ตอนที่ 3 ตัวตนที่จงใจซ่อนไว้
แม้รูปร่างจะอรชรขอดงอน ใบหน้าขาวโพลนดุจปุยนุ่น ริมฝีปากหยักโค้งเข้ารูป เป็ที่หมายปองของชายหนุ่ม แต่หลิวจิ่นอีกลับแตกต่าง นางไม่รู้สึกหวั่นไหวใดๆกับชายหนุ่ม แต่แรกพบเสี่ยงชู หัวใจดวงเดียวกลับสั่นคลอนเหลวยวบเป็น้ำ เกิดใจรักอยากถือครอง
"ทุกสายตาต่างจ้องมองมาที่ข้า พูดลือเป็เสียงเดียวกันว่าหลิวจิ่นอีงดงามยิ่ง บัดนี้ทุกคำยอต้องถูกลบสิ้น เมื่อมีสตรีเช่นเ้าปรากฏตัว" คำพูดที่มีความหมายแฝง กล่าวออกมาด้วยแววตาซาบซึ้งกินใจ จิ่นอีชี้นิ้วเรียวยาวเกยปลายคางเล็กๆขึ้นแลมอง ก่อนจะใช้ชายอาภรณ์บรรจงเช็ดคราบไคลบนใบหน้างาม เผยให้เห็นดอกบัวตูมท่ามกลางตมโคลน มันตราตรึงใจจนไม่อยากละสายตา
"คุณหนูเ้าคะ กล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่" เสี่ยงชูรู้สึกแปลกๆ จึงรีบเบี่ยงหน้าหนี พร้อมกล่าวถาม
"เสี่ยงชู เ้าจะว่าอะไรหรือไม่ หากต่อจากนี้ข้าจะแวะเวียนมาที่โรงครัวบ่อย ๆ เพื่อเย้าหยอกเ้า ข้ามีความสุขจริงๆที่ได้เห็นใบหน้าอันงดงามของเ้า นอกจากเ้าจะเป็ทาสที่งามที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็น มิหนำซ้ำ อาจจะเป็หญิงงามที่สุดของเมืองก็ว่าได้ " ความชอบที่แตกต่างนี้ จิ่นอีปิดบังบิดามารดามาโดยตลอด กระทั่งพบเสี่ยงชู นางเสียอาการไม่อาจเก็บงำมันได้อีกต่อไป ถึงขั้นไม่ขอมีสัมพันธ์กับชายใดไปทั้งชาติ
"มีไม่มากหรอกนะ สตรีที่ทำให้ข้าหวั่นไหว มันมีไม่มากจริงๆ " จิ่นอีมองนางทุกฝีก้าว เฝ้าสาวใช้ทำครัว จิบชาเล้าโลม เท้าเกยคางจ้องไปไม่กะพริบตา พลางครุ่นคิดเช่นนี้ในหัว
ยิ้มอิ่มเอมใจได้ไม่นานนัก...
สาวใช้ข้างกายวิ่งแจ้นเข้าหาด้วยสีหน้าสุดกังวล คล้ายมีบางอย่างเร่งด่วนต้องพูดเดี๋ยวนี้
"ดูใบหน้าของเ้าสิ จะรีบร้อนอะไรขนาดนั้น ขัดจังหวะข้าจริงๆ " จะปล่อยผ่านเอาไว้ทีหลังก็ไม่ได้ เห็นแล้วก็เกิดรำคาญใจ จิ่นอีกวักมือให้นางเข้าใกล้กระซิบรายงานข้างหู
เคร่ง!!!!
จอกกระเบื้องสีครามที่บรรจุชาหอมจนล้น หลุดมือกระทบพื้นแตกเป็เศษเสี่ยง "เ้าแน่ใจนะ!!" ทันทีที่ฟังเื่ราวจนจบ จิ่นอีแทบอยากจะหงายหลังล้มตึง ไม่อยากปักใจเชื่อว่านั่นคือเื่จริง นางคิดเข้าข้างตนเองแต่เพียงว่า บางครั้งอาจเป็เื่เข้าใจผิดที่สาวใช้จอมสะเพร่าฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด
"ท่านพ่อ!!" เสียงแหลมเปรี๊ยะ แค่ฟังก็รู้ว่าเคืองใจ ดังเข้าไปถึงข้างในเรือน
"นางคงรู้เื่เข้าแล้วสินะ " ช้วนเหลียงสุดแสนจะกลัดกลุ้ม หลับตาพริ้มถอนหายใจใหญ่ ตัดพ้อกับฮูหยินที่นั่งเคียงกัน
"ท่านพี่ใจเย็นลงก่อน บางทีอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ท่านคิดเสมอไป " ฮูหยินหลิวก็พลอยเป็กังวลไปด้วย นางกุมมือสามีเบาๆ
แคร่ก!!!! เสียงประตูเรือนไม้ถูกผลักออกอย่างแรงจนแทบจะกระเด็น
เป็หลิวจิ่นอีหน้าหงิกงอเด่นมาแต่ไกล นางมาพร้อมความตั้งใจอันแน่วแน่ หวังไกล่เกลี่ยให้รู้แจ้งเอาความ
"ท่านพ่อ ท่านไม่คิดจะบอกข้าเลยหรือไร เหตุใดจิ่นอีต้องแต่งเข้าจวนอ๋องวิปลาสผู้นั้น" น้ำเสียงที่เปล่งพูด ไม่ได้อ่อนโยนแม้แต่นิดเดียว
"จิ่นอี!! ข้าเป็บิดา สมควรให้เด็กเมื่อวานซืนมาตะคอกขึ้นเสียงั้แ่เมื่อไหร่ "
"อีกทั้งนี่เป็ราชโองการ หากตาเฒ่าเช่นข้าขัดได้ คงขัดไปแล้ว !!! ไม่มีใครอยากให้บุตรีเพียงผู้เดียวแต่งเข้ารังอ๋องโฉดหรอกนะ แต่แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร ความกลัดกลุ้มที่ข้าแบกรับ สตรีเช่นพวกเ้าจะเข้าใจได้อย่างไร" แม้จะรู้ว่าเื่นี้ไม่สมควรอยู่เต็มอก แต่เพื่อต้องบีบบังคับและให้บุตรสาวยินยอมแต่โดยดี เขาจึงตวาดเสียงดังเข้าสู้
"ท่านพ่อ ท่านคิดน้อยเช่นนี้เองหรือ ไม่สมกับที่ข้ายกย่องท่านว่าเป็ผู้กล้า แม้กระทั่งกับอ๋องใหญ่ยังไม่กล้าต่อกร เช่นนั้นท่านก็ไปหาฮั่นฝูของสตรีมาใส่ซะเถอะ !!! " จิ่นอีไม่อาจยอมรับสมรสที่มาจากการคลุมถุงชน อีกทั้งในใจของนางที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่ารักใคร่เพศเดียวกัน แสนอึดอัดที่จะต้องพูด ทว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการสมรสกับไอ้คนถ่อยหวงเหวินเกอ นางจำเป็ต้องพูดมันออกมา...
เพี๊ยะ!!!
"จองหอง!! นกเล็กอย่างเ้าข้าฟูมฟักั้แ่ยังกินหนอนเองมิได้ บัดนี้เพิ่งจะหัดบิน กลับกล้าดูแคลนผู้มีพระคุณ ต่อไปหากไม่มีข้า เ้าก็ไม่มีวันได้เป็พญาหงส์เช่นกัน!! " ช้วนเหลียงตบหน้าบุตรอย่างแรง ในใจของเขาเ็ปกว่าร้อยเท่า
"ท่านแม่ มีท่านก็ดี โปรดช่วยเป็พยาน!! รอข้าสักประเดี๋ยว พวกเราจะได้รู้กัน" จิ่นอีใจใหญ่ เดินย่ำเท้าออกจากเรือน ฝีเท้าตึกๆะเืพื้นบ้านจนผู้เฒ่าหัวสั่นหัวคลอน
"ท่านพี่ ฮรือ เหตุใดท่านลงมือกับนาง จิ่นอีของเราบอบบางดุจบัวอ่อน ท่านลืมไปแล้วเหรอ " ผู้เป็แม่ร้องห่มร้องไห้ เช็ดน้ำตาหลายฝาด
"คุณหนูเ้าคะ จะพาเสี่ยงชูไปไหนเ้าคะ ในครัวยังมีงานมากมายให้ทำ " เสี่ยงชูไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ถูกลากเข้าไปพัวพัน
"นี่มันอะไรของเ้า!!" ช้วนเหลียงนั่งรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ สีหน้าของเขากักเก็บทุกความขุ่นมัว พอเห็นนางลากสาวใช้ก้นครัวมาถึงนี่ แทบอยากจะะเิจวนด้วยไฟอันลุกโชน
"นางคือคนที่อยู่ในใจข้า บุตรสาวของท่านมิ้าบุรุษเรือนใด ต่อให้ยศสูงเป็ถึงอ๋องจะมีประโยชน์อันใด หากความลับของข้าคือชมชอบสตรี โดยเฉพาะนาง!!" คำตอบที่ทำเอาผู้เฒ่าใจหายใจคว่ำ แทบจะต้องควานหายาหอมมาสูดดม
"เหลวไหล!! เื่เช่นนี้มีที่ไหนกัน นอกรีต นอกธรรมเนียม ขัดกับหลักความเชื่อ หากเล็ดลอดออกไป มิวายต้องเป็ตัวเ้าเองที่ถูกสังหาร" เื่นี้กลายเป็เื่ที่ใหญ่โตไปโดยปริยาย
"เด็กๆ ลากตัวจิ่นอีไป ขังไว้ในหอบรรพชนให้สำนึกตน ส่วนนาง !! สาวใช้ผู้มีชะตายาวไกล ขังลืมไว้ในห้องเก็บฟืน อย่าให้ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน โทษทัณฑ์ลักลอบมีสัมพันธ์นอกรีตกับลูกข้ามันก็โหดร้ายเช่นนี้แหละ" หลิวช้วนเหลียง นึกดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน เหตุวิปลาสครานี้เหมือนเป็ลางดี
"่ไม่นะท่านพ่อ ทำเช่นนี้ไม่ถูกต้อง ท่านจะตัดสินทุกอย่างตามใจไม่ได้ " ครั้นถูกลากดึงไปไกล จิ่นอีไม่วายจะส่งเสียงดังตอบกลับบิดาทุกวาจา
"นายท่านเ้าขา เื่นี้เสี่ยงชูไม่รู้เื่ ข้าผู้น้อยเป็เพียงคนต่ำต้อย จะอาจเอื้อมคุณหนูได้อย่างไร แต่ที่มากไปกว่านั้น คือข้าชอบบุรุษ มิได้มีใจนอกรีตดั่งที่ท่านเข้าใจ ได้โปรดละเว้นโทษด้วยเถิด " แม้จะอยู่ในฐานะที่ไม่อาจมีสิทธิ์มีเสียง เสี่ยงชูไม่ยอมคน กล้าพูดจาต่อรอง มิใช่แก้ต่าง ส่อแววที่จะได้เป็ภรรยาตัวแทน ตามแผนของตาเฒ่าช้วนเหลียง
"ช้าก่อน... " เมื่อได้ยินคำร้องขอเช่นนั้น เขารู้ได้ทันทีว่าสาวใช้คนนี้ไม่ได้โง่เขลา พร้อมพลิกแพลงทุกความเดือดร้อนให้กลายเป็โอกาสรอด จะดีกว่าหรือไม่ หากไม่ต้องส่งบุตรสาวสุดหวงไปตายดาบหน้า แต่เป็การส่งสาวใช้ก้นครัวสวมรอยเป็ชายาอ๋องในอีกสามวันข้างหน้า ราวกับว่ายิงศรเพียงครั้งเดียว เสียบนกตั้งสองตัว (เป็การเปรียบเปรยว่า ได้แยกเสี่ยงชูออกจากบุตรสาว อีกทั้งยังไม่ต้องให้จิ่นอีแต่งเข้าจวนอ๋อง รอดพ้นคราวเคราะห์โดยที่สกุลหลิวไม่ผิดต่อราชโองการ)
"จิ่นอี ลูกข้า... ขออภัยที่ต้องทำเช่นนี้ อย่างไรข้าจะหาบุรุษที่คู่ควรให้เ้าแต่งออกเรือนให้เร็วที่สุด เื่ที่ผ่านมาแล้วจงลืมมันซะเถอะ เ้ากับนางไม่มีวันสมหวัง สกุลหลิวมีชื่อเสียงทางสังคม ในฐานะที่ข้าเป็นายใหญ่ จะให้บุตรสาวทำแปดเปื้อนไม่ได้ "ตาเฒ่าช้วนเหลียงถือสำรับขนมและอาหารว่างสองสามอย่าง วางให้บุตรสาวหน้าหอบรรพชนในยามพลบค่ำ พลางยืนทาบ-อกบ่นพูดเช่นนั้นรำไร...