ตอนที่ 7 เห็นกรจักรเป็ดอกบัว
ณ คฤหาสน์ตระกูลหลิน
เมื่อคำสั่งเรียกประชุมโดนส่งออกไปได้ไม่นาน รถหรูสีดำจำนวนมากก็เริ่มวิ่งเข้าเขตคฤหาสน์ตระกูลหลินกันเรื่อยๆ ราวกับว่าเป็สายน้ำกำลังไหลลงแม่น้ำ หากนับจำนวนรถที่วิ่งเข้าพื้นที่คฤหาสน์เป็ตัวเลยก็คงมีไม่น้อยไปกว่า 300 – 500 คัน แต่รถจำนวนขนาดนี้ก็ไม่ได้เป็ปัญหาต่อพื้นที่การจอดเลยแม้แต่น้อย เพราะพื้นที่คฤหาสน์ตระกูลหลินมีอาณาเขตกว้างถึง 5 ตารางกิโลเมตร
5 ตารางกิโลเมตรใจกลางเมืองหลวงของมณฑล! สิ่งนี้เป็เครื่องแสดงอำนาจความยิ่งใหญ่อย่างเห็นได้ชัด การมีพื้นที่ 5 ตารางกิโลเมตรไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้ หากเป็คนรวยจากการทำธุรกิจหรือตระกูลระดับกลางก็สามารถซื้อได้แล้ว แต่นั่นหมายถึงกรณีพื้นที่ 5 ตารางกิโลเมตร ธรรมดาๆ ไม่ใช่ 5 ตารางกิโลเมตรใจกลางเมืองหลวงของมณฑลแบบนี้
กลุ่มคนจากตระกูลข้ารับใช้ต่างๆ ต่างก็ทยอยเดินเข้าไปในคฤหาสน์ของตระกูลหลินเรื่อยๆ คนที่มาถึงต่างก็คุยกันอย่างสนิทสนม แต่เื่นี้ก็ไม่ใช่เื่แปลกที่คนของตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10 จะสนิมสนามกัน คนจากตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10 ต่างก็ทำความรู้จักกันมาั้แ่เด็กๆ เรียนที่เดียวกันบ้าง เพื่อนกลุ่มเดียวกันสมัยเด็กๆ บ้าง คนเหล่านี้จะรู้จักกันดีจึงไม่ใช่เื่แปลก
…
ภายในห้องโถงประชุมขนาดใหญ่
ภายในห้องโถงอัดแน่นไปด้วยผู้คนแต่งตัวดูดีมากมาย มีทั้งคนแต่งตัวด้วยชุดสูทและแต่งตัวด้วยชุดทหาร แต่ภายในห้องไม่มีคนแต่งตัวชุดตำรวจเลยสักคน เหตุผลที่ในห้องไม่มีคนที่เป็ตำรวจก็เป็เพราะข้อตกลงระหว่างตระกูลหลินและรัฐบาลกลางของประเทศ
ตระกูลหลินสามารถคงกองทัพเอาไว้ได้ แต่ตำรวจต้องเป็ของรัฐบาลกลาง อำนาจบริหารเมืองส่วนใหญ่ต้องเป็ของรัฐบาลกลาง นี่เป็สิ่งที่ผู้นำตระกูลหลินทำสัญญาเอาไว้กับรัฐบาลกลางใน่รวมประเทศ
“ เป็ยังไงบางหยางเฉิน หายหน้าไปนานเลยนะ “
“ ฮาฮาฮา พี่จางอย่าพูดแบบนั้นสิครับ เมื่อไม่กี่วันก่อนพวกเรายังพึ่งไปงานเลี้ยงด้วยกันอยู่เลย ว่าแต่เื่ที่คุยกันเป็ยังบ้างครับ “
“ แน่นอนๆ พวกเราเป็ข้ารับใช้ตระกูลหลินเหมือนกัน โปรเจกต์สร้างหมู่บ้านฉันจะจ้างบริษัทของนายทำแน่นอน เื่นั้นไม่ต้องห่วง “
ชายหนุ่มสวมชุดสูทสีดำสองคน กำลังคุยกันในห้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ หนิงเย่เื่การฝึกทหารของนายเป็ยังไงบ้าง ทหารหน่วยของฉันไม่ค่อยได้เื่กันเลย พวกนั้นแค่วัน 20 กิโลก็แทบไม่ไหวกันแล้ว แย่จริงๆ “
“ อย่ามาโอ้อวดแถวนี้หม่าหยาง แค่วิ่งได้ 20 กิโลมันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลย ทหารของฉันเองก็ทำได้เหมือนกัน “
“ เหอะ! เอาพวกทหารในหน่วยของตัวเองมาแข่งกันดูไหม “
“ ได้! ถ้านายอยากขายหน้าหนิงเย่คนนี้ก็จะไม่ปฏิเสธ “
ชายสวมชุดทหารสองคนคุยกันด้วยน้ำเสียงโอ้อวด
พวกที่อยู่ในห้องโถงตอนนี้คือพวก 10 ตระกูลข้ารับใช้ คนเหล่านี้ต่างก็พึ่งพาซึ่งกันและกันในด้านต่างๆ ทั้งเื่ธุรกิจและเื่การทหาร เมื่อมาเจอหน้ากันบางคนก็มาขอความช่วยเหลือ บางคนก็มาโอ้อวดความสามารถของตัวเอง สิ่งนี้เป็เื่ปกติของตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10
ภายในห้องมีเสียงคุยดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีคนเข้ามามากขึ้นเสียงก็เริ่มดังขึ้นมากกว่าเดิม ทว่า ในระหว่างที่ในห้องกำลังวุ่นวายกลับมีโต๊ะหนึ่งกำลังนั่งมองหน้ากันไปมา กลิ่นอายที่คนกลุ่มนั้นกำลังปล่อยออกมาเป็กลิ่นอายที่ต่างจากคนอื่นๆ อย่างลิบลับอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาไม่ขอความช่วยเหลือ พวกเข้าไม่โอ้อวดตัวเอง
กลุ่มคนที่นั่งเงียบต่างจากคนอื่นๆ ในห้องโถงตอนนี้ก็คือ กลุ่มของผู้นำตระกูลข้ารับใช้ ใช้แล้ว! พวกเขาคือผู้น้ำตระกูลข้ารับใช้ พวกเขาแต่ละคนต่างก็เป็คนมีอายุกันทั้งหมดทุกคน เพียงแต่ว่า คนที่นั่งมองหน้ากันอยู่มีเพียงแค่ 4 คน แทนที่จะเป็ 10 คน
ผู้นำตระกูลโอหยาง โอหยางห่าว!
ผู้นำตระกูลเจียง เจียงเป่า!
ผู้นำตระกูลจาง จางหยาน!
ผู้นำตระกูลหม่า หม่าจือฉิน
ผู้นำทั้งสี่ต่างก็เป็ผู้ชายรูปร่างกำยำกัน แถมพวกเขาทั้งสี่คนยังสวมชุดทหารเหมือนกันทั้งหมดอีก ผู้นำทั้งสี่นั่งมองหน้ากันไปมาแต่ก็ยังไม่มีใครพูดอะไรออกมา บรรยากาศรอบโต๊ะของผู้นำตระกูลทั้งสี่น่ากลัวจนคนอื่นๆ ไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้
“ สรุปเหลือพวกเราแค่สี่คนสินะ ตระกูลที่สายธุรกิจกลายเป็ตระกูลทรยศกันไปหมดแล้วจริงๆ เหลือเพียงแค่พวกเราที่เป็ตระกูลสายทหาร“
โอหยางฮ่าวเป็คนทำลายบรรยากาศเงียบสงบ
ปกติแล้วโต๊ะตรงนี้ต้องมีผู้นำตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10 มานั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่เมื่อผู้นำตระกูลอีก 6 คน ไม่ปรากฏตัวออกมา สิ่งนี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าใครที่ทรยศใครที่ยังภักดีต่อตระกูลหลินอยู่
ส่วนเื่ตระกูลสายทหารที่โอหยางห่าวพูดถึงก็เป็เพราะตระกูลข้ารับใช้แบ่งออกด้วยกันสองสาย สายธุรกิจและสายทางการทหาร แต่ถึงจะบอกว่าแบ่งแยกก็ไม่ได้แบ่งแยกกันขนาดนั้นตระกูลสายทหารก็มีบางคนไปทำธุรกิจ ส่วนตระกูลสายธุรกิจก็มีบางคนไปเป็ทหารอยู่เช่นกัน
ทั้ง 10 ตระกูลข้ารับใช้ ต่างก็มีอำนาจกระจายตัวแทรกแซงกันไปยังฝ่ายต่างๆ เท่าๆ กัน แต่ถ้าหากนับสายแบบดังเดิมแบบที่ตระกูลหลินจัดเอาไว้ให้ ก็คือสายทหาร 4 สายธุรกิจ 6 การที่มีแค่ผู้นำตระกูลสายทหารปรากฏตัวออกมาเช่นนี้ หากจะพูดว่าตระกูลข้ารับใช้สายธุรกิจทรยศไปหมดแล้ว พูดแบบนั้นมันก็ไม่เกินจริงอะไรเลย
งานประชุมครั้งนี้ถือได้ว่าเป็งานที่สำคัญมากๆ การที่ผู้นำตระกูลไม่ปรากฏตัวออกมาแต่ส่งเพียงคนในตระกูลเดินทางมาแทน สิ่งนี้เป็เครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าอีก 6 ตระกูลกำลัง้าทำอะไร
ผู้นำตระกูลเจียง เจียงเป่าพูดเสริมขึ้นว่า
“ ในเมื่อเื่เป็แบบนี้แล้วก็ช่วยไม่ได้ แต่แบบนี้ชักเป็เื่ยากแล้วสิ
“ ถึงจะบอกว่าเป็ฝ่ายทหารแต่พวกตระกูลอีก 6 ตระกูล ก็มีตำแหน่งในกองทัพมณฑลหลินหนานเหมือนกับพวกเรา ตอนนี้ฝ่ายของพวกเรากำลังเสียเปรียบพวกมันแล้ว หากพวกเราไม่เริ่มทำอะไรบางอย่าง พวกตระกูลทรยศมันต้องรุมเล่นงานพวกเราแน่ พวกเราควรฆ่าพวกทรยศให้หมด!“
“ คุณนี่มันเหมือนเดิมเลยนะผู้นำตระกูลเจียง เฮ้อ~ “
ผู้นำตระกูลจาง จางหยานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ จากนั้นเขาก็พูดต่ออีกครั้งว่า
“ ตอนนี้พูดว่าเสียเปรียบไม่ได้แล้ว ก็จริงอยู่ที่พวกนั้นมีจำนวนมากกว่าพวกเรา แต่พวกมันก็โดนทำลายรากฐานที่มั่นคงที่สุดไปแล้ว เพราะั้แ่ที่คุณหลินเทขายหุ้นของหลินกรุ๊ป พวกตระกูลธุรกิจก็เหมือนกับคนที่สูญเสียบ้านไป เหมือนลูกนกที่ไร้ซึ่งรังค่อยปกป้อง
“ เหตุผลที่ธุรกิจของตระกูลทรยศ… ไม่สิ! รวมพวกเราไปด้วยก็ได้ เหตุผลที่ตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10 สามารถดำเนินการจนเติบโตมาได้ขนาดนี้ก็เป็เพราะพวกเรามีบ้านค่อยปกป้องจากพายุฝน บ้านที่ฉันกำลังพูดถึงก็คือหลินกรุ๊ป หากไม่มีหลินกรุ๊ปคอยหนุนหลังเอาไว้ มีหรือที่ธุรกิจของ 10 ตระกูลข้ารับใช้จะโตได้ขนาดนี้
“ กลับกัน สถานการณ์เป็แบบนี้พวกเราเหมือนกำลังจะได้เปรียบด้วยซ้ำ ถึงตอนนี้ตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10 จะแทรกแซงกันไปมั่วแต่ยังไงรากฐานของเราก็คือฝ่ายทหาร พวกเรามีอำนาจทางทหารมากกว่าพวกมัน แถมพวกเรายังไม่ค่อยเสียหายอะไรมากหากไม่มีหลินกรุ๊ป แต่พวกตระกูลธุรกิจนี่สิ พวกมันคงได้เจอกับปัญหาใหญ่กันแน่เมื่อตระกูลหลินไม่ได้หลินกรุ๊ป “
สิ่งที่จางหยานพูดออกมาถูกต้องแล้ว
หลินกรุ๊ปนั้นสนับสนุนธุรกิจตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 10 มาตลอด ยกตัวอย่างเช่น หากหลินกรุ๊ป้าสร้างตึกก็จะเอาบริษัทของตระกูลข้ารับใช้มาสร้าง หากหลินกรุ๊ป้าทำธุรกิจผลิตรถยนต์ หลินกรุ๊ปก็จะใช้อะไหล่ที่บริษัทตระกูลข้ารับใช้ผลิตขึ้นมา
สิ่งนี้มองผ่านๆ อาจเป็การทำงานแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า แต่หากมองลึกๆ จะเข้าใจได้ว่าหลินกรุ๊ปกำลังช่วยเหลือพวกตระกูลข้ารับใช้อยู่ อย่างเช่นเื่การสร้างตึก บริษัทอื่นๆ เสนอราคาค่าก่อสร้างมา 100 ล้าน แต่บริษัทของพวกตระกูลข้ารับใช้เสนอราคา 150 ล้าน
หากคิดตามแิปกติหลินกรุ๊ปก็ต้องเลือกราคา 100 ล้าน เพราะราคาถูกกว่ากันตั้ง 50% แต่หลินกรุ๊ปจะไม่ทำเื่แบบนั้น ต่อให้แพงกว่าครึ่งหรือเท่าตัวยังไงหลินกรุ๊ปก็จะเลือกบริษัทของตระกูลข้ารับใช้อยู่ดี นี่จึงเป็เหตุผลที่จางหยามพูดออกมาว่าหากไม่มีหลินกรุ๊ปค่อยหนุนหลัง ธุรกิจของพวกตระกูลข้ารับใช้ก็คงไม่โตกันขนาดนี้
โอหยางห่าวพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า
“ ผู้นำตระกูลจางพูดถูกแล้ว หากไม่มีหลินกรุ๊ปหนุนหลังพวกเราก็คงไม่โตมากันขนาดนี้ ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าพวกตระกูลทั้ง 6 คิดอะไรอยู่ถึงได้ทรยศต่อตระกูลหลิน เฮ้อ~ “
ผู้นำตระกูลหม่า หม่าจือฉินพูดขึ้นว่า
“ แน่นอนว่าพวกนั้นทรยศก็เพราะผลประโยชน์ที่รัฐบาลกลางมอบให้ ในเมื่อพวกเรามาอยู่ด้วยกันแล้วก็มาเปิดอกคุยกันดีกว่า พวกท่านทั้งหมดก็ได้คำเชิญเหมือนกันใช่ไหม คำเชิญที่อ้างถึงผลประโยชน์มากมายหลังจากตระกูลหลินล่มสลาย
“ พูดตามตรง เมื่อได้เห็นผลประโยชน์ข้าเองหวั่นไหวเหมือนกัน และข้าก็เชื่อว่าพวกท่านเองก็คงไม่น่าจะต่างกัน เมื่อตระกูลหลินล่มสลายรัฐบาลกลางจะแบ่งหลินหนานออกเป็สิบเขตและให้พวกเราสิบตระกูลปกครอง พวกท่านได้รับข้อความแบบนี้เหมือนกันใช่ไหม“
ทั้งสามคนพยักหน้า เื่ที่หม่าจือฉินพูดออกมาเป็เื่จริง
หลังจากเห็นทุกคนพยักหน้า หม่าจือฉินก็พูดต่ออีกว่า
“ แต่เมื่อพวกเรามารวมตัวกันที่นี่ในวันนี้ ก็แปลว่าพวกเราเลือกยืนฝั่งตระกูลหลินและพร้อมล่มสลายไปด้วยกัน เพราะงั้นข้าเลยมีข้อเสนออะไรบางอย่าง ในเมื่อพวกเราต้องล่มสลายกันแล้วทำไมพวกเราไม่ก่อสงคะ- “
ปัง!!!
ก่อนที่หม่าจือฉินจะพูดจนจบ ก็ได้เกิดเสียงที่ดังมากขึ้นมาก่อน ทุกสายตาในห้องต่างก็หันหน้าไปทางเสียงที่ดังขึ้นอย่างฉับพลัน แม้แต่ผู้นำตระกูลทั้งสี่ที่กำลังคุยกันอยู่ พวกเขาทั้งหมดต่างก็หันเหความสนใจไปทางเสียงที่ดังขึ้นเช่นกัน
และทันทีที่หันไปมองยังจุดที่เกิดเสียง ทุกคนก็เกิดความสงสัยในใจ
อะไร?
ทำไปทำไม?
ทำเพื่ออะไร?
คุณหลินพังประตูเพื่ออะไร ทำไมไม่เปิดแล้วเดินเข้ามาดีๆ???