ตอนที่ 39: การกลับมาพบกันอีกครั้ง
"พราว? นั่นพราว... พราวจริงๆ ใช่ไหม!"
น้ำเสียงสั่นสะท้านที่เจือความตื่นเต้นระคนตื่นตระหนกซึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ฝีเท้าของฉันที่กำลังจะก้าวเดินดูเครื่องสำอางแบรนด์เนมนำเข้าชะงักงันลงในทันที
ฉันค่อยๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียงอย่างช้าๆ รอยยิ้มละมุนละไมอันเป็นมิตรภาพแสนอ่อนหวานถูกปั้นแต่งขึ้นมาประดับบนใบหน้าอย่างประณีตไร้รอยต่อในเวลาไม่ถึงวินาที
เบื้องหน้าของฉันคือหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสทำงานสีครีมเรียบง่ายสะอาดตา เส้นผมยาวสลวยสีดำสนิทถูกรวบมัดครึ่งศีรษะไว้ด้วยกิ๊บหนีบผมหรูหราทว่าดูเรียบร้อย ท่วงท่าการยืนและกลิ่นอายที่แผ่ออกมาทำให้ฉันจดจำเธอได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาทักษะทางจิตวิทยาใดๆ
"พิมพ์..."
ฉันอุทานเรียกชื่อเล่นของเธอเสียงแผ่วหวาน แววตาของฉันฉายประกายแห่งความประหลาดใจและดีใจอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถแสร้งแสดงออกมาได้
แพรพิมพ์ก้าวเข้ามาหาฉันก้าวหนึ่ง ดวงตาคู่กลมโตที่เคยเปล่งประกายสดใสและเปี่ยมไปด้วยพลังงานด้านบวกสมัยที่เรายังเรียนวิชาจิตวิทยาด้วยกันในมหาวิทยาลัย บัดนี้กลับหม่นแสงลงอย่างน่าใจหาย
ภายใต้ดวงตาคู่สวยมีรอยคล้ำจางๆ ของคนที่เผชิญภาวะนอนไม่หลับสะสมมาเป็นเวลานาน ผิวแก้มที่เคยเปล่งปลั่งอิ่มเอิบด้วยความสุขของสตรีผู้เพียบพร้อม บัดนี้ดูซูบซีดและอิดโรยไร้ความสดชื่นจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน
เธอดูแตกต่างจากภาพจำในวันวานไปมากทีเดียว ความงามตามธรรมชาติของเธอยังคงอยู่ ทว่ามันกลับถูกบดบังด้วยหมอกควันแห่งความอึดอัดหม่นหมองที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาและเรียวปากที่เม้มเข้าหากันแน่น
"พราวจริงๆ ด้วย... ฉันคิดว่าจะไม่ได้เจอเธออีกแล้ว"
พิมพ์พูดเสียงสั่นเครือ แววตาของเธอสั่นสะท้านสะท้อนประกายน้ำตาใสๆ ที่เอ่อคลอขึ้นมาคลุมเคลือบแก้วตาด้วยความรู้สึกตื้นตันระคนปวดร้าวสะเทือนใจอย่างถึงที่สุด
ฉันขยับกายก้าวเข้าไปหาเธอทีละนิดอย่างนุ่มนวล ยื่นมือเรียวสวยออกไปแตะข้อศอกของเพื่อนรักเบาๆ สัมผัสที่ถ่ายทอดผ่านเนื้อผ้าทำให้ฉันรับรู้ถึงอาการเกร็งและสั่นเทาของร่างกายเธอได้อย่างแจ่มชัด
"ฉันก็คิดถึงเธอมากเลยพิมพ์ ไม่เจอกันตั้งนาน... เธอเป็นยังไงบ้าง?"
ฉันเอ่ยซักถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอื้ออาทรและห่วงใยประหนึ่งเพื่อนเก่าที่รักใคร่สนิทสนมกันที่สุด ทว่าในใจของฉันกลับเริ่มพินิจวิเคราะห์สภาพจิตใจของเธออย่างสนใจใคร่รู้
"พราว... ฉันเหนื่อยเหลือเกิน"
เธอพึมพำออกมาคำหนึ่ง ดวงตาคู่โตเบนต่ำลงมองพื้นหินอ่อนขัดเงาเพื่อหลบสายตาคมกริบของฉัน อาการหลบเลี่ยงสายตาและลมหายใจที่ถอนยาวออกมาสะท้อนถึงความเครียดรุนแรงที่กดทับในใจเธอ
ฉันมองซ้ายมองขวา สังเกตเห็นสายตาของพนักงานขายน้ำหอมที่เริ่มหันมามองพวกเราด้วยความสนใจ จึงตัดสินใจชวนเพื่อนรักไปหาสถานที่ที่เหมาะสมและเป็นส่วนตัวมากกว่านี้เพื่อพูดคุยกัน
"ถ้าอย่างนั้น... เราไปหาที่นั่งคุยกันเงียบๆ ดีกว่าไหมพิมพ์ แถวนี้มีร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ อยู่หลายร้านเลยนะ"
ฉันเสนอแนะพลางคลี่ยิ้มอ่อนโยนที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นปลอดภัย เพื่อชักนำให้เหยื่อที่กำลังอ่อนล้าทางอารมณ์ยอมก้าวเดินตามหมากที่ฉันวางไว้
........................................................
ภายในร้านกาแฟหรูหราสไตล์ฝรั่งเศสที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมเงียบสงัดของห้างสรรพสินค้า บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดชั้นดีและขนมอบสดใหม่โชยพัดละมุนจมูก
แสงไฟโทนอบอุ่นสีเหลืองนวลสลัวจากโคมไฟระย้าคริสตัลดวงเล็กสะท้อนกับพื้นผิวโต๊ะหินอ่อนสีดำลายเส้นทองคำ เกิดเป็นเงาเลือนรางที่ดูสงบเงียบเยือกเย็นห่างไกลจากความวุ่นวายภายนอก
พวกเราเลือกนั่งตรงโต๊ะมุมด้านในสุดที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ตัวเก้าอี้บุกำมะหยี่หนานุ่มสีน้ำเงินครามช่วยพยุงสรีระให้รู้สึกผ่อนคลาย ทว่าแพรพิมพ์กลับยังคงนั่งตัวเกร็ง หลังตรงไม่ยอมเอนพิงพนัก
บริกรในชุดสูทเรียบร้อยนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ชาคาโมมายล์อุ่นร้อนในถ้วยเซรามิกเนื้อดีสำหรับพิมพ์ และกาแฟดำรสเข้มขมสำหรับฉัน
กลิ่นหอมกรุ่นอ่อนๆ ของคาโมมายล์โชยพัดคลุมพื้นที่ระหว่างเราสองคน ทว่ามันกลับไม่สามารถเจือจางความอึดอัดตรอมตรมที่แผ่ออกมาจากร่างบางตรงข้ามฉันได้เลยสักนิด
"พิมพ์... มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในชีวิตคู่ของเธอกับภพหรือเปล่า?"
ฉันเริ่มเปิดบทสนทนาด้วยการโยนคำถามอย่างตรงจุดทว่านุ่มนวล น้ำเสียงของฉันราบเรียบแสดงความเห็นอกเห็นใจอย่างที่สุดเพื่อกระตุ้นให้จิตใต้สำนึกของเธอปลดปล่อยความตึงเครียดออกมา
แพรพิมพ์สะดุ้งตัวโยนเบาๆ นิ้วมือเรียวบางที่ดูแห้งแล้งของเธอรีบยกขึ้นมากุมไล้รอบถ้วยชาคาโมมายล์อุ่นร้อนทันที ราวกับต้องการหาเสาหลักยึดเหนี่ยวทางใจในยามที่พายุอารมณ์กำลังจะปะทุ
"พราว... ภพเปลี่ยนไปมากเลย"
พิมพ์เอ่ยเสียงเบาหวิว แววตาของเธอสั่นระริกขณะจ้องมองลึกเข้าไปในถ้วยชา สลับกับเงยหน้าสบตากับฉันด้วยความปวดร้าวแสนสาหัสที่ปิดบังไม่มิด
"เขาเย็นชาใส่ฉันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บางวันกลับมาบ้านก็นั่งเงียบ ไม่ยอมพูดจาถามคำตอบคำ มองหน้ากันด้วยสายตาเฉยชาจนฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงอากาศธาตุในบ้านหลังนั้น"
ฉันนั่งจิบกาแฟดำรสเข้มขมช้าๆ ปล่อยรสชาติความขมแผ่ซ่านทั่วลิ้นอย่างสงบนิ่ง สายตาคมกริบของฉันจับจ้องใบหน้าที่สลายตัวทางอารมณ์ของเพื่อนรักอย่างไม่วางตา
"ความเย็นชาที่เธอว่า... มันแสดงออกในลักษณะไหนงั้นเหรอ?"
ฉันซักถามเพื่อชักนำให้เธอระบายพฤติกรรมดิบเบื้องลึกของสามีออกมาอย่างละเอียด
พิมพ์กลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก แววตาฉายประกายสับสนและอับอายขายหน้า ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเล่าความจริงที่อัดแน่นในอก
"คือ... ชีวิตคู่บนเตียงของเรามันแย่มากเลยพราว บางช่วงเขาจะเหินห่างไม่ยอมแตะต้องตัวฉันเลยเป็นเดือนๆ แต่บางคืน... จู่ๆ เขาก็เกิดพฤติกรรมเสพราคะกะทันหันอย่างรุนแรงป่าเถื่อนจนฉันตั้งตัวไม่ทัน"
พิมพ์ละล่ำละลักเสียงสั่นระริก ใบหน้าหวานซับสีระเรื่อด้วยความอับอายและปวดใจเมื่อต้องเล่าเรื่องต้องห้ามเหล่านี้ให้เพื่อนฟัง
"บางคืนที่เขากลับมาดึกๆ จู่ๆ เขาก็เดินก้าวเข้ามาในห้องนอนด้วยสายตาหิวกระหายแปลกๆ แววตาของเขาดูดิบเถื่อนเย้ายวนแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ดึงกระชากชุดนอนของฉันออกอย่างรุนแรงแล้วบดเบียดสอดใส่ร่างกายเข้ามาอย่างไร้ความอ่อนโยน"
เธอยกมือขึ้นลูบต้นแขนตัวเองเบาๆ ราวกับยังจดจำความเจ็บปวดทางกายภาพที่ได้รับจากสามีได้เป็นอย่างดี
"เขากระแทกกระทั้นท่อนเนื้อเข้ามาในร่องรักของฉันอย่างบ้าคลั่งดุดัน ราวกับคนเก็บกดและเสพติดรสสวาทเร่าร้อนจากผู้หญิงคนอื่นมา... แล้วเอามาลงที่ฉันเพื่อระบายอารมณ์ดิบๆ ที่เพิ่งไปกระตุ้นมา มันไม่ใช่ภพคนเดิมที่อบอุ่นและถนอมฉันเลยสักนิด พอเขาเสร็จสมอยากเขาก็นอนหันหลังให้ฉันทันที"
ฉันฟังคำพร่ำบ่นของเพื่อนรักด้วยอาการสงบนิ่ง ทว่าในสมองอันเยือกเย็นของฉันกลับกำลังประมวลผลและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างสนุกสนาน ในฐานะนักจิตวิทยาที่ศึกษาเรื่องพฤติกรรมและความต้องการดิบเบื้องลึกของมนุษย์ อาการเหินห่างสลับกับการตื่นตัวทางเพศอย่างดุดันป่าเถื่อนแบบฉับพลันของภพนั้น ชี้ชัดไปในทิศทางเดียว... ชายผู้นี้กำลังแอบไปเสพสมและเสพติดรสสวาทอันเร่าร้อน แปลกใหม่ และไร้ขอบเขตศีลธรรมกับผู้หญิงคนอื่นนอกบ้านอย่างแน่นอน อารมณ์ดิบๆ ที่คุกรุ่นและตกค้างจากเกมกามภายนอกนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะเก็บกดมันไว้ได้ เมื่อกลับมาเผชิญหน้ากับภรรยาหลวงผู้แสนดีและจืดชืดในกรอบศีลธรรมอย่างแพรพิมพ์ เขาจึงนำความต้องการที่ค้างคาเหล่านั้นมาระบายลงบนเรือนร่างของเธออย่างไร้ความอ่อนโยน เพื่อสนองตัณหาที่ยังคงวาบหวามอยู่ในหัวสมองของตัวเอง
"แล้วนอกจากพฤติกรรมพวกนี้... มีเรื่องอื่นที่ทำให้เธอสงสัยอีกไหมพิมพ์?"
ฉันแกล้งถามต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน คอยส่งสายตาห่วงใยที่ปรุงแต่งอย่างสมบูรณ์แบบไปให้เธอ ทั้งที่ในใจเริ่มรู้สึกตื่นเต้นระทึกกับปริศนากระดานตัณหาที่กำลังทอดตัวลงตรงหน้า
พิมพ์สั่นหน้าเบาๆ หยาดน้ำตาเริ่มรินไหลอาบแก้มเนียนสวยอิดโรยของเธอ
"มันยังมีมากกว่านั้นอีกพราว... ช่วงหลังๆ มานี้ภพมีพฤติกรรมต้องสงสัยหลายอย่าง เขาเริ่มแอบเช่าคอนโดมิเนียมหรูนอกบ้าน อ้างว่าเอาไว้พักผ่อนเวลาทำงานดึกดื่นที่บริษัทไอที แต่ฉันเชื่อว่ามันต้องเป็นรังรักของเขากับผู้หญิงคนอื่นแน่ๆ"
เธอสูดน้ำมูกเสียงเบาหวิว ค่อยๆ ดึงกระดาษทิชชูขึ้นมาซับน้ำตาช้าๆ
"พอนานวันเข้า... ฉันก็เริ่มพบพยานหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้ บางวันเขาขยับตัวถอดเสื้อสูทเตรียมจะอาบน้ำ ฉันแอบเห็นรอยเล็บข่วนสีแดงก่ำเป็นทางยาวลึกตรงแผ่นหลังกว้างของเขา พอกลั้นใจถามเขาก็บอกปัดเสียงแข็งอ้างว่าแมวแถวบริษัทข่วน หรือหลังไปครูดโดนอะไรในไซต์งานก่อสร้าง... แต่รอยเล็บเรียวคมขนาดนั้น มันต้องเกิดจากนิ้วมือผู้หญิงที่มีอารมณ์ร่วมรักอย่างบ้าคลั่งตอนบดสวาทแน่ๆ"
ฉันลอบยิ้มมุมปากบางเบาจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น นิ้วมือเรียวสวยของฉันไล้ไปตามขอบแก้วกาแฟอย่างเชื่องช้า... รอยเล็บยาวลึกบนแผ่นหลังกว้างของภพ และการแอบเช่าคอนโดมิเนียมหรูนอกบ้านเป็นสิ่งที่ยืนยันสมมติฐานของฉันได้อย่างไร้ข้อกังขา ชายหนุ่มคนนี้กำลังสร้างวิมานรักส่วนตัวเพื่อหลบหนีจากโลกแห่งความเป็นจริงอันแสนน่าเบื่อหน่าย รอยเล็บเหล่านั้นคือหลักฐานของความสุขสมอันป่าเถื่อนที่ชู้รักของเขาฝากฝังไว้ในนาทีแห่งความรัญจวนใจ ช่างน่าขันที่ผู้ชายที่พิมพ์เคารพรักนักหนา แท้จริงก็เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่พ่ายแพ้ต่อกิเลสตัณหาและสัญชาตญาณดิบของตัวเองอย่างหมดรูป
"แล้วยังมีกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงอื่นติดอยู่ตามสาบเสื้อสูทของเขาบ่อยมาก... มันเป็นกลิ่นกุหลาบผสมผสานฟีโรโมนป่าที่เย้ายวนและตลบอบอวลชวนมึนหัว และบางวัน... ฉันก็เห็นรอยลิปสติกโทนสีส้มอมชมพูเปรอะเปื้อนอย่างเห็นได้ชัดอยู่ที่ขอบคอเสื้อเชิ้ตด้านในของเขาด้วยพราว"
พิมพ์สะอื้นเสียงสั่น แผ่นหลังระหงของเธอสั่นสะท้อนด้วยความอัดอั้นตันใจที่เก็บสะสมมานานแรมปี
ในหัวสมองของฉันมีความเพลิดเพลินใจอย่างลึกซึ้งยามรับฟังคำระบายทุกข์นั้น ร่องรอยทุกอย่างชัดเจนจนแทบไม่ต้องพึ่งพาทักษะนักสืบ ทั้งกลิ่นน้ำหอมฟีโรโมนป่าอันเย้ายวนและรอยลิปสติกสีส้มอมชมพูบนสาบเสื้อเชิ้ต ชายหนุ่มคนนี้ช่างประมาทเลินเล่อหรือบางทีอาจจะลุ่มหลงจนลืมตัวที่จะทำลายหลักฐานล่อแหลมเหล่านั้น ช่างเป็นเรื่องที่บันเทิงเริงรมย์เหลือเกินที่ได้นั่งฟังเพื่อนรักผู้แสนดีระบายความทุกข์ใจเกี่ยวกับการนอกใจของสามี โดยหารู้ไม่ว่าเธอกำลังประเคนเรื่องราวความสัมพันธ์อันแตกร้าวนี้ให้เข้าหูนักจิตวิทยาอย่างฉัน... ผู้ที่พร้อมจะใช้จุดอ่อนและรอยแยกเหล่านั้นเพื่อวางหมากตัวต่อไปในสมรภูมิตัณหาครั้งใหม่นี้
........................................................
ฉันจ้องมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่โตของแพรพิมพ์ที่ไหวระริกด้วยความเศร้าสร้อย ทว่าภายใต้ความเปราะบางทางอารมณ์นั้น ทักษะทางจิตวิทยาของฉันกลับเริ่มมองเห็นรอยต่อที่ผิดปกติบางอย่างในภาษากายของเธอ
ทุกครั้งที่พิมพ์เล่าถึงเรื่องอาการเย็นชาและการนอกใจของภพ ร่างกายของเธอมักจะมีอาการกระตุกเกร็งเล็กๆ มีการหลบเลี่ยงสายตาและเบนสายตามองต่ำลงมองขอบถ้วยชาคาโมมายล์ หรือมองข้ามไหล่ของฉันไปทางอื่นอย่างผิดธรรมชาติ
กล้ามเนื้อรอบดวงตาของเธอขยับไหวสะท้อนความตื่นตระหนกแฝงอยู่ลึกๆ และเธอยังมีการกลืนน้ำลายที่บ่อยครั้งเกินไปยามพูดถึงเรื่อง "ความต้องการความรักและความภักดี"
สัญชาตญาณนักจิตวิทยาของฉันตื่นตัวขึ้นมาทันที ภาษากายแบบนี้พยากรณ์ถึงบางสิ่งที่เธอจงใจซ่อนไว้เบื้องหลังคำพูดระบายทุกข์ แพรพิมพ์กำลังปิดบังความลับของตัวเองที่มีน้ำหนักรุนแรงไม่แพ้ความลับของสามีเธอ
"พิมพ์... นอกจากเรื่องของภพแล้ว เธอมีเรื่องอื่นที่อึดอัดใจและไม่ได้บอกฉันอีกหรือเปล่าคะ?"
ฉันเอนหลังพิงเก้าอี้ยาวกำมะหยี่ ขยับปลายนิ้วเรียวเคาะขอบแก้วกาแฟดำเบาๆ เกิดเป็นจังหวะเชื่องช้ากดดันประสาทสัมผัสของเหยื่อ น้ำเสียงของฉันเปลี่ยนเป็นทุ้มนุ่มและคาดคั้นทีละนิดโดยที่เธอไม่ทันรู้ตัว
แพรพิมพ์สะดุ้งตัวเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างสั่นระริกสะท้อนความตระหนกตกใจอย่างชัดเจน นิ้วมือที่กุมถ้วยชาบีบแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอรีบก้มหน้าลงมองต่ำเพื่อหลบเลี่ยงสายตาคมกริบของฉันทันที
"มะ...ไม่มีอะไรหรอกพราว เรื่องของภพก็ทำให้ฉันปวดหัวจนแทบไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นแล้วล่ะ"
เธอตอบละล่ำละลัก น้ำเสียงสั่นพร่าและรีบร้อนจนผิดวิสัยของคนที่รักความโปร่งใสในชีวิต
อาการพิรุธเหล่านั้นไม่สามารถหลุดรอดการสแกนอันประณีตของฉันไปได้ ทักษะการอ่านภาษากายและการวิเคราะห์เชิงลึกทำให้ฉันตระหนักรู้ถึงสัจธรรมเบื้องลึกทันที
แพรพิมพ์ผู้เปี่ยมศีลธรรมอันสะอาดหมดจดคนนี้... กำลังแอบมีชู้รักของตัวเองอยู่เช่นกัน!
และความสัมพันธ์ลับต้องห้ามของเธอคนนั้น จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก "ภัทร์" น้องชายแท้ๆ ของภพ ชายหนุ่มรุ่นน้องร่วมชายคาบ้านที่มักแวะเวียนมาประคบประคองโอบอุ้มหัวใจที่แตกร้าวของพี่สะใภ้ยามที่ภพทอดทิ้งเย็นชา
ในจิตใต้สำนึกของฉัน ความรู้สึกสมเพชระคนสะใจพุ่งทะยานขึ้นมาจนยากจะระงับ แพรพิมพ์ผู้อยู่เหนือกรอบกรงศีลธรรมและเคยสั่งสอนเรื่องความถูกต้องดีงามในชีวิตคู่ บัดนี้ตัวเธอก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากฉันเลยสักนิด
เผลอๆ รอยชู้รักของเธอกับน้องชายสามีอาจจะน่าสะอิดสะเอียนและเลวทรามยิ่งกว่าเกมการล่าท้าทายศีลธรรมของฉันเสียด้วยซ้ำ ทว่านี่กลับเป็นหมากตัวใหม่ที่วิเศษที่สุดสำหรับกระดานเกมนี้
ฉันจะไม่รีบร้อนทักท้วงหรือดึงความลับเรื่องภัทร์ออกมาเปิดเผยในตอนนี้ ฉันจะเก็บซ่อนความรู้เบื้องลึกนี้ไว้ในใจอย่างเงียบงัน ใช้มันในการวางแผนจิตวิทยาควบคุมสถานการณ์และกุมชะตากรรมของพวกเขาทั้งสองคู่ชู้ชื่นให้อยู่ภายใต้การชี้นำของฉันอย่างไร้ทางขัดขืน
ความรู้สึกเป็นห่วงทางกายภาพที่ฉันแสร้งแสดงออกมาอย่างอ่อนโยน ปะปนกับเจตนาเอาชนะอันแรงกล้าที่แล่นริ้วอยู่ภายในจิตวิญญาณของผู้ล่า
ฉันต้องการเห็นจุดจบและการล่มสลายทางอารมณ์ของครอบครัวที่แสนดีคู่นี้ โดยที่ฉันเป็นผู้กุมเชือกดึงหมากทุกตัวให้เดินเข้าสู่หุบเหวแห่งกิเลสราคะไปพร้อมๆ กัน
"ไม่เป็นไรนะพิมพ์... ฉันเข้าใจความอึดอัดของเธอดี"
ฉันเอื้อมมือออกไปวางทับบนหลังมือที่เย็นเฉียบสั่นเทาของพิมพ์ บีบเบาๆ เพื่อส่งความอบอุ่นจอมปลอมและปลอบประโลมจิตใจที่วุ่นวายของเธอให้สงบลง
........................................................
ยามเย็นคล้อยต่ำลง แสงแดดสีส้มสลัวรำไรทาทาบผ่านแนวกระจกของร้านกาแฟหรู บรรยากาศเงียบสงัดและเยือกเย็นลงตามระยะเวลาที่ล่วงเลย
แพรพิมพ์ขยับตัวเข้ามาใกล้ขอบโต๊ะหินอ่อนมากขึ้น เธอเอื้อมมือทั้งสองข้างเข้ามากุมมือขวาของฉันไว้แน่น แววตากลมโตคู่สวยที่ชุ่มชื้นไปด้วยน้ำตาเปี่ยมไปด้วยความหวังและความเชื่อมั่นในตัวฉันอย่างหมดหัวใจ
"พราว... ฉันขอร้องล่ะ เธอเรียนจบจิตวิทยามาโดยตรง เธอเก่งเรื่องการเยียวยาอารมณ์และความรู้สึกของคนอื่นเสมอ... และเธอเป็นคนเดียวที่ฉันไว้ใจที่สุดในชีวิตตอนนี้"
เธอเอ่ยปากขอร้องน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาอ้อนวอนเวทนาคล้ายคนกำลังจะจมน้ำที่มองเห็นห่วงยางช่วยชีวิต
"ช่วยฉันหน่อยได้ไหมพราว... ช่วยเข้าไปคุย ไปบำบัดฟื้นฟูสภาพความตึงเครียดเรื่องบนเตียงและความสัมพันธ์ของฉันกับภพที ฉันไม่อยากเสียสามีไป และฉันไม่อยากให้ครอบครัวของเราต้องพังทลายลงไปต่อหน้าต่อตาเลยนะพราว"
ฉันมองใบหน้าสั่นระริกของเพื่อนรักด้วยประกายตาที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแสนหวานชวนอบอุ่นสะกดใจ ทว่าในสมองของฉันกลับแผ่ซ่านไปด้วยความรู้สึกสะใจและท้าทายถึงขีดสุด
ช่างเป็นคำขอร้องที่โง่เขลาและเย้ายวนใจที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมา แพรพิมพ์ เพื่อนรักของฉัน เธอกำลังกวักมือเรียกนักล่าตัวจริงให้เดินเข้าไปในบ้านของตัวเองด้วยความเต็มใจ และเสนอโอกาสทองในการให้ฉันได้เข้าไปแตะต้อง ลิ้มลอง และทำลายเตียงนอนที่แสนเย็นชาของเธออย่างถึงรากถึงโคน โดยที่เธอเป็นผู้อนุญาตและเปิดประตูต้อนรับด้วยน้ำมือของตัวเองแท้ๆ
"วันพรุ่งนี้ตอนเย็น... มาทานดินเนอร์มื้อค่ำที่บ้านของฉันนะพราว ฉันจะชวนภพให้อยู่บ้านเพื่อที่เธอจะได้เริ่มพูดคุยปรับทัศนคติและบำบัดฟื้นฟูความสัมพันธ์ของพวกเรา... ได้โปรดตกลงช่วยฉันด้วยนะพราว"
พิมพ์อ้อนวอนพลางกระชับบีบฝ่ามือของฉันแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าฉันจะปฏิเสธ
ฉันคลี่ยิ้มแสนงดงามลึกซึ้ง ส่งสายตาอ่อนโยนปลอบประโลมที่ไร้พิษภัยประดับบนใบหน้าสวยสง่า
"ได้สิพิมพ์... เพื่อเพื่อนรักอย่างเธอ มีเรื่องอะไรที่ฉันจะช่วยได้ ฉันยินดีเสมออยู่แล้วล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะไปหาเธอตามนัดหมายนะ"
ฉันตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราบเรียบทว่าเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ชัยชนะในด่านแรกช่างง่ายดายทว่ากลับเต็มไปด้วยขวากหนามศีลธรรมที่แสนตื่นเต้นท้าทายกิเลสตัณหาของฉันอย่างถึงที่สุด
........................................................
แสงแดดยามสายของวันรุ่งขึ้นส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงสีขาวนวลเข้ามาในห้องนอนหรูส่วนตัวของฉัน ลมพัดแผ่วจากเครื่องปรับอากาศให้ความรู้สึกเย็นสบายอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสะอาดสะอ้าน
ฉันยืนจ้องมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านบานกระจกเงาบานใหญ่สูงตั้งแต่เพดานจรดพื้นด้วยสายตาเรียบเฉยทว่าซ่อนประกายแห่งชัยชนะและแรงปรารถนาลึกๆ ไว้ภายในดวงตาคมกริบคู่สวย
มือเรียวบางของฉันกุมแท่งลิปสติกโทนสีส้มอมชมพู... เฉดสีเดียวกับที่แพรพิมพ์ระบายว่าเห็นบนคอเสื้อของภพอย่างเป๊ะๆ ฉันบรรจงทามันลงบนเรียวปากอิ่มสวยช้าๆ อย่างประณีต รอยยิ้มบางเบาบนปากที่เคลือบเฉดสีเย้ายวนขยับเผยอให้ภาพสะท้อนในกระจก ฉันจงใจเลือกใช้สีนี้เพื่อการเดินทางไปพบสามีเพื่อนในค่ำคืนนี้โดยเฉพาะ... อยากรู้นักว่าเมื่อภพได้เห็นริมฝีปากสีเดียวกับชู้รักของเขาบนใบหน้าของฉัน เขาจะแสดงปฏิกิริยาอย่างไร และจะตื่นตระหนกหรือสั่นสะท้านกับเบ็ดตัวใหม่ที่ฉันจะทอดลงไปในจิตใจของเขามากแค่ไหน
ฉันขยับกายหมุนซ้ายหมุนขวาพินิจดูเรือนร่างของตัวเองในชุดเดรสสีกากีเนื้อดีรัดรูปอวดส่วนโค้งเว้าเด่นชัดของสะโพกกลมกลึงและเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวเบาๆ ตามจังหวะการหายใจ
เดรสเข้ารูปสีกากีนี้ไม่เพียงแต่เน้นสัดส่วนยั่วยวนอารมณ์ใคร่ ทว่าโทนสีของมันกลับแฝงความสุขุม น่าเชื่อถือ และดูสุภาพเรียบร้อย เหมาะสมสำหรับการทำหน้าที่ผู้บำบัดทางจิตวิทยาตามบทบาทที่ฉันสวมใส่
ฉันเอื้อมมือหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมคู่ใจและกุญแจรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ด้านล่างคอนโดมิเนียม
สายตาจ้องกระจกเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของหน้ากากความหวังดีที่ฉันจะสวมใส่เข้าไปเหยียบย่ำบ้านหลังใหญ่ที่แสนอบอุ่นทว่าแตกร้าวของแพรพิมพ์
เกมกระดานตัณหาบทใหม่ที่กำลังมีอุปสรรคความขัดแย้งของครอบครัวและศีลธรรมเข้ามาท้าทายความสามารถของฉัน... กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้ว
ฉันเดินก้าวเท้าเรียวสวยสลับปลายเท้าก้าวเดินออกจากห้องหรู มุ่งตรงไปยังรถยนต์หรูคันโปรดเพื่อขับตรงไปยังเป้าหมายตามนัดหมายดินเนอร์มื้อค่ำด้วยหัวใจที่เต้นรัวระทึกและเปี่ยมไปด้วยเจตนาเอาชนะอย่างไร้ขีดจำกัด...