วันเวลาล่วงเลยผ่านไป นอกจากการฝึกฝนร่างกายแล้ว เวลาส่วนใหญ่ฉินอวี่มักทุ่มเทไปกับการคิดค้นและปรับปรุงรูปแบบการต่อสู้ของตนเอง โดยเขากำหนดขอบเขตสิ่งที่ต้องพัฒนาไว้สามด้านหลักๆ ได้แก่ วิชาตัวเบา, การโจมตีระยะประชิด และอาวุธ
ด้านวิชาตัวเบา... ศาสตร์แขนงนี้ครอบคลุมทั้งการหลบหลีกป้องกัน สอดประสานกับการโจมตีระยะประชิด รวมไปถึงทักษะการไล่ล่าและหลบหนี ข้อเรียกร้องที่ฉินอวี่มีต่อวิชาตัวเบาของตนคือ ต้องรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดและพลิ้วไหวดุจกระต่ายเ้าเล่ห์ การจะบรรลุถึงขั้นนั้น นอกจากต้องศึกษาวิชาค่ายกลลี้ลับแล้ว ยังจำเป็ต้องเรียนรู้วิชาตัวเบาแขนงอื่นๆ ควบคู่กันไป
ด้านการโจมตีระยะประชิด... ในระหว่างกระบวนการฝึกฝน ฉินอวี่ค้นพบว่าตนเองชื่นชอบการท้าทายขีดจำกัด หลงใหลในยามที่เืลมสูบฉีดพล่านไปทั่วร่าง เมื่อต้องเลือกรูปแบบการโจมตี เขาจึงเลือกฝึกฝนการต่อสู้ระยะประชิดอย่างไม่ลังเล! เพราะการต่อสู้ระยะประชิดคือการตัดสินเป็ตายในชั่วพริบตา มันคือวิถีที่อันตรายที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็เปี่ยมไปด้วยรสชาติความเร่าร้อนของชีวิตอย่างที่สุด
สุดท้ายคืออาวุธ... จนกระทั่งบัดนี้ ฉินอวี่ยังไม่อาจตัดสินใจได้ว่าจะใช้อาวุธอะไร สิบแปดศาสตราวุธไม่ว่าจะเป็ดาบ ทวน หรือกระบอง ล้วนมีจุดเด่นเฉพาะตัว แต่ลึกๆ แล้วฉินอวี่กลับชื่นชอบการใช้หมัดเท้าของตัวเองมากกว่า ดังนั้นอย่างน้อยในเวลานี้ เขายังไม่คิดจะเลือกใช้อาวุธชนิดใด
ภายในห้องหนังสือ
ฉินอวี่ถือหนังสือเล่มหนึ่งไว้ในมือ หน้าปกเขียนไว้ว่า "คัมภีร์อี้จิง"
"อืม... หลักการในบทนี้ดูเหมือนจะคล้ายคลึงกับวิชาตัวเบา 'เก้าัเหินเมฆา' ที่บันทึกไว้ในแผ่นกระดาษที่สามของ 'เคล็ดัา' ยิ่งนัก" ฉินอวี่พึมพำกับตนเอง ก่อนจะปิดหนังสือลงแล้วเริ่มเรียบเรียงองค์ความรู้ที่ได้อ่านผ่านสมองอย่างเป็ธรรมชาติ
หลักการของวิชาตัวเบาแขนงต่างๆ รวมถึงค่ายกลลี้ลับหลั่งไหลผ่านความคิดของฉินอวี่ไม่ขาดสาย...
"หกศักดิ์สิทธิ์, สามวิเศษ, แปดประตู, เก้าดารา จัดวางตำแหน่งก่อเกิดเป็ค่ายกลลี้ลับ แปดประตูอันประกอบด้วย ตู้ (ปิด), ซาง (เจ็บ), จิ่ง (วิว), ซิว (พัก), เซิง (เกิด), สื่อ (ตาย), จิง (ใ), ไค (เปิด) ค่ายกลแบ่งเป็ฟ้า ประตู ดิน สามจาน เรียกว่าสามภพ..." แิพื้นฐานของวิชาค่ายกลลี้ลับค่อยๆ ฝังรากลึกในห้วงความคิดของฉินอวี่
สิ่งเหล่านี้แม้จะเป็เพียงพื้นฐาน แต่ก็นับเป็รากฐานที่สำคัญที่สุด ค่ายกลวิชาลี้ลับนับไม่ถ้วนล้วนแตกแขนงต่อยอดมาจากหลักการพื้นฐานเหล่านี้ทั้งสิ้น
วิชาตัวเบาอันลึกล้ำพิสดารต่างๆ ล้วนได้รับอิทธิพลจากหลักการเหล่านี้ไม่มากก็น้อย
เนื่องจากฉินอวี่ฝึกฝนวิชาภายนอก ทำให้ภายในร่างกายไร้ซึ่งกำลังภายใน จึงไม่สามารถฝึกฝนวิชาตัวเบาทั่วไปได้ เขาจำต้องคิดค้นวิชาที่เป็ของตัวเองขึ้นมา เคล็ดวิชากำลังภายในทั้งหกสิบแปดเล่ม โดยทั่วไปมักจะมีวิชาหมัด วิชาดาบ หรือวิชาตัวเบาที่สอดคล้องกับเคล็ดวิชานั้นๆ แนบมาด้วยเสมอ
แม้กระทั่งในคัมภีร์วิชาภายนอกทั้งยี่สิบแปดเล่ม ก็ยังมีวิธีโจมตีรูปแบบต่างๆ บันทึกไว้
ฉินอวี่ซึมซับความรู้จากตำราร้อยแปดพันเก้า ศึกษาวิธีโจมตีและวิชาตัวเบาจากคัมภีร์ทั้งเก้าสิบหกเล่ม แล้วนำมาผสานเข้ากับหลักการทั่วไปของคัมภีร์อี้จิงและวิชาค่ายกลลี้ลับที่ได้ศึกษา เพื่อค้นหาแก่นแท้ที่ซ่อนเร้นอยู่ในวิชาเ่าั้ แม้จะเป็งานที่ยากเย็นแสนเข็ญ แต่ฉินอวี่กลับไม่ย่อท้อ เขาไม่แบ่งแยกวันคืน ขอเพียงเสร็จสิ้นจากการฝึกฝนร่างกาย ก็จะทุ่มเทเวลาให้กับการวิจัยค้นคว้าทันที
......
หากปรารถนาจะฝึกฝนวิชาภายนอกให้ถึงขีดสุด จำเป็ต้องศึกษาวิชาแพทย์ นี่คือคำสอนที่จ้าวยุนซิงได้พร่ำสอนฉินอวี่ั้แ่วันแรก และในขณะนี้ฉินอวี่ก็กำลังหมกมุ่นอยู่กับตำราแพทย์ ตลอดสามปีมานี้ ฉินอวี่อ่านตำราวิชาแพทย์ผ่านตาไปมากมาย จนมีความรู้ความเข้าใจลึกซึ้งพอตัว
"ทุกส่วนของพละกำลัง ทุกจังหวะของการโจมตี ต้องทำให้ศัตรูชดใช้ด้วยราคาที่แพงที่สุด ฝ่ามือหนึ่งหากฟาดใส่หน้าท้องคู่ต่อสู้ อย่างมากก็แค่ทำให้จุกเสียด แต่ฝ่ามือเดียวกันหากฟาดใส่ลูกกระเดือก ย่อมสามารถปลิดชีพคนได้"
ฉินอวี่ปิตหนังสือลง ดวงตาทอประกายเจิดจ้า
จุดตายต่างๆ บนร่างกายมนุษย์ ฉินอวี่จดจำได้ขึ้นใจ ไม่ว่าจะเป็ข้อต่อกระดูก จุดเชื่อมต่อเส้นชีพจร หรือจุดไหลเวียนเืลม การโจมตีจุดตาย โจมตีจุดสำคัญ เล่นงานจุดอ่อนทางสรีระ หรือใช้วิชาจับหักกระดูกข้อต่อ ล้วนเป็สิ่งที่เขาแม่นยำ
กล่าวโดยสรุป หลักการโจมตีของฉินอวี่คือ... ทุกส่วนของแรงที่ใช้ออกไปต้องสร้างความเสียหายสูงสุด ต้องไม่เสียแรงเปล่าแม้เพียงน้อยนิด!
แม้มีแรงเพียงร้อยจิน แต่ต้องสามารถสร้างพลังโจมตีเทียบเท่ากับยอดฝีมือที่มีแรงสองร้อยจิน หรือกระทั่งร้ายกาจยิ่งกว่านั้น!
การจะทำเช่นนี้ได้ จำต้องพยายามรอบด้าน ทั้งวิชาตัวเบา การโจมตีจุดตาย การใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อม และการฉกฉวยโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงทางจิตวิทยาของคู่ต่อสู้ ฉินอวี่มีความมั่นใจอย่างมาก เพราะเขามีร่างกายที่สมดุลทั้งความเร็ว พลังะเิ และความยืดหยุ่น อีกทั้งยังมีคัมภีร์มากมายให้อ้างอิง
ยามเที่ยง บนลานฝึกยุทธ์
หุ่นไม้กลไกถูกจัดวางเรียงรายก่อตัวเป็ "ตรอกหุ่นไม้" นี่คือผลงานชิ้นเอกของปรมาจารย์ด้านกลไก การจะฝ่าด่านตรอกหุ่นไม้นั้นยากเย็นแสนเข็ญ ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะผ่านไปได้ แต่วันนี้ฉินอวี่ตัดสินใจใช้ตรอกหุ่นไม้นี้เป็สถานที่ฝึกฝนวิชาโจมตีระยะประชิดของตน
ฉินอวี่ยืนนิ่งสงบอยู่หน้าตรอกหุ่นไม้ ทันใดนั้นร่างของเขาก็พุ่งทะยานเข้าไปประดุจเงาปีศาจ เพียงััถูกหุ่นไม้ตัวแรก กลไกก็ทำงานส่งผลให้หุ่นไม้ทั้งหมดในตรอกขยับเคลื่อนไหว ฉินอวี่ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แววตายังคงเปี่ยมด้วยความเยือกเย็น
"ปัง!" "ปัง!" "ปัง!" "ปัง!" "ปัง!"...
สองมือดุจสายฟ้าฟาดโจมตีอย่างรวดเร็วแม่นยำ หักทำลายข้อต่อหุ่นไม้โดยตรง สองขาเน้นตั้งรับ บางจังหวะก็เตะสวนกลับอย่างรุนแรงจนไม้หักสะบั้น ความเร็วของฉินอวี่นั้นเหลือเชื่อ ทว่านี่เป็เพราะเขาถอดชุดถ่วงน้ำหนักออกแล้ว ฉินอวี่รู้ดีว่าหากยังสวมชุดถ่วงน้ำหนักร้อยจิน เขาไม่มีทางฝ่าตรอกหุ่นไม้นี้ไปได้แน่
เมื่อปลดเปลื้องภาระร้อยจิน ความเร็วของฉินอวี่ก็รวดเร็วประหนึ่งปาฏิหาริย์ ทว่า... หุ่นไม้ในตรอกนั้นมีจำนวนมากเกินไป ฉินอวี่พลาดท่าถูกหุ่นไม้ตัวหนึ่งหวดเข้าที่ศีรษะ และเมื่อโดนไปหนึ่งครั้ง ก็ถูกโจมตีซ้ำเติมต่อเนื่องอีกหลายครา จนสุดท้ายฉินอวี่จำต้องกลิ้งตัวหลบหนีออกมาอย่างทุลักทุเล
"ไม่เลว... ข้อต่อหุ่นไม้แต่ละตัวมีความใกล้เคียงกับข้อต่อกระดูกคน การฝึกแบบนี้ได้ผลดีกว่ามาก" ฉินอวี่ตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะพุ่งร่างกลับเข้าไปในตรอกหุ่นไม้อีกครั้ง
ในแผนการฝึกฝนของฉินอวี่ ตรอกหุ่นไม้นับเป็เพียงขั้นพื้นฐานที่ค่อนข้างง่าย เหนือกว่าตรอกหุ่นไม้ยังมี "ตรอกมนุษย์ทองคำ" ซึ่งไม่ได้ใช้ทองคำจริงๆ หล่อสร้าง แต่เป็การนำแผ่นทองแดงและเหล็กมาหุ้มผิวหุ่นไม้ ทำให้พลังโจมตีและพลังป้องกันของมนุษย์ทองคำสูงล้ำขึ้นไปอีกระดับ
......
สรุปแล้วควรจะใช้อาวุธอะไรกันแน่... ฉินอวี่ยังคงตัดสินใจไม่ได้เสียที ในความเงียบสงัดของค่ำคืนนี้ ฉินอวี่เข้ามาเก็บตัวในห้องลับเพื่อพิจารณาวิธีการโจมตีที่แนบมาในคัมภีร์แต่ละเล่มอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนใหญ่เป็วิชาดาบและกระบี่ มีเพียงส่วนน้อยที่เป็อาวุธพิสดาร
"เอ๊ะ?" ฉินอวี่เปิดคัมภีร์กำลังภายในเล่มหนึ่ง ในบทที่กล่าวถึงเพลงกระบี่ มีข้อความเตือนใจประโยคหนึ่งสะดุดตาเขา "เพลงกระบี่เงามายาของสำนักเรา แม้จะเป็กระบี่ลอบสังหาร ทว่าหากกล่าวถึงที่สุดแห่งกระบี่ลอบสังหารระยะประชิด อันดับหนึ่งในใต้หล้ายังคงต้องยกให้ 'หนึ่งกระบี่สกุลอวี๋' ไม่ว่าจะลงมือสังหารใคร นักฆ่า 'สกุลอวี๋' ไม่เคยพลาดเป้า ในอดีตถึงขั้นเคยเป็นักฆ่าอันดับหนึ่งระดับตำนานขององค์กรนักฆ่า 'เครือข่าย์' มาแล้ว"
ฉินอวี่ตกตะลึง
เครือข่าย์... ฉินอวี่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามนี้มาบ้าง นี่คือองค์กรนักฆ่าที่เก่าแก่โบราณ มีประวัติความเป็มายาวนานกว่าพันปี อิทธิพลแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทวีปเฉียนหลง ประวัติศาสตร์ของสามอาณาจักรใหญ่ในทวีปยังไม่ยาวนานเท่ากับ 'เครือข่าย์' นักฆ่า 'สกุลอวี๋' ผู้นี้ถึงขั้นได้รับฉายาว่านักฆ่าอันดับหนึ่งระดับตำนาน วิธีการสังหารคนของเขาต้องไม่ธรรมดาเป็แน่
ทันใดนั้น—
ดวงตาของฉินอวี่พลันเบิกกว้าง
"หนึ่งกระบี่สกุลอวี๋... หนึ่งกระบี่สกุลอวี๋... อ๊ะ! ด้านหลังแผ่นกระดาษที่สามของ 'เคล็ดัา' ดูเหมือนจะมีการกล่าวถึงเื่นี้อยู่!" ฉินอวี่เคยศึกษา 'เคล็ดัา' อย่างละเอียด แผ่นทองคำทั้งสามแผ่นของเคล็ดวิชานี้เกือบครึ่งหนึ่งบันทึกเคล็ดวิชากำลังภายใน อีกครึ่งเป็วิชาตัวเบา 'เก้าัเหินเมฆา', หมัดัเพลิง และกระบี่เก้าสุริยันผ่าฟ้า ส่วนสิ่งที่เรียกว่าหนึ่งกระบี่สกุลอวี๋ เป็เพียงคำบรรยายตบท้ายสั้นๆ เท่านั้น ในตอนนั้นฉินอวี่จึงไม่ได้ใส่ใจ
บัดนี้ฉินอวี่เพิ่งกระจ่างแจ้งว่า 'หนึ่งกระบี่สกุลอวี๋' ที่ดูไม่สะดุดตาในท้ายคัมภีร์ แท้จริงแล้วคือเพลงกระบี่ของนักฆ่าอันดับหนึ่งระดับตำนาน
'เคล็ดัา' เป็เคล็ดวิชาลมปราณที่สามารถดูดซับพลังปราณฟ้าดินได้รวดเร็วที่สุด นับเป็อันดับหนึ่งในบรรดาเคล็ดวิชากำลังภายในอย่างไม่ต้องสงสัย วิชาตัวเบา 'เก้าัเหินเมฆา', หมัดัเพลิง และกระบี่เก้าสุริยันผ่าฟ้า ล้วนร้ายกาจน่าพรั่นพรึง แต่ทว่าวิชาเ่าั้จำเป็ต้องอาศัยกำลังภายในของ 'เคล็ดัา' ในการขับเคลื่อน ฉินอวี่จึงทำได้เพียงมองดูตาปริบๆ โดยไม่อาจฝึกฝนได้
เมื่อเปิดแผ่นกระดาษหน้าสุดท้าย ในที่สุดฉินอวี่ก็พบข้อมูลเกี่ยวกับหนึ่งกระบี่สกุลอวี๋
"ฮ้า... ถึงกับมีวิธีฝึกฝนหนึ่งกระบี่สกุลอวี๋บันทึกไว้ด้วย!" ฉินอวี่ตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้นดีใจจนเนื้อเต้น ใครจะคาดคิดว่าใน 'เคล็ดัา' จะซุกซ่อนวิธีฝึก 'หนึ่งกระบี่สกุลอวี๋' เอาไว้ ฉินอวี่รีบกวาดสายตาอ่านเนื้อหาอย่างละเอียดทันที
ทว่ายิ่งอ่าน ใบหน้าของเขาก็ยิ่งซีดเผือดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งอ่านไปถึง่ท้าย ใบหน้าของเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็เขียวคล้ำด้วยความหนักใจ