนั้นได้คำตอบแล้ว
“ ก็ประมาณระดับสีทองกระมั่ง ”
“ สีทอง!! ” จูเฟยอุทานออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำตอบจากผู้เป็อาจารย์
จบตอน
ตอนที่ 30
เริ่มต้นการค้าขาย (30)
จูเฟยกระทำทุกอย่างเสร็จตอนประมาณยามสาย เมื่อกระทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วตัวของนางก็ได้เดินออกมาจากเมืองอู่หนานแล้วมุ่งตรงไปยังถนนทางด้านซ้าย
เดินไปสักพักก็ผ่านสะพานขนาดใหญ่ที่มีสายธาราตัดผ่านด้านหน้า เมื่อเดินผ่านสะพานขนาดใหญ่นั้นเรียบร้อยแล้วก็ไม่ไปพบเจอกับป่าขนาดใหญ่ที่เดิมที่นางเคยเดินมาครั้งก่อน
ครั้งนี้ตัวของจูเฟยสามารถเดินด้วยความมั่นใจได้เพราะว่านางเคยเดินมาในเส้นทางนี้แล้ว 1 ครั้งแล้วเห็นว่ามันไม่มีอันตรายอันใด
เด็กน้อยเดินผ่านป่าในยามสายแล้วมุ่งตรงไปหาท่านอาจารย์ที่อยู่บริเวณริมลำธารสะพานอยู่ภายในป่าแห่งนี้
ไม้ขนาดใหญ่รายล้อมร่างกายแสงอ่อนๆเล็ดลอดจากกิ่งก้านใบที่กำลังปกคลุม้าลงมาด้านล่างให้แสงสว่างไสว เด็กน้อยที่เดินผ่านป่านั้นมุ่งตรงไปสักพักแล้วก็พบเจอกับลำธารขนาดใหญ่ที่กำลังตัดผ่านอยู่
และตัวของนางก็ได้พบเจอกับท่านอาจารย์ที่ยังคงนั่งตกปลาอยู่ข้างลำธารเช่นเดิม จูเฟยแอบย่องเข้าไปด้านหลังของท่านอาจารย์อย่างเบาๆนางใช้เสียงการก้าวเท้าที่เบาที่สุดจนเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเสียงกระทบอันใดเลยสักนิด
“ เ้าเดินอย่างนั้น้าจะทำอันใด ” เสียงของผู้เป็อาจารย์ที่นั่งหันหลังให้กับนางอยู่ดังขึ้นมาพลันให้เด็กน้อยที่กำลังเดินเข้าไปสะดุ้งใเป็อย่างมาก
“ เฮ้อ!!! ” นางถอนหายใจพร้อมกับเดินมุ่งตรงเข้าไปหาท่านอาจารย์อย่างผิดหวัง
“ อันใดเ้าคะท่านอาจารย์สามารถรู้ได้เช่นไร ”
“ ฮ่าๆๆๆ เดี๋ยวเมื่อตัวเ้ามีระดับพลังิญญาเทียบเท่ากับข้าเ้าก็จะรู้เอง ” หยางซานพี่นั่งหันหลังให้กับศิษย์ตัวน้อยอยู่ก็วางคันเบ็ดที่ทำจากไม้ไผ่ในมือแล้วก็หันมาหาศิษย์ตัวน้อยของตนเองใบหน้าอันแสนอบอุ่น
“ เอาละวันนี้มันเริ่มเรียนกัน ”
“ เ้าค่ะ!! ” จูเฟยยิ้มรับทันที
หลังจากนั้นบทเรียนของพวกเขาก็เลยเริ่มขึ้นผู้ที่เป็อาจารย์ได้สั่งสอนค่ายกลมากมายให้กับจูเฟยเพื่อนนางจะได้นำมันไปใช้ประโยชน์
จูเฟยเองก็พยายามจดจำค่ายกลเ่าั้ให้ได้ทั้งหมดเพราะทุกอย่างมันล้วนแล้วแต่เป็ประโยชน์ของนางทั้งสิ้น ผู้เป็อาจารย์ของนางได้สั่งสอนค่ายกลหลากหลายอย่างมันสามารถนำไปทำประโยชน์ได้หลากหลายชนิด
ตอนนี้ระดับพลังิญญาของนางอยู่เพียงแค่ระดับสีขาวขั้นต่ำเท่านั้นอยากจะใช้ค่ายกลที่ซับซ้อนมากกว่านี้ก็จำเป็ต้องมีพลังิญญาที่เพิ่มขึ้น
ผู้เป็อาจารย์บอกว่าพลังิญญาที่เพิ่มขึ้นมันขึ้นอยู่กับการฝึกฝนพลังิญญาหลายๆอย่าง
โดยพลังิญญาที่เพิ่มขึ้นนั้นมันจะสามารถกระทำได้ 2 วิธี วิธีแรกคือวิธีที่เป็รากฐานที่สุดนั่นคือการปล่อยให้มันพัฒนาขึ้นเองตามกาลเวลา พลังิญญาภายในร่างกายมันจะถูกพัฒนาขึ้นเองตามกาลเวลา เมื่อร่างกายของมนุษย์เติบโตขึ้นพลังิญญาเองก็จะพัฒนาขึ้นและเมื่อฝึกฝนใช้พลังิญญามากขึ้นพลังิญญาภายในร่างกายก็จะพัฒนาขึ้นนี่คือวิธีแรกที่เป็วิธีรากฐานที่สุด
ส่วนวิธีที่ 2 ที่เป็วิธีการฝึกฝนที่ทำให้ระดับพลังิญญาลุกหน้าได้รวดเร็วมากกว่าการที่จะปล่อยให้พลังิญญาเพิ่มพูนขึ้นตามกาลเวลามันคือการฝึกฝนที่เรียกกันว่าการขัดเกลาและบ่มเพาะพลังิญญา
โดยวิธีเช่นนี้ตัวของท่านอาจารย์ของนางยังไม่แนะนำให้กระทำเพราะว่าตัวของจูเฟยยังคงมีอายุที่น้อยอยู่ คนส่วนใหญ่ที่ใช้วิธีที่ 2 ก็ล้วนแล้วแต่มีอายุที่มากขึ้นถึง 15 ปีทั้งนั้น
เมื่อได้ยินเช่นนั้นจูเฟยเองก็ผิดหวังอยู่ไม่น้อยที่นางไม่สามารถฝึกฝนข้างิญญาให้ตัวของนางมีพลังิญญารุกหน้าได้รวดเร็วมากกว่านี้ได้
เด็กน้อยที่กำลังนั่งอยู่ด้านหน้าของผู้เป็อาจารย์ทำหน้ามุ่ยด้วยความผิดหวัง
“ เป็อันใดของเ้ายัยหนูจู?? ”
“ ก็ข้าไม่สามารถทำให้พลังิญญาของข้ารุกหน้าไปได้รวดเร็วนิเ้าคะ พอเช่นนั้นตอนนี้สิ่งที่ข้าก็ทำได้ก็เพียงแค่รอให้พลังิญญามันเติบโตตามร่างกายเท่านั้นหรือเ้าคะเช่นนี้ข้าก็มีระดับพลังิญญาที่รุกหน้าได้ไม่มากสิ ”
“ ผิดแล้วๆ จริงอยู่ที่กาลเวลานั้นจะทำให้พลังิญญาภายในร่างกายนั้นเติบโตขึ้นไปตามด้วยแต่ว่าพลังิญญาของแต่ละคนก็จะมีการเติบโตที่แตกต่างกัน ”
“ บางผู้พลังิญญาสามารถเติบโตได้รวดเร็วถึงขนาดที่เขานั้นสามารถก้าวเข้าสู่พลังิญญาระดับสูงได้โดยที่ยังไม่บรรลุอายุ 15 เลยด้วยซ้ำ ”
“ เข้าเช่นนี้มันขึ้นอยู่กับพร์ที่ฟ้านั้นประทานให้ ”
“ นั้นอย่างไรเ้าคะสุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับดวงและโชค!! ” จูเฟยกล่าว ถ้าตัวของนางเป็ผู้ที่ไม่มีพร์มันก็ไม่เทียบเท่ากับว่านางจะมีการเติบโตในด้านพลังิญญาที่น้อยกว่าผู้อื่นอย่างงั้นหรอกหรือ
“ ฮ่าๆๆๆ ” หยางซานเปล่งเสียงหัวเราะอยู่ตรงหน้า แต่ในขณะนั้นเองดวงตาของเขาก็ลอบมองศิษย์ตัวน้อยด้วยความจริงจัง
ตัวของผู้เป็อาจารย์นั้นรู้ดีที่สุดว่าตัวของจูเฟยนั้นถือว่าเป็ผู้ที่มีพร์ ดวงตาของเขาสามารถมองเห็นได้ว่าพลังิญญาของศิษย์ตัวน้อยของเขามันรุกหน้าขึ้นมากโดยผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น
“ ว่าแต่ท่านอาจารย์เ้าค่ะท่านพอจะมีอักขระชนิดใดที่สามารถเชื่อมโยงกับวัตถุหรือว่าผู้คนได้บ้างหรือไม่เ้าคะ ” จูเฟยเริ่มเข้าเื่สิ่งที่นางนั้นกำลังสงสัยในทันที
เื่เกี่ยวกับการค้าขายออนไลน์ภายในยุคนี้ เมื่อภายในยุคนี้มันมีสิ่งที่เรียกว่าพลังิญญาค่ายกลและวรยุทธที่เป็พลังเหนือธรรมชาตินางคิดว่ามันก็น่าจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้
ในยุคของนางไม่มีสิ่งนี้มันมีเพียงแค่สิ่งที่เรียกว่าเทคโนโลยีเท่านั้น แต่สิ่งที่เรียกว่าพลังิญญาค่ายกลนางคิดว่ามันเองก็น่าจะมีความซับซ้อนมากพอที่สามารถสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงกันขึ้นมาได้
อย่างแรกนางต้องถามผู้เป็อาจารย์ของนางว่าภายในยุคนี้มันมีสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงกันในระยะไกลโดยผ่านวัตถุหรือว่าหลายๆอย่างได้หรือไม่
“ เ้ากำลังหมายถึงอันใดกัน?? ”
“ เ้าถามเช่นนี้ดูเหมือนว่าเ้านั้นอยากจะกระทำอันใดสักอย่าง ” ผู้เป็อาจารย์ที่นั่งอยู่ด้านหน้าได้ขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันพลางกลับจ้องมองศิษย์ตนน้อยของตนเองตรงหน้าด้วยความฉงน
“ คือว่านะเ้าคะท่านอาจารย์ก็รู้อยู่แล้วว่าข้านั้นเป็แม่ค้า ข้าเองก็ไม่ได้เลือกที่จะเดินในวิถีของผู้ที่ฝึกฝนพลังิญญามาั้แ่แรกอยู่แล้วแต่สิ่งที่ข้าอยากจะทำมันคือการทำการค้าขายและได้กำไร ”
“ เพราะฉะนั้นข้าเลยมีความคิดบางอย่างขึ้นมาที่ข้าอยากจะทำ ”
“ อย่างแรกนะเ้าคะข้าอยากให้ผู้คนมากมายสามารถเลือกสั่งของของข้าผ่านวัตถุบางอย่างได้โดยคำสั่งที่ผู้คนนั้นสั่งของจากระยะไกลก็จะถูกส่งผ่านมาถึงข้าได้โดยใช้เวลาเพียงไม่เท่าใด ”
“ อาจารย์เข้าใจใช่หรือไม่เ้าคะ พูดง่ายๆนั่นก็คือถ้าอยากจะเพิ่มกำลังการซื้อกับเหล่าชาวเมืองที่อยู่ในระยะไกลสามารถทำการสั่งซื้อของของข้าได้โดยตลอดเวลา ” จูเฟยนางได้พูดจาฉะฉานไหลลื่นเมื่อเป็เื่ของการค้าขาย นางนั้นเชี่ยวชาญและชำนาญในด้านนี้จึงสามารถอธิบายทุกอย่างออกมาได้เป็อย่างดี
คำอธิบายของจูเฟยแต่ผู้เป็อาจารย์ที่นั่งฟังอยู่ด้านหน้ายังพยักหน้าขึ้นลงเข้าใจในครั้งเดียวแม้ว่าตัวเขานั้นไม่ได้ศึกษาทางด้านการค้าขายมา
เป็อาจารย์ที่อยู่ด้านหน้าพยักหน้าขึ้นลงพลันกับจ้องทำความเข้าใจบางอย่างด้วยตนเองอยู่
จูเฟยที่นั่งอยู่ก็ได้จับจ้องอาจารย์ตรงหน้าเพื่อเฝ้ารอคำตอบ ดวงตากลมโตจ้องมองอย่างคาดหวัง
หยางซานนำหน้าของตัวเองถอยหลังไปเล็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้นมาในทันที “ อันใดกัน!! เ้าอย่ามองข้าด้วยความคาดหวังเช่นนั้นสิยัยหนูจู ”
“ ก็ข้าอยากจะรู้นิเ้าคะว่ามันมีวิธีที่จะทำเช่นนั้นได้หรือไม่ ”
“ ท่านบอกข้าว่าพลังของค่ายกลมันซับซ้อนและสามารถรังสรรค์ได้หลากหลายอย่างไม่ใช่หรือเ้าคะ ”
“ ตัวข้าเองก็คิดว่าตามหลักแล้วมันก็น่าจะมีสิ่งที่ทำให้สามารถเชื่อมโยงในระยะไกลได้อยู่ ” หากคิดตามหลักการทั้งหมดตามที่นางนั้นได้รู้เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าพลังิญญาและค่ายกลมา
พลังิญญามันน่าจะมีสิ่งที่สามารถทำให้เชื่อมโยงในระยะไกลได้อยู่
“ มันก็มีวิธีจะสามารถกระทำเช่นนั้นได้อยู่หรอกแต่ว่า... ”
“ แต่ว่าอันใดงั้นหรือเ้าคะ!!! ” ดวงตาของเด็กน้อยเริ่มเปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้งเมื่อตัวของนางได้ยินจากปากของท่านอาจารย์ว่ามันมีสิ่งที่สามารถกระทำเช่นนั้นได้
เมื่อคิดว่ามันมีสิ่งที่สามารถกระทำเช่นนั้นได้ไม่ให้นางนั้นแสดงท่าทางเช่นนี้ก็กระไรอยู่ความฝันของนางนั้นกำลังจะเป็จริงแสงแห่งความหวังที่อยู่ด้านหน้ามันเริ่มลอยเข้ามาใกล้ตัวนางมากขึ้นเรื่อยๆ
“ ใจเย็นๆ ถ้าจะบอกว่าสิ่งที่เ้าพูดน่ะมันสามารถกระทำได้แต่ว่าเ้าไม่สามารถกระทำมันได้ในตอนนี้หรอกนะ ” ผู้เป็อาจารย์กล่าวออกมาอย่างเรียบเฉย
“ เอ๊ะ!!! เหตุใดล่ะเ้าคะ ” เด็กน้อยที่นั่งอยู่ด้านหน้าเอียงข้อสงสัยในทันที
“ เ้าก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าค่ายกลหรือว่าพลังิญญาที่สามารถกระทำเื่ที่ซับซ้อนในการเชื่อมโยงระยะไกลเช่นนั้นได้มันต้องใช้ระดับพลังิญญาและความซับซ้อนรวมไปถึงสติปัญญาที่ลึกล้ำมากกว่านี้ ”
“ ยัยหนูจูเื่นี้มันยังอยู่ไกลตัวของเ้ามากนัก เ้าเพิ่งก้าวเดินในวิถีแห่งพลังิญญาแน่นอนว่าการกระทำเช่นนี้มันเป็เื่ของผู้ที่ใช้พลังิญญาระดับสูงเท่านั้นที่จะสามารถกระทำได้ ”
“ ไม่ใช่เพียงแค่นั้นนะบางทีผู้ใช้พลังิญญาระดับสูงอาจจะไม่สามารถกระทำได้ก็ได้เพราะว่าเื่ที่เ้าพูดออกนั้นมันเป็สิ่งที่ซับซ้อนเป็อย่างมาก ”
เมื่อได้ฟังท่านอาจารย์พูดขึ้นมาจูเฟยก็เริ่มคิดตามและก็เข้าใจสิ่งที่ท่านอาจารย์นั้นกำลังอธิบายให้นางฟังได้เป็อย่างดี
“ แล้วข้าต้องฝึกฝนพลังิญญาถึงระดับใดหรือเ้าคะถึงจะสามารถกระทำเช่นนั้นได้?? ” จูเฟยเอ่ยถามด้วยความสงสัยถ้าตัวของนางได้รู้จะได้ตั้งมันเอาไว้เป็เป้าหมายให้นางมีความพยายามมากขึ้น
หยางซานลูกศิษย์เมื่อของตนเองเอ่ยถามเช่นนั้นก็ยกมือขึ้นมาลูบปลายคางของตนเองเขาทำท่าทางครุ่นคิดอย่างขะมักเขม้นดวงตาทั้งสองข้างพับปิดลงไปสักพักก่อนที่มันจะค่อยๆเปิดขึ้นมาแล้วทำหน้าตาจริงจังราวกลับว่าตนเองนั้นได้คำตอบแล้ว
“ ก็ประมาณระดับสีทองกระมั่ง ”
“ สีทอง!! ” จูเฟยอุทานออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำตอบจากผู้เป็อาจารย์
จบตอน